สพฐ.ไม่เปิดรับนักเรียน"ม.1"รอบ 3 แล้ว

หลังจัดที่เรียนรอบสองฉลุยเกือบ100% เผยนโยบายเรียนฟรี15ปีปัญหาจิ๊บจ๊อย

นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหาที่เรียนชั้น ม.1 รอบที่ 2 ให้กับนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2552 ว่า ในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร (สพท.กทม.) เขต 1-3 ได้มีการจัดที่เรียนให้แก่นักเรียนที่ยื่นคำร้องเข้ามาเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว โดยยังเหลืออยู่เพียง 100 กว่าคน ที่ยังไม่พอใจกับโรงเรียนที่ สพท.จัดให้ จึงมอบหมายให้พิจารณาดูแลเป็นรายกรณี ถ้าพบว่าความไม่พอใจมีสาเหตุมาจากไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนยอดนิยมตามที่ผู้ปกครองและเด็กต้องการ ก็อาจเสนอทางเลือกให้เด็กไปเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพราะโรงเรียนยอดนิยมในสังกัด สพฐ.คงไม่สามารถขยายห้องเรียนได้อีก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจกับเด็กกรณีที่ถูกจัดให้ไปเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนาว่า ขอให้ตั้งใจเรียนในโรงเรียนเหล่านั้นให้ดี เพราะยังมีโอกาสเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ในโรงเรียนยอดนิยม ซึ่งเป็นโรงเรียนหลักได้ ถ้าทำเกรดเฉลี่ยถึงเกณฑ์ เช่น โรงเรียนคู่พัฒนาระหว่างโรงเรียนวัดน้อยนพคุณกับโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนหลัก จะมีการทำข้อตกลงกันว่าถ้าเด็กในโรงเรียนวัดน้อยนพคุณทำเกรดเฉลี่ยถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถเข้าเรียนชั้น ม.4 ในโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้โดยอัตโนมัติ เป็นต้น แต่ถ้าความไม่พอใจของเด็กเกิดจาก สพท.จัดที่เรียนที่ห่างไกลจากบ้านเด็กเกินไป ไม่สะดวกต่อการเดินทาง ก็จำเป็นที่ สพท.ต้องดูแลจัดหาที่เรียนให้ใหม่ โดยหาที่เรียนที่ใกล้บ้านเด็กมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการของ สพท.ในต่างจังหวัด ยังไม่ได้รับรายงานเข้ามา เพราะติดเทศกาลสงกรานต์ แต่คาดว่าคงไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่โรงเรียนยอดนิยมในต่างจังหวัดมักต้องการขยายห้องเรียนมากกว่า ซึ่งทาง สพฐ.ได้เน้นย้ำว่าขอให้คงจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน 45-50 คน เพราะถ้ามากกว่านี้จะกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอนได้ เนื่องจากดูแลเด็กได้ไม่ทั่วถึง ฉะนั้น คิดว่าการจัดที่เรียนในปีนี้คงเสร็จสิ้นในรอบที่ 2 โดยไม่ต้องเปิดรับแจ้งความจำนงขอให้จัดที่เรียนในรอบที่ 3 อีก ยกเว้นกรณีเด็กตกหล่นเนื่องจากบิดามารดาถูกย้ายที่ทำงานกะทันหัน หรือเด็กเดินทางไปต่างประเทศกลับมาแจ้งความจำนงขอให้จัดที่เรียนในรอบที่ 2 ไม่ทัน จึงจะดำเนินการให้

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้านโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพนั้น ได้รับรายงานว่าโรงเรียนได้จัดสรรเงินให้ผู้ปกครองนักเรียนเพื่อไปจัดซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนเสร็จแล้ว 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นนักเรียนใหม่ปีการศึกษา 2552 ซึ่งคงต้องรอให้มีรายงานตัวเข้าเรียนก่อนจึงจะจัดสรรเงินให้ได้ ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับรายงานการจัดซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนของผู้ปกครองและนักเรียนเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี มีปัญหาปลีกย่อยเล็กน้อยที่มีการเขียนข้อความเข้ามาทางอินเตอร์เน็ตว่า บางโรงเรียนจัดหาบริษัทขายเสื้อผ้าเพียง 1 รายมาให้แก่ผู้ปกครองเลือกซื้อ ซึ่งโรงเรียนให้เหตุผลว่าได้เชิญบริษัทไป 3 ราย แต่มาตามนัดหมายเพียงแค่ 1 ราย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพราะแม้โรงเรียนจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปกครองโดยการจัดหาบริษัทมาให้ผู้ปกครองก็จริง แต่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจัดหามาให้เพียง 1 ราย อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้ปกครองว่าถ้าไม่พอใจในราคาที่บริษัทนั้นขายก็ไม่ต้องซื้อ เพราะมีสิทธิเต็มที่ที่จะไปซื้อจากที่อื่น

“ส่วนการจัดซื้อหนังสือเรียน 8 กลุ่มสาระของโรงเรียนนั้น ยังไม่ได้รับรายงานปัญหาเข้ามาว่างบประมาณที่ สพฐ.จัดสรรไปให้ไม่เพียงพอ อีกทั้งองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสคศ.) ยังได้แจ้งมาว่าถ้าร้านค้าไม่สามารถจำหน่ายหนังสือเรียนองค์การค้าฯโดยให้ส่วนลด 20% ของราคาปกได้ ก็ให้โรงเรียนสั่งซื้อหนังสือจากองค์การค้าฯส่วนกลางโดยตรง จะได้รับส่วนลด 20% อย่างไรก็ดี ได้รับรายงานว่าโรงเรียนดำเนินการจัดซื้อหนังสือไม่ครบตามที่ครูเลือก ซึ่ง สพฐ.ได้กำชับไปแล้วว่าจะต้องซื้อให้ครบตามที่ครูเลือก ซึ่งหลังจากเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พฤษภาคมแล้ว สพฐ.จะประมวลติดตามผลว่า มีโรงเรียนใดสามารถดำเนินการตามนโยบายนี้ได้ตามปฏิทิน และถ้าทำไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากอะไร โดยจะส่งแบบสอบถามให้แก่โรงเรียน ตลอดจนจะมีการรวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย” นายสมเกียรติกล่าว

มติชน

ข่าวการศึกษา
- 2009-04-20 10:28:27 โพสต์โดย : admin คนดู 1,036 คน