ติดเกมทำเด็กขี้โกงมหิดลให้ชุมชนช่วย

แฉ 10 เกมยอดฮิตเด็กไทยล้วนแต่เน้นความรุนแรงจนทำให้นักเล่นเกมไทยถูกกล่าวขานในทางลบเป็น“ไทยเลี่ยน-เกรียน”ไม่ควรคบชอบด่า ขี้โกง ไม่มีจริยธรรม ด้านนักวิชาการ ม.มหิดล ทำวิจัยหาแนวทางพัฒนาร้านเกมแนะภาครัฐเป็นแกนนำจัดตั้งกรรมการชุมชนคอยดูแลร้านเกมให้ดำเนินการในทางสร้างสรรค์เพื่อปกป้องอนาคตของชาติ
 
จากกรณีปัญหา เด็กติดเกม ที่กำลังเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดย เดลินิวส์ ได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง จนหลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญ ล่าสุดสมาคมผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตได้เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการจัดตั้ง เซิร์ฟเวอร์กลาง เพื่อคุมการเล่นเกมออนไลน์และการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กไทย โดยต้องมีการ ล็อกอิน ลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายอิทธิพล ปรีติประสงค์ นักวิชาการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนาสังคมไทย กล่าวว่า ทางโครงการวิจัยฯ ได้เตรียมเสนอแนวทางการพัฒนาร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาเด็กติดเกม สร้างความเข้มแข็งและ ภูมิคุ้มกันให้ผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน โดยพบว่า ร้านเกมคาเฟ่ที่จดทะเบียนในไทยมี 23,000 ร้าน หากประมาณการว่าในแต่ละร้านมี 15 เครื่อง นั่นหมายความว่าในแต่ละชั่วโมงมีโอกาสที่เด็กใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างน้อย 345,000 เครื่อง เท่ากับว่าโอกาสที่เด็ก ๆ จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ชั่วโมงละ 345,000 คน
 
แต่ในความเป็นจริงพบว่า เวลาที่เด็กเข้าไปใช้บริการในร้านเกมคาเฟ่ ส่วนใหญ่ร้อย ละ 90 เข้าไปเพื่อเล่นเกม และในบรรดาเกมคอมพิวเตอร์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นเกมที่เน้นการใช้ความรุนแรง เช่น สอนเด็กยิงต่อสู้กัน น้อยมากที่จะพบเห็นเกมฝึกทักษะในการวางแผน หรือฝึกด้านทักษะชีวิต ขณะที่สังคมในการเล่นเกม โดยเฉพาะผู้เล่นเกมคนไรับกล่าวขานในทางลบจนมีคำศัพท์เรียกเฉพาะ เช่น ไทยเลี่ยน มาจากคำว่า ไทย ผสมคำว่า เอเลี่ยน หมายความว่า กลุ่มคนที่ไม่ควรคบ หรือคำว่า เกรียน หมายถึง ผู้มีนิสัยเหมือนเด็กนักเรียนหัวเกรียน มีนัยว่าเป็นผู้เล่นนิสัยไม่ดี เช่น การด่าทอ ขี้โกง สะท้อน ให้เห็นว่า พฤติกรรมในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ของคนไทยขาดจริยธรรมที่ดีในการเล่น
 
นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า จากการที่คณะวิจัยได้ร่วมประชุมกับเครือข่ายในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก อุบลราช ธานี สงขลา ปทุมธานี พบว่า มีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับร้านเกมคาเฟ่ 7 ประการ ได้แก่

  1. ขาดระบบการคุ้มครองเด็กในเรื่องจำนวนชั่วโมงที่เด็กเล่น และสิ่งแวดล้อม
  2. ขาดเนื้อหาสื่อสร้างสรรค์ที่เพียงพอต่อเด็ก
  3. ขาดระบบติดตามตรวจสอบการประกอบการ
  4. ขาดระบบการส่งเสริมการประกอบการพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมทั้งขาดมาตรการลดอุปสรรคในการประกอบการ เช่น เรื่องธุรกิจนอกระบบ หรือ ส่วย ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ส่วยจดทะเบียน ส่วยรับเด็กเข้าใช้บริการในร้าน ส่วยลิขสิทธิ์ และส่วยเวลาเปิด-ปิด
  5. ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำกับดูแลติดตามตรวจสอบและส่งเสริมการประกอบการ
  6. ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการประกอบการ เช่น กฎหมาย เทคโนโลยี จริย ธรรม
  7. ขาดการสร้างวัฒนธรรมร่วมกันในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ และวัฒนธรรมในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 

คณะวิจัยมีข้อเสนอในการพัฒนาร้านเกมคาเฟ่ฯ โดยให้ วธ. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเครือข่ายผู้ประกอบ การในพื้นที่ จัดตั้งคณะกรรมการชุมชนด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีหน้าที่ติดตามตรวจเยี่ยมร้านเกมคาเฟ่ สร้างแรงจูงใจผู้ประกอบการทำร้านเกมสร้างสรรค์ กำหนดมาตรการคุ้มครองเด็ก กำหนดเวลาเปิด-ปิด จัดประชุมประเมินสถานการณ์ทุก 3 เดือน เพื่อจัดทำเป็นยุทธ ศาสตร์ชาติ โดยในวันที่ 25 ธ.ค. กระทรวงวัฒน ธรรม จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวงาน GAME D EXHIBITION นิทรรศกกมดี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-11 ม.ค. 52 เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสิ่งที่ไม่ดีในเกมออนไลน์ด้วย.

เดลินิวส์

Link ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวการศึกษา
- 2008-12-25 9:26:43 โพสต์โดย : admin คนดู 796 คน