<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฟุตบอล  ผลบอล ตารางคะแนน คลิปบอล  คลิปฟุตบอล &#187; Profile ประวัตินักกีฬา</title>
	<atom:link href="http://www.tlcthai.com/football/category/Profile%20%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tlcthai.com/football</link>
	<description>แมนยูฯ ลิเวอร์พูล อาเซนอล เซลซี   ผลบอลพรีเมียร์ลีก ผลบอลยูโร ผลบอลยูฟ่า</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 May 2012 07:22:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เปเล่ Pelé “ไข่มุกดำของโลก”</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/415/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88-pele-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e2%80%9d/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/415/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88-pele-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e2%80%9d/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/415.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 08:56:51 +0000</pubDate>
		<views>5,992</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[pale]]></category>
		<category><![CDATA[Pelé]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปตำนานนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[เปเล่]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่มุกดำของโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=415</guid>
		<description><![CDATA[เอดิสัน อรันเตส โด นาสซิเมนโต (ฝรั่งเศส: Edison Arantes do Nascimento) หรือ เปเล่ (ฝรั่งเศส: Pelé) (เกิด 23 ตุลาคม พ.ศ. 2483) นักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นให้ฟุตบอลทีมชาติบราซิลชนะฟุตบอลโลก 3 ครั้ง และได้ชื่อว่าเป็น &#8220;ราชาฟุตบอล&#8221; หรือ &#8220;ไข่มุกดำ&#8221; เปเล่ได้ทำประตูทั้งหมด 1,281 ประตูในช่วงที่เล่นฟุตบอลอาชีพ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งหมด 12 ประตู และได้เกษียณการเล่นฟุตบอลในปี พ.ศ. 2520 เปเล่ได้เล่นให้กับทีมชาติตั้งแต่ปี 1956-1971 โดยในฟุตบอลโลก 1958 ในขณะที่อายุได้ 17 ปี 239 วัน เปเล่ได้เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในฟุตบอลโลกที่ทำประตูได้ ในนัดแข่งกับ ทีมชาติเวลส์ ในปี พ.ศ. 2516 เปเล่ได้ตำแหน่ง นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปอเมริกาใต้ ประวัติ เปเล่ Pelé [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/415.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<p>เอดิสัน อรันเตส โด นาสซิเมนโต (ฝรั่งเศส: Edison Arantes do Nascimento) หรือ เปเล่ (ฝรั่งเศส: Pelé) (เกิด 23 ตุลาคม พ.ศ. 2483) นักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นให้ฟุตบอลทีมชาติบราซิลชนะฟุตบอลโลก 3 ครั้ง และได้ชื่อว่าเป็น &#8220;ราชาฟุตบอล&#8221; หรือ &#8220;ไข่มุกดำ&#8221; เปเล่ได้ทำประตูทั้งหมด 1,281 ประตูในช่วงที่เล่นฟุตบอลอาชีพ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งหมด 12 ประตู และได้เกษียณการเล่นฟุตบอลในปี พ.ศ. 2520</p>
<p>เปเล่ได้เล่นให้กับทีมชาติตั้งแต่ปี 1956-1971 โดยในฟุตบอลโลก 1958 ในขณะที่อายุได้ 17 ปี 239 วัน เปเล่ได้เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในฟุตบอลโลกที่ทำประตูได้ ในนัดแข่งกับ ทีมชาติเวลส์</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2516 เปเล่ได้ตำแหน่ง นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปอเมริกาใต้</p>
<p><strong>ประวัติ เปเล่ Pelé </strong></p>
<p>เปเล่เกิดที่เมือง Tres Coracoes ชื่อของเขาถูกตั้งตามนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน โธมัส อัลวา เอดิสัน โดยพ่อของเขาที่มีอาชีพเป็นนักฟุตบอลอาชีพทีมฟลูมิเนนเซ (Fluminense Football Club) เป็นคนตั้งให้ และชื่อเล่นว่า “ดิโก” (Dico) พอเข้าชั้นประถมเพื่อน ๆ ก็เรียก “เปเล่” และใช้ชื่อนี้มาตลอด เขาเติบโตในย่านยากจนในเมืองเซาท์เปาโล เขาต้องหาเงินด้วยการรับขัดรองเท้า เมื่อวิ่งได้ก็เริ่มหัดเล่นฟุตบอลตามท้องถนน และสนามดินลูกรัง ใช้กระดาษม้วนเป็นก้อนกลมเป็นลูกบอล บางทีก็ใช้ผลเกรพฟุต จนอายุได้ 6 ขวบ พ่อเขาซื้อลูกบอลให้ลูกแรก จนเมื่ออายุได้ 11 ปี วัลเดมาร์ เดอ บริโต (Waldemar de Brito) นักเตะชื่อดังของบราซิลเห็นแววจึงชวนไปอยู่ทีมฟุตบอลสมัครเล่น พออายุได้ 15 ปีจึงได้เข้าทีมเยาวชน Santos FC junior team ปีต่อมาก็ได้เป็นนักบอลอาชีพในทีม Santos Futebol Clube ซึ่งเกมแรกก็ทำประตูชัยได้ 4 ประตู และได้เป็นดาวยิงสูงสุดของลีก พออายุได้ 17 ปี ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล ลงแข่งฟุตบอลโลกในปี 2501 ซึ่งถือเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุด ทำฟอร์มได้น่าประทับใจ</p>
<p>เปเล่สามารถยิงประตูที่ 1,000 ในฟุตบอลอาชีพ โดยยิงได้ในเกมที่แข่งกับ ทีม วาสโก ดา กามา (Club de Regatas Vasco da Gama) ในสนามมาราคานา (Marakana) ต่อมาเขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปอเมริกาใต้ในปี 2516 และในการแข่งขันระดับชาติ เขาพาทีมชาติบราซิลเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย คือปี 2501, 2505 และ 2513 ทำได้ 77 ประตูจากการแข่งขัน 92 ครั้ง สามารถทำสถิติแฮตทริกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก คือ 92 ครั้ง โดยเขาสามารถยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 12 ประตู จนได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;ราชาฟุตบอล” (&#8220;The King of Football&#8221;) ตลอดอาชีพนักเตะเขาทำประตูได้ 1,282 ประตู จากการเล่น 1,363 นัด</p>
<p>1 ตุลาคม 2520 เขาตัดสินใจลาวงการลูกหนังอย่างเป็นทางการในนัดสุดท้ายที่ ไจแอนต์ สเตเดียม ซึ่งทีม คอสมอส (Cosmos) พบกับ ซานโตส (Santos) มีแฟนบอลหลายหมื่นคนเข้าร่วมการอำลาของเขา หลังจากอำลาวงการ เขาก็ยังทำงานด้านฟุตบอล และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ องค์กรระดับโลกให้เข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมเสมอมา</p>
<p>cradit : http://th.wikipedia.org<br />
cradit : จากเว็บ สนุก.คอม</p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล คลิปตำนานนักฟุตบอล เปเล่ Pelé “ไข่มุกดำของโลก” Best of Pele</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/8QEmnP48PEc&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/8QEmnP48PEc&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล คลิปตำนานนักฟุตบอล เปเล่ Pelé “ไข่มุกดำของโลก” Pele</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/DlncfMvTa2k&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/DlncfMvTa2k&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/415/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88-pele-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e2%80%9d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &#8220;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&#8221;</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/408/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2-maradona-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/408/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2-maradona-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/408.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 08:44:17 +0000</pubDate>
		<views>9,723</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[Maradona]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอโก้ มาราโดนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานหัตถ์พระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=408</guid>
		<description><![CDATA[ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &#8220;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&#8221; Diego Armando Maradona ดีเอโก้ มาราโดน่า (เกิด 30 ตุลาคม 1960), เป็นชาวอาร์เจนติน่า นักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกและอาร์เจนติน่า และ เป็นนักเตะที่คนอาร์เจนติน่ารักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ มาราโดน่า เกิดในวิลล่า ฟิออลิโต้ ตอนใต้ของกรุงบูเอโนสไอเรส เป็นครับครัวที่ยากจน เขาเป็นลูกคนที่ 4 มีพี่สาว 3 คน และ น้องชาย 2 คน ซึ่งน้องชายก็เล่นฟุตบอลทั้งคู่ อายุ 15 มาราโดน่า เขาได้เล่นบอลอาชีพเป็นครั้งแรกกับสโมสร อาร์เจนติโนส จูเนี้ย ในปี 1976-1981 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับทีม โบคา จูเนี้ย ระหว่างปี 1981-1982 อายุ 16 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่เป็นครั้งแรกโดยพบกับทีมชาติฮังการี อายุ 18 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดอายุไม่เกิน 20 ปี มาราโดน่าเล่นได้โด่ดเด่นตลอดรายการ และสามารถพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/408.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<a href="http://www.tlcthai.com/football/408/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2-maradona-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/1_006" rel="attachment wp-att-410"><img src="http://www.tlcthai.com/football/wp-content/uploads/2009/08/1_006-300x240.jpg" alt="ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &quot;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&quot;" title="ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &quot;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&quot;" width="300" height="240" class="size-medium wp-image-410" /></a>
<p><strong>ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &#8220;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&#8221;</strong></p>
<p>Diego Armando Maradona ดีเอโก้ มาราโดน่า (เกิด 30 ตุลาคม 1960), เป็นชาวอาร์เจนติน่า นักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกและอาร์เจนติน่า และ เป็นนักเตะที่คนอาร์เจนติน่ารักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ</p>
<p>มาราโดน่า เกิดในวิลล่า ฟิออลิโต้ ตอนใต้ของกรุงบูเอโนสไอเรส เป็นครับครัวที่ยากจน เขาเป็นลูกคนที่ 4 มีพี่สาว 3 คน และ น้องชาย 2 คน ซึ่งน้องชายก็เล่นฟุตบอลทั้งคู่</p>
<p>อายุ 15 มาราโดน่า เขาได้เล่นบอลอาชีพเป็นครั้งแรกกับสโมสร อาร์เจนติโนส จูเนี้ย ในปี 1976-1981 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับทีม โบคา จูเนี้ย ระหว่างปี 1981-1982 อายุ 16 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่เป็นครั้งแรกโดยพบกับทีมชาติฮังการี อายุ 18 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดอายุไม่เกิน 20 ปี มาราโดน่าเล่นได้โด่ดเด่นตลอดรายการ และสามารถพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก อายุไม่เกิน 20 ปีโดยการชนะรัสเซีย 3 &#8211; 1 ในรอบชิงชนะเลิศที่ประเทศญี่ปุ่น</p>
<p><strong>ฟุตบอลโลกครั้งแรกของมาราโดน่า</strong></p>
<p>ในปี 1982 มาราโดน่า ได้เล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยอาร์เจนติน่ามาในฐานะแชมป์เก่า นัดแรกพ่ายเบลเยี่ยมไป 0-1 ก่อนจะกลับมาชนะ อังการี และ เอลซาวาดอร์ ผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ต้องไปแพ้ อิตาลี 1-2 ในรอบที่สอง ก่อนที่อิตาลีจะไปชนะ บราซิล 3-1 คว้าแชมป์โลกประจำปีนั้นไปครอง นั้นคือฟุตบอลโลกครั้งแรกของมาราโดน่าหลังจากจบฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน มาราโดน่าย้ายทีมจากโบคา จูเนี้ย มาเล่นให้บาเซโลน่า ในสเปนโดยการชักจูจาก หลุย เซซ่า มิน็อตติผู้จัดทีมชาวอาร์เจนติน่า และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ สเปนนิส คิงส์คัพ และ แชมป์ คัพวินเนอร์คัพ ในปีแรกที่ย้ายเข้ามาแต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายอย่างหนักหน่วงของกองหลังในลีกสเปน ถึงขั้นขาหัก </p>
<p>ปี 1984 บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขายมาราโดน่าให้กับ นาโปลี ทีมชั้นในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ในราคา 220 ล้านบาทและเป็นสถิติโลกด้วยในตอนนั้น ซึ่งนาโปลี ต้องการความสามารถอันสุดยอดของมาราโดน่า ก้าวมาอยู่แถวหน้าของประเทศให้ได้  23 ก.ย. 1984  มาราโดน่า ประเดิมสนามนัดแรกและเป็นที่ตื่นเต้นของแฟนบอลที่รอคอย  มาราโดน่า เล่นได้ดีในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่นาโปลีก็ยังอยู่ท้ายตาราง  แต่ครึ่งฤดูกาลหลัง มาราโดน่าโชว์ความสามารถทั้งยิงและจ่ายและเป็นทุกอย่างของทีม เขาทำได้ 14 ประตู ทำให้จบฤดูกาลแรกของเขา นาโปลีอยู่ที่อันดับ 8</p>
<p>                ฤดูกาลต่อมา เขาก็ยังเล่นได้ดี แต่เขายิงน้อยกว่าปีแรก แต่ถึงกระนั้น มาราโดน่าได้กลายเป็นเทพเจ้าของชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไปแล้ว  เพราะทีมเล่นได้สนุกสุดยอด ผิดกับทีมอืนๆในลีกที่เน้นแท็กติกอย่างเดียว ปีที่สองของเขา ทีมจบอันดับที่ 3<br />
Hand of God มือของพระเจ้า 1986</p>
<p>ฟุตบอลโลกปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก เป็นฟุตบอลโลกของมาราโด้น่าอย่างแท้จริง มาราโดน่าพาทีมเอาชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 2 ให้อาร์เจนติน่า แต่นั้นมิใช้สิ่งคนกล่าวถึงมาราโดน่า แต่เป็น 2 ประตูที่มาราโดน่ายิงอังกฤษในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ประตูแรกมาราโดน่ากระโดดโหม่งลูกแย่งกับนายทวารที่สูงกว่าเขาเกือบ 1 ฟุตเป็นประตู แต่หลังจากเกมจบไปแล้วเมื่อมาดูภาพช้า ปรากฎว่าประตูนั้นมาราโดน่าใช้มือชกบอลเข้าประตูไป เมื่อนักข่าวถามเขา เขาบอก มันเป็นมือเล็กจากพระเจ้าที่จะช่วยให้อาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก ประตูนี้จึงถูกนักข่าวตั้งชื่อว่า แฮน ออฟ ก็อด หรือ มือของพระเจ้า</p>
<p><strong>ประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี</strong></p>
<p>ประตูที่สอง ในเกมนี้กลับดังยิ่งกว่า ประตูนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี มาราโดน่าได้บอลในวงกลมกลางสนาม และเลี้ยงหลบผู้เล่นอัง 5 คน และเลี้ยงหลบนายทวาร เข้าไปยิ่งประตู ทามกลางความตื่นตะลึงของผู้เล่นอังกฤษ และ คนดูที่ได้ชมโทรทัศน์ทั่วโลกกว่าพันล้านคน และผู้เล่นอังกฤษล้วนเป็นนักเตะที่ไม่ธรรมดาไล่ตั้งแต่ เกร็น ฮอดเดิ้ล, ปีเตอร์ รีด, เคนนี แซนซัม, เทอรี่ บุสเชอร์, เทอรี่ เฟนวิส และ ประตู ปีเตอร์ ชิลตัน เป็นเกมที่คนอังกฤษไม่มีวันลืมตลอดกาล</p>
<p><strong>ฟุตบอลโลกที่อิตาลี กับคู่ชิงคู่เดิม</strong></p>
<p>ฟุตบอลโลกปี 1990 มาราโดน่านำทีมอาร์เจนติน่าเล่นในอิตาลีเหมือนกันเล่นบ้านตัวเอง เพราะมาราโดน่าเล่นให้นาโปลีมา 3 ปีแล้ว และชาวเนเปิ้ลก็เชียร์เขา ในนัดเปิดสนามอาร์เจนติน่าพ่ายแคเมอรูน 0-1 อย่างพลิกล็อกถล่มทลายแต่ ทีมก็เข้ารอบสองมาได้ ถึงรอบรองชนะเลิศ อาร์เจนติน่าต้องมาพบกับอิตาลีเจ้าภาพที่มีโรแบร์โต้ บักจิโจ้ที่เล่นได้อย่างโด่ดเด่นมาก และอิตาลียังไม่เสียประตูเลยตั้งแต่รอบแรก ผลเสมอกัน 1-1 และอาร์เจนติน่าชนะด้วยการยิงลูกจุดโทษ ในรอบชิงชนะเลิศ อาร์เจนติน่าพบกับคู่ชิงเก่าคือ เยอรมันตะวันตก และเยอรมันก็ชนะไป 1-0 อาร์เจนติน่าได้รองแชมป์โลก และปีเดียวกัน มาราโดน่า นำทัพนาโปลี ตะลุยเก็บคะแนนในลีกอย่างสุดยอด  คนทั้งเมืองนับถือเขาดุจเทพเจ้าไปแล้ว และมาราโดน่ายิงถึง 10 ประตู และยังใส่พานให้เพื่อนร่วมทีมอีกไม่รู้เท่าไหร่ และสุดท้าย นาโปลีก็สามารถคว้าสคูเด็ตโต้  หรือแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ   แถมปีนั้น มาราโดน่ายังพาทีมนาโปลี ฟาดแชมป์โคปปา อิตาเลีย อีกถ้วยกลาเยป็นดับเบิ้ลแชมป์ไปเลย </p>
<p>                 ความสุดยอดของมาราโดน่า ยังทำให้นาโปลียิ่งใหญ่ต่อไป  เขาพาทีมได้แชมป์ยูฟ่า คัพ เป็นครั้งแรก ทั้งเมืองฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่  ความสำเร็จยังไม่ถึงที่สุด ในปี 1990 นาโปลี มาได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการล้างแค้น มิลานได้สำเร็จ  และปีนี้ก็คือปีฟุตบอลโลก และอิตาลีก็คือเจ้าภาพ มาราโดน่ายังเป็นเทพเจ้าของเมืองเนเปิ้ลส์อย่างแท้จริง ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขา มาแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็สามารถผ่านทะลุไปได้เรื่อยๆจนมาถึงรอบรองฯ ที่พบกับ อิตาลี เจ้าภาพ นัดนี้จัดที่เมืองเนเปิ้ลส์ แฟนบอลอิตาลีหลายๆคนหันมาเชียร์เทพเจ้าของเมืองแทนชาติพวกเขา และอาร์เจนติน่าก็สามารถล้มอิตาลี เข้าไปชิงชนะเลิศ กับเยอรมัน คู่ชิงครั้งก่อนได้สำเร็จ</p>
<p><strong>ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของมาราโดน่า 1994</strong></p>
<p>ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ประเทศอเมริกา มาราโดน่าเล่นได้เพียง 2 นัดเท่านั้น เขาตรวจพบสารกระตุ้น และถูกส่งกลับบ้านทันที่ ฟีฟ่าตัดสินให้เขาห้ามเล่นฟุตบอลนาน 15 เดือน มาราโดน่ากล่าวว่า การลงโทษเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการตัดขาของเขา หลังจากที่พ้นโทษแบนเขาก็ไปเล่นให้ เซวิญ่า ในสเปน 1 ปี ก็กลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ นีเวลโอส์บอย และ ปิดท้ายด้วยการย้ายกลับบ้านเก่าอย่าง โบคา จูเนี้ย ก็ที่จะประกาศเลิกเล่นในปี 1997 มาราโดน่าเคยมีความพยายามเป็นผู้จัดการทีมแต่ไม่ประสบความสำเร็จ</p>
<p><strong>มาราโดน่า หลังจากนั้น</strong></p>
<p>มาราโดน่า มีปัญหาเรื่องการติดโดเคน และเข้ารักษาตัวหลายครั้ง น้ำหนักตัวที่มากของเขาทำให้เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างมาก ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงมาราโดน่าดูไม่ดีนัก แต่ถ้ากล่าวถึงการเล่นฟุตบอลของเขา เขาคือเทพเจ้าของชาวอาร์เจนติน่าของโลก และเป็นนักฟุตบอลที่คนอาร์ติน่ากับนาโปลีรักมากที่สุดตลอดกาล….ปัจจุบันมาราโดน่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแมวมองในอาเจนติน่าของสโมสรอินเตอร์มิลานและกำลังเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมชาติอาเจนติน่าลุยศึกบอลโลก2010อีกด้วย</p>
<p><strong>เกียรติยศ ดีเอโก้ มาราโดนา</strong></p>
<p><strong> ระดับเยาวชน </strong><br />
 1974-76<br />
 อาร์เจนติโนส จูเนี้ย </p>
<p><strong> ระดับอาชีพ </strong><br />
 1976-81<br />
1981-82<br />
1982-84<br />
1984-91<br />
1992-93<br />
1993<br />
1995-97<br />
 อาร์เจนติโนส จูเนี้ย<br />
โบคา จูเนี้ย<br />
บาร์เซโลน่า (สเปน)<br />
นาโปลี (อิตาลี)<br />
เซวิญ่า(สเปน)<br />
นีเวลโอบอยส์<br />
โบคา จูเนี้ย<br />
 166 (116)<br />
42 (28)<br />
58 (38)<br />
259 (115)<br />
29 (7)<br />
5 (0)<br />
29 (7) </p>
<p><strong> ทีมชาติ </strong></p>
<p> 1977-94<br />
 ทีมชาติอาร์เจนติน่า<br />
 91 (34) </p>
<p><strong>เกียรติยศ ระดับสโมสร ดีเอโก้ มาราโดนา</strong></p>
<p>1981 แชมป์ดิวิชั่น 1 อาร์เจนติน่า (โบคา จูเนี้ย) </p>
<p>1982 แชมป์สเปนนิส คิงส์ คัพ (บาร์เซโลน่า) </p>
<p>1982 แชมป์ คัพวิเนอร์คัพ(บาร์เซโลน่า) </p>
<p>1987 แชมป์กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี) </p>
<p>1987 แชมป์อิตาเลียน คัพ (นาโปลี) </p>
<p>1988 ดาวซัลโว กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี) </p>
<p>1989 แชมป์ ยูฟ่า คัพ (นาโปลี) </p>
<p>1990 แชมป์กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี) </p>
<p>1991 แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ (นาโปลี) </p>
<p><strong>เกียรติยศ ระดับชาติ ดีเอโก้ มาราโดนา</strong></p>
<p>1979 แชมป์เยาวชนโลก อายุไม่เกิน 20 ปี ที่ญี่ปุ่น </p>
<p>1986 แชมป์โลก ที่เม็กซิโก </p>
<p>1990 รองแชมป์โลก ที่อิตาลี </p>
<p>ไม่ว่าจะกี่ปี ชื่อของ ดีเอโก้ มาราโดน่า จะยิ่งใหญ่ตลอดกาลในโลกฟุตบอลยากที่ใครจะมาโค่นลงได้อย่างแน่นอน</p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล ตำนานนักฟุตบอล ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona &#8220;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&#8221; The Best of Diego Maradona </strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/NBpu-M6kXCk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/NBpu-M6kXCk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><strong>Maradonna Gods Hand &#8220;ตำนานหัตถ์พระเจ้า&#8221;</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/u0zjx4MAHzk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/u0zjx4MAHzk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>cradit : http://sport.teenee.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/408/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2-maradona-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ Franz Beckenbauer</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/401/%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/401/%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/401.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 08:32:58 +0000</pubDate>
		<views>1,106</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[Franz Beckenbauer]]></category>
		<category><![CDATA[The master of the sweeper]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=401</guid>
		<description><![CDATA[ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ Franz Beckenbauer &#8220;The master of the sweeper&#8221; ยุคปัจจุบันเรามักจะได้ยินบรรดาเซียนลูกหนังหรือบอสๆทั้งหลายบ่นกันระงมว่านักเตะประเภท “สวีปเปอร์” หรือ “ลิเบอร์โร่” ขนานแท้นั้นหาใช้ยากยิ่ง หรือแทบจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นแล้วจริงๆ “ไกเซอร์ฟรานซ์” ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ คือสวีปเปอร์ ขนานแท้และดั้งเดิมที่คิดจะปั้นใครมาเรียนแบบสวมเกือกตามแบบก็คงจะไม่ได้แล้ว คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ ไกเซอร์ฟรานซ์ ก้าวขึ้นไปเป็นตำนานของตำแหน่งนี้อย่างไม่มีข้อกังขา ควมสามารถครบเครื่องเล่นได้อิศระตามสไตล์ของ ริเบอร์โร่ ที่แกร่งทั้งรับ และเฉียบคมสุดๆยามเปิดเกมรุกทำให้คู่แข่งในยุคนั้นรวมถึงผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้ามมักจะหวั่นๆและสั่งจับตายนักเตะที่ไม่ใช่กองหน้ารายนี้อย่างเด็ดขาด ความมั่นใจและพริ้วไหวในเกมยามครองบอลของ ฟรานซ์ ไม่เป็นรองนักเตะรายใดมีเทคนิคที่เยี่ยมยอดบวกกับคุณสมบัติผู้นำที่มีมาแต่ใหนแต่ไรทำให้ “เดอะไกเซอร์” เป็นซูเปอร์สตาร์นับตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของตัวเองจวบจนทุกวันนี้ ฟรานซ์ รับใช้ทีมชาติเยอรมันตะวันตกมานานกว่า 10 ปีเป็นกัปตันทีมมากกว่า 50 เกม ได้รับการโวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปถึงสองครั้งสองคราว เส้นทางฟุตบอลโลกของ ฟรานซ์ เริ่มขึ้นเมื่อปี 1966 เมื่อเยอรมันตะวันตกพ่ายให้ อังกฤษ ที่เวมบลีย์ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเกมนั้น ฟรานซ์ ถูกจับยืนในตำแหน่งที่ไม่ถนัดกับมิดฟิลด์ ที่คอยจับตาย บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทัวร์นาเมนต์นั้น ฟรานซ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/401.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<a href="http://www.tlcthai.com/football/401/%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html/1_005" rel="attachment wp-att-402"><img src="http://www.tlcthai.com/football/wp-content/uploads/2009/08/1_005.jpg" alt="ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ Franz Beckenbauer  &quot;The master of the sweeper&quot;" title="ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ Franz Beckenbauer  &quot;The master of the sweeper&quot;" width="252" height="286" class="size-full wp-image-402" /></a>
<p><strong>ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ Franz Beckenbauer  &#8220;The master of the sweeper&#8221;</strong></p>
<p>ยุคปัจจุบันเรามักจะได้ยินบรรดาเซียนลูกหนังหรือบอสๆทั้งหลายบ่นกันระงมว่านักเตะประเภท “สวีปเปอร์” หรือ “ลิเบอร์โร่” ขนานแท้นั้นหาใช้ยากยิ่ง หรือแทบจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นแล้วจริงๆ</p>
<p>“ไกเซอร์ฟรานซ์” ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ คือสวีปเปอร์ ขนานแท้และดั้งเดิมที่คิดจะปั้นใครมาเรียนแบบสวมเกือกตามแบบก็คงจะไม่ได้แล้ว คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ ไกเซอร์ฟรานซ์ ก้าวขึ้นไปเป็นตำนานของตำแหน่งนี้อย่างไม่มีข้อกังขา</p>
<p>ควมสามารถครบเครื่องเล่นได้อิศระตามสไตล์ของ ริเบอร์โร่ ที่แกร่งทั้งรับ และเฉียบคมสุดๆยามเปิดเกมรุกทำให้คู่แข่งในยุคนั้นรวมถึงผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้ามมักจะหวั่นๆและสั่งจับตายนักเตะที่ไม่ใช่กองหน้ารายนี้อย่างเด็ดขาด</p>
<p>ความมั่นใจและพริ้วไหวในเกมยามครองบอลของ ฟรานซ์ ไม่เป็นรองนักเตะรายใดมีเทคนิคที่เยี่ยมยอดบวกกับคุณสมบัติผู้นำที่มีมาแต่ใหนแต่ไรทำให้ “เดอะไกเซอร์” เป็นซูเปอร์สตาร์นับตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของตัวเองจวบจนทุกวันนี้<br />
ฟรานซ์ รับใช้ทีมชาติเยอรมันตะวันตกมานานกว่า 10 ปีเป็นกัปตันทีมมากกว่า 50 เกม ได้รับการโวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปถึงสองครั้งสองคราว</p>
<p>เส้นทางฟุตบอลโลกของ ฟรานซ์ เริ่มขึ้นเมื่อปี 1966 เมื่อเยอรมันตะวันตกพ่ายให้ อังกฤษ ที่เวมบลีย์ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเกมนั้น ฟรานซ์ ถูกจับยืนในตำแหน่งที่ไม่ถนัดกับมิดฟิลด์ ที่คอยจับตาย บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทัวร์นาเมนต์นั้น ฟรานซ์ ยิงไป 4 ประตู ซึ่งทำให้ชาวโลกเริ่มหันหน้ามามองเด็กหนุ่มรายนี้</p>
<p>ในฟุตบอลโลกครั้งต่อมาปี 1970 ที่เม็กซิโก เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ควรค่าแก่การจดจำมากที่สุดของ เบ็คเค่นเบาเออร์ หลังจากเจ้าตัวเข็นสังขารอาการเจ็บหัวใหล่แตะเกมในรอบตัดเชือกที่พ่ายอิตาลี 4-3 ซึ่งหลังจากโดนกระแทกอย่างแรง เจ้าตัวปฏิเสธที่จะรับการเปลี่ยนตัวออกไปพัก วิ่งสู้ฟัดจนครบ 120 นาที ก่อนที่ทีมจะพ่ายในแมตช์นั้นอย่างเจ็บปวด แต่ก็มาได้อันดับ 3 ปลอบใจหลังเอาชนะอุรุกวัย ได้สำเร็จในการชิงอันดับ 3</p>
<p>ครั้งที่ 3 และเป็นครั้งสุดท้ายของ เดอะ ไกเซอร์ ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ ในปี 1974 เยอรมันตะวันตก และ ฟรานซ์ พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นสู้จุดสูงสุดด้วยกันทั้งเวลา และสถานที่เหมาะเจาะทุกอย่าง</p>
<p>และเยอรมันก็ทำสำเร็จเมื่อเอาชนะ ฮอลแลนด์ แม้ทัวร์นาเมนต์นั้น โยฮัน ครอยฟ์ ของทีมสีส้ม ขโมยซีนโดดเด่นอยู่คนเดียว แต่ชัยชนะ ณ กรุงมิวนิค ก็นับเป็นไฮไลต์ของชีวิต และมีความหมายต่อ เบ็คเค่นเบาเออร์ เอามากๆ ในฐานะนักเตะ 1 ในสองคนของประวัติศาตร์ฟุตบอลโลกที่ได้เหรียญรางวัลเวิรล์ด คัพ ครบ 3 เหรียญ คือ ทอง,เงิน,ทองแดง (อีกคนเป็น โวล์ฟกัง โอเวอรัธ) </p>
<p>ชีวิตในยามเย็นของ ฟรานซ์ หลังอำลาทีมชาติ ไปอยู่กับ นิวยอร์ค คอสโม ที่อเมริกาเหนือ ในโปรลีก กับเปเล่ และซูเปอร์สตาร์ของโลกคนอื่นๆ ก่อนจะรีไทร์อย่างเป็นทางการ และกลับสู่บุนเดสลีกา เล่นให้ ฮัมบูร์ก คว้าแชมป์ ลีก เป็นครั้งสุดท้ายในปี 1982</p>
<p>ปี 1984 ฟรานซ์ เข้ารับตำแหน่งโค้ชทีมชาติเยอรมัน และพาทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศในปี 16986 ตามด้วยแชมป์ในการคุมทีมแมตช์สุดท้ายปี 1990 นัดเจอกับอาร์เจนตินา</p>
<p>“ไกเซอร์ฟรานซ์” กลายเป็นบุรุษคนเดียวที่คว้าแชมป์โลกทั้งฐานะโค้ช และกัปตันทีม </p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล ตำนานนักฟุตบอล ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ Franz Beckenbauer &#8220;The master of the sweeper&#8221;</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/aY0BeRSdINk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/aY0BeRSdINk&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>cradit : http://www.sport-idol.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/401/%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน Sir Bobby Robson &#8220;ฮัศวินเมืองผู้ดี&#8221;</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/395/%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-sir-bobby-robson-%e0%b8%ae/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/395/%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-sir-bobby-robson-%e0%b8%ae/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/395.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 08:07:33 +0000</pubDate>
		<views>1,140</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[Sir Bobby Robson]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักบอล]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฮัศวินเมืองผู้ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=395</guid>
		<description><![CDATA[เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน Sir Bobby Robson &#8220;ฮัศวินเมืองผู้ดี&#8221; เซอร์ โรเบิร์ต วิลเลียม ร็อบสัน (อังกฤษ: Sir Robert William Robson) (18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1933 – 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2009) หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อว่า เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน (อังกฤษ: Sir Bobby Robson) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ เขาเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้า ในเวลาเกือบ 20 ปี เขาลงเล่นให้กับ 3 ทีม ได้แก่ ฟูแลม, เวสต์บรอมวิชอัลเบียน และแวนคูเวอร์รอยัลส์ เขาลงเล่นในนามทีมชาติอังกฤษ 20 นัด และยิงได้ 4 ประตู เขาเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งกับทีมชาติและสโมสร เขาสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ใน 2 ประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/395.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<a href="http://www.tlcthai.com/football/395/%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-sir-bobby-robson-%e0%b8%ae.html/1_003" rel="attachment wp-att-396"><img src="http://www.tlcthai.com/football/wp-content/uploads/2009/08/1_003.jpg" alt="เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน Sir Bobby Robson &quot;ฮัศวินเมืองผู้ดี&quot; " title="เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน Sir Bobby Robson &quot;ฮัศวินเมืองผู้ดี&quot; " width="349" height="500" class="size-full wp-image-396" /></a>
<p><strong>เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน Sir Bobby Robson &#8220;ฮัศวินเมืองผู้ดี&#8221; </strong></p>
<p><strong>เซอร์ โรเบิร์ต วิลเลียม ร็อบสัน (อังกฤษ: Sir Robert William Robson) (18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1933 – 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2009) หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อว่า เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน (อังกฤษ: Sir Bobby Robson) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ</strong></p>
<p>เขาเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้า ในเวลาเกือบ 20 ปี เขาลงเล่นให้กับ 3 ทีม ได้แก่ ฟูแลม, เวสต์บรอมวิชอัลเบียน และแวนคูเวอร์รอยัลส์ เขาลงเล่นในนามทีมชาติอังกฤษ 20 นัด และยิงได้ 4 ประตู</p>
<p>เขาเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งกับทีมชาติและสโมสร เขาสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ใน 2 ประเทศ คือเนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส และคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในอังกฤษและสเปน รวมทั้งยังสามารถนำทีมชาติอังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลก 1990 และประสบความสำเร็จในการคุมทีมชาติไอร์แลนด์</p>
<p><strong>เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน</strong> เสียชีวิตลงอย่างสงบในขณะที่มีอายุ 76 ปี ด้วยโรคมะเร็งที่บ้านของเขา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 หลังจากที่ป่วยมานานถึง 15 ปี</p>
<p><strong>เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน </strong>บุรุษผู้ผ่านมาหมดแล้วทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะจุดต่ำสุดอย่างเหตุการ์เครื่องบินตกที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากนครมิวนิค กับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และฮีโร่ แชมป์โลกของ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ส่งผลให้ได้ติดดาบจากราชวงศ์ชั้นอัศวิน ในฐานะบุคคลทรงคุณค่าของแผ่นดิน…ไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน ต้นตำรับฟุตบอลสไตล์ผู้ดี “บ็อบบี้ ชาร์ลตัน”</p>
<p>“เซอร์บ็อบบี้” นักเตะระดับตำนานของ ปิศาจแดง เป็นส่วนหนึ่งในการพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เมื่อปี 1968 อีกด้วย และจวบจนทุกวันนี้ เซอร์บ็อบก็ยังคงอยู่เป็นเสาหลัก ณ “โรงละครแห่งความฝัน” โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด</p>
<p>นอกจากนี้ ชาร์ลตัน ยังเป็นนักเตะที่ได้รับการกล่าวขานว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษตลอดกาลอีกด้วย แทบทุกเกมที่อังกฤษได้จารึกในพงศาวดารโลกจะต้องมีชื่อของ ชาร์ลตัน เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่เพียงเท่านั้นนิสัยส่วนตัว และความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาของ เซอร์บ็อบบี้ ยังเป็นที่ชื่นชมของคนในวงการรุ่นเดียวกันยันรุ่นหลาน</p>
<p>กับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก บ็อบบี้ มีโอกาสได้ยิงเป็นพันครั้ง ทำประตูสำคัญๆให้แฟนๆได้ฮือฮาอยู่บ่อยๆซึ่งล้วนแล้วเป็นประตูระดับติดท็อป 5 ทั้งนั้น</p>
<p>เซอร์ร็อบสัน เกิดที่ แอชชิงตัน วันที่ 11 ตุลาคาม 1937 เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 17 ปี และป็นหนึ่งในขุนพลของ “บัสบี้ เบบส์” ชุดรอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่มิวนิค ได้มารวมตัวกับนักเตะอย่างเ เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ ในยุค 60 ถักทอ ยูไนเต็ด ให้เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในวงการฟุบอล</p>
<p>ชาร์ลตัน ผูกสมัครรักใคร่ภักดีต่อ ยูไนเต็ด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ช่วงอายุที่ค้าแข้งอยู่ ปี 1956-73 คว้าแชมป์ลีกมา 3 สมัย,เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ยูโรเปี้ยน คัพ อีก 1 สมัย หลังทีมชนะ เบนฟิก้า อย่างสุดระทึกที่ เวมบลีย์ 4-1 ในปี 1968</p>
<p>กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชาร์ลตัน รับใช้ปิศาจแดงถึง 750 เกม ยิง 247 ประตู ในทุกถ้วยทุกรายการ นอกจากนี้ยังได้รับโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปในปี 1966 ปีเดียวกับทีอังกฤษเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และคว้าแชมป์สำเร็จเป้นครั้งแรกและครั้งเดียวจวบจนทุกวันนี้</p>
<p>ชาร์ลตันเป็นตัวจักรสำคัญในชัยชนะของ สิงโตคำราม หลังจากเริ่มต้นได้อย่างน่าประณามในเกมเจออุรุกวัย แต่ต่อมา อังกฤษก็ชนะ ฝรั่งเศส และ เม็กซิโก โดย ชาร์ลตัน ยิงประตูสุดสวยในการเจอทีมจากอเมริกากลาง ด้วย<br />
บททดสอบต่อไปคือ อาร์เจนตินา และ โปรตุเกส ที่เป็นเหยื่อของสิงโตในทัวร์นาเมนต์นี้ ตกรอบน็อคเอาต์ไป โดย ชาร์ลตัน ยิงประตูชัยให้ทีมชนะ โปรตุเกส 2-1</p>
<p>สำหรับนัดชิงชนะเลิศ อันเป็นที่เลื่องลือจนถึงวันนี้เมื่อ อังกฤษ ชนะเยอรมันตะวันตก ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังพาทีมก้าวขึ้นประสบความสำเร็จสูงสุด ชาร์ลตัน ประกาศรีไทร์จากทีมชาติใน 4 ปีต่อมาเมื่อ พ่าย เยอรมัน ตะวันตกในการโคจรมาเจอกันอีกครั้งที่ เม็กซิโก รอบ ควอเตอร์ ไฟนัล</p>
<p>กับทีมชาติอังกฤษ ชาร์ลตัน รับใช้ไป 106 เกม เป็นสถิติสูงสุดขณะนั้น ยิง 49 ประตู ซึ่งยังคงเป็นสถิติของทีมชาติอังกฤษถึงปัจจุบัน ก่อนจะรีไทร์จากฟุตบอลอย่างเต็มตัวในปี 1973 มาเป็นผู้จัดการทีม เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ต่อด้วยเป็น ผู้อำนวยการของ วีแกน และกลับสู่ถิ่นเกิดเป็นผู้อำนวยการของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับเครื่องราชบรรณาการชั้น CBE จากควีน ในปี 1974 และติดดาบในปี 1994 </p>
<p>ยอดนักเตะของผู้ดีซักคน หลายๆคนคงนึกถึง บ็อบบี้ มัวร์, เจฟฟ์ เฮิร์ทส์,กอร์ดอน แบงค์ ฯลฯ ซึ่งนักเตะเหล่านี้ล้วนเป็นยอดนักเตะในตำนานของทีมชาติอังกฤษ แต่ยังมีอีกคนหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นต้นแบบของวงการลูกหนังอังกฤษในยุคสุดยอด นั่นก็คือ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ยอดนักเตะ ของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ รวมอยู่ด้วย</p>
<p>        บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เกิดเมื่อวันที่ 11  ต.ค. 1937  ที่แอชิงตัน   ซึ่งช่วงนั้นฟุตบอลกำลังบูมอย่างมากในอังกฤษ และ ชาร์ลตันที่หลงใหลในกลิ่นสาบลูกหนังก็หมั่นฝึกฝน และได้เข้าฝึกฝนทักษะด้านลูกหนังที่โรงเรียน อีสต์ นอร์ธัมเบอร์แลนด์  ที่นี่เองที่ชาร์ลตัน สามารถฝึกปรือเชิงลูกหนังได้อย่างเต็มที่ ด้วยความสามารถที่เกินวัย ชาร์ลตัน ก็สามารถได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ และลีลาความสามารถที่สูงตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาเป็นที่ต้องตา ของ กุนซือคนเก่งของแมนฯยูไนเต็ด อย่าง แมตต์ บัสบี้  </p>
<p>        หลังจากนั้น ชาร์ลตัน ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมปิศาจแดง ด้วยวัยเพียง 15 ปี ซึ่งตอนนั้นแมตต์ บัสบี้ กำลังสร้างรากฐานจากเยาวชนเพื่อครองความยิ่งใหญ่ โดยใช้สโลแกนในตอนนั้นว่า &#8220;บัสบี้ เบ็บส์ &#8221;  หรือ เด็กๆของบัสบี้  หลังจากนั้นเพียง 3 ปี เขาก็ได้กลายขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของทีมแมนฯยูไนเต็ด และได้ลงสนามนัดแรกก็เอาชนะใจของแมตต์ บัสบี้ได้สำเร็จ ด้วยการยิง 2 ประตูชนะ ชาร์ลตัน ไป 4-2  และปีนั้นชื่อของชาร์ลตันเริ่มเป็นที่จับตามองมากขึ้น หลังจากช่วยพาทีมครองแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งของอังกฤษ ได้สำเร็จ</p>
<p>       ปีต่อมาเขาได้ลงเล่นถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรป อย่าง ยูโรเปี้ยนส์ คัพ ซึ่งเขาก็สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งตอนนั้นนัดชิงจัดขึ้นที่สนามเวมบลีย์   แต่ก็เกิดเหตุการณ์อันสลดขึ้น เมื่อทีมต้องไปแข่งขันรอบตัดเชือกที่    มิวนิค ตอนขากลับเครื่องบินเกิดเหตุขัดข้อง จนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้นักเตะทีมแมนฯยูไนเต็ด ต้องเสียชีวิต ถึง 23 คน แต่    ชาร์ลตันถือว่าดวงแข็งมาก กลับรอดชีวิตมาอย่างปาฎิหาริย์ แบบไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย  เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดเมื่อวันที่ 6  ก.พ. 1958 เวลา 15.04 น.</p>
<p>              หลังจากนั้น ชาร์ลตันก็ยังอยู่กับยูไนเต็ด ภายใต้การนำทีมของแมตต์ บัสบี้  แต่ฟอร์มการเล่นของชาร์ลตันก็ยังโดดเด่น จนทีมชาติอังกฤษ เรียกเข้าสู่ทีมเมื่อปี 1958 ภายใต้การทำทีมของ วอลเตอร์ วินเตอร์บอททอม  ชาร์ลตันเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ   และปีนั้นอังกฤษได้ไปฟุตบอลโลกที่สวีเดน  แต่แล้วอังกฤษก็ไม่ประสบความสำเร็จ ตกรอบแรกอย่างรวดเร็ว และชาร์ลตันเองก็ไม่มีส่วนร่วมในการแข่งขันครั้งนั้นเลย ซึ่งหลังจากนั้น วอลเตอร์ ออกมายอมรับว่าเขาเสียดายที่ไม่ให้ โอกาสชาร์ลตันลงสนาม    4 ปีต่อมา ชาร์ลตันยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ ลุยฟุตบอลโลก แต่ทีมของเขาก็จบแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย </p>
<p>             ต่อจากนั้นชาร์ลตันกลับมาประสบความสำเร็จกับปิศาจแดงต่อ ด้วยการกวาดแชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง ในปี 1965.1967 และแชมป์เอฟเอคัพ ปี 1963 หลังจากที่บัสบี้ ได้สร้างทีมใหม่ขึ้นมา โดยการนำของชาร์ลตัน  เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ ทำให้ทีมปีศาจแดง กลายเป็นทีมเล่นได้สุดยอดในยุคนั้น และความสำเร็จของสโมสรนี่เองทำให้ ชาร์ลตัน ลงทำศึกฟุตบอลโลกปี 1966 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และมีขุนพลเอกจากสโมสรชั้นนำทำให้ปีนั้น อังกฤษประสบความสำเร็จสูงสุด ด้วยการคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  ด้วยการชนะเยอรมันตะวันตกไป 4-2   ซึ่งผลงานการเล่นของชาร์ลตันโดดเด่นมากในปีนั้น และปี 1968 เขาก็สามารถนำทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ เป็นครั้งแรกและเป็นทีมแรกจากอังกฤษอีกด้วยที่ได้แชมป์ใบโตของยุโรป</p>
<p>             จากนั้น ชาร์ลตันก็ยังวนเวียนกลับการเล่นฟุตบอล จนกระทั่งในปี 1974 เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ด และหันไปทำธุรกิจโรงเรียนสอนฟุตอล   ต่อมาเมื่อปี 1984 ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้เชิญ เขาเข้ามาเป็นผู้อำนวยการสโมสรและได้รับเกียรติให้เป็นบอร์ดของฟีฟ่า อีกทั้งอังกฤษ ยังแต่งตั้งให้ชาร์ลตันเป็นทูตกีฬาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเผยแพร่เกมลูกหนัง</p>
<p>             ความภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของชาร์ลตัน ก็คือ การได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน  จากพระราชวังบักกิ้งแฮม  หลังจากสร้าชื่อเสียงให้กับสโมสรและประเทศชาติมายาวนาน นับว่าชาร์ลตันคือนักเตะแม่แบบของนักเตะอังกฤษขนานแท้เลยก็ว่าได้</p>
<p>            แม้ว่าการเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน คนทั่วโลกก็ยังจดจำการเล่นอันยอดเยี่ยมของ ยอดนักเตะเมืองผู้ดีอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตลอดไปอย่างแน่นอน </p>
<p><strong>เกียรติประวัติของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน </strong><br />
ระดับชาติ</p>
<p><strong>ระดับสโมสร</strong></p>
<p> ติดทีมชาติ 106 ครั้ง ยิง 49 ประตู</p>
<p>แชมป์ฟุตบอลโลก 1966</p>
<p>แชมป์ลีกสูงสุด กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1957,1965,1967</p>
<p>แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1963</p>
<p>แชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ ปี 1968</p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล ตำนานฟุตบอล Sir Bobby Robson &#8216;Thank You For The Good Times&#8217;</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/jLQlvjmvp-0&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/jLQlvjmvp-0&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/DErsJs2e0yE&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/DErsJs2e0yE&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><strong>Bobby Robson Tribute 1/4</strong></p>
<p>cradit : http://soccer.mercigod.com/<br />
cradit : http://football.sanook.com/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/395/%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-sir-bobby-robson-%e0%b8%ae/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิเชล พลาตินี่ Michel Platini &#8220;นโปเลียนลูกหนัง&#8221;</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/389/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-michel-platini-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/389/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-michel-platini-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/389.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 07:44:24 +0000</pubDate>
		<views>2,389</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[Michel Platini]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตาะ]]></category>
		<category><![CDATA[นโปเลียนลูกหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[มิเชล พลาตินี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=389</guid>
		<description><![CDATA[มิเชล พลาตินี่ &#8220;นโปเลียนลูกหนัง&#8221; มิเชล พลาตินี (ยุค 1973-1987) มิเชล พลาตินี (Michel Platini) หากเอ่ยถึงชื่อนี้เชื่อว่าคงไม่มีแฟนลูกหนังคนไหนไม่รู้จัก เนื่องจากปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า &#8220;ยูฟา&#8221; ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงการฟุตบอลจริง ๆ แต่ใครจะรู้ว่ากว่าที่พลาตินีจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนี้ เขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง พลาตินีเป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส เริ่มอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการกับทีมนองซ์ ในปี 1972 ก่อนจะได้ติดธงตราไก่ครั้งแรกในปี 1976 ซึ่งสมัยที่เป็นนักฟุตบอล พลาตินีอยู่ในชุดที่พาฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย และยังช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรมาครองในปี 1984 ส่วนระดับสโมรสร หลังพลาตินีย้ายจากทีมนองซ์ไปร่วมทีมแซงต์ เอเตียน ในปี 1979 และค้าแข้งที่นั่นเป็นเวลา 3 ปี เขาก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับทีม &#8220;ม้าลาย&#8221; จูเวนตุส ในศึกกัลโช ซีรีเอ อิตาลี ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาประสบความสำเร็จมาก ด้วยการพาจูเวนตุสคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ และอินเตอร์คอนทิเนนทอล คัพ พร้อมกันในปี 1985 เคยยิงประตูให้จูเวนตุส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/389.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<a href="http://www.tlcthai.com/football/389/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-michel-platini-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html/1_002" rel="attachment wp-att-390"><img src="http://www.tlcthai.com/football/wp-content/uploads/2009/08/1_002.jpg" alt="มิเชล พลาตินี่ Michel Platini &quot;นโปเลียนลูกหนัง&quot; " title="มิเชล พลาตินี่ Michel Platini &quot;นโปเลียนลูกหนัง&quot; " width="450" height="310" class="size-full wp-image-390" /></a>
<p><strong>มิเชล พลาตินี่ &#8220;นโปเลียนลูกหนัง&#8221; </strong></p>
<p>มิเชล พลาตินี (ยุค 1973-1987)</p>
<p>มิเชล พลาตินี (Michel Platini) หากเอ่ยถึงชื่อนี้เชื่อว่าคงไม่มีแฟนลูกหนังคนไหนไม่รู้จัก เนื่องจากปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า &#8220;ยูฟา&#8221; ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงการฟุตบอลจริง ๆ แต่ใครจะรู้ว่ากว่าที่พลาตินีจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนี้ เขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง</p>
<p>พลาตินีเป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส เริ่มอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการกับทีมนองซ์ ในปี 1972 ก่อนจะได้ติดธงตราไก่ครั้งแรกในปี 1976 ซึ่งสมัยที่เป็นนักฟุตบอล พลาตินีอยู่ในชุดที่พาฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย และยังช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรมาครองในปี 1984</p>
<p>ส่วนระดับสโมรสร หลังพลาตินีย้ายจากทีมนองซ์ไปร่วมทีมแซงต์ เอเตียน ในปี 1979 และค้าแข้งที่นั่นเป็นเวลา 3 ปี เขาก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับทีม &#8220;ม้าลาย&#8221; จูเวนตุส ในศึกกัลโช ซีรีเอ อิตาลี ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาประสบความสำเร็จมาก ด้วยการพาจูเวนตุสคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ และอินเตอร์คอนทิเนนทอล คัพ พร้อมกันในปี 1985 เคยยิงประตูให้จูเวนตุส 68 ประตู จากการลงเล่น 147 นัดในเกมลีก ยิ่งไปกว่านั้นพลาตินียังได้รับยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีเทคนิคในการส่งลูกยอดเยี่ยมที่สุด รวมทั้งการเตะฟรีคิก</p>
<p>มิเชล พลาตินี่ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสผู้ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นบุคคลระดับตำนานไปเรียบร้อยแล้ว ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะมิดฟิลด์ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในโลกของยุคเดียวกัน</p>
<p>พลาตินี่ เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ นองซี่-ลอร์เรน ก่อนจะย้ายสู่ทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง แซงต์ เอเตียง ที่ซึ่งมาประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ ลีก สูงสุดเมื่อปี 1981</p>
<p>ปี 1982 ก้าวใหม่ของชีวิตที่ท้าทายกว่าเดิมเริ่มมาถึงเมื่อได้ย้ายไปหาประสบการณ์กับสโมสรในอิตาลี ซึ่งเป็นสโมสรชั้นนำอย่าง ยูเวนตุส แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อจากการลงเล่น 147 เกม พลาตินี่ กระทุ้งประตูไป 68 ตุง ซึ่งจากตำแหน่งมิดฟิลด์ ถือว่าเป็นสถิติที่ไม่ธรรมดา</p>
<p>ไม่เท่านั้น พ่อมดแห่งวงการลูกหนังรายนี้ยังนำโด่งเป็นดาวซัลโวของ เซเรีย อา ถึง 3 สมัยซ้อน พลาตินี่ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งให้ม้าลายแห่งตูริน สคูเด็ตโต้,แชมป์ อิตาเลียน คัพ,ยูโรเปี้ยน คัพ และ คัพ วินเนอร์สคัพ</p>
<p>พลาตินี่ ได้รับมอบหมายเป็นกัปตันทีมชาติ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ลุยศึก ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนคัพ เมื่อปี 1984 และจบทัวร์นาเมนต์ด้วยตำแหน่งดาวซัลโวด้วยที่ 9 ประตู</p>
<p>นอกจากจี๊ดจ๊าดในตำแหน่งมิดฟิลด์แล้วการผ่านบอล ป้อนบอลของ พลาตินี่ ยังได้รับการยอมรับว่าเยี่ยมยอดอีกด้วย รวมถึงการยิงประตูที่หาได้ไม่มากนักจากนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ แล้วเป็นดาวยิงแบบนี้</p>
<p>เซอร์บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานนักเตะอังกฤษ ได้กล่าวถึง พลาตินี่ ไว้ว่า “เขาจบสกอร์ได้คมมากๆแม้จะมีช่องอยู่นิดเดียวเท่ารูเข็มก็ตาม” </p>
<p>ในด้านการปั่นฟรีคิก ถ้าให้เทียบกับสมัยนี้ เดวิด เบ็คแฮม ยังอายเลยทีเดียว พลาตินี่ สามารถปั่นบอลให้โค้งหนีกำแพงและหนีมือผู้รักษาประตูได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งการซ้อมก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษใช้หุ่นตั้งเป็นแถวเหมือนกับที่คนอื่นทำกัน</p>
<p> หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อเสียงและคงจดจำความคลาสิกของทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแชมป์ยูโร 84 และฟุตบอลโลกปี 86 ได้เป็นอย่างดี และหนึ่งนักเตะในตำนานชุดนั้นต้องเป็นใครไม่ได้ นอกจาก &#8220;นโปเลียนลูกหนัง&#8221; มิเชล พลาตินี่ จอมทัพคนเก่งของทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นยอดนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกและของฝรั่งเศส และได้ฝากผลงานทั้งในระดับชาติและสโมสรมามากมาย</p>
<p>            พลาตินี่เป็นชาวเมืองโลธริงเก้น เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.1955  ตั้งแต่เด็กพลาตินี่ชื่นชอบในกลิ่นสาบลูกหนังมาตลอด และได้ลงเล่นให้สโมสรท้องถิ่น ในช่วงปี 1966-1972 และที่นี่ เขาได้พื้นฐานสำคัญในความสามารถยอดเยี่ยมของเขาในการเตะลูกฟรีคิก</p>
<p>            การเล่นลูกนิ่งของพลาตินี่ เป็นความสามารถที่จะหาผู้ใดมาหลอกเลียนแบบได้ และยังสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าในการเล่นได้อีกทำให้เขากลายเป็นอัจฉิยะแห่งวงการฟุตบอลไปเลย และวันที่ 2 พ.ค. 1973  ด้วยวัยเพียง 17 ปี พลาตินี่ สามารถลงเตะในทีมชุดใหญ่ของสโมสรน็องซี่ เป็นครั้งแรก และย้ายไปอยุ่กับแซงเอเตียน ก่อนจะย้ายไปโด่งดังสุดขีดกับทีม ม้าลาย ยูเวนตุส จากอิตาลี ในปี 1982 และสามารถคว้าแชมป์ต่างๆได้มากมาย</p>
<p>            ส่วนการเล่นในระดับชาตินั้น พลาตินี่ติดทีมชาติครั้งแรก เมื่อปี 1976 ในการลงเตะกับทีมชาติเชกโกสโลวาเกีย(ทีมชาติเชกในปัจจุบัน) และติดทีมชาติไปเล่นบอลโลกปี 1978 ที่อาร์เจนติน่า แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาว ในฟุตบอลโลก ปี 1982ที่ประเทศสเปน พลาตินี่ ยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมชาติฝรั่งเศส เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ดวลแข้งกับทีมชาติเยอรมันตะวันตก  ฝรั่งเศสนำก่อน 3-1  แต่ก็ถูกทีมอินทรีเหล็กตีเสมอ และดวลจุดโทษพ่ายไปในอย่างเจ็บปวดที่สุด  </p>
<p>             แต่ในอีกสองปีต่อมา พลาตินี่ นำทัพฝรั่งเศส ลงทำศึกฟุตบอลยูโร 84 ที่ ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ คราวนี้ทีมของพลาตินี่ ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยการคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการชนะทีมชาติสเปน ไปอย่างสบายๆ 2-0 และพลาตินี่ ยังสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการเป็นดาวซัลโว ประจำทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยจำนวนประตู ถึง 9 ลูกด้วยกัน  และหลังจากนั้น ทีมชาติฝรั่งเศส ก็ยังเป็นตัวเต็ง ต้นๆในฟุตบอลโลกปี 86 ที่ประเทศเม็กซิโก ผลงานในครั้งนี้ฝรั่งเศสเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ม โดยเฉพาะนัดเจอ กับแซมบ้า บราซิลในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ถือว่าเป็นแมตช์คลาสสิกอีกนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ซึ่งทั้งสองทีมเล่นกันด้วยเกมรุกเต็มรูปแบบแม้ว่าบราซิลจะนำก่อน แต่พลาตินี่ ก็เป็นผู้ตีเสมอ ให้กับทีม ก่อนจะดวลจุดโทษชนะไปอย่างสุดมันส์ แม้ในท้ายที่สุดฝรั่งเศสจะไปได้แค่รอบรองชนะเลิศ แต่การเล่นอันยอดเยี่ยมของพลาตินี่และทีมชาติฝรั่งเศส ยังติดตาแฟนบอลทั่วโลก ไม่มีวันลืมเลือน</p>
<p>             <strong> พลาตินี่ </strong>จบชีวิตเล่นฟุตบอลให้กับทีมชาติ หลังจากนัดที่เอาชนะไอซ์แลนด์ไปได้ 2-0 ในวันที่ 29 เม.ย. 1987 และประกาศเลิกเล่นให้กับทีมยูเวนตุส ในปีเดียวกัน ด้วยวัยเพียง 31 ปี และเขาได้กล่าวว่า &#8221; ผมได้ตายจากโลกไปเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 1987&#8243;  แต่ในปี 1988 พลาตินี่ เข้ามารับตำแหน่งทีมเชฟของทีมชาติฝรั่งเศสและพาทีมลุยฟุตบอลยูโร 88 และ 92 ก่อนจะอำลาทีมในที่สุด และพลาตินี่ได้รับการยกย่องว่า เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งและเป็นดาวเตะตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสอีกด้วย</p>
<p>                 ปัจจุบัน พลาตินี่ดำรงตำแหน่งรองประธานฟุตบอลของฝรั่งเศสและสมาชิกคณะกรรมการยูฟ่า               </p>
<p><strong> เกียรติประวัติของพลาตินี่</strong></p>
<p>ระดับชาติ       ติดทีมชาติ 72 ครั้ง  ยิง 41 ประตู </p>
<p>                                   อันดับ3ฟุตบอลโลก      ปี 1982,1986</p>
<p>                                   แชมป์ยุโรป                ปี 1984  </p>
<p> ระดับสโมสร   แชมป์กัลโช่เซเรียอา      ปี 1984,1986   (ยูเวนตุส)</p>
<p>                                  แชมป์โคปปาอิตาเลีย     ปี 1983   (ยูเวนตุส)</p>
<p>                                  แชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ     ปี 1985   (ยูเวนตุส)</p>
<p>                                  แชมป์คัพวินเนอร์คัพ     ปี 1984   (ยูเวนตุส)</p>
<p>                                  แชมป์ฝรั่งเศส              ปี 1981   (แซงต์เอเตียน)</p>
<p>                                  แชมป์เฟร้นช์คัพ            ปี 1978   (แซงต์เอเตียน)</p>
<p>พลาตินี่เคยได้รับเลือกเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรป (บัลลงดอร์) ถึง 3 สมัยติดต่อกันด้วยในปี 1983,84 และ 85</p>
<p><strong>คลิปนักฟุตบอล ตำนานนักเตาะ มิเชล พลาตินี Michel Platini &#8220;นโปเลียนลูกหนัง&#8221; </strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/GfAxRE7PJ14&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/GfAxRE7PJ14&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>cradit : http://soccer.mercigod.com<br />
cradit : http://football.sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/389/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-michel-platini-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาร์โก แวน บาสเท่น &#8221; เพชรฆาตพรายกระซิบ&#8221;</title>
		<link>http://www.tlcthai.com/football/381/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%86/</link>
		<comments>http://www.tlcthai.com/football/381/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%86/#comments</comments>
		<thumbnail>http://www.tlcthai.com/football/wp-content/thumbnails/381.jpg</thumbnail>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 07:21:13 +0000</pubDate>
		<views>5,269</views>
				<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Profile ประวัตินักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[Marco Van Basten]]></category>
		<category><![CDATA[คลิป นักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานนักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักบอล]]></category>
		<category><![CDATA[นักฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์โก แวน บาสเท่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tlcthai.com/football/?p=381</guid>
		<description><![CDATA[มาร์โก แวน บาสเท่น &#8221; เพชรฆาตพรายกระซิบ&#8221; มาร์โก แวน บาสเท่น Macro Van Basten- ดาวยิงเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ปี 1988,1989,1992 ถ้าจะเอ่ย ถึงตำแหน่งกองหน้าที่เก่งๆในฟุตบอลโลกซักคน คงจะต้องมีชื่อเขา คนนี้แน่นอน มาร์โก แวน บาสเท่น ยอดศูนย์หน้าชื่อก้องโลกของทีมชาติฮอลแลนด์ แวน บาสเท่น เกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ปี 1964 ที่เมืองอูเทร็คท์ และ ได้เริ่มเข้าร่วมทีมอาแจ็กซ์ จากทีมสมัครเล่นอีลิงค์วิก ในปี 1981 ด้วยพรสวรรค์และความเก่งเกินวัยทำให้เขาพุ่งขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ ของอาแจ๊กซ์เมื่ออายุเพียง 17 ปี โดยเป็นตัวสำรองแทน &#8220;นักเตะเทวดา&#8221; อย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ แวน บาสเท่น ถูกจับตามองอย่างมากเมื่อเขาติดทีมฮอลแลนด์ ชุดเยาวชนโลกที่เม็กซิโก เมื่อปี 1983 ซึ่งตัวเขาเองสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ผลงานในสโมสรอาแจ๊กซ์ ของแวน บาสเท่น ไม่ธรรดาเลย เมื่อยิงประตู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.tlcthai.com/football/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/football/wp-content/thumbnails/381.jpg&amp;w=200&amp;h=150&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<div id="attachment_382" class="wp-caption alignnone" style="width: 460px"><a href="http://www.tlcthai.com/football/381/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%86.html/1_001-4" rel="attachment wp-att-382"><img src="http://www.tlcthai.com/football/wp-content/uploads/2009/08/1_0011.jpg" alt="มาร์โก แวน บาสเท่น &quot; เพชรฆาตพรายกระซิบ&quot; " title="มาร์โก แวน บาสเท่น &quot; เพชรฆาตพรายกระซิบ&quot; " width="450" height="326" class="size-full wp-image-382" /></a><p class="wp-caption-text">มาร์โก แวน บาสเท่น \</p></div>
<p><strong>มาร์โก แวน บาสเท่น &#8221; เพชรฆาตพรายกระซิบ&#8221;</strong></p>
<p> มาร์โก แวน บาสเท่น Macro Van Basten- ดาวยิงเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ปี 1988,1989,1992  </p>
<p>ถ้าจะเอ่ย ถึงตำแหน่งกองหน้าที่เก่งๆในฟุตบอลโลกซักคน คงจะต้องมีชื่อเขา คนนี้แน่นอน มาร์โก แวน บาสเท่น ยอดศูนย์หน้าชื่อก้องโลกของทีมชาติฮอลแลนด์   แวน บาสเท่น เกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ปี 1964  ที่เมืองอูเทร็คท์  และ ได้เริ่มเข้าร่วมทีมอาแจ็กซ์ จากทีมสมัครเล่นอีลิงค์วิก ในปี 1981  ด้วยพรสวรรค์และความเก่งเกินวัยทำให้เขาพุ่งขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ ของอาแจ๊กซ์เมื่ออายุเพียง 17 ปี โดยเป็นตัวสำรองแทน &#8220;นักเตะเทวดา&#8221; อย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ </p>
<p>          <strong>แวน บาสเท่น</strong> ถูกจับตามองอย่างมากเมื่อเขาติดทีมฮอลแลนด์ ชุดเยาวชนโลกที่เม็กซิโก เมื่อปี 1983 ซึ่งตัวเขาเองสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม </p>
<p>         ผลงานในสโมสรอาแจ๊กซ์ ของแวน บาสเท่น ไม่ธรรดาเลย เมื่อยิงประตู ได้ทั้งสิ้น 128 ประตู ซึ่งเป็นสถิติที่เฉลี่ยแล้วเกือบยิงทุกนัดที่ลงสนาม ความเป็นดาวซัลโวที่ฉายแสงอย่างสุดยอดของเขาในทีมอาแจ๊กซ์ ทำให้สโมสรขาย วิฟ เคี้ยฟ ดาราเท้าทองแห่งยุโรปในปี 1982 ออกจากทีมไปในปี 1983</p>
<p>         <strong>แวน บาสเท่น</strong> ยังสำแดงเดช ยิงประตูให้อาแจ๊กซ์เป็นว่าเล่น จนสามารถนำทีมคว้าแชมป์คัพวินเนอร์คัพ มาครองได้ในปี 1987 และในปีนั้นแวน บาสเท่น กดไปถึง 31 ประตู ด้วยผลงนอันยอดเยี่ยมนี่เอง ทำให้ ทีมปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน มาซื้อตัวเขาในราคา 1.5 ล้านปอนด์ ( ประมาณ 80 ล้านบาท) โดยต้องแย่งกับสโมสรชั้นนำของยุโรป อย่าง บาร์เซโรน่า,โรม่า,แวร์เดอ เบรเมน  ซึ่งทำให้เอซี มิลาน แข็งแกร่ง และก้าวขึ้นไปเป็นยอดทีมในยุคนั้นทันที</p>
<p>         สำหรับผลงานในระดับชาติ <strong>แวน บาสเท่น</strong> สร้างชื่อของเขาในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 1988 ที่ประเทศเยอรมันตะวันตก ซึ่งช่วงแรกๆ เขาต้องเล่นเป็นแค่ตัวสำรอง แต่หลังจากนัดแรก แวน บาสเท่น ได้กลับมาเล่นเป็นตัวจริงและยิงได้ถึง 5 ประตู รวมถึงประตูดับเจ้าภาพเยอรมันในรอบตัดเชือกและลูกสุดสวยกับทีมชาติรัสเซีย ในนัดชิงชนะเลิศ และพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปในปี 1988 ด้วย</p>
<p>       ส่วนฟุตบอลโลกสำหรับ<strong>แวน บาสเท่น</strong> ในปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี ตอนนั้น ฮอลแลนด์ ไปในฐานะทีมแชม์ยุโรปและตัวเต็งอันดับ ต้นๆ แต่ต้องเจองานหนักตั้งแต่รอบแรกอยู่ร่วมสาย กับ อียิปต์,ไอร์แลนด์ และอังกฤษ ซึ่งฮอลแลนด์สร้างผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็สามารถผ่านเข้ารอบสอง ไปเจอกับเยอรมันตะวันตก ซึ่งถือเป็นการล้างตาจากฟุตบอลยูโร 88 ซึ่งคราวนี้ ทีมของแวน บาสเท่น ต้องแพ้ไป 1-2 ทำให้ต้องตกรอบอย่างรวดเร็ว</p>
<p>         หลังจากนั้นแวน บาสเท่น พาทีมเอซี มิลาน คว้าแชมป์เป็นว่าเล่นไม่ว่า แชมป์กัลโช่ เซเรียอา,แชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ,แชมป์สโมสรโลก ฯลฯ และตัวเขาเองยังคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปได้ถึง 3 สมัยในปี 1988,1989 และ 1992  และนักเตะยอดเยี่ยมของโลก ในปี 1992 เช่นกัน</p>
<p>         แต่หลังจากนั้น โชคชะตา จะเล่นตลกกับ แวน บาสเท่น เมื่อมีปัญหาอาการบาดเจ็บ เล่นงานเรื้อรังไม่ว่าจะผ่าตัดกี่ครั้ง แต่แวน บาสเท่น ก็ไม่สามารถจะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก แม้ฟุตบอลโลกในปี 1994 แวน บาสเท่น ก็ไม่สามารถฟิตทันได้ และแวน บาสเท่น ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหว จนต้องประกาศแขวน สตั๊ดด้วยวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น</p>
<p>         แม้ว่า ผลงานในฟุตบอลโลกของแวน บาสเท่น จะมีแค่ในฟุตบอลโลก ปี 1990 แค่ครั้งเดียว แต่ชื่อของเขา ยังเป็นที่รู้จักในวงการลูกหนังโลกและได้รับการยกย่องว่า เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของโลก ที่เคยมีมาอีกด้วย  ปัจจุบัน แวน บาสเท่น กำลังจะกลับเข้าสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งที่ประเทศเยอรมันในปี 2006 แต่มาคราวนี้ เขามาในฐานะกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งพลพรรค อัศวินสีส้มได้รับการคาดหมายว่าเป็นทีมตัวเต็งอันดับต้นๆด้วย </p>
<p>         ถึงกาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหน แต่คงไม่มีใครลืมผลงานถล่มประตูอันสุดยอดของ ยอดศูนย์หน้าระดับโลกในตำนาน อย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น คนนี้ได้อย่างแน่นอน</p>
<p><strong>คลิป นักฟุตบอล ตำนานนักฟุตบอล มาร์โก แวน บาสเท่น Marco Van Basten compilation</strong></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/KysjEyRsZ_k&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/KysjEyRsZ_k&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>cradit : http://soccer.mercigod.com<br />
cradit : http://www.rakball.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tlcthai.com/football/381/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Page Caching using memcached (User agent is rejected)
Object Caching 577/633 objects using memcached

Served from: www.tlcthai.com @ 2012-05-25 11:20:24 -->

<!-- W3 Total Cache: Db cache debug info:
Engine:             memcached
Total queries:      24
Cached queries:     1
Total query time:   0.0233
SQL info:
    # | Time (s) |    Caching (Reject reason)     |   Status   | Data size (b) | Query
    1 |   0.0009 |            enabled             | not cached |          3939 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON t.term_id = tt.term_id WHERE tt.taxonomy IN ('category')  AND t.slug = 'profile-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2' ORDER BY t.name ASC
    2 |   0.0042 |  disabled (Query is rejected)  | not cached |             0 | SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  football_posts.* FROM football_posts  INNER JOIN football_term_relationships ON (football_posts.ID = football_term_relationships.object_id) INNER JOIN football_term_taxonomy ON (football_term_relationships.term_taxonomy_id = football_term_taxonomy.term_taxonomy_id)  WHERE 1=1  AND football_term_taxonomy.taxonomy = 'category' AND football_term_taxonomy.term_id IN ('10') AND football_posts.post_type = 'post' AND (football_posts.post_status = 'publish') GROUP BY football_posts.ID ORDER BY football_posts.post_date DESC LIMIT 0, 30
    3 |   0.0004 |  disabled (Query is rejected)  | not cached |             0 | SELECT FOUND_ROWS()
    4 |   0.0004 |            enabled             |   cached   |          5749 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (415) ORDER BY t.name ASC
    5 |   0.0005 |            enabled             | not cached |          1902 | SELECT post_id, meta_key, meta_value FROM football_postmeta WHERE post_id IN (408)
    6 |   0.0007 |            enabled             | not cached |         29784 | SELECT * FROM football_posts WHERE ID = 408 LIMIT 1
    7 |   0.0011 |            enabled             | not cached |          4345 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category') AND tr.object_id IN (408) ORDER BY t.name ASC
    8 |   0.0012 |            enabled             | not cached |          5270 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (408) ORDER BY t.name ASC
    9 |   0.0006 |            enabled             | not cached |          1902 | SELECT post_id, meta_key, meta_value FROM football_postmeta WHERE post_id IN (401)
   10 |   0.0007 |            enabled             | not cached |         17551 | SELECT * FROM football_posts WHERE ID = 401 LIMIT 1
   11 |   0.0012 |            enabled             | not cached |          4345 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category') AND tr.object_id IN (401) ORDER BY t.name ASC
   12 |   0.0013 |            enabled             | not cached |          5219 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (401) ORDER BY t.name ASC
   13 |   0.0005 |            enabled             | not cached |          1902 | SELECT post_id, meta_key, meta_value FROM football_postmeta WHERE post_id IN (395)
   14 |   0.0007 |            enabled             | not cached |         32249 | SELECT * FROM football_posts WHERE ID = 395 LIMIT 1
   15 |   0.0009 |            enabled             | not cached |          4345 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category') AND tr.object_id IN (395) ORDER BY t.name ASC
   16 |   0.0012 |            enabled             | not cached |          6340 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (395) ORDER BY t.name ASC
   17 |   0.0005 |            enabled             | not cached |          1902 | SELECT post_id, meta_key, meta_value FROM football_postmeta WHERE post_id IN (389)
   18 |   0.0009 |            enabled             | not cached |         26881 | SELECT * FROM football_posts WHERE ID = 389 LIMIT 1
   19 |   0.0009 |            enabled             | not cached |          4345 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category') AND tr.object_id IN (389) ORDER BY t.name ASC
   20 |   0.0011 |            enabled             | not cached |          5200 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (389) ORDER BY t.name ASC
   21 |   0.0005 |            enabled             | not cached |          1902 | SELECT post_id, meta_key, meta_value FROM football_postmeta WHERE post_id IN (381)
   22 |   0.0007 |            enabled             | not cached |         18999 | SELECT * FROM football_posts WHERE ID = 381 LIMIT 1
   23 |   0.0011 |            enabled             | not cached |          4345 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category') AND tr.object_id IN (381) ORDER BY t.name ASC
   24 |   0.0015 |            enabled             | not cached |          5521 | SELECT t.*, tt.* FROM football_terms AS t INNER JOIN football_term_taxonomy AS tt ON tt.term_id = t.term_id INNER JOIN football_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('post_tag') AND tr.object_id IN (381) ORDER BY t.name ASC
-->
