พระธาตุดอยกองมู วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พระธาตุดอยกองมู วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน

 “หมอกสามฤดู…..กองมูเสียดฟ้า…..ป่าเขียวขจี…..ผู้คนดี…..ประเพณีงาม…..ลือนามถิ่นบัวตอง” คือ คำขวัญประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่บ่งบอกถึงสภาพของภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ลักษณะของผู้คน และแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นประจำท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี สำหรับคำว่า “กองมูเสียดฟ้า” ในคำขวัญดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นการสื่อถึง “วัดพระธาตุดอยกองมู” วัดเก่าแก่คู่เมืองแม่ฮ่องสอนที่ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งมีความสูง 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

     วัดพระธาตุดอยกองมู : ปูชนียสถานคู่เมืองสามหมอก

     วัดพระธาตุดอยกองมูเป็นวัดที่ประดิษฐานพระธาตุอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองสามหมอก ตั้งอยู่บนภูเขาด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดิมทีวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดปลายดอย” แต่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดพระธาตุดอยกองมู” ในภายหลัง (คำว่า “กองมู” ในภาษาไทใหญ่หมายถึง “พระเจดีย์” ครับ)

ตามประวัติเก่าเล่าว่าวัดพระธาตุดอยกองมูสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2403 โดยพ่อค้าชาวไทใหญ่ชื่อ “จองต่องสู่” และภรรยา…..ในครั้งนั้นจองต่องสู่ได้จัดสร้างจอง (จอง : อาคารหลักของวัดไทใหญ่) และพระเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นเพื่อบรรจุ “พระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ” ซึ่ง “พระอุปั่นเต็กต๊ะ” ชาวเมืองตองกี่ได้อัญเชิญมาจากเมืองมะละแหม่งในประเทศพม่า หลังจากกาลนั้นพระอุปั่นเต็กต๊ะก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระธาตุดอยกองมูเรื่อยมาจนกระทั่งจองต่องสู่สิ้นชีวิตลง ท่านจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปจำพรรษา ณ เมืองตองกี่ดังเดิม

  ต่อมาในปี พ.ศ. 2417…..“พญาสิงหนาทราชา” เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรกได้จัดสร้างพระเจดีย์ขนาดย่อมอีกองค์หนึ่งขึ้นเคียงข้างกับพระเจดีย์องค์เก่าเพื่อใช้บรรจุ “พระธาตุของพระสารีบุตรเถระ” ซึ่ง “พระอู่เอ่งต๊ะก๊ะ” อัญเชิญมาจากเมืองมัณฑะเลย์ในประเทศพม่า …..พร้อมกันนั้น…..พญาสิงหนาทราชาก็ได้นิมนต์ให้พระอู่เอ่งต๊ะก๊ะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสของวัดพระธาตุดอยกองมูสืบไป

     สถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุดอยกองมู

ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุดอยกองมูเป็นศิลปะแบบ “ไทใหญ่ – พม่า” ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากงานสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัดทางภาคเหนือ พระเจดีย์องค์ใหญ่มีฐานผังแปดเหลี่ยมซ้อนชั้น ต่อขึ้นไปด้วยองค์ระฆังและปล้องไฉนโดยปราศจากชั้นบัลลังก์ บนด้านทั้งแปดประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันอยู่ในซุ้มจรณัมประดับลายปูนปั้น (พระพุทธรูปประจำวันจันทร์ – อาทิตย์ จะมีด้วยกันทั้งหมด 8 องค์ โดยในวันพุธซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์จะถือเป็นการเปลี่ยนฤกษ์ยามจึงมีพระพุทธรูปประจำวันพุธกลางวันและวันพุธกลางคืนแยกจากกันครับ) ทางด้านทิศตะวันออกขององค์พระเจดีย์สร้างเป็นวิหารแบบไทใหญ่ – พม่ามีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาซ้อนสามชั้นมุงกระเบื้องและตกแต่งด้วยโลหะฉลุลายอันประณีต ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประจำทิศ

   พระเจดีย์องค์เล็กมีฐานซ้อนชั้นในผังสี่เหลี่ยมยกเก็จ ตรงมุมทั้งสี่ของฐานพระเจดีย์วางประดับไว้ด้วยสิงห์ปูนปั้น เหนือชุดฐานขึ้นไปเป็นองค์ระฆังปราศจากชั้นบัลลังก์เช่นเดียวกับพระเจดีย์องค์ใหญ่ รอบองค์พระเจดีย์มีซุ้มจรณัมทั้งหมดสี่ซุ้ม แต่ซุ้มจรณัมทางด้านทิศตะวันออกจะมีลักษณะพิเศษโดดเด่นกว่าด้านอื่นๆ คือ จัดสร้างเป็นยอดปราสาทสามยอดประดับด้วยลายปูนปั้นดูงดงามอย่างยิ่ง

     จุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากที่สุดในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางขึ้นมากราบสักการะพระธาตุดอยกองมูบางคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า บนวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางแห่งนี้ นอกจากจะเป็นจุดชมทิวทัศน์ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนจากมุมสูงที่สวยงามแล้ว…..ยังถือเป็นจุดชมทะเลหมอกในช่วงฤดูฝน – ฤดูหนาวที่งดงามมากที่สุดของย่านตัวเมืองอีกด้วย

จุดชมทิวทัศน์และทะเลหมอกบนวัดพระธาตุดอยกองมูนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่งใหญ่ๆ ซึ่งแต่ละแห่งก็ล้วนแล้วแต่มีความสวยงามแตกต่างกันไป โดยจุดชมทิวทัศน์แห่งแรกจะตั้งอยู่บริเวณศาลาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระเจดีย์องค์เล็ก เป็นจุดชมทิวทัศน์ซึ่งไม่สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจนสักเท่าไหร่นักเนื่องจากตั้งอยู่ในระดับความสูงใกล้เคียงกับไอหมอก…..แต่เมื่อถึงยามสายที่ดวงอาทิตย์แผดแสงร้อนแรงไล่สายหมอกสีขาวให้เลือนรางจางไป คุณจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนจากจุดชมทิวทัศน์แห่งนี้

สำหรับจุดชมทิวทัศน์แห่งที่สองนั้น ได้แก่ ระเบียงของ “ร้านก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา (Before sunset Cafe)” ร้านกาแฟที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของงานศิลปะ ตั้งอยู่ติดกับลานจอดรถทางด้านทิศตะวันตกของวัด…..อย่างไรก็ตาม…..ณ จุดชมทิวทัศน์แห่งที่สองนี้ก็จะยังไม่สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจนเฉกเช่นเดียวกับจุดชมทิวทัศน์แห่งแรก แต่ในยามเย็นย่ำเมื่อคราที่ดวงตะวันจะอำลาจากฟากฟ้า พวกเราบอกได้เลยว่าบริเวณระเบียงของร้านกาแฟแห่งนี้คือ จุดนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของวัดพระธาตุดอยกองมู

การเดินทางสู่วัดพระธาตุดอยกองมู :

     รถยนต์ส่วนบุคคล จากสี่แยก สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ให้ใช้ “ถ.ขุนลุมประพาส” มุ่งหน้าไปทาง “อ.ขุนยวม” ประมาณ 700 เมตรจะพบสี่แยก ให้เลี้ยวขวาเข้า “ซ.ขุนลุมประพาศ 3” ไปจนถึงทางแยกที่บรรจบกับ “ถ.ผดุงม่วยต่อ” ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนดังกล่าวอีกประมาณ 150 เมตร จะพบทางขึ้น “วัดพระธาตุดอยกองมู” อยู่ทางด้านขวามือใกล้ๆ กับ “วัดพระนอน” หลังจากนั้นให้ขับรถไปตามทางขึ้นเขาจนถึงตัววัด

รถประจำทาง
 ไม่มีรถประจำทาง แต่สามารถเหมารถสองแถวจาก “ตลาดสายหยุด” ในตัวเมืองขึ้นไปยังวัดได้

     ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูฝน – ฤดูหนาวซึ่งมีหมอกในยามเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่วัดพระธาตุดอยกองมูสวยงามมากที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูล www.thongteaw.com

ท่องเที่ยว
- 2017-09-19 4:27:14 โพสต์โดย : f10_patipan คนดู 129 คน

ท่องเที่ยว อัพเดท

  • ป้ายกำกับ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ข้อมูลท่องเที่ยว ข้อมูลร้านอาหาร ญี่ปุ่น ทะเล ที่พัก ที่เที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวภาคกลาง ท่องเที่ยวภาคเหนือ ท่องเที่ยวอัพเดต ท่องเที่ยวไทย น้ำตก พากิน พาชิม ภัตตาคาร ร้านอร่อย ร้านอาหาร ร้านเด็ด สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย สวนอาหาร ห้องอาหาร อุทยานแห่งชาติ เชียงใหม่ เที่ยว เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวหน้าหนาว เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวไทย แนะนำร้านอาหาร แนะนำร้านเด็ด แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวภาคอีสาน