จัดซื้อหนังสือเรียนฟรี!ส่อเค้าวุ่น

สพฐ.แนะระบุชื่อ”ผู้แต่ง-สำนักพิมพ์” ร.ร.ปฏิเสธทำไม่ได้เข้าข่ายล็อคสเปค

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงแนวทางการจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่โรงเรียนจะจัดสรรเงินให้ผู้ปกครองเป็นผู้จัดซื้อเอง ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดสรรงบประมาณให้ผู้ปกครองจัดซื้อชุดนักเรียน 2 ชุด กรณีมีชุดเพียงพอแล้วสามารถนำเงินที่เหลือไปซื้อถุงเท้า รองเท้าและเข็มขัด หรือชุดพละ ชุดลูกเสือได้ โดยต้องนำเงินไปซื้อให้หมด ถ้าไม่เพียงพอผู้ปกครองสมทบเพิ่มได้ ผู้ปกครองสามารถหาซื้อได้อย่างหลากหลาย แต่ควรมีบิลเงินสดหรือใบเสร็จที่ออกจากผู้ขายที่มีตัวตนอยู่จริงมายืนยันกับโรงเรียน หากไม่มีก็ต้องนำหลักฐานคือเครื่องแบบหรืออุปกรณ์การเรียนมายืนยันไม่เป็นของมือสอง หรือเป็นของเก่า หากพบว่าใบเสร็จไม่มีตัวตนผู้ขายจริง ถือว่าผู้ปกครองมีความผิด

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการโอนงบฯให้โรงเรียนจัดซื้อหนังสือเรียนนั้น งบฯที่โอนให้โรงเรียนจะหักจากราคาปกหนังสือเรียนแต่ละวิชาขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และลดอีก 20% แล้ว โดยองค์การค้าฯมีหนังสือเรียนครบทั้ง 8 กลุ่มสาระสามารถนำมาเทียบเคียงได้ จากนั้นโรงเรียนต้องจัดซื้อภายในวงเงินที่ได้รับ สำหรับการคัดเลือกหนังสือแต่ละวิชาในแต่ละระดับชั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากครูผู้สอนนำเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย แล้วจึงดำเนินการจัดซื้อ

กรณีโรงเรียนใดได้รับงบฯน้อยกว่า 1 แสนบาท จะซื้อโดยวิธีตกลงราคา กรณีได้รับมากกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะซื้อโดยวิธีสอบราคา ซึ่งโรงเรียนต้องประกาศในคราวเดียวกันว่าแต่ละระดับชั้นจะใช้หนังสือวิชาใดจากสำนักพิมพ์ใด จากนั้นจึงเปิดให้ผู้จำหน่ายเสนอราคาหนังสือ เพื่อให้โรงเรียนได้เลือกราคาที่ถูกที่สุด โดยพิจารณาเลือกเป็นรายวิชาไป ซึ่งไม่ถือเป็นการซอยซื้อ จึงไม่ผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ วิธีจัดซื้อดังกล่าวจะทำให้โรงเรียนได้หนังสือตรงตามความต้องการ และประหยัดงบฯ

นางผานิตย์ มีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ. กล่าวว่า ในการจัดซื้อหนังสือเรียนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯนั้น โรงเรียนสามารถกำหนดรายละเอียดหนังสือเรียนที่ต้องการจัดซื้อ โดยสามารถระบุชื่อผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์ในการประกาศยื่นซองประกวดราคา กรณีโรงเรียนได้รับจัดสรรงบฯเกิน 100,000 บาท โดยไม่ถือเป็นการล็อคสเปค เนื่องจากในกระบวนการจัดซื้อหนังสือเรียนนั้น สพฐ.ได้กำหนดให้แต่ละสำนักพิมพ์มาจัดตลาดนัดหนังสือเรียนให้ครูผู้สอนเป็นผู้เลือก เพื่อเสนอคณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย ร่วมพิจารณา เมื่อได้หนังสือเรียนตามที่ต้องการแล้วก็สามารถระบุรายละเอียดในการประกาศยื่นซองประกวดราคาได้ ดังนั้น ทางสำนักพิมพ์จะร้องว่าล็อคสเปคไม่ได้ และที่สำคัญโรงเรียนจะได้หนังสือตามที่ต้องการ ส่วนกรณีที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯไม่ให้มีการแบ่งซื้อ ซึ่งโรงเรียนจะจัดซื้อรวมตามงบฯที่ได้รับจัดสรรมานั้น วิธีการอาจทำให้โรงเรียนยุ่งยาก เพราะโรงเรียนจะต้องกำหนดรายการหนังสือที่ต้องการซื้อแต่ละรายวิชารวมกันทั้งหมด เช่น ชั้นป.1-ป.6

ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) กทม. เขต 1 คนหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่งกำลังวิตกกังวลเกรงมีความผิด ฐานฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ หากต้องปฏิบัติตามแนวทางของ สพฐ. โดยเฉพาะในข้อที่ว่าด้วยวิธีสอบราคาและวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้โรงเรียนประกาศกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาหนังสือเรียนเป็นรายวิชาต่อชั้น และไม่จัดซื้อหนังสือเรียนเป็นชุด เพราะระเบียบสำนักนายกฯห้ามไม่ให้มีการแบ่งซื้อ โรงเรียนต้องจัดซื้อรวมตามงบฯที่ได้รับจัดสรรมาทั้งหมด เช่น โรงเรียนประถมเปิด ป.1-6 ก็ต้องซื้อทั้งหมดคราวเดียว ซึ่งจากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่การเงินของ สพท.กทม.เขต 1 ก็ตอบให้ดำเนินการเช่นนี้ ดังนั้น โรงเรียนจำนวนมากที่ได้รับงบฯมากกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะต้องซื้อโดยวิธีสอบราคา ซึ่งก็คือการประกวดราคา หรือหากโรงเรียนใดได้มากกว่า 2 ล้านบาท จะต้องใช้วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการจัดซื้อทั้ง 2 วิธีนี้ โรงเรียนต้องกำหนดสเปคหนังสือเรียนแต่ละวิชาอย่างกว้างๆ เท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์ต่างๆ หรือผู้ขายสามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม จะไปกำหนดชื่อผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์ใดไม่ได้ จะเข้าข่ายล็อคสเปค ซึ่งผู้รับผิดคือโรงเรียนในฐานะผู้จัดซื้อ แต่หาก สพฐ.จะให้โรงเรียนดำเนินการตามที่เสนอแนะมาดังกล่าว ก็ต้องมีหนังสือสั่งการที่เป็นลายลักษณ์อักษรมายังโรงเรียน ไม่เช่นนั้นโรงเรียนก็อาจปฏิบัติตามไม่ได้

มติชน

- 2009-03-12 9:55:09 โพสต์โดย : admin คนอ่าน 556 คน
หน้าแรก Tlcthai.comหน้าแรก Tlcthai.com close Trainning CenterTrainning Center Clip VDOClip VDO เกมส์เกมส์ GameGame ฟังเพลง Onlineฟังเพลง Online Pic PostPic Post TV OnlineTV Online Edu parkEdu park ผู้หญิงผู้หญิง โปรโมทเว็บไซต์โปรโมทเว็บไซต์ สาวสวย เซ็กซี่สาวสวย เซ็กซี่ การ์ตูนการ์ตูน ละครย้อนหลังละครย้อนหลัง ท่องเที่ยวท่องเที่ยว รายการทีวีย้อนหลังรายการทีวีย้อนหลัง ข่าวบันเทิง เกาหลีข่าวบันเทิง เกาหลี ข่าวเด่นข่าวเด่น ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล