โหรตั้งข้อสังเกตหมุดคณะราษฎรหาย คือ การทำลายอาถรรพ์เก่า

การะเกต์พยากรณ์ โหราศาสตร์ชื่อดังโพสต์อธิบายหมุดคณะราษฎรหาย อ้างอิงตำนานมีเหตุอาเพศ และการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการทำลายอาถรรพ์

 

หมุดคณะราษฎรหาย

วันนี้ (18 เม.ย.) เฟซบุ๊กเพจ การะเกต์พยากรณ์ Astrologer and Tarot Reader. ได้ออกมาโพสต์ตั้งข้อสังเกตในทางโหราศาสตร์เกี่ยวกับข่าวที่ว่า หมุดคณะราษฎร หายไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้น น่าจะเชื่อมโยงทางโหราศาสตร์ที่สืบเนื่องมาในอดีต มีข้อสังเกตลำดับเหตุการณ์ต่างๆอย่างน่าสนใจ

หมุดคณะราษฎรหาย

ว่าด้วยเรื่องหมุด-หมุดในทางโหราศาสตร์

หลายวันมานี้ หลายท่านคงได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับ *หมุดหาย* กัน โดยหมุดที่ว่านี้ คือ หมุดทองเหลืองของคณะราษฎร ที่ได้ฝังไว้ใกล้พระบรมรูปทรงม้า อันมีข้อความจารึกไว้ว่า “๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง ณ ที่นี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”

ในวันที่ 21 เมษายน ปี พ.ศ. 2325 อันเป็นวันสถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นนั้น ได้เป็นวันที่มีพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองขึ้น โดยฤกษ์วางไว้ในเวลา 06.54 น.

ครั้นถึงเวลาพระฤกษ์ พระยาโหราธิบดีก็ย่ำฆ้อง พ่อพราหมณ์เป่ามหาสังข์ เจ้าพนักงานประโคมดุริยางค์พิณพาทย์ ยิงปืนใหญ่ เพื่ออัญเชิญเสาหลักเมืองลงหลุม แต่ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏว่ามีงูตัวเล็ก 4 ตัว นอนอยู่ในหลุมนั้น ซึ่งไม่ทันการณ์แล้ว จำเป็นต้องวางเสาหลักเมืองลงตามเวลาพระฤกษ์ และกลบฝังงูทั้ง 4 นั้นไป

เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนั้น จึงทำให้เกิดความปริวิตกไปทั่ว ว่า จะเป็นอาเพศลางร้ายต่อบ้านเมืองหรือไม่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระมหากษัตริย์และเป็นองค์ประธานในพิธีฝังเสาหลักเมืองในวันนั้น จึงรับสั่งทรงเรียกประชุมโหราจารย์และสมณชีพราหมณ์มาปรึกษาหารือวิเคราะห์กันว่า ลางที่อุบัติขึ้นนั้น จะเป็นไปในทางใด

จนในที่สุด แม้ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่า ลางจะบอกอะไร แต่ทุกฝ่ายก็ลงความเห็นว่า งูทั้ง 4 ตัวนั้น จะต้องนำพาเรื่องเสื่อมโทรมเสียหายมาให้กับพระนครอย่างแน่นอน

นอกจากนั้นแล้ว ในวันอาทิตย์ เดือน 7 ขึ้น 1 ค่ำ ปีระกา เวลา 15.36 น. ก็มีฟ้าผ่าลงมาจนเกิดไฟไหม้ปราสาทในเขตพระราชวัง เหตุการณ์ดังกล่าว มีจดหมายเหตุของกรมหลวงนรินทรเทวี บันทึกเรื่องนี้ไว้ว่า

“…พระโองการตรัสว่า เราได้ยกพระไตรปิฎก เทวาให้โอกาสแก่เรา ต่อเสียเมืองถึงจะเสียปราสาท ด้วยชะตาเมืองคอดกิ่วใน 7 ปี 7 เดือน เสร็จสิ้นพระเคราะห์เมือง จะถาวรลำดับกษัตริย์ถึง 150 ปี”

ความว่า ชะตาเมืองอยู่ในเกณฑ์ร้าย ในเวลาอีก 7 ปี 7 เดือน จึงจะสิ้นเคราะห์ แต่หากพ้นเคราะห์แล้ว จะถาวรกษัตริย์ไปได้อีก 150 ปี หากนับจากปี พ.ศ. 2325 จะครบเวลา 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 นั่นเอง

ลุมาจนถึงในรัชกาลสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก็ได้มีการจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนของเดิมที่เก่าชำรุดไป ซึ่งการณ์นี้ ทำให้เราจึงมีเสาหลักเมืองอยู่ 2 ต้นอยู่ด้วยกัน

** ปัจจุบัน ภายในศาลพระหลักเมืองกรุงเทพฯ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง เทพารักษ์ 5 องค์ ที่จะช่วยปกปักรักษาแผ่นดินเพิ่มด้วย

แล้วปี 2475 ก็มาถึง ในปี 2475 ก็ได้มีเจ้านายเชื้อพระวงศ์ 4 ท่าน ทรงพระราชสมภพ (ถือกำเนิด) ใน ปีมะเส็ง (ปีงูเล็ก) เหมือนกัน แม้จะต่างรอบต่างเวลา ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินทร

เจ้านายทั้ง 4 พระองค์จึงได้ร่วมกันสร้างอนุสรณ์เพื่อแก้เคล็ดอาถรรพ์ไว้ที่สถานเสาวภา ดังที่เรียกกันว่า ตึกสี่มะเส็ง

** ปัจจุบันอาคารดังกล่าวถูกรื้อถอนไปแล้ว แต่สภากาชาดไทยได้สร้างอาคารหลังใหม่ในบริเวณเดิม และยังคงใช้ชื่ออาคารว่า “ตึกสี่มะเส็ง”

แต่แล้ว ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เวลา “ย่ำรุ่ง” หรือ 04.45 ก็มีการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ นับจากวันลงเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ครั้งแรกแล้ว ก็เป็นเวลาได้ 150 ปี 2 เดือน 3 วัน ในทางโหราศาสตร์ วันนั้น เป็นเวลาที่ดาวพุธเสวยอายุดวงเมือง ดาวอาทิตย์แทรก ดาวเสาร์เป็นกาลกิณีจร จนมาถึงในปีนี้ 2560 ในเดือนเมษายนนี้ ก็มีข่าวว่า “หมุดคณะราษฎร” ได้หายไป ซึ่งยังเป็นที่ติดตามถามหาและถกเถียงกันอยู่ว่าหายไปไหน โดยมีหมุดใหม่มาแทนที่

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 15.00 น. ที่ผ่านมานี้ ประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกวันสำคัญอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือ เป็นวันประกาศพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งในวันเวลาดังกล่าว ลัคนาดวงฤกษ์สถิตยังราศีสิงห์ ซึ่งถือกันว่าเป็นราศีประจำประเทศไทย โดย ลัคนาเสวยฤกษ์ที่ 10 มฆานักษัตร ในภพเรือนที่ 5 ของดวงเมือง

หมุดคณะราษฎรหาย

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มดาว มาฆะ หรือ มฆา นี้ คือ ดาว “Alpha-Leonics” ในกลุ่มดาวราศีสิงห์ (Leo) เรียกอีกอย่างได้ว่า ดาวงูตัวผู้ หรือ ดาวงูเลื้อย และยังมีความหมายที่น่าสนใจของกลุ่มดาวนี้อีก เช่น

ดาว Alpha-Leonis นี้ ยังมีชื่อเฉพาะว่า เรกิวลัส ( Regulus )ทางละตินเรียกดาวดวงนี้ว่า คอร์ลีโอนิส (Cor Leonis) แปลว่า “หัวใจสิงห์” คนไทยเรียกดาวดวงนี้ว่า “ดาวหัวใจสิงห์” ทางฮินดูเรียก มาฆะ (Magha) ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ทรงพลัง” หรือ “ผู้เป็นใหญ่”

ไม่ว่าเรื่องหมุดที่หายไปจะลงเอยอย่างไร แต่ในทางโหราศาสตร์แล้ว การประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2560 นี้ พิจารณาลัคนาดวงฤกษ์แล้ว จะเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ หรือจะเป็นสัญญาณการบอกเหตุอีกครั้งว่า อาถรรพ์เก่าได้ถูกทำลายลงแล้ว…

ที่มา manager.co.th

เรื่องเด่นโหราศาสตร์
- 21-04-2017 10:47:12 โพสต์โดย : horo_2u คนดู อ่านดวง 1,666 คน คน