หลักสูตรใหม่อาชีวะ แก้เด็กตีกัน

ยกเครื่องหลักสูตรอาชีวะแก้เด็กตีกัน<?xml:namespace prefix = o ns = “urn:schemas-microsoft-com:office:office” />

 

ถกแก้ปัญหานักเรียนตีกัน เห็นพ้องให้สถานศึกษามีระบบคัดกรอง ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงเป็นกรณีพิเศษ จัดนักจิตวิทยาดูแล เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ซับซ้อน …

 

ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เวลา 16.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของ นักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 1/2553 ว่า ที่ประชุมรับทราบมติคณะรัฐมนตรีที่จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นแก้ไขปัญหาการ ทะเลาะวิวาท โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพในการประสานทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาคู่มือการปฏิบัติงานพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความ ประพฤตินักเรียนและนักศึกษา โดยที่ประชุมเห็นว่าสถานศึกษาควรมีระบบคัดกรองเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่ม เสี่ยงเป็นกรณีพิเศษ โดยจัดครูที่ปรึกษา ครูฝ่ายปกครอง และนักจิตวิทยาเข้ามาดูแล เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ซับซ้อนของเด็ก ทั้งในพื้นที่ควรมีความร่วมมือกันของทุกหน่วยงาน ทั้งพนักงานเทศกิจ พนักงานฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปกครอง โดยจัดช่องทางการสื่อที่มีความชัดเจน ระหว่างโรงเรียนกับนักเรียน และ ร.ร.กับผู้ปกครอง เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพ ด้านกระทรวงยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กควรมีมาตรการที่จะพัฒนาและฟื้นฟูเด็กให้กลับมา เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของสังคม ส่วน กทม.จะกำหนดพื้นที่เสี่ยง และติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลให้มากขึ้น

 

รม ว.ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยเน้นการฝึกปฏิบัติให้ เต็มเวลา เพื่อให้เป็นแรงงานระดับกลางที่มีฝีมือและรู้สึกภาคภูมิใจในการเรียนสาย อาชีพ และควรขยายผลโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเด็กตีกัน เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆนำไปใช้ โดยเห็นว่าการจัดกิจกรรมที่นำเด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยงไปบำเพ็ญประโยชน์ใน พื้นที่ต่างๆนอกสถานศึกษา เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่า และเห็นว่าแม้จะไม่ใช่เด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ก็ควรจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้ด้วย นอกจากนี้ยังเห็นควรปรับสิ่งแวดล้อมรอบสถานศึกษา เช่น การควบคุมร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา และการบังคับใช้ พ.ร.บ. พกพาอาวุธอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานกลับไปจัดทำแผนปฏิบัติ การของหน่วยงาน เพื่อนำกลับมาบูรณาการเป็นแผนปฏิบัติการในภาพรวมต่อไป.

 

ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ

ข่าวการศึกษา
- 2010-09-20 10:33:31 โพสต์โดย : admin คนดู 454 คน