แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดพังงา

พังงา เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา มีพื้นที่ 4,170.895 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร ชื่อของจังหวัดพังงานั้นเดิมน่าจะเรียกว่า เมืองภูงา ตามชื่อเขางา หรือเขาพังงา ซึ่งอยู่ในตัวเมืองพังงาในปัจจุบัน เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงเรียกกันว่า เมืองภูงา เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้องจองเป็นคู่กับเมืองภูเก็ตมาแต่เดิมก็ได้ แต่เหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเมืองภูงาเป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรณ์จึงมีฝรั่งมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และฝรั่งเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง พังงา เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนเมืองภูงาว่า PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภูงา หรือจะอ่านว่า พังงา หรือ พังกา ก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ จังหวัดพังงา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา

 
        ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา ตั้งอยู่เลขที่ 164 หมู่ 9 ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ตั้งอยู่บนแนวถนนเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมือง ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ  97 ไร่ 2 งาน 96.2 ตารางวา เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ในสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
        เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทดสอบงานวิจัยเพื่อเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยกุ้งทะเล สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำชายฝั่งและสถาบันวิจัยโรคสัตว์น้ำชายฝั่ง และใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์ การจัดการระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเชิงอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในด้านชีววิทยาและสมดุลของระบบนิเวศน์ กำหนดมาตรฐานการตรวจสอบผลผลิตจากการทำการประมงชายฝั่ง และตรวจรับรองกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่งให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เช่น ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ (ตรวจยาปฏิชีวนะตกค้าง ตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อไวรัสโดยวิธี  PCR) ตรวจสอบคุณภาพในแหล่งผลิตตามมาตรฐาน  GAP และ CoC ผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ พัฒนาการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ บริหารระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล 

          นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อาทิ ปลาการ์ตูน  ปลากระพงขาว เต่าตนุ เต่ากระ ปลาปักเป้า ปลาหมอทะเล หอยมือเสือ หอยเชลล์ หอยเป๋าฮื้อ เป็นต้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 8.30-16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 7643 2212-4 แฟกซ์ 0 7657 1008 และ www.fisheries.go.th/cf-phangnga

 

ประติมากรรมอนุสรณ์สถานสึนามิ 

        ประติมากรรมอนุสรณ์สถานสึนามิ ตั้งอยู่ที่ซอยนายเท่ง ถนนเพชรเกษม กม.ที่ 61 บ้านบางเนียง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา  ก่อสร้างโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรำลึกถึงเหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547
 
        ประติมากรรมชื่อว่า ”Stabile”  ผลงานการออกแบบของศิลปินชาว สวีเดน ลาร์ส อิงกลุนด์ ศิลปินชาวสวีเดนผู้มีผลงานโดดเด่นในแนว มินิมัลลิสม์ เป็นศิลปินชาวสวีเดนที่เป็นที่รู้จักทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มีผลงานจัดแสดงอยู่ทั้งในเวนิส ปารีส นิวยอร์ก และสวีเดน  “Stabile” หมายถึง บางสิ่งบางอย่างที่มั่นคง แข็งแรงเป็นหนึ่งเดียว งานชิ้นนี้มีผลสืบเนื่องมากจาก การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของลาร์ส อิงกลุนด์ ในปี 1990 เช่น โคมไฟ โต๊ะ หรือเก้าอี้ ขาโต๊ะ “Stabile” เป็นประติมากรรมนามธรรมแบบเรขาคณิต สร้างด้วยวัสดุสแตนเลสเส้นตรงผิวด้าน จำนวน 5 เส้นนำมาสานขัดกันเป็นชิ้นงานประติมากรรมมีความสูงประมาณ 6 เมตร ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าหรือเบื้องบนจักรวาล ศิลปินต้องการให้ผู้ชมแปลความหมายด้วยตัวเอง เขาเคยกล่าวว่า “ผู้ชมสามารถเข้าถึงจินตนาการในงานของข้าพเจ้าได้ก็โดยจิตใจเท่านั้น”   

 

 เกาะยาว

มีพื้นที่ประมาณ 137.6 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เกาะยาวนี้ประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ล้อมรอบด้วยเกาะเล็ก ๆ

สถานที่น่าสนใจบนเกาะยาวน้อย ประกอบด้วย
หาดป่าทราย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาว บนเกาะยาวน้อยประมาณ 7 กิโลเมตร หาดทรายขาวสะอาด มีทิวไม้ร่มรื่น สามารถลงเล่นน้ำได้โดยปลอดภัย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เกาะต่าง ๆ ของจังหวัดกระบี่

หาดท่าเขา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาวน้อย 5 กิโลเมตร หาดทรายมีหินเล็ก ๆ หลากลวดลาย ห่างจากฝั่งออกไปเล็กน้อยมีเกาะเล็ก ๆ ยามน้ำแห้งสามารถเดินไปเที่ยวเกาะเหล่านี้ได้สะดวก บนเกาะมีไม้ป่า และกล้วยไม้ขึ้นอยู่ทั่วไป
เกาะยาวใหญ่ ประกอบด้วย

สถานที่น่าสนใจบนเกาะยาวใหญ่ ประกอบด้วย
อ่าวตีกุด อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายขาวสะอาด ทางทิศเหนือของอ่าวเป็นแหลมที่มีทิวทัศน์สวยงาม ชายฝั่งร่มรื่นด้วยทิวสน

อ่าวคลองสน อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ หาดทรายขาวสะอาดร่มรื่นไปด้วยทิวสน ทางด้านซ้ายมือมีโขดหิน และก้อนหินเล็ก ๆ หลากสีสวยงาม อ่าวนี้เล่นน้ำ และดำน้ำชมปะการังได้

อ่าวหินกอง อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดร่มรื่นด้วยไม้เคียม มีลูกปลากระเบนอาศัยอยู่จำนวนมาก ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ ที่อ่าวนี้ยังมีชาวบ้านมุสลิมทำอาชีพหาปลาอาศัยอยู่

อ่าวล้าน อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดทรายสวยงาม สามารถลงเล่นน้ำได้ ทางทิศเหนือของแหลมเป็นหน้าผาชัน เดินทางทางเรือสะดวกที่สุด

อ่าวทราย อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดทรายขาวละเอียด สามารถเล่นน้ำได้

เกาะโละปาแรด อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ เป็นหาดทรายที่ร่มรื่นด้วยสวนมะพร้าว หาดทรายขาวละเอียดเป็นแนวยาวเหยียด ทางเหนือของอ่าวมีแหลมที่มีโขดหินสวยงาม ลงเล่นน้ำทะเลได้

แหลมนกออก ตั้งอยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดทรายที่มีโขดหิน และก้อนหินหลากสีสวยงาม สามารถเล่นน้ำได้

บนเกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่มีที่พักเอกชนบริการ นอกจากนี้เกาะยาวน้อยมีบริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสำเริง ราเขต โทร. 0 7659 7244 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อย โทร. 0 7659 7122 หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับโฮมสเตย์เกาะยาวน้อยได้ที่ www.kohyao-cbt.com หรือ http://www.kohyaohomestay.com

การเดินทาง ไปเกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ สามารถเดินทางได้ทั้งจากจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ แต่การเดินทางจากจังหวัดภูเก็ตจะสะดวกที่สุด
การเดินทางไปเกาะยาวน้อย
จังหวัดภูเก็ต เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือบางโรง ตำบลป่าคลอก-เกาะยาวน้อย (ท่าเรือสุขาภิบาล) เวลา 11.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 14.30 น. และ 17.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะยาวน้อย-ท่าเรือบางโรง เวลา 07.00 น. และ 07.30 น. อัตราค่าเรือคนละ 100 บาท/เที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที หรือเช่าเหมาเรือหางยาว ราคา 800-1,000 บาท และมีเรือเร็วขนาดต่าง ๆ ราคาเช่าเหมาลำละ 4,000-6,000 บาท/เที่ยว
จังหวัดกระบี่ เที่ยวไป จากท่าเรือท่าเลน-เกาะยาวน้อย มีเรือออกวันละ 3 เที่ยว เวลา 12.00 น. 13.00 น. (เรือจอดท่าเรือท่าเขา) และ 15.00 น. (เรือจอดท่าเรือมาเนาะ) เที่ยวกลับ จากเกาะยาวน้อย -ท่าเรือท่าเลน มีเรือเมล์วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.30 น. (เรือจอดท่าเรือท่าเขา) และเวลา 08.30 น. (เรือจอดท่าเรือมาเนาะ) ใช้เวลาในการเดินทาง 30 นาที ค่าเรือเที่ยวละ 50 บาท และจากท่าเรือท่าเลนนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสองแถวมาขึ้นรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งกระบี่ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 30 บาท
จังหวัดพังงา เที่ยวไป จากท่าเรือท่าด่านศุลกากร-เกาะยาวน้อย (ท่าเรือมาเนาะหรือท่าเรือสุขาภิบาล ขึ้นอยู่กับน้ำขึ้นน้ำลง) มีเรือออกวันละ 1 เที่ยว เวลา 12.00 น. เที่ยวกลับ จากเกาะยาวน้อย-ท่าเรือท่าด่านศุลกากร มีเรือออกเวลา 07.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 80 บาท และมีเรือให้เช่าเหมาลำ ราคา 1,000-1,500 บาท สามารถเช่าเรือได้ที่ท่าเรือท่าด่านศุลกากร
การเดินทางไปเกาะยาวใหญ่
จังหวัดภูเก็ต เที่ยวไป จากท่าเรือเทียนสิน ถนนศรีสุทัศน์ จังหวัดภูเก็ต-เกาะยาวใหญ่ (ท่าเรือโล๊ะจาก) มีเรือออกเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ใช้เวลา 1 ชั่วโมง และ เที่ยวกลับ เรือออกจากท่าเรือโล๊ะจาก-ท่าเรือเทียนสิน เวลา 12.00 น. ค่าโดยสารคนละ 50 บาท/เที่ยว
นอกจากนั้นจากเกาะยาวน้อยสามารถเดินทางมาเกาะยาวใหญ่ได้ จากเกาะยาวน้อย ขึ้นเรือที่ท่าเรือมาเนาะ ถึงเกาะยาวใหญ่ ขึ้นเรือที่ท่าเรือบ้านช่องหลาด หรือท่าเรือคลองเหีย ค่าโดยสารคนละ 10 บาท ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

   เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันห่างจากฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า มีพื้นที่ประมาณ 84,375 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บนบกประมาณ 20,594 ไร่ ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) และเกาะรี (เกาะสต๊อก) ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม มีปลาสีสันต่าง ๆ มากมาย เป็นแหล่งสำหรับเหมาะชมปะการังน้ำตื้น โดยเฉพาะเกาะตอรินลา  สำหรับบริเวณที่เหมาะจะดำน้ำลึก คือ กองหินริเชลิว อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายพันธุ์ ปะการังสีสวย และเป็นจุดที่มีโอกาสพบฉลามวาฬ ที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลมาว่ายให้เห็นอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ฝนตกชุก คลื่นลมแรง 

  
          สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่ เกาะสุรินทร์เหนือ และ เกาะสุรินทร์ใต้ เป็นเกาะที่อยู่ติดกันโดยมีร่องน้ำคั่นกลาง มีอ่าวทั้งเล็กและใหญ่กระจายอยู่รอบเกาะ ทุกอ่าวมีความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลแตกต่างกันไป เกาะสุรินทร์เหนือเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ที่กางเต็นท์ และมีเรือหางยาวให้เช่าเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

          อ่าวไทรเอน อยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นอ่าวที่มี ชาวเลหรือมอแกน ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกินนอนอยู่ในเรืออาศัยอยู่ นับถือเทวรูปอินเดียนแดง ซึ่งแกะสลักด้วยท่อนไม้ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเล ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเมษายนของทุกปี ชาวเลจะมาชุมนุมเพื่อไหว้ผีที่ตนเคารพนับถือ งานจะจัดเป็นเวลา 3 วัน

          อ่าวลึก อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ มีปะการังน้ำตื้น สาหร่ายทะเล ดอกไม้ทะเล กัลปังหา ฝูงปลาการ์ตูน และฝูงปลาหลากชนิดสีสันสวยงาม

          อ่าวจาก อยู่ทางทิศเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ มีหาดทรายขาวละเอียดสะอาด เป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์

          อ่าวไม้งาม อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสุรินทร์เหนือ ติดกับอ่าวที่ทำการฯ เป็นอ่าวใหญ่ ชายหาดยาวโค้ง มีแนวปะการังที่สวยงามและปลาหลากสีหลายพันธุ์ นอกจากนั้นยังมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่าวไม้งาม เดินผ่านป่าดงดิบเลียบชายหาด มีป้ายสื่อความหมาย ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบพืชพรรณนานาชนิด สัตว์ป่าต่าง ๆ เช่น กระจง บ่าง นกที่หาดูได้ยาก ได้แก่ นกชาปีไหน นกลุมพูขาว

        อ่าวบอน อยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นที่อยู่ของชาวมอแกนหรือชาวเลอีกกลุ่มหนึ่ง

         อ่าวเต่า อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ มีเต่าทะเลอาศัยจำนวนมากบริเวณใกล้แนวปะการัง เป็นอ่าวที่เหมาะจะดำน้ำตื้น เพราะมีปะการังอ่อน และกัลปังหา

         อ่าวผักกาด อยู่ทางทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังเขากวาง เป็นอ่าวที่ดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก

         อ่าวสุเทพ อยู่ทางเหนือของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นอ่าวที่มีปะการังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น 

         เกาะปาจุมบา หรือ เกาะกลาง อยู่ทางเหนือของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นพื้นที่สงวนสำหรับอนุรักษ์เต่าทะเล บริเวณนี้น้ำไม่ลึก ยกเว้นด้านเหนือของเกาะ มีแต่กองหินในน้ำ ไม่มีปะการังอ่อนหรือกัลปังหา บางครั้งมีกระแสน้ำรุนแรง ไม่เหมาะสำหรับการดำน้า  เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา อยู่ทางใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นจุดดำน้ำชั้นยอดของหมู่เกาะสุรินทร์  มีแนวปะการังและกองหินใต้น้ำสลับกัน และยังมีปลาสวยงามหลากหลายชนิด เหมาะแก่การดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึก  แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีกระแสน้ำค่อนข้างแรง และไหลวนในบางครั่ง นักดำน้ำจึงควรมีความระมัดะระวังในระหว่างการดำน้ำ 

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ 
        รถยนต์ จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ไปอำเภอคุระบุรี และก่อนถึงอำเภอคุระบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 721 มีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าท่าเรือคุระบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร จะมองเห็นป้ายอุทยานฯ อยู่ทางขวามือ

       รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี วันละ 1 เที่ยว เวลา 20.00 น. ถึงอำเภอคุระบุรีเวลา 08.00 น.  ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ กรุงเทพฯ โทร. 0 2435 5609, 0 2434 7192 อำเภอคุระบุรี โทร. 0 7649 1218 และ บริษัท ลิกไนท์ ทัวร์ มีบริการรถโดยสารวิ่งวันละ 1 เที่ยว ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.05 น. ถึงอำเภอคุระบุรี เวลา 05.00 น. สอบถามรายละเอียด กรุงเทพฯ โทร. 0 2435 5016, 0 2435 7428 สำนักงานพังงา โทร. 0 7641 2300, 0 7641 2014 สำนักงานอำเภอตะกั่วป่า โทร. 0 7644 1107

การเดินทางไปท่าเรือทับละมุ สามารถไปได้หลายเส้นทาง คือ

- ากกรุงเทพฯ นั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-ระนอง และกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ลงที่สามแยกลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซด์มาท่าเรือทับละมุ

- จากตัวเมืองพังงา มีรถประจำทางสายพังงา-ท่าเรือทับละมุ ออกจากสถานีขนส่งพังงา หรือนั่งรถประจำทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี หรือ กรุงเทพฯ ระนอง ลงที่สามแยกลำแก่น จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปท่าเรือ

- จากอำเภอท้ายเหมือง มีรถสองแถวสายท้ายเหมือง-ทับละมุ รถโดยสารประจำทางสายภูเก็ต-ตะกั่วป่า หรือ ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี ขึ้นที่ตลาดถนนเพชรเกษม มาลงที่สามแยกลำแก่นจากนั้นให้นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปท่าเรือ

เรือโดยสาร และเรือเช่าเหมาลำ

นักท่องเที่ยวที่ต้องการติดต่อเรือโดยสารและเช่าเรือเหมาลำสำหรับเดินทางเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อได้ที่
     

- ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี หมู่เกาะสุรินทร์อยู่ห่างจากท่าเรือคุระบุรี 60 กิโลเมตร เรือโดยสารติดต่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร. 0 7649 1378 ค่าเรือไป-กลับ 1,200 บาท คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท โทร. 0 7649 1477-8, 0 7659 5068 หรือ บริษัท บาราคูดาไดฟ์วิ่ง จำกัด มีบริการเรือเร็ว (Speed boat) และเรือโดยสารขนาด 50-100 คน เรือเร็วใช้เวลา 1.20 ชั่วโมง ค่าโดยสารไป-กลับคนละ 1,700 บาท เรือโดยสารใช้เวลา 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารไป-กลับคนละ 1,200 บาท เรือออกจากท่าเรือคุระบุรีทุกวันเวลา 08.30-09.00 น. ขากลับออกจากเกาะสุรินทร์ เวลา 14.30 น. มีรถบริการรับส่งฟรีจากอำเภอคุระบุรีไปยังท่าเรือ ติดต่อสำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2183 6120-2 สำนักงานสาขาคุระบุรี โทร. 0 7649 1900 , 08 1401 1574 www.barracudadive.com

สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 20 หลัง ราคาหลังละ 2,000 บาท เต็นท์สำหรับให้เช่า ราคาเต็นท์ละ 300-1,200 บาท/คืน พักได้ 2-10 คน  ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่คนละ 80 บาท/คืน 
           นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท 
           นอกจากนั้นทางอุทยานฯ มีบริการเรือเที่ยวชมปะการังรอบเกาะ ราคา 140 บาท/คน และมีอุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า ราคา 150 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150 โทร. 0 7649 1378, 0 7649 1582 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ  www.dnp.go.th

ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ โดยดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th  และแนะนำนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว 

หมายเหตุ: ทางอุทยานฯ มีการกำหนดปิดอุทยานฯ ทั้งหมด เป็นประจำปีทุกปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม-15 พฤศจิกายน ของทุกปี 

ไว้ให้ติดต่อสอบถามหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติโดยตรงได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา โทร. 0 7647 2145-6, 0 7649 1378, 0 7649 1582 

 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน


          อยู่ตำบลเกาะพระทอง ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า สิมิลัน เป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่า เก้า หรือ หมู่เกาะเก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก ( เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ที่เกาะเมี่ยงเพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงามทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตูน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ กำหนดประกาศปิดอุทยานฯ ในช่วงวันที่ 16 พ.ค.-15 พ.ย. เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี

          สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังใบไม้ ปะการังสมอง ปะการังดอกเห็ดขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ กัลปังหา พัดทะเล กุ้งมังกร และปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล

เกาะบางู หรือ เกาะเก้า เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีโขดหินรูปลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะที่จุดดำน้ำ กองหินคริสมาสพอยต์เป็นกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามสลับซับซ้อนกันเป็นบริเวณกว้าง จะมีแนวปะการัง และกัลปังหาที่สมบูรณ์ และยังเป็นที่อยู่ของปลาหลากชนิด เช่น ปลาไหลริบบิ้น ฉลามครีบเงิน ปลาเก๋า ปลาบู่ กั้งตั๊กแตน
         เกาะหัวกะโหลก-หินปูซา หรือ เกาะเจ็ด เป็นเกาะที่มีลักษณะเหมือนรูปหัวกะโหลก สภาพใต้น้ำสวยงามเหมือนหุบเขาใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อน กัลปังหารูปพัดหลากสีสัน ฝูงปลานานาพันธุ์ และยังสามารถพบปลากระเบนราหู หรือฉลามวาฬได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะสิมิลัน
เกาะหูยง หรือ เกาะหนึ่ง เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีหาดทรายขาวสะอาด และยาวมากที่สุดในเก้าเกาะ มักจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เห็นร่องรอยของเต่าที่ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดคล้ายกับรอยตีนตะขาบเล็ก ๆ
         เกาะเมี่ยง หรือ เกาะสี่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองจากสิมิลัน เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีแหล่งน้ำจืด ชายหาดที่เกาะสี่จะมีสีขาวละเอียดเนียนสวยงามน่าสัมผัส น้ำทะเลใส บนเกาะสี่จะมีสัตว์ที่หาดูได้ยาก เช่น ปูไก่ ที่มีลำตัวเป็นสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ จะเห็นได้ในช่วงหัวค่ำที่มันออกหากิน นกชาปีไหน เป็นนกประจำถิ่นขนาดใหญ่ตระกูลเดียวกับนกพิราบป่า มีสีสันและลวดลายบนตัวที่งดงาม จะพบได้ตามริมชายหาด หรือร้านอาหารหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และ ปูเสฉวน ที่มีมากมายหลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่
นอกจากนั้นรอบ ๆ อุทยานฯ ยังมีบริเวณดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีก ทั้งจุดดำน้ำลึก ได้แก่ เกาะตาชัย อยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานฯ จะพบปลาสาก ปลาค้างคาว ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ เกาะบอน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะสิมิลัน จะพบฉลามครีบขาว ปลากระเบนราหู ฉลามกบ กองหินคริสต์มาสพอยต์ จะพบปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า กั้งตั๊กแตน กองหินแฟนตาซี อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแปด เป็นจุดรวมของหินดอกไม้ ปะการัง กัลปังหา สัตว์น้ำหลากชนิด และ จุดดำน้ำตื้น ได้แก่ อ่าวลึก อ่าวกวางเอง เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมดำน้ำสามารถติดต่อบริษัทดำน้ำในจังหวัดภูเก็ตและพังงา

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
- ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายพังงา-ตะกั่วป่า และเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯ ที่สุด ประมาณ 40 กิโลเมตร จากท่าเรือทับละมุใช้เวลาในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง มีเรือโดยสารสปีดโบ๊ทของภาคเอกชนให้บริการทุกวันตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (15 พ.ย. – 15 พ.ค.) โดยออกจากท่าเรือทับละมุเวลาประมาณ 8.00 น.(ขาไป) และเดินทางกลับจากเกาะไปท่าเรือทับละมุ เวลาประมาณ 15.00 น. (ขากลับ) ทุกวัน (ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า) โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบเรือโดยสารไป-กลับอย่างเดียว ราคาประมาณ 1,900 บาทต่อคน (ไป-กลับ), แบบแพ็คเก็จทัวร์ ราคาตั้งแต่ 2,700 บาทขึ้นไป และเรือเช่าเหมาลำราคา 30,000-40,000 บาทต่อลำ
สามารถติดต่อได้ที่บริษัท เม็ดทราย ทัวร์  มีเรือเช่านั่งได้ 30-60 คน ราคา 9,000-15,000 บาท โทร. 0 7644 3276, 0 7644 3340, 08 1893 8042 e-mail: metsine@ksc.th.comwww.similanthailand.com, บริษัท แจ๊ค สิมิลัน ทราเวล โทร. 0 7652 2052-3, 08 1402 7705 แฟกซ์ 0 7652 2053 e-mail: info@jacksimilan.com, www.jacksimilan.com, บริษัท ทับละมุ อันดามัน ทัวร์ โทร. 0 7644 3411, 08 7265 4747, 08 4187 0011, 08 1892 4646, สำนักงานภูเก็ต โทร. 0 7627 4430, 08 1788 4458 e-mail: info@toursimilan.com, www.toursimilan.com และ บริษัท เซาท์ สยาม ไดเวอรส์ โทร. 0 7628 6016-8, แฟกซ์ 0 7628 6020 e-mail: info@southsiamdivers.com, www.southsiamdivers.com

          – ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี อยู่ห่างจากหมู่เกาะสิมิลัน 70 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท

- ท่าเรือหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สามารถเดินทางไปอุทยานฯได้ ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวของบริษัทเอกชน

            ที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว พักได้ห้องละ 4 คน จำนวน 10 ห้อง ราคา 600 บาท พักได้ 2 คนห้องปรับอากาศ จำนวน 20 ห้อง ราคา 2,000 บาท ห้องพัดลม 5 ห้อง ราคา 1,000 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า หลังละ 3001,200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 80 บาท/คืน 

            นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หมู่ 1 ทับละมุ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 โทร. 0 7642 1365 สำนักงานบนฝั่ง โทร. 0 7659 5045 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th 

ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ โดยดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th  และแนะนำนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ ให้ติดต่อสอบถามหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติโดยตรงได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา โทร. 0 7659 5045, 0 7642 1365 ระหว่าง 08.00-17.00 น.

 

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

มีพื้นที่ประมาณ 250,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอเกาะยาว อุทยานฯ แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งที่สองของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเล และเกาะน้อยใหญ่ มีเขาหินปูนลักษณะต่าง ๆ ที่มีความงามแตกต่างกันไปตามลักษณะของหิน สมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน และยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2524 ช่วงที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวคือ เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงที่ฝนตกชุก คลื่นลมแรง 

 
สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
เกาะปันหยี เป็นเกาะเล็ก ๆ มีที่ราบประมาณ 1ไร่ มีบ้านเรือน 200 หลังคาเรือน ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพประมง ขายของที่ระลึก และขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว มีโรงเรียน และสถานีอนามัยอยู่บนเกาะ
เกาะพนัก เป็นเกาะที่สวยงาม มีถ้ำหินงอก หินย้อย และมีแอ่งน้ำตกขนาดเล็กเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันอยู่ในถ้ำด้วย
เขาพิงกัน เหตุที่ชื่อนี้เพราะภูเขาหินแตกออกจากกัน หินที่เล็กกว่าเลื่อนลงมา ฐานจมลงไปในดินแยกห่างจากกัน ส่วนด้านบนยังคงพิงกันอยู่ ด้านหลังของเขาพิงกันมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มองออกไปในทะเลจะเห็น
เขาตะปู หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
เกาะเจมส์บอนด์ มีลักษณะเหมือนตะปู อยู่กลางน้ำ อุทยานฯ เก็บค่าขึ้นเขาพิงกัน ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท เพราะเป็นเกาะที่อยู่บนหาด
เขาหมาจู อยู่ระหว่างทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี เขาหมาจู เป็นภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขแบ่งเป็นส่วนหัว ลำตัวและหางเป็นพู่
เขาเขียนหรือ
ภาพเขียนสี เป็นทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี บริเวณหน้าผาจะมีรูปเขียนเป็นภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ สันนิษฐานว่าเป็นภาพวาดโดยนักเดินเรือสมัยโบราณที่แวะมาจอดพักหลบมรสุม ซึ่งกรมศิลปากรได้ทำการศึกษาว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี
ถ้ำลอด เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ ปากถ้ำกว้างประมาณ 50 เมตร สูง 40 เมตร เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านทะลุไปอีกด้านของถ้ำได้ บนเพดานถ้ำมีหินย้อยดูแปลกตา
เกาะห้อง เป็นภูเขาเล็กใหญ่สลับซับซ้อน เมื่อแล่นเรือเข้าไประหว่างเกาะ มองโดยรอบเหมือนอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มีประตู 2 บาน และเป็นแหล่งปะการังที่สวยงาม
 
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
รถยนต์ อุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 4 จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4144 เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงท่าเรือท่าด่านศุลกากร สามารถเช่าเรือจากบริเวณท่าเรือได้ หรือเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกจากตัวเมืองไปท่าเรือท่าด่านศุลกากรทุกวัน
การเช่าเรือล่องอ่าวพังงา มีเรือบริการนำเที่ยวออกจากท่าเรือต่าง ๆ ดังนี้
-ท่าเรือท่าด่านศุลกากร ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท มีเรือนำเที่ยวหลายขนาดให้เช่า เรือสำหรับ 5 คน ราคา 650 บาท 15 คน ราคา 1,500 บาท 4050 คน ราคา 2,500 บาท 80 คน ราคา 3,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- ท่าเรือสุระกุล หรือ
ท่าเรือกะโสม ในอำเภอตะกั่วทุ่ง มีเรือให้เช่าหลายขนาด เรือสำหรับ 110 คน ราคา 1,000 บาท 1120 คน ราคา 1,200 บาท 2130 คน ราคา 1,500 บาท*
- ท่าเรือในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีเรือหลายขนาดไว้บริการนักท่องเที่ยว เรือสำหรับ 2-4 คน ราคา 800 บาท 1015 คน ราคา 1,500 บาท 40 คน ราคา 3,500 บาท 4160 คน ราคา 4,500 บาท 6180 คน ราคา 5,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
* (อัตราค่าเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้)
ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 5 หลัง พักได้ 4 คน ราคา 500 บาท พักได้ 15 คน ราคา 900 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า พักได้ 1-2 คน ราคา 200 บาท พักได้ 5 คน ราคา 250 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าอาบน้ำคนละ 20 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 80 หมู่ 1 ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 โทร. 0 7641 1136, 0 7641 2188 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

 

ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า

ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเก่าตะกั่วป่าในยุคทองของเหมืองแร่ดีบุก เห็นได้จากอาคารบ้านเรือนร้านค้าของชาวจีนแบบชิโนโปรตุกีส บริเวณถนนอุดมธารา และบริเวณถนนศรีตะกั่วป่า (ตลาดใหญ่) ลักษณะเป็นตึกแถวสองชั้น ก่ออิฐถือปูน คล้ายกับตึกแถวที่เมืองภูเก็ต  มีลวดลายบริเวณช่องลมและระเบียง และมีซุ้มประตูโค้งตามทางเดินด้านหน้า แม้ปัจจุบันธุรกิจเหมืองแร่จะเลิกร้างไป แต่ตึกแถวโบราณเหล่านี้ยังคงมีร่องรอยของอดีตหลงเหลืออยู่มาก

ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 14.00-18.00 น. ช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เมษายนของทุกปี เทศบาลตำบลตะกั่วป่า ร่วมกับชุมชนตลาดใหญ่ ได้รณรงค์ให้ถนนศรีตะกั่วป่า เป็น  ถนนสายวัฒนธรรมเมืองตะกั่วป่า โดยได้รับความร่วมมือจากชาวชุมชนมาจำหน่ายอาหารขนมพื้นบ้านมากมาย อาทิ ขนมบ้า อาโป่ง ขนมเบื้อง ขนมโค ฯลฯ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเทศบาลเมืองตะกั่วป่า โทร. 0 7642 4279

 

อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813


         อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติใต้พื้นมหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ กระจายรัศมีออกไปโดยรอบ คลื่นสึนามิพัดเข้าสู่บ้านบางเนียง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เวลา 10.30 น. ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อผู้คนทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง 

        เรือตรวจการ 813 หรือที่คนทั่วไปในนาม ต.813 เป็นเรือในหน่วยงานกรมตำรวจ  มีน้ำหนักถึง 60 ตัน หรือ 60,000 กิโลกรัม กำลังจอดปฎิบัติการอยู่บริเวณชายฝั่งเขาหลัก ได้ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดเข้าไปเกยบริเวณเชิงเขาเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ จึงได้คงไว้อย่างนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานหรืออนุสาวรีย์ เพื่อระลึกถึงผู้จากไปและเตือนความทรงจำ ว่าแรงปะทะของคลื่นสึนามินั้นรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแค่ไหน ในบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้มีป้ายนิทรรศการแสดงเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิที่บ้านบางเนียง และจำหน่ายของที่ระลึก หนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้

 

ล่องเรือแม่น้ำตะกั่วป่า


        แม่น้ำตะกั่วป่าเกิดจากทิวเขาในเขตอำเภอกะปง ไหลผ่านอำเภอตะกั่วป่า และไหลลงสู่ทะเลอันดามัน  มีความยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีคลองสาขาแยกออกไป ชื่อคลองสังเนห์ ที่บริเวณตำบลบางนายสี ซึ่งเหมาะกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นั่งเรือชมป่าชายเลน และชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติที่มีให้เห็นตลอดรายทางที่ผ่าน อาทิ นก งู ปู ปลา ที่อาศัยหากินอยู่ในพื้นที่ป่าบริเวณนี้ พืชเด่นที่เห็นได้ทั่วไปริมคลอง ได้แก่ ต้นจากซึ่งเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง ซึ่งลูกใช้เป็นอาหาร และใบใช้มุงหลังคา  ต้นไทรย้อยอายุกว่า 100 ปี บางช่วงขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาและรากไทรย้อยปกทั่วบริเวณเหมือนกับป่าดึกดำบรรพ์ จนเรียกขานคลองนี้ว่าเป็น little amazon ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะที่จะล่องในเวลาเช้า  มีบริการจัดเรือนำเที่ยวป่าชายเลน ด้วยเรือยนต์ขนาดเล็กที่ชาวบ้านเรียกวันว่า เรือพีท เป็นเรือท้องถิ่น วิ่งในน้ำตื้นได้ นั่งได้ลำละ 1  คน ค่าเช่าเรือประมาณลำละ 700 บาท  ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีบริการเรือแคนูสำหรับพายเองนั่งได้ 2 คน ลำละ 400 บาท   
       
        ติดต่อได้ที่ ร้านอาหารบ้านหมู บริเวณตลาดสด บขส.ตะกั่วป่า โทร. 0 7647 1072, 08 7283 3123   หรือติดต่อได้ที่บริษัทตัวแทนนำเที่ยวบริเวณชายหาดเขาหลัก

อุทยานแห่งชาติศรีพังงา

อยู่ในเขตอำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานมสาว มีเนื้อที่ 153,800 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีป่าไม้สมบูรณ์เป็นประเภทป่าดิบชื้น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ไม้ยาง ไม้ตะเคียนทอง ปาล์มสกุลต่าง ๆ กระพ้อหนู ชายผ้าสีดา กล้วยไม้ เช่น รองเท้านารี เอื้องเงินหลวง และยังสามารถพบสัตว์ป่าและนกต่าง ๆ หลายชนิด ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา วัวแดง เก้ง เสือ นกเงือก นกเขียวคราม นกชนหิน ปลาพลวง กบทูด เป็นต้น อุทยานฯ จะมีฤดูฝนมากกว่าฤดูร้อน ฝนตกเกือบตลอดปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2531 และได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ
 

สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่

น้ำตกตำหนัง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1 กิโลเมตร เมื่อถึงบริเวณที่จอดรถต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร เป็นน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูง 63 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปีแต่ในช่วงหน้าฝนจะมีน้ำมากไหลแรง บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีปลาพลวงอาศัยอยู่ในลำธาร มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตร เส้นทางลาดชัน ใช้เวลาเดินประมาณสามชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

น้ำตกโตนต้นเตย ตรงไปตามทางแยกซ้ายมือ ก่อนถึงด่านตรวจทางเข้าที่ทำการ เป็นน้ำที่ตกจากหน้าผาหินสูง 45 เมตร สามารถเดินไปถึงบริเวณต้นน้ำตกได้ ระยะทาง 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางที่เดินไปจะผ่านจุดชมวิวสามารถมองเห็นป่าเขาที่สมบูรณ์ของอุทยานฯ ใช้เวลาในการเดินเท้าไปกลับ ประมาณ 3 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ระหว่างทางมีน้ำตกโตนต้นเตยน้อย สูงประมาณ 10 เมตร ให้แวะพักให้หายเหนื่อยด้วย

น้ำตกโตนต้นไทร เป็นน้ำตกที่ไหลจากโขดหินสูง 20 เมตร บริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นปกคลุม มีโขดหินสวยงาม ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกโตนต้นเตย แต่เลยไปประมาณ 500 เมตร

นอกจากนี้อุทยานฯ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ น้ำตกสวนใหม่ เป็นน้ำตกที่มีบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทุ่งชาลี เป็นทุ่งขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ เป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่านานาชนิด มีนกอาศัยอยู่จำนวนมาก และสามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องนำเต็นท์ไปเอง สะพานพระอร่าม เป็นสะพานที่ก่อสร้างขึ้นโดยคนที่มาทำเหมืองแร่ดีบุก ใช้ก้อนหินก่อสร้างข้ามแม่น้ำ มีความยาว 25 เมตร ปัจจุบันเหลือแต่เพียงร่องรอยของซากเสาหิน

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

ที่พัก อุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์ และร้านสวัสดิการบริการ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องนำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 20 บาท/คืน สอบถามรายละเอียด ได้ที่ อุทยานแห่งชาติศรีพังงา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โทร. 0 7641 2611 หรือ  www.dnp.go.th
         การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 4 สายอำเภอตะกั่วป่า-ระนอง เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 756 จะมีแยกขวามือให้เลี้ยวเข้าไป 5 กิโลเมตร

 

ชายทะเลเขาหลัก

 ชายทะเลเขาหลัก ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า 32 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางชายทะเลที่กำลังเป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง บริเวณชายหาดเขาหลักมีหาดทรายกว้างและหินก้อนเล็กใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย บรรยากาศน่านั่งพักผ่อน เล่นน้ำได้ ยามเย็นจะมีชาวบ้านมานั่งชมพระอาทิตย์ตก นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ทหลายแห่งที่มีการจัดรูปแบบของที่พัก  สวนสวย     กลมกลืนกับบรรยากาศชายทะเล  เงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นสน ต้นมะพร้าวริมชายหาด  สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยสีสันที่กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ   และฝั่งตรงข้ามทางเข้าอุทยานฯ มี ศาลเจ้าพ่อเขาหลัก  ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านในละแวกนั้นตั้งอยู่ 

อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่

       อยู่ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า 33 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่ 59 ให้เลี้ยวขวา ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อเดือนสิงหาคม 2534 มีพื้นที่ 78,125 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอเมือง พื้นที่อุทยานฯ มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ได้แก่ เขาหลัก เขาแสงทอง เขาไม้แก้ว และเขาปลายบางโต๊ะ เป็นป่าประเภทป่าดงดิบมีพันธุ์ไม้ อาทิ ไม้ยาง พะยอม หลุมพอ บุนนาค ตะเคียนทอง กระบาก มียอดเขาสูงที่สุดประมาณ 1,077 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญในจังหวัดพังงา ได้แก่ แม่น้ำพังงา และแม่น้ำตะกั่วป่า และสัตว์ที่มีให้พบเห็น ได้แก่ สมเสร็จ เสือ เลียงผา ลิง ค่าง กวาง เก้ง นกหว้า นกเงือก นกหัวขวาน นกปรอด นกขุนทอง อุทยานฯ มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโตนช่องฟ้า ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงและ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ ตามเส้นทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมาย ทางลาดชัน ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

            อัตราค่าเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

           อุทยานฯ มีบ้านพักและเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 82110 โทร. 0 7642 0243 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ  www.dnp.go.th

 

วัดนารายณิการาม

ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเหล ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 14 กิโลเมตร หรือตามทางหลวงหมายเลข 401 (ตะกั่วป่า-สุราษฎร์ธานี) จะมีทางแยกขวาเข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ เทวรูปพระลักษณ์ องค์จำลอง ซึ่งองค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และเทวรูปพระแม่นางสีดา (นางสีดา) ซึ่งเป็นองค์จริง นอกจากนี้ยังพบศิลาจารึกอายุ 1,300-1,400 ปี ที่ขุดได้บริเวณยอดเขาเลียง อยู่ภายในวัด รูปสลักเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมือง ตะโกลา (ชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่า) และการเผยแพร่เข้ามาของวัฒนธรรมอินเดียในภูมิภาคแถบนี้

นอกจากนั้นอำเภอกะปงยังมีน้ำตกอื่น ๆ ที่ชาวบ้านนิยมไปเที่ยวพักผ่อน คือ น้ำตกแสงทอง เป็นน้ำตกเล็ก ๆ และ น้ำตกหินลาดหรือน้ำตกแล่งหิน เป็นน้ำตกที่มีโขดหินและธารน้ำใส

 

วนอุทยานน้ำตกรามัญ

อยู่ตำบลกระโสม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาโตนดิน มีพื้นที่ประมาณ 125 ไร่ วนอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดทั้งปี เหตุที่มาของชื่อน้ำตกรามัญ คือ เมื่อสงครามเก้าทัพ ได้มีชาวมอญกลุ่มหนึ่งหนีทัพพม่าขึ้นไปตั้งชุมชนตรงชั้นบนสุดของน้ำตกแห่งนี้ ชาวบ้านจึงรียกว่า น้ำตกรามัญ บริเวณต้นน้ำมีลักษณะเป็นเทือกเขาเรียงรายติดต่อกัน สภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์เป็นป่าดงดิบ วนอุทยานฯ ในส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวประกอบด้วยธารน้ำขนาดกลางไหลจากป่าต้นน้ำผ่านหุบเขา และพื้นที่ต่างระดับทำให้เกิดน้ำตกชั้นต่าง ๆ หลายชั้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่า ได้แก่ เลียงผา สมเสร็จ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน ตะพาบน้ำ ปลาซิว ปลาพรวงหิน ปลาเสือ วนอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วย นอกเหนือจากน้ำตกรามัญ ยังมีน้ำตกอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น โตนใต้ เป็นน้ำตกชั้นล่างสุด หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตีนล่าง โตนขอนปัก มีลักษณะเป็นสระน้ำขนาดกลาง มีความลึกพอสมควร เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ โตนไอ้จุ่น มีลักษณะเหมือนชั้นที่ 2 สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี โตนกลาง เป็นชั้นที่มีธารน้ำตกสูงพอสมควร มีความสวยงาม และเหมาะสำหรับเล่นน้ำใต้ธารน้ำตก โตนหินราว เป็นชั้นน้ำตกที่มีความลึกมาก โตนสาวงาม เป็นน้ำตกชั้นสุดท้ายที่มีความสวยงามเช่นกัน
 

ที่พัก วนอุทยานฯ ไม่มีบริการบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยจะต้องนำเต็นท์ เตรียมเครื่องนอน-อุปกรณ์ในการพักแรมมาเอง และมีบริการร้านค้าสวัสดิการ ตั้งแต่เวลา 09.0016.30 น.

การเดินทาง

รถยนต์ จากตัวเมืองพังงาไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ไปทางตำบลกระโสม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าสู่วนอุทยานฯ อีก 6 กิโลเมตร หรือจากอำเภอตะกั่วทุ่ง ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่วนอุทยานฯ

รถประจำทาง สามารถจะเช่าเหมาได้จากตลาดในอำเภอเมืองไปวนอุทยานฯ ได้

 

วนอุทยานสระนางมโนห์รา

อยู่ตำบลนบปริง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาทอยนางหงษ์ มีพื้นที่ทั้งหมด 180 ไร่ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนเป็นแนวยาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปทิศใต้ เป็นป่าประเภทป่าดงดิบหรือป่าฝน วนอุทยานฯ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลำธารไหลจากป่าต้นน้ำที่อยู่บนสันเขาผ่านหุบเขาทั้งพื้นที่ราบ และพื้นที่ต่างระดับทำให้เกิดน้ำตกขนาดเล็ก มีไม้ทางเศรษฐกิจคือ ไม้หลุมพอ ตะเคียน จำปาป่า สัตว์ป่า ได้แก่ เลียงผา ลิง ค่าง หมูป่า ปลาเสือ ปลาพลวงหิน ตะพาบน้ำ ที่มาของชื่อวนอุทยาน สระนางมโนราห์ ตามความเชื่อเล่าว่ามีนางกินรี 7 ตน บินจากเขาไกรลาศมาเล่นน้ำในสระ แล้วพรานบุญใช้บ่วงบาศจับน้องสุดท้อง ที่ชื่อว่ามโนราห์ไว้ได้ เพื่อนำไปถวายพระสุธน ชาวบ้านจึงใช้เรียกชื่อสระนี้
 

สถานที่น่าสนใจภายในเขตวนอุทยานฯ ได้แก่

น้ำตกสระนางมโนราห์ มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดกลาง และมีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

ถ้ำเปลือกหอย อยู่ห่างจากที่ทำการ 1,300 เมตร เป็นถ้ำขนาดกลางที่มีสุสานหอยอยู่ภายใน เส้นทางเดินเป็นทางลาด เดินสบาย

ถ้ำขี้ค้างคาว อยู่ห่างจากที่ทำการ 2,300 เมตร เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำเปลือกหอย มีค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก ทางเดินไม่ลาดชันสามารถเดินเที่ยวได้เอง

ถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากที่ทำการ 3 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำขี้ค้างคาว อยู่ห่างจากถ้ำขึ้ค้างคาวประมาณ 1,500 เมตร ในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม การเดินเที่ยวถ้ำแก้วจะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

นอกจากนี้วนอุทยานฯ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งมีป้ายสื่อความหมายแสดงความเป็นอยู่ร่วมกันของพืชและสัตว์ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้เอง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

ที่พัก วนอุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ และเครื่องนอนพร้อมอุปกรณ์ในการพักแรมมาเอง และทางวนอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 น.16.30 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ หัวหน้าวนอุทยานสระนางมโนราห์ ตำบลนบปริง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000

การเดินทาง จากตัวเมืองพังงาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ไปทางตำบลนบปริง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร จะมีป้ายวนอุทยานฯ เลี้ยวขวาเข้าไป 4 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง

ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2529 มีพื้นที่ทั้งหมด 45,000 ไร่ แยกออกเป็นสองส่วน คือ เทือกเขาลำปี ประกอบด้วยภูเขาหลายลูกเรียงเป็นแนวยาว ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี อายุอยู่ในช่วง 60140 ล้านปี สภาพป่าเป็นป่าดงดิบ มีพันธุ์ไม้ เช่น ไม้ยาง ตะเคียนทอง กระบาก เฟิร์น หวาย ไผ่ มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาขนิม สูง 622 เมตร และหาดท้ายเหมืองซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ชายหาดฝั่งตะวันตกเป็นหาดทรายขาว ด้านตะวันออกติดป่าชายเลนและเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ อีเห็น กวางป่า ไก่ป่า นกเขาเปล้าธรรมดา ส่วนในทะเลและชายหาดจะพบ ปลากระเบน ปลากระบอก ปลาบิน ปลาดาว และปะการังกลุ่มเล็ก

สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
หาดท้ายเหมือง อยู่ในเขตสุขาภิบาลท้ายเหมือง มีทางแยกขวาเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร จากนั้นเข้าถนนเลียบชายหาดไปอีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ชายหาดท้ายเหมืองเป็นหาดทรายสะอาดขนานไปกับทางหลวงแผ่นดินมีความยาวกว่า 13 กิโลเมตร น้ำทะเลใส เล่นน้ำได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไงมีกิจกรรมเดินดูเต่าไข่ในตอนกลางคืนเดือนหงาย และช่วงที่ไข่เต่าฟักเป็นตัวจะมีการปล่อยเต่าลงทะเล เรียกว่า ประเพณีปล่อยเต่า มีในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี

ทุ่งเสม็ด ทางตอนกลางของหาดท้ายเหมือง เป็นป่าเสม็ดขาวล้วน ในพื้นที่ 1,000 ไร่ สภาพดินเป็นทรายขาวละเอียด

น้ำตกโตนไพร เป็นน้ำตกที่มีความสูงใหญ่ เกิดจากเขาโตนย่านไทร สภาพป่าโดยรอบร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่ การเดินทาง จากอำเภอท้ายเหมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่ 28-29 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร

น้ำตกลำปี เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4 ชั้น ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาลำปี ชั้นล่างเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี ในฤดูฝนจะมีประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก การเดินทาง จากอำเภอท้ายเหมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่ 3233 จะมีทางแยกให้เลี้ยวขวา เข้าไป 2 กิโลเมตร 

             อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง พักได้ 510 คน ราคา 800-1,000 บาท เต็นท์ ให้เช่าสำหรับ 2-5 คน ราคา 100200 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ คนละ 20 บาท/คืน นักท่องเที่ยวจะต้องนำอาหารมาเอง ทางอุทยานฯ ไม่มีร้านค้าสวัสดิการ ติดต่อรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760  หรือ  www.dnp.go.th

           การเดินทาง จากตัวเมืองพังงาใช้เส้นทางสายพังงา-ท้ายเหมือง ระยะทาง 56 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดท้ายเหมืองประมาณ 6 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่หากเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมผ่านอำเภอตะกั่วป่าแล้วใช้เส้นทางสายตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง ประมาณ 66 กิโลเมตร ก็จะถึงสี่แยกตลาดท้ายเหมือง

 

ถ้ำพุงช้าง

อยู่ภายในบริเวณวัดประจิมเขต หลังศาลากลางจังหวัด ถนนเพชรเกษม เป็นถ้ำใหญ่ที่อยู่ใจกลางเขาช้างบริเวณที่เรียกว่า พุงช้าง เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างความยิ่งใหญ่ของหินงอกหินย้อยให้ประทับใจตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น การเที่ยวถ้ำพุงช้าง ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย นักท่องเที่ยวจะต้องเดินลุยน้ำ นั่งแพ และนั่งเรือแคนนู เพื่อเข้าไปชมหินงอกหินย้อยที่เป็นฝีมือธรรมชาติ หินงอกหินย้อยมีลักษณะของช้างหลากรูปแบบที่แปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นหินงอกหินย้อยรูปช้างร้อย ๆ เชือกเดินตามกันเป็นวงรอบ หินงอกรูปช้างนั่งอยู่ใต้ฉัตรภายในถ้ำ บันไดสีทองเกิดจากหินงอกอันวิจิตรยิ่งเมื่อถูกแสงไฟจะเป็นประกายสวยงามมาก การเดินเที่ยวถ้ำพุงช้างใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อบริษัท ทองแท้ ซี แคนู จำกัด โทร. 0 7626 4320, 0 7641 2292

 

ข้อมูลจาก image

<!– เริ่มการแสดงผล 3 ข้อมูลเท่านั้น –>

โพสต์โดย : admin คนอ่าน 697 คน