5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

 

เทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมบันเทิง สื่อ และการตลาด วงการสื่อและบันเทิง อย่างสิ้นเชิง อย่างที่จะไม่หลงเหลือสื่อรูปแบบเดิมๆ อีกเลย โดยการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เหมือนกับเทคโนโลยี 4G ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรูปแบบการบริโภคสื่อ เพราะตั้งแต่มีเทคโนโลยี 4G เกิดขึ้นนั้น ทำให้เกิดวัฒนธรรมการดาวน์โหลดเนื้อหาบนคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงการสตรีมมิ่งบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ 4G ที่สามารถสตรีมมิ่งคอนเทนท์ต่างๆ เช่น เพลงและวิดีโอที่มีคุณภาพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้หนังสือพิมพ์ หนังสือแม็กซีน โทรทัศน์แบบดังเดิม ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในยุโรปต้องขาดทุนและเลิกกิจการไปมากมายในปี 2014 และกำลังจะเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ดังนั้นเทคโนโลยี 5G จะเข้ามาปฏิรูป วงการสื่อและบันเทิง ในทศวรรษหน้าได้เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยี 4G ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งนวัตกรรมด้านเนื้อหา, ห่วงโซ่คุณค่า และการบริโภค นอกจากนี้ 5G ยังมีศักยภาพต่อนักการตลาดอย่างมาก อย่างเช่น การดาวน์โหลดข้อมูลบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยคามเร็วเฉลี่ย 100 เมกะบิตต่อวินาที และเวลาในการตอบสนองจะลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม 5G จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง วงการสื่อและบันเทิง และการตลาดในวงกว้างมากขึ้น สามารถลดปัญหาของผู้บริโภคที่อาศัยอย่างหนาแน่นในเมืองที่มักจะประสบปัญหาการใช้งานเครือข่ายมากเกินไปลงได้ และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจะได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น ซึ่ง 5G จะเป็นโอกาสสำหรับสินค้าและนักการตลาดในการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้เกิดนวัตกรรมมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีการดึงดูดผู้บริโภคในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ๆ

ปัจจุบัน (ปี 2017) เทคโนโลยี 5G ยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ในอีก 2 – 3 ปี ข้างหน้าจะเริ่มให้บริการ โดยอาจมีการใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีเดิม อย่างเช่น 4G และจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากปี 2020 เป็นต้นไป เทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น

5G จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคสื่อ และการตลาด เนื่องจากความเร็วในการดาวน์โหลดจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า เมื่อเทียบกับ 4G และสำหรับมาตรฐาน 5G ที่แท้จริงอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 100 เท่า ดังนั้นหากเป็นการดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD บนเครือข่าย 4G จะใช้เวลาในการดาวน์โหลด 6 นาที แต่ 5G อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ในยุคที่ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหา, รูป และวิดีโอ แล้วมีความเร็วในการอัปโหลดที่ดีขึ้น จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียมากขึ้นด้วย

5G มีความหน่วงเวลา (latency) ที่น้อยมากๆ โดยจะช่วยทำให้การสตรีมมิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วิดีโอจะต้องการบัฟเฟอร์ที่น้อยลงและเนื้อหาจะมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักการตลาดมีโอกาสในการเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูง (HD) เช่นเดียวกับวิดีโอรูปแบบใหม่ อย่างเช่น virtual reality (VR), augmented reality (AR) และภาพ 360 องศา

5G จะทำให้การดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีคุณภาพความละเอียดสูง โดยใช้เวลาในการดาวน์โหลดลดลงมาก
ซึ่งความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพ ความเร็ว และความน่าเชื่อถือ นำไปสู่การสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว

การสตรีมมิ่งวิดีโอ 4k ทำให้การถ่ายทอดสดเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ วงการสื่อและบันเทิง โดยเฉพาะผู้ทำรายการสื่อ เช่น การถ่ายทอดรายการกีฬา ส่วนการสื่อสารการตลาดสามารถมองเห็นศักยภาพในการใช้ video calling แบบตัวต่อตัว เป็นช่องทางที่เชื่อถือได้มากขึ้นสำหรับการบริการลูกค้า อย่างเช่น การแชทสด (live chat) และโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการลูกค้า

ผู้ให้บริการเครือข่าย 5G จะมีอำนาจในตลาดมากกว่าผู้ให้บริการบรอดแบนด์แบบมีสาย (เคเบิล) เช่น Comcast ซึ่งคาดว่าผู้ให้บริการเคเบิลจะร่วมเป็นพันธมิตร เข้าซื้อกิจการ หรือกลายมาเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย 5G นอกจากนี้คาดว่าบริษัท ด้านเทคโนโลยี เช่น Facebook, Google และ Amazon จะพยายามเข้าสู่การพัฒนา 5G โดยในปัจจุบัน Amazon กำลังเจรจากับ Dish Network เพื่อพัฒนาเครือข่าย 5G

การที่ 5G ทำให้เวลาที่ใช้ในการดาวน์โหลดเนื้อหาดิจิทัลที่มีปริมาณมหาศาล เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือเกม ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที จึงทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่า 5G จะนำไปสู่นวัตกรรมด้านเนื้อหาที่สำคัญ การพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายทอดสด (live-streaming) และจะมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกมากมายจากเทคโนโลยี 5G ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Internet of Things (IoT), Robot, Drone ไปจนถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในการวิเคราะห์ Big Data Analytics

5G เป็นวิวัฒนาการในการเชื่อมต่อ ซึ่งจะทำให้เห็น Internet of Things (IoT) เข้าสู่กระแสหลัก
โดยรายงานล่าสุดจาก Ericsson คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เกิดจากความน่าเชื่อถือในประสิทธิภาพของเครือข่าย 5G ที่สูงมาก โดยการนำระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ของเซ็นเซอร์มาใช้ เช่น เซ็นเซอร์บนยานพาหนะที่นำไปใช้ประโยชน์บนท้องถนนได้มากขึ้น เนื่องจากมีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความจุและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์ในเครือข่ายได้นานมากขึ้น

การเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริงอาจเป็นได้ในเทคโนโลยี 5G ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นจุดขายที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์แฮนด์ฟรี เช่น Alexa ของ Amazon แต่สิ่งต่างๆภายในครัวเรือน ตั้งแต่หลอดไฟ กาต้มน้ำไปจนถึงตู้เย็น ก็อาจจะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ที่น่าเชื่อถือนี้มากขึ้น

5G เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับ วงการสื่อและบันเทิง และนักการตลาด ที่ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ทำให้การให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานเทคโนโลยี 5G นี้ ไม่ว่าจะใช้งานในอุตสาหกรรมใดก็ตาม ล้วนทำให้มีการเชื่อมต่อกันมากขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบและการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพต่อการใช้งานที่ผิดพลาดทางเทคนิคหรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ และแน่นอน ความรวดเร็วของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เร็วขึ้น ก็จะทำให้ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ถึงแม้ว่า 5G อาจจะทำลายล้างธุรกิจรูปแบบเดิมๆ แต่มันก็เป็นการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์ (Creative destruction) และมันก็สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม และมันจะยังคงดำเนินต่อไปตราบใดที่เทคโนโลยียังไม่หยุดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ที่มา : it24hrs.

กระทู้ Hi tech
- 2017-12-20 5:44:18 โพสต์โดย : mintcss 33 views