แชร์ประสบการณ์ตรวจสุขภาพฟรี (ประกันสังคม)

แชร์ประสบการณ์ตรวจสุขภาพฟรี (ประกันสังคม)

sso-01

ผู้ประกันตน ควรอ่าน คุณ สมาชิกหมายเลข 1600078 สมาชิกเว็บไซต์ pantip.com แชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้บริการตรวจสุขภาพฟรี….

ระบุว่า

“ตามที่มีข่าวเมื่อปีที่แล้ว ว่าสำนักงานประกันสังคมให้สิทธิผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี
อ่านข่าวเพิ่ม >> http://www.sso.go.th/wpr/content.jsp?lang=th&cat=762&id=4698

sso-1

เราไปลองใช้สิทธิมาแล้ว เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังค่ะ
โรงพยาบาลที่เราไปตรวจ เป็นโรงพยาบาลเอกชนแถวๆท่าพระค่ะ
ก่อนอื่นขอแจ้งจุดบกพร่องสำคัญที่พบ คือ ขาดการอบรมเจ้าหน้าที่และพยาบาล
ทั้งๆที่ ปกส. ประกาศตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ประมาณ 1 เดือนแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการตรวจ ไม่รู้ขั้นตอน บางคนถึงขั้นที่ไม่รู้เกี่ยวกับสิทธินี้เลย
ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลอื่นๆเป็นแบบนี้หรือเป่านะคะ
ทุกจุดที่เราไปติดต่อ รวมๆแล้วมีคนทราบเรื่องอยู่ไม่เกิน 3 คน และ 3 คนนี้ก็ยังไม่มีความเข้าใจสักเท่าไหร่แต่ต้องขอบคุณพี่พยาบาล พ. ในความพยายามช่วยเหลือให้ได้รับการตรวจค่ะ

เริ่มจากเราไปรักษาตามปกติ แล้วเห็นป้ายติดที่จุดคัดกรองว่า “ตรวจสุขภาพฟรีประกันสังคมติดต่อที่นี่”
เราเลยสอบถามดู เค้าไม่รู้เรื่องค่ะ เค้าหันไปถามอีกคนให้
อีกคนบอกว่าคนไข้ต้องมีใบนัดเล็กๆ แต่ไม่รู้ว่าใบนัดนั้นได้มาจากไหน
โชคดีที่พี่อีกคนที่นั่งซักประวัติคนไข้อยู่ข้างๆเค้าทราบเรื่อง เค้าให้เรารอแล้วก็ออกใบนัดให้เรา
ขอเรียกคนนี้ว่าพี่ พ. นะคะ เค้าเป็นคนเดียวที่ดูรู้เรื่องและพยายามช่วยเหลือเรามากที่สุดค่ะ
ทั้งๆที่ใบนัดและรายละเอียดสิทธิ ก็อยู่ที่เคาน์เตอร์จุดคัดกรองนั่นแหล่ะค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมคนอื่นถึงทำหน้างง
ใบนัดจะเป็นใบสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีรายการตรวจที่พยาบาลเลือกให้ตามตารางตรวจที่เค้ามี
หัวใบนัดไม่ได้เป็นชื่อโรงพยาบาลนะคะ แต่เป็นชื่อสำนักงานประกันสังคม
หลังจากได้วันนัดเรียบร้อย เค้าก็ลงวันนัดในสมุดนัดตรวจสุขภาพ

แต่ด้วยความที่ พี่ พ. เค้าก็ยังไม่เข้าใจรายละเอียดดี เค้าเลยบอกเราว่ามากี่โมงก็ได้ สรุปเลยนัดเป็นบ่าย 2
เรื่องเวลานัด ควรศึกษาก่อนว่าวันเวลาที่เรานัด มีหมอที่เราจะตรวจอยู่ครบไหม ตรวจแล็ป ผลฟิล์มจะได้ผลวันนั้นทันไหม
อย่างของเรา พอถึงวันตรวจจริงๆ มันมีการตรวจฟันด้วย และหมอฟันกลับบ่าย 2 เรื่องรอฟิล์มเอ็กซ์เรย์อีก
ทำให้เราต้องไปฟังผลฟิล์มและตรวจฟันอีกวันนึง จริงๆแล้ว เราคิดว่าถ้าเราวางแผนเวลาดีๆ ตรวจวันเดียวน่าจะเสร็จหมดค่ะ

วันนัด เรามาก่อนเวลาค่ะ มาถึงบ่ายโมงครึ่ง

1. ไปยื่นบัตรประชาชนกับใบนัดที่เวชระเบียน
เจ้าหน้าที่งงค่ะ ถามว่าเราตรวจสุขภาพไปทำอะไร สิทธิฟรีอะไร ตรวจฟรีเป็นพนักงานที่นี่หรอ เอาใบนัดนี้มาจากไหน
แล้วพี่อีกคนมาช่วยดู บอกว่าเป็นสิทธิฟรีประกันสังคม แล้วเค้าก็สอนงานกัน คีย์แบบนี้ๆๆนะ
(ถ้าฟังไม่ผิด ยังไม่ค่อยมีคนมาใช้สิทธิ์นี้ ทุกคนเลยดูงงกันไปหมด แต่เรางงกว่าที่เค้าไม่ได้อบรมพนักงานกันเลยหรอ)
เสร็จแล้วก็คืนบัตรกับใบนัดให้เรา แล้วให้เราไปจุดที่ 2

2. วัดความดัน, อัตราการเต้นหัวใจ ได้ค่าความดัน ค่าหัวใจเป็นใบเล็กๆมาใบนึง แล้วให้เราไปรอจุดคัดกรอง

3. นั่งรอเค้าเรียกชื่อค่ะ แล้วก็ให้ใบนัดกับใบวัดความดันไป พยาบาลก็ถามน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณ BMI โชคดีที่จุดนี้ คนซักประวัติเราคือ พี่ พ.
เราเลยไม่ต้องอธิบายเยอะว่าเรามาตรวจอะไร แต่พี่เค้าก็ยังดูงงๆนะ ถามไป เปิดแฟ้มไป มีใบซักประวัติขนาด A4 3 หน้า

หน้าแรก
– เขียนข้อมูลเรา
– คำถามเกี่ยวกับพ่อแม่เคยเป็นโรคต่างๆไหม เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน เกาท์ ไตวาย ถุงลมโป่งพอง
– พี่น้องเคยเป็นโรคต่างๆไหม เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน เกาท์ ไตวาย ถุงลมโป่งพอง
– ตัวเราเคยเป็นโรค เคยมีอาการ/พฤติกรรมต่างๆ เคยตรวจนู่นนี่นั่นไหม เช่น เบาหวาน กินเยอะแต่ผอม คันผิวหนังและอวัยวะเพศ ตาพร่ามัว ดื่มน้ำเยอะ ชาปลายมือและเท้า

หน้าสอง
– ถามพฤติกรรมกินเหล้า สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย รสชาติอาหารที่ชอบทาน

หน้าสาม เป็นรายการตรวจ การตรวจจะตรวจตามเกณฑ์อายุ เค้าจะมีตารางเกณฑ์อายุ/เพศ จะตรวจอะไรได้บ้าง
พยาบาลเค้าจะติ๊กให้เราตั้งแต่วันให้ใบนัดแล้วค่ะว่าตรวจอะไรบ้าง แต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน แล้วแต่เพศและอายุ
รายการตรวจก็จะมีประมาณนี้ค่ะ
– ตรวจตามระบบ การได้ยิน, เต้านม, ตรวจตา
– ตรวจแล็ป ตรวจเลือด, ตรวจปัสสาวะ
– ตรวจสารเคมีในเลือด น้ำตาล, ไขมัน, ตรวจไต
– ตรวจอื่นๆ ไวรัสตับอักเสบ, มะเร็งปากมดลูก, เอ็กซเรย์ปอด
– ตรวจทันตกรรม

ซักประวัติเราเสร็จ พี่ พ. ก็บอกต้องว่าเราไปเจาะเลือด ไปเอ็กซเรย์ ไปตรวจฟัน และเก็บปัสสาวะด้วย

สำคัญ มะเร็งปากมดลูก อายุไม่ถึง 30 ก็ตรวจได้ค่ะ
ตามตารางที่พยาบาลมี เค้าจะระบุให้ตรวจมะเร็งปากมดลูกอายุ 30 ปีขึ้นไป ตรวจทุก 3 ปี
แต่เราอายุไม่ถึง ถ้าดูตามตารางของเค้า เค้าจะไม่ให้เราตรวจ
แต่ก่อนหน้านี้ เราเถียงกับพยาบาลจนได้ตรวจฟรีตามสิทธิไปแล้วค่ะ ครั้งนี้เราเลยไม่ต้องตรวจ
ขอเล่ารายละเอียดนี้ในสปอยนะคะ

4. ไปเจาะเลือด อันนี้ไม่นานค่ะ แปปเดียว แล้วก็ให้อีกคนพาเราไปห้องเอ็กซเรย์

5. ไปเอ็กซเรย์ ที่หน้าเคาเตอร์ห้องเอ็กซเรย์ก็งงไปตามระเบียบอ่ะค่ะ ถามเราว่าตรวจอะไร จะเอาผลฟิล์มไปทำไม
เราเริ่มหงุดหงิด เค้าก็เลยโทรถามกันเอง ส่วนเราก็เปลี่ยนเสื้อ ถอดเสื้อใน
แล้วเข้าห้องเอ็กซเรย์ เอาหน้าอกชิดแผ่น หายใจเข้าแล้วกลั้นไว้ แปปนึงก็เสร็จค่ะ
พอดีเค้าบอกว่าห้องเจาะเลือดโทรตามเราไปเจาะอีกรอบ

7. เจาะอีกรอบค่ะ เมื่อกี้เก็บเลือดน้อยเกินไป ไม่พอตรวจ เราไม่ซีเรียส เพราะเราไม่ได้กลัวเข็มอยู่แล้ว ถ้าคนกลัวเข็ม บอกเค้าให้เจาะทีเดียวเยอะๆไปเลยนะคะ จะได้ไม่เจ็บตัวหลายที เจาะเสร็จเค้าบอกให้เราไปกินข้าวก่อน รอผลเลือดประมาณชั่วโมงนึง

8. กินข้าวเสร็จ ก็ไปนั่งรอผลเลือด รอฟิล์ม ระหว่างรอเราก็ถาม พี่ พ.
– หนูไม่ต้องพบหมอหรอคะ เค้าก็บอกไม่ต้องพบ
– หนูยังไม่ได้ตรวจฟันเลยนะคะ เค้าก็จะส่งไปตรวจอีกตึกนึง โทรไปเช็คให้ หมอฟันกลับแล้ว
– หนูยังไม่ได้เก็บปัสสาวะนะคะ เค้าบอกไม่อันนี้ไม่ต้องตรวจ (งงไหมมมมม ถามใจดู 55555)

ประมาณบ่าย 3 ผลเลือดออกก่อนค่ะ มีบางค่าต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ผลฟิล์มยังไม่ออก
เลยนัดเราวันจันทร์ ให้มาพบหมอ ฟังผลด้วย (เมื่อกี้บอกว่าไม่ต้องพบ งงอีกที 55555) และดูฟิล์มด้วย และจะได้ไปตรวจฟันด้วย
ตอนแรกจะไม่ออกใบนัดให้เรา เราไม่ยอมค่ะ เพราะขนาดมีใบนัดมายังทำหน้างงตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3
จนพยาบาลยอมออกใบนัดให้ ระหว่างรอใบนัด ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราก็เปิดแฟ้มประวัติเราดูเล่นๆรอ
จนพยาบาลอีกคน ดุ พี่ พ. ค่ะ ว่าให้คนไข้ถือแฟ้มดูเองได้ไง ถ้าให้คนไข้ดูเองได้ ก็ให้เอาแฟ้มกลับบ้านกันไปแล้วสิอันนี้เราก็ไม่รู้ว่าทำไม เพราะเคยรักษาศิริราช เราก็ถือแฟ้มไปถือแฟ้มมา ก็เปิดดูตลอด ไม่เห็นใครว่าเราก็ดูของเราเองนะ ไม่ได้ไปเปิดของคนอื่น แล้วบอกดีๆไม่ได้หรอ ทำไมต้องมาแว้ดๆ พี่ พ. ของเราด้วย เก่งจัง แต่ทำไมไม่รู้เรื่องตรวจlสุขภาพฟรีของประกันสังคมนะ 55555555

ตอนนี้ก็รอวันจันทร์ค่ะ แล้วจะมาเล่าต่อนะคะ ไม่รู้จะเจออะไรงงๆอีก
ที่สำคัญคือ อย่าลืมไปใช้สิทธิตรวจฟรีกันนะคะ ”

ขอบคุณที่มาจาก pantip.com/topic/36054120

ที่มา : teenee

ข่าวการศึกษารับตรง 60สอบครูผู้ช่วยgat pat 60แนวข้อสอบ กพ , แอดมิชชั่น

คลังความรู้ Online
- 2017-01-30 4:30:09 โพสต์โดย : fonnie คนดู 2,101 คน