มหิดลอินเตอร์โชว์แผนการตลาดขั้นเทพ คว้าแชมป์One to Call BrandAge

เผยโฉมนักการตลาดหน้าใหม่ 2 สาว 2 หนุ่ม จาก วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล โชว์แผนการตลาดขั้นเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศ โครงการ One to Call BrandAge awardประกวดแผนพัฒนาธุรกิจ โดยพิชิตชิ้นงานด้วยแผนการตลาด ขนมคบเคี้ยว ต้มยำกรอบโกอินเตอร์

โครงการ One-2-call!-Brandage AWARD ประกวดแผนพัฒนาธุรกิจ ในตอน งานเข้าOTOPครั้งนี้จัดเป็นโครงการที่อาจเรียกได้ว่า เป็นสุดยอดปรากฎการณ์ด้านการศึกษาด้านการตลาดของนักการตลาดหน้าใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้ได้นำเสนอไอเดียมันส์ๆเพื่อช่วยพัฒนาสินค้าโอทอปของไทยในแต่ละภูมิภาคเกิดฮอทติดลมบน

โดยความพิเศษที่นับว่ายากเย็นสำหรับแผนโครงการนี้ คือ เยาวชนจะได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราว ความเป็นมาและปัญหารวมถึงความต้องการจริงๆของผู้ประกอบการ โอทอปเพราะในการทำแผนทีมเยาวชนจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงในส่วนผู้ประกอบการ ยังสามารถนำเอาแผนการตลาดที่ได้รับการพัฒนาจากไอเดียสร้างสรรค์ไปต่อยอดธุรกิจ

จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ถึงการส่งแผนการตลาดกลับเข้ามาชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อพรีเซ็นต์ผลงาน และแก้โจทย์ทางการตลาดจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรการตลาดแบบสดๆทำให้เกณฑ์ตัดสินรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ จึงเน้นไปที่ องค์ประกอบของเนื้อหาและความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบและความพร้อมในการนำเสนองาน รวมทั้งการตอบข้อซักถามได้อย่างชัดเจน และอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด

โดย 6 ทีมสุดท้าย จากทั่วทุกภาคได้แก่ ทีม De herb จุฬาฯ , ทีม ไม่มีใครเหมือนไม่เหมือนใครมี จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล , ภาคตะวันออก จาก มหาวิทยาลัยเกษตร ศรีราชา , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี , ภาคใต้ ทีม Independent Fellowshi มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ภาคเหนือ ทีม Ea-Ka เต่าทอง

หลังจากการหั่นห้ำลีลาการนำเสนอ ช่วงวินาทีสุดท้ายก็ปรากฏว่า ทีมไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนใครมี เป็นทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ได้แก่
สำหรับชัยชนะในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรางวัลแรกในชีวิตของ 4 นักศึกษาจากทีมดังกล่าวแจน อภิญญา ตัวแทนทีม เอ่ยว่า จุดเด่นของแผนการตลาดอยู่ที่การประยุกต์ความถนัดของแต่ละคนและการหาข้อมูลที่เป็นไปได้จริงมาสนับสนุน แม้ว่าแต่ละคนในทีมจะเรียนมาคนละด้าน อย่าง ไฟแนนซ์ บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ บัญชี แต่เราก็นำความถนัดของคนแต่ละคนมาปรับจูนกัน “จุดเริ่มแรกของกระบวนการวางแผนการตลาด คือการรวบรวมข้อมูลของสินค้า หลังจากนั้นจึงช่วยกันตีโจทย์ที่ว่า จะใช้กลยุทธ์เดิมให้มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างไร แล้วแนะนำให้มีฐานเดิมที่เข้มแข็งและเปิดตลาดใหม่ ตามแนวโน้มโลกในแถบสแกนดิเนเวียที่กำลังสนใจสินค้าไทย โดยนำข้อมูลข่าวความเป็นจริงมาสนับสนุนวิเคราะห์และทำการวิจัยศึกษาผล

แจน อภิญญา กล่าวต่ออีกว่าได้เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ให้มีความดึงดูดมากขึ้นหลังได้รับรางวัลแล้วก็อยากติดตามผลงาน เวลาเรียนเราไม่ได้แค่นำความรู้ออกมาใช้ แต่ยังเอาประสบการณ์ในชั่วโมงเรียนมาใช้ด้วย ทั้งกระบวนการคิด และลักษณะการทำงาน และแน่นอนว่าก็อยากที่จะเห็นสิ่งที่เราคิด เราทำเป็นรูปธรรมค่ะ

ส่วนทีมที่สร้างสินค้าได้โดนใจและทำคะแนนตามมาติดๆได้แก่ ทีม deHerb ประกอบด้วย พาฝัน จุลศักดิ์ศรีสกุล และมาวิน จิรไพศาลกุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ส่ง ขนมเพื่อสุขภาพ deHeab มาประชัน

รางวัลที่พลาดมาเป็นรองนั้น พาฝัน มีความปลื้มใจมในลักษณะของการพัฒนาที่สามารถทำได้จริงและหวังว่าอยากจะให้ผุ้ประกอบการนำไปพัฒนาใช้จริงเช่นกัน รวมทั้งยังมองไปถึงเทรนด์การตลาดแนวของโอทอปที่ยังขาดแนวคิดสร้างสรรค์อยู่เช่นกัน

แนวคิดแรกคือเรานำสมุนไพรมาแปรรูปให้ทานง่าย เป็นขนมก่อนหลังจากนั้นก็ทำตลาดเก่าให้แข็งโดยที่ยังไม่โกอินเตอร์ แต่เน้นให้ทำในประเทศให้แข็งแรงเพื่อที่จะมีฐานลูกค้าที่มั่นคง และกำหนดระยะเวลาการส่ จากนั้นก็ไปอุดช่องโหว่ที่ทางสินค้าเดิมมี อย่างแพคเก็จที่รวมไปถึงสินค้าชนิดอื่นทำให้มองเห็นปัญหาของเมืองไทยว่า ยังขาดเทรนด์ในการนำเสนอสินค้าอยู่มาก เป็นที่น่าเสียดายที่สินค้าที่มีจุดแข็งต่างๆเหล่านี้จะมีการตลาดที่ยังเข้าไม่ถึงอยู่เยอะ และการนำเสนอยังไม่ดีพอเช่นกัน

ทั้งนี้พาฝันยังทิ้งท้ายว่า ก็อยากให้กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นทำให้ธุรกิจของประเทศไทยถูกพัฒนาด้วยแนวคิดคนรุ่นใหม่และก็อยากให้มีการส่งเสริมเพื่อผลผลิตของประเทศไทยอีกต่อไป

ผู้จัดการ

ข่าวการศึกษา
- 2009-09-21 11:05:01 โพสต์โดย : admin คนดู 820 คน