วันคุ้มครองโลก (22 เมษายน)

วันคุ้มครองโลก (Earth Day) 22 เมษายน  ประวัติวันคุ้มครองโลก รู้จักกับ วันคุ้มครองโลก (Earth Day)  คำขวัญ วันคุ้มครองโลก รูป วันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลก

22 เมษายน

Earth-Day-1

เนื่องจากปัจจุบันสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบกระเทือนจะการกระทำ ของมนุษย์เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาโลก เช่นปัญหาการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก หรือ “Green House Effect” ปัญหาปริมาณโอโซนในบรรยากาศลดลง หรือปัญหาพลังงานของโลกที่จะต้องหามาทดแทนการใช้น้ำมัน เป็นต้น

ดังนั้น ในวันที่ 22 เมษายน 2513 ประชาชนอเมริกันที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม กว่า 20 ล้านคน จึงได้พร้อมใจกันมาชุมนุมเพื่อประท้วงการเพิ่มขึ้นของมลภาวะ และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติบน พื้นโลก ผลจากการชุมนุมก่อให้เกิดการออกพระราชบัญญัติแก้ไขมลพิษในอากาศของสหรัฐ อเมริกา และมีการจัดตั้งสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น และกำหนดให้วันที่ 22 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองโลก หรือ “Earth Day” ในประเทศไทยเริ่มจัดให้มีการรณรงค์ขึ้นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2533

  1. เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในบรรยากาศ
  2. เพื่อกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซนและก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป
  3. เพื่ออนุรักษ์สภาพป่าที่เหลืออยู่ ทั้งที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ
  4. เพื่อห้ามการซื้อ-ขายสิ่งมีชีวิตที่อาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลงหรือหมดสิ้นไป
  5. เพื่อคงสภาพระดับประชากรไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
  6. เพื่อสร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาพอื่น ๆ ให้พ้นจากการกระทำที่มิชอบของมนุษย์
  7. เพื่อสร้างสำนึกในอันที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชนและชาติ

Earth-Day-3

ในวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้น เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการอนุรักษ์โลกใบนี้ไว้ เช่น

  1. การส่งเสริมการปลูกต้นไม้ทั่วทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะแถบแอฟริกา เคนยา ไนจีเรีย และนามิเบีย เป็นต้น
  2. การอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในเมือง หมู่บ้าน และภูเขา
  3. รณรงค์ให้มีการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
  4. เน้นการคุมกำเนิดเพื่อให้จำนวนประชากรได้คงอยู่ในระดับคงเดิม
  5. ให้การศึกษาแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  6. ร่วมกัมสะอาดตามถนนหนทาง ชายหาด อุทยาน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ

สำหรับประเทศไทย ก็ได้จัดให้มีการรณรงค์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2533 โดยโรงเรียนสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา หรือ U.S.A.

Earth-Day-2

ซีเอ เทคโนโลยี มี 10 เคล็ดลับใส่ใจสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน

  1. ทราบหรือไม่ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กอยู่ก็กินไฟด้วย? เพื่อประหยัดพลังงาน เวลาไม่ใช้งานถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า ดีกว่า
  2. การใช้กระดาษในแถบเอเชียคิดเป็นจำนวน 44% ของบริโภครวมของทั่วโลก หันมาลองใช้งานแบบด้วยการใช้แท็บเล็ตจะได้ไม่ต้องพิมพ์งานออกมา และถ้าต้องพิมพ์ก็ให้พิมพ์ลงบนหน้ากระดาษทั้งสองหน้า รวมทั้งนำมารีไซเคิลด้วย และ หรือพิมพ์ให้ตัวอักษรเล็กลงเวลาที่จะพิมพ์งานบนหน้ากระดาษลดค่าใช้จ่ายการพิมพ์
  3. ทราบหรือไม่ว่า พลังงานที่ประหยัดได้จากการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมแต่ละใบ เมื่อเทียบกับการผลิตกระป๋องอลูมิเนียมขึ้นมาใหม่ เพราะ พลังงานที่ใช้ผลิตมากพอกับ การเปิดทีวีดูได้นานถึง 3 ชั่วโมง
  4. ทราบหรือไม่ว่าเครื่องปรับอากาศจะใช้งานไฟฟ้าคิดเป็นส่วนใหญ่ของไฟที่เปลืองไปในอาคารสำนักงานและบ้าน มาลองดูตัวอย่าง เช่น เครื่องปรับอากาศ คือ ค่าพลังงานกว่า 60% ของค่าไฟฟ้าสำนักงานในประเทศสิงคโปร์ ถ้าจะช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ตั้งอุณหภูมิปรับอากาศของออฟฟิศไว้ที่ 25°C เพราะว่าทุกๆ องศาที่ต่ำลงไปกว่านี้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายอีก10% และใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
  5. ในแต่ละปี จะมีต้นไม้กว่า 3.8 ล้านต้นถูกโค่นลงเพื่อผลิตตะเกียบแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนกว่า 5 หมื่น 7 พันล้านคู่ในประเทศจีน ซึ่งคุณสามารถช่วยกันลดจำนวนขยะได้ด้วยการนำเอาอุปกรณ์ทานอาหาร พกติดตัวมาเอง ลดจำนวนขยะที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยการออกไปทานข้าวที่ร้านอาหารแทนที่จะสั่งแบบส่งที่บ้าน มาทาน และถ้าหากจำเป็นต้องทานนอกสถานที่ ควรใช้บรรจุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้แทนที่จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง
  6. ทราบหรือไม่ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผลิตก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์เฉลี่ยแล้ว 4 ตันต่อคน ต่อปี มาช่วยลดการปล่อยก๊าซโลกร้อนด้วยการเปลี่ยนวิธีการไปทำงานในแต่ละวัน เช่นมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือมาใช้วิธีการแชร์รถนั่งกับเพื่อนร่วมงาน หรือลองใช้วิธีติดต่อกันแบบวิดีโอคอนเฟรนซ์แทนที่เดินทางไปคนที่ติดต่อ
  7. ต้องใช้น้ำมัน 3 ลิตรกับโลหะและพลาสติกกว่า 1 กก.ถึงจะผลิตตลับหมึกพรินเตอร์ใหม่ขึ้นมาได้หนึ่งอัน มาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการรีไซเคิลตลับหมึกพวกนี้กัน เท่ากับว่าแต่ละตลับที่เราช่วยกันจะทำให้เราประหยัดน้ำมันไปครึ่งนึง และไม่เพิ่มขยะพลาสติกและโลหะอีกหนึ่งกิโล ซึ่งกว่าขยะพวกนี้จะย่อยสลายได้ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าพันปี
  8. ทราบหรือไม่ว่าหลอดไฟ LED จะใช้งานได้ยาวนานกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ถึง10 เท่าและยิ่งใช้งานได้นานกว่าพวกหลอดไส้แบบเก่า ทราบแบบนี้แล้วลองหันมาประหยัดพลังงานด้วยการเปลี่ยนการใช้งานหลอดไฟให้กับออฟฟิศสำนักงาน
  9. การเลือกใช้สารทำความสะอาด เช่น สบู่ หรือสารทำความสะอาดพื้นนั้นไม่เป็นมิตรต่อธรรมชาติทั้งรื่องบรรจุ ภัณฑ์ที่ใช้ การย่อยสลาย นอกจากนี้ยังมีสารพิษที่ทำให้อันตรายต่อร่างกาย มาช่วยกันเลือกใช้งานผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  10. ทราบหรือไม่ว่า ในแต่ละปีมีปากกากว่า 1 หมื่นล้านด้ามถูกโยนทิ้งทั่วโลก? มาช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการเลือกปากกาที่เติมน้ำหมึกได้ หรือเลือกซื้อปากกาที่ทำจากวัสดุพลาสติกที่ย่อยสลายได้

ที่มา : wiki

ข่าวการศึกษารับตรง 58สอบครูผู้ช่วย 2558 , gat pat 58 , แนวข้อสอบ กพ ,ทรงผมรับปริญญา