คำแนะนำในการเลือกคณะสำหรับน้องๆ ม.6

คำแนะนำในการเลือกคณะสำหรับน้องๆ ม.6

แนะแนว ม.6

พี่ไม่เชื่อว่า คนที่ไม่เก่งอะไรเลยจะมีอยู่ในโลก

คนเราเกิดมาพร้อมกับลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน บางคนเก่งดนตรี บางคนเก่งกีฬา บางคนก็เก่งภาษา บางคนเก่งคอม บางคนเก่งคิด แต่บางคนก็บอกกับตัวเอง บอกกับคนอื่นๆว่า “ฉันไม่เห็นจะเก่งตรงไหนเลย” หรือ “กุไม่เห็นทำเชี่ยอะไรได้เลย”… พี่คิดว่า น้องที่คิดอย่างนี้ไม่ใช่เพราะน้องไม่เก่ง หรือทำอะไรไม่ได้หรอกครับ เพียงแค่ น้องยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ หรือไม่ก็ ยังไม่ค้นพบศักยภาพของตัวเอง

แล้วรู้หรือไม่ว่า การที่คนเราไม่รู้ว่าถนัดอะไร ชอบอะไรเนี่ยมันก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่หรอก จนกระทั่งวันนึงตอน ม.3 ที่เราจะต้องเลือกเส้นทางชีวิตครั้งแรก ว่าเราจะเรียนต่อในเส้นทางไหน มีทั้งวิทย์-คณิต ,ศิลป์-คำนวณ ,ศิลป์-ภาษา หรือไม่ก็ สายอาชีวศึกษา เชื่อว่าตอนนั้น เราเองก็ไม่ได้รู้จักตัวเองดีสักเท่าไหร่หรอก ก็เลยลองเอาเกรดคณิต วิทย์ สังคมมาเทียบดู ได้เกรดวิทย์ กะคณิตดีๆ ก็เข้าวิทย์-คณิต ซะ ถ้าวิทย์ไม่ดี ก็เข้าศิลป์-คำนวณ แต่ถ้าเกลียดคณิตจุงเลย ก็ไปศิลป์-ภาษาซะ หรือไม่ถ้าอยากเรียนวิชาชีพเฉพาะ ไม่เอาแล้ววิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สังคม ก็ไปเรียนสายอาชีวะ และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่น้อย ก็เรียนตามเพื่อน หรือไม่ก็เรียนตามที่บ้านอยากให้เรียน โดยที่ไม่รู้ว่า ตัวเราเองถนัดอะไร ชอบอะไร มีศักยภาพด้านไหน แต่ก็ต้องเลือกเรียน เพราะมันถึงเวลาต้องเลือกแล้ว จริงๆจะโทษใครไม่ได้หรอก นอกจากคนที่สั่งให้เราเลือก โดยที่ไม่ทำให้เราเจอสิ่งที่เราชอบซะก่อนนั่นแหละ (เห้ออออ การศึกษาไทย)

แล้วชีวิต ม.ปลายก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เราเลือกสายด้วยสัญชาตญาณว่า “น่าจะใช่แล้วล่ะ” หรือไม่ก็ “เพื่อนมาเรียนเยอะ” หรือไม่ก็ “พ่อบอกว่าเรียนสายนี้ดีกว่า” ก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆกันต่อไป จริงๆแล้วช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตเกิดขึ้นตอน ม.ปลายนี่แหละค่ะ ที่เราต้องรู้ให้แน่ๆ ฟันธงได้แล้วว่า “ฉันถนัดอะไร” “ฉันชอบอะไร” “ฉันอยากเรียนอะไร” และสุดท้ายคือ “อนาคต ฉันจะทำอะไร” เพราะปลายทางของ ม.4 คือการเข้ามหาวิทยาลัย และจะเป็นทางเลือกที่ยากลำบากมาก และถ้าเลือกผิดแล้วบางคนก็ยอมเรียนๆไปให้จบๆทั้งที่ไม่ชอบ ส่วนบางคนก็ยอมเสียเวลาซิ่วออกมาเรียนในสิ่งที่ชอบจริงๆ ซึ่งมันก็ไม่ดีทั้งสองทางนั่นแหละ แล้วทำไมเราต้องรอให้ไปค้นพบตัวเองตอนที่สายไปด้วยล่ะจริงมั้ย สู้รู้ตัวตอนนี้ดีกว่า ว่าตกลงอยากเรียนอะไร ถนัดอะไร ชอบอะไรกันแน่ แล้วก็ตั้งใจไปให้ถึงสิ่งที่อยากเป็น จะได้ไม่เสียใจ เสียเวลาค่ะ

วันนี้พี่จะแนะนำการเลือกคณะให้เข้ากับตัวเองค่ะ
สายวิทย์-คณิต

คนที่เรียนสายนี้ ถ้าถนัดคณิตศาสตร์สามารถเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกภาควิชา หรือคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือไอทีได้ เพราะคณะและภาควิชาเหล่านี้ รับประทานสูตรคณิตศาสตร์เป็นอาหารหลักอยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่ถนัดคณิตมากเท่าวิทยาศาสตร์เช่น ถ้าเป็นฟิสิกส์ ทางเลือกก็จะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะโยธา เครื่องกล ไฟฟ้า ,คณะวิทยาศาสตร์ก็จะมีภาควิชาฟิสิกส์โดยเฉพาะให้ได้เต็มอิ่มกับสมการฟิสิกส์เช่นกัน ถ้าใครถนัดเคมี สายนี้เปิดกว้างสำหรับวิศวกรรมเคมี หรือปริโตเคมี เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ภาควิชาเคมี จะเป็นกลุ่มที่ได้เน้นการใช้ความรู้เคมีเป็นอย่างมาก และสำหรับคนที่เก่งและชื่นชอบชีววิทยา ทางเลือกเรียนต่อก็เช่น แพทยศาสตร์ ชีววิทยา ชีวการแพทย์ จุลชีววิทยา สัตวบาล เป็นต้น

แต่สำหรับใครที่ยังก้ำๆกึ่งๆ ไม่ถนัดไปทางใดทางหนึ้งอย่างชัดเจนตัวเลือกก็จะเป็นพวก วิศวกรรมศาตร์ (เลือกจิ้มภาควิชาที่ชอบได้เลยครับ) คณะวิทยาศาสตร์ คณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เช่น ไอทีหรือวิทยาการคอม หรือไม่ก็คณะครุศาสตร์ เนื่องจากคณะเหล่านี้ก็จะได้เรียนจากพื้นฐาน ม.ปลายของสายวิทย์-คณิตอยู่แล้วนะครับ แต่ที่สำคัญคือ จะต้องชอบในเรื่องนั้นๆ จริงๆ

สายศิลป์-คำนวน

สายศิลป์คำนวน จะเป็นกลุ่มคนที่ใช้ความจำมาก เพราะวิชาสายสังคม/ภาษา เป็นวิชาที่ท่องจำเยอะ และคนเรียนสายนี้ต้องมีความจำดีเป็นเลิศ แถมยังต้องเรียนคณิตศาสตร์ด้วย เหมาะกับการเรียนพวก คณะเศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี การบัญชีและการจัดการ บริหารธุกิจ เทคโนโลยีการจัดการ วิทยาการจัดการ การโรงแรมและการท่องเที่ยว สถาปัตยกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ วิจิตรศิลป์ โบราณคดี โลจิสติกส์ จิตวิทยา รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน การสื่อสารมวลชน มนุษยศาสตร์ ศิลบศาสตร์ อักษรศาสตร์ พวกนี้แหละครับ ลองเอาไปพิจารณาดูกันนะ

สายศิลป์-ภาษา

สายศิลป์-ภาษา กลุ่มนี้หลีกหนีคณิตศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่จะมาเน้นเรื่องของภาษา ซึ่งเหมาะกับคณะพวกนี้ครับ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรมศาสตร์ มัณฑนศิลป์ จิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ดุริยางคศิลป์ รักคณะไหนชอบเรียนอะไรก็ลองพิจารณาตัวเลือกต่อไปนี้ดูได้เลยนะค่ะ

สายอาชีพ

สายนี้ค่อนข้างยากในการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน (เนื่องด้วยระเบียบการที่ออกมาไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่) คณะที่เด็กสายอาชีพเข้าได้ส่วนใหญ่จะเป็นสายเทคโนโลยีและธุรกิจเช่น วิศวกรรม ครุศาสตร์อุตสาหกรรม บริหารธุรกิจ การจัดการโรงแรม มัณฑนศิลป์ จิตรกรรม สถาปัตย์ ขึ้นอยู่กับตอนเรียน ปวช. ว่าเรียนด้านสาขาไหนมา ส่วนวิธีการ หรือขั้นตอนการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยสำหรับน้องๆสายอาชีพ พี่จะมาเขียนไว้ในโอกาสต่อไปนะค่ะ

เพราะคนเราไม่เหมือนกัน จึงไม่มีใครเก่งกว่าใคร มีแค่เรื่องที่รู้กับไม่รู้ ถ้าเอาหมอมาเทียบกับแม่ครัว คนทั่วไปก็จะบอกว่าหมอเก่งกว่าเพราะเขาได้เป็นหมอ… มันก็จิงค่ะ แต่ลองให้หมอมาผัดกระเพราแข่งกับแม่ครัวสิ ใครจะเก่งกว่ากัน
คนเราจะเก่งในสิ่งที่ตัวเองถนัดครับ เพราะฉะนั้น หาตัวเองให้เจอ ว่าถนัดอะไร

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก trueplookpanya

ที่มา : STUGANG

- 2012-11-21 2:44:16 โพสต์โดย : admin คนอ่าน 6,778 คน
หน้าแรก Tlcthai.comหน้าแรก Tlcthai.com close Trainning CenterTrainning Center Clip VDOClip VDO เกมส์เกมส์ GameGame ฟังเพลง Onlineฟังเพลง Online Pic PostPic Post TV OnlineTV Online Edu parkEdu park ผู้หญิงผู้หญิง โปรโมทเว็บไซต์โปรโมทเว็บไซต์ สาวสวย เซ็กซี่สาวสวย เซ็กซี่ การ์ตูนการ์ตูน ละครย้อนหลังละครย้อนหลัง ท่องเที่ยวท่องเที่ยว รายการทีวีย้อนหลังรายการทีวีย้อนหลัง ข่าวบันเทิง เกาหลีข่าวบันเทิง เกาหลี ข่าวเด่นข่าวเด่น ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล