[ภาษาไทย] ภาษาเป็นทางการและภาษาไม่เป็นทางการ

1.ภาษาเป็นทางการและภาษาไม่เป็นทางการ
1.1 ภาษาเป็นทางการ
ภาษาเป็นทางการหรือภาษาราชการ หมายถึง ภาษามีแบบแผนถูกหลักภาษา เช่น ภาษาใช้ในวงราชการ
เช่น ประกาศต่างๆ ที่เป็นทางการ หนังสือราชการจดหมายราชการ ภาษาในวงวิชาการหรือในวงการศึกษา
เช่น รายงานการวิจัย ตำรา และแบบเรียน เป็นต้น
1.2 ภาษาไม่เป็นทางการ หมายถึง ภาษากึ่งแบบแผน ลดระดับความเคร่งครัดทางกฎเกณฑ์ของภาษา
เช่น ภาษาสำหรับเขียนบทความ สารคดี ชีวประวัติและบทวิจารณ์หรือภาษาใช้ในการสนทนาโต้ตอบระหว่างบุคคล
หรือกลุ่มบุคลไม่เกิน 4-5 คน ในสถานที่และกาละไม่ใช่ส่วนตัว แม้บุคลที่ใช้ภาษารู้จักมักคุ้นกันอยู่ก็ตาม

ตัวอย่างเปรียบเทียบภาษาเป็นทางการและภาษาไม่เป็นทางการ
1.) ภาษาเป็นทางการมีลักษณะกระชับ ภาษาไม่เป็นทางการมีลักษณะไม่กระชับค่อนข้างเป็นภาษาพูด
ภาษาเป็นทางการ ภาษาไม่เป็นทางการ
ไม่รอบคอบ ไม่ดูตาม้าตาเรือ
ไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่รู้เรื่องรู้ราว
ซ้ำซาก ซ้ำๆ ซากๆ
มีบุตร มีลูกมีเต้า
น้อยใจ น้อยอกน้อยใจ
ติดใจ ติดอกติดใจ
2.) ภาษาเป็นทางการมีลักษณะสุภาพกว่าภาษาที่ไม่เป็นทางการ ภาษาเป็นทางการมักใช้คำบาลี สันสกฤต
ซึ่งเป็นภาษาที่คนไทยยกย่อง
ภาษาเป็นทางการ ภาษาไม่เป็นทางการ
มีความประสงค์ มีความต้องการ
บริการเต็มที่ รับใช้เต็มที่
เรียนให้ทราบ บอกให้รู้
กล่าวเท็จ พูดโกหก
กรณีอีสาน เรื่องอีสาน
อนุเคราะห์ ช่วยเหลือ
3.ถ้าเป็นคำยืมภาษาอังกฤษ ภาษาเป็นทางการใช้คำแปรที่บัญญัติเป็นทางการแล้วแต่ภาษาไม่เป็นทางการมัก
ใช้ทับศัพท์ที่ยังไม่ใช้เป็น
ภาษาพูดและมักตัดคำให้สั้นลง เช่น
ภาษาเป็นทางการ ภาษาไม่เป็นทางการ
คณิตกรณ์ คอมพิวเตอร์ (computer)
วีดิทัศน์ วีดิโอ (video)
โทรภาพ โทรสาร แฟกซ์ (fax: facsimile)
แถบบันทึก แถบ เทป (tape)
ห้องปรับอากาศ ห้องแอร์ (aircondition)
บริการ เสิร์ฟ (serve service)
ทัศนะ ความคิด ไอเดีย (idia)
สนับสนุน ล็อบบี้ (lobby)
ตั้งข้อสังเกตุ คอมเมนต์ (comment)

ภาษาไทย
- 2007-12-1 5:24:21 โพสต์โดย : admin คนดู 36,118 คน