ปลายฝนนี้..ชวนเที่ยว เข้าค้อ เต็มอิ่มกับทะเลหมอกงาม

เริ่มต้นการเดินทางมุ่งสู่ “เขาค้อ” ในช่วงปลายฝนแบบนี้ เป็นช่วงที่พักราคาถูก และลมไม่มากทำให้เราเห็นหมอกได้หนาแน่นมากกว่าช่วงฤดูหนาวอีกด้วย ก่อนจะถึงที่พักเขาค้อทะเลหมอกเราก็แวะไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลกันก่อน

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก - เขาค้อ

หลังจากมุ่งหน้าเดินทางสู่ที่พัก “เขาค้อทะเลหมอก” ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เรียกว่า สวยที่สุดที่นึงเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับสวนสน มีพื้นที่ให้เดินเล่นชมบรรยากาศสบายๆ ชมวิวทิวเขา และถ่ายรูป ที่นี่จะจัดพื้นที่สำหรับพักชมหมอก ถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะมีให้นอนกางเต็นท์ด้วย

เขาค้อ

เขาค้อ

เขาค้อ

เขาค้อ

พระอาทิตย์แรกของวัน..ที่เขาค้อ

 

เขาค้อ

เขาค้อ

 

?พระอาทิตย์สุดท้ายของวัน..ที่เขาค้อ

การเดินทาง : ทางรถยนต์

เส้นทางที่ 1
จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ( ทางหลวงหมายเลข 21 ) เมื่อเลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปมุ่งหน้าอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 236 กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 236 ) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2258 ขับตรงไปประมาณ 17.5 กิโลเมตร จะถึง เนินมหัศจรรย์
จากนั้นขับตรงไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร จะพบ 3 แยก
( แยกขวาไปหอสมุดนานาชาติเขาค้อ ไปอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ )
( ถ้าตรงไป จะไปพระตำหนักเขาค้อ ไปสวนสัตว์เปิดเขาค้อ ไปน้ำตกศรีดิษฐ์ )

เส้นทางที่ 2
จากตัวเมืองพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ( พิษณุโลก – หล่มสัก ) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 100 – 101 ) จากนั้น เลี้ยวขวา สู่อำเภอเขาค้อ ( ทางหลวงหมายเลข 2196 ) จากนั้นขับตรงไปประมาณ 17 กิโลเมตร จะพบ 3 แยก
( ถ้าเลี้ยวขวาจะไปไร่บีเอ็น ไปน้ำตกศรีดิษฐ์ )
( ถ้าตรงไปจะไปอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ไปหอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ )

แผนที่การเดินทาง เขาค้อ

ขอบคุณภาพจาก MThai.com

กำไรคนกรุง ก๋วยเตี๋ยว 5 บาท

 

บรรยากาศด้านหน้าร้าน

บรรยากาศด้านหน้าร้าน

ทุกวันนี้ข้าวของแต่ละอย่างก็ล้วนแต่ขึ้นราคากันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ อย่างร้านอาหารก็ต้องปรับราคาขึ้นกันทั้งนั้น เนื่องด้วยวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้นทุกอย่าง แต่ถ้าหากแวะมาที่ร้าน ?กำไรคนกรุง? แห่งนี้ ซึ่ง ?ผ่านมาแวะกิน? ได้ไปลิ้มลองมา ก็จะได้กินอาหารรสชาติดี ในราคาสมเหตุสมผล ? ร้าน ?กำไรคนกรุง? เป็นที่รู้จักในนาม ?ก๋วยเตี๋ยว 5 บาท? เนื่องมาจากที่ร้านนี้ขายก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกในราคาชามละ 5 บาท โดยคุณไตรพล นาคสมบูรณ์ เจ้าของร้าน บอกว่า ร้านนี้เกิดขึ้นมาจากช่วงที่ตัวเองกำลังลำบาก มีเงินน้อย ก็ไม่พอจะซื้ออะไรกิน และคิดไว้ว่า ถ้ามีเงินขึ้นมาจะทำอาหารที่มีคุณภาพดีแต่ราคาถูกให้คนได้กินบ้าง จนกระทั่งในวันหนึ่งก็เลยเกิดร้านนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นกำไรสำหรับคนเมืองกรุง

 

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก

สำหรับก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ นอกจากจะน่ามาลองชิมด้วยราคาที่แสนถูกแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยความอร่อย ที่เริ่มต้นจากการต้มน้ำซุปจากกระดูกหมูและสมุนไพรสูตรพิเศษ ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวก็จะมีให้เลือกทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ ซึ่งในก๋วยเตี๋ยวชามละ 5 บาทนี้ก็จะใส่ทั้งเส้น เนื้อหมู ที่ทำมาจากสะโพกหมูนำมาหมักแล้วลวกให้สุก และยังมีลูกชิ้นหมูคุณภาพดี โดยปรุงกับแบบไม่ใส่ผงชูรส ลองชิมแล้วก็ต้องบอกว่าอร่อยถูกปากแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม และหากว่าใครอยากจะกินแบบชามใหญ่ๆ ก็มีให้เลือกสั่งเป็นชามละ 25 บาท และ 30 บาท อีกด้วย

 

หมูย่างเสือใหญ่

หมูย่างเสือใหญ่

นอกจากเมนูก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็ยังมีของกินประเภทอื่นให้ลองชิมกันอีกด้วย เริ่มที่เมนู หมูย่างเสือใหญ่ (ไม้ละ 5 บาท) ที่จะเลือกใช้เนื้อหมูมาหมักกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงต่างๆ จากนั้นก็นำไปย่างจนสุกกำลังดี ลองชิมตอนร้อนๆ เนื้อหมูนุ่ม รสชาติกลมกล่อม หอมอร่อย มีหมูย่างก็ต้องมาชิมเมนูนี้ หมูตกครก (45 บาท) ซึ่งเป็นส้มตำไทยที่ตำมาแบบจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดมากนัก และยังใส่เนื้อหมูย่างหั่นเป็นชิ้น ตะไคร้ซอย ข้าวคั่ว และโหระพา ลงไปตำให้เข้ากัน ลองชิมหมูตกครกจานนี้แล้วอร่อยเข้ากันดี ได้รสชาติทั้งส้มตำผสมกับหมูย่าง และเครื่องสมุนไพรอื่นๆ

 

หมูตกครก

หมูตกครก

ส่วนเมนูกินเล่นก็มีให้ลองชิมเช่นกัน อย่างเมนู ปอเปี๊ยะทอดปากเซ (50 บาท) ซึ่งเป็นสูตรจากเมืองปากเซ แต่เอามาประยุกต์ให้มีชิ้นเล็กลงขนาดพอดีคำ โดยใช้แป้งเกี๊ยวอิสลามมาห่อกับไส้ธัญพืชผสมกับกุ้งแห้ง และไข่เจียว ห่อเรียบร้อยแล้วก็นำไปทอดให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มหวานที่ทางร้านเคี่ยวเอง ชิมแล้วปอเปี๊ยะกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับใบโหระพาก็ยิ่งเข้ากัน? ? ? ?? ? ? ?และอีกเมนู ไก่ทอดสมุนไพร (50 บาท) ที่จะใช้สะโพกไก่มาหมักกับเครื่องสมุนไพรไทย จากนั้นก็ชุบแป้งทอด กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วที่ทางร้านปรุงให้ออกรสชาติหวาน เนื้อไก่ชิมแล้วกรอบนอกนุ่มใน หอมสมุนไพร

 

ปอเปี๊ยะทอดปากเซ

ปอเปี๊ยะทอดปากเซ

ส่วนเมนูอื่นๆ ของทางร้านก็ยังมีให้ลองชิมอีก อย่างเช่น ส้มตำเขยฝรั่ง (35 บาท) ยำลูกชิ้น (35 บาท) น้ำตกหมู (35 บาท) หรือจะสั่งลูกชิ้นหมูอร่อยๆ กลับไปกินที่บ้านก็ได้ (ลูกชิ้น 50 ลูก 60 บาท) ซึ่งนอกจากจะมาอร่อยกันที่นี่แล้ว ร้าน ?กำไรคนกรุง? ก็ยังมีอีก 2 สาขา ที่กำลังจะเปิดด้วย คือ สาขาตรงข้ามกับพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน และสาขาด้านหลังสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งจะขายเฉพาะข้าวแกง หากใครผ่านไปผ่านมาใกล้สาขาไหน ก็แวะเวียนไปลองลิ้มรสชาติความอร่อยในราคาสบายกระเป๋ากันได้เลย

 

ไก่ทอดสมุนไพร

ไก่ทอดสมุนไพร

ร้าน ?กำไรคนกรุง? ตั้งอยู่ในซอยติวานนท์ 41 ถ.ติวานนท์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากถนนงามวงศ์วาน ให้ตรงมาจนถึงแยกแคราย แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนติวานนท์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านสามแยกสนามบินน้ำ ให้สังเกตซ้ายมือจะเห็นโรงงานโตชิบ้า ให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวเข้าซอยติวานนท์ 41 ตรงมาจนเจอแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยไปเล็กน้อยจะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ร้านเปิดวันพฤหัสบดี-วันอังคาร (หยุดทุกวันพุธ) เวลา 09.00-16.00 น. โทร.08-1123-1345

ก๋วยเตี๋ยวไก่ สน.ดุสิต เนื้อนุ่มแน่น-น้ำซุปหอม ชิตชัย

ก๋วยเตี๋ยวไก่

ก๋วยเตี๋ยวไก่

โหมโรงก่อนกองบรรณาธิการข่าวสดจะเปิดตัวพ็อกเกตบุ๊กเล่มใหม่ “ก๋วยเตี๋ยวเด็ด 77 จังหวัด” แวะไปชิมก๋วยเตี๋ยวไก่รสเด็ดสูตรดั้งเดิม รสชาติกลมกล่อม น้ำซุปหอมหวาน ในกรุงเทพฯ


ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามสน.ดุสิต ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวไก่หน้าสน.ดุสิต”
แต่บางคนก็เรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวไก่สุคันธา ราม” เพราะตั้งอยู่ริมถนนพระราม 5 ปากซอยสุคันธาราม 1 เข้าจากปากซอยไปประมาณ 10 เมตร สังเกตฝั่งซ้ายมือ จะพบร้านในลักษณะเป็นรถเข็นมีไก่แขวนโชว์เด่นอยู่ ตั้งขายริมฟุตปาธ?ส่วนคุณพิชิต ชินวร วัย 50 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า เพื่อนทำป้ายร้านให้ชื่อ “ชิตชัย ก๋วยเตี๋ยวไก่”?คุณพิชิตเล่าว่า ครอบครัวของผมเริ่มขายก๋วยเตี๋ยวไก่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ประมาณปี พ.ศ.2514 โดยลักษณะการขายจะเป็นแบบใช้รถเข็น ตระเวนเข็นขายไปตามตรอกซอกซอยในย่านดุสิต

“ผมก็ช่วยพ่อขายมาตั้งแต่เด็กๆ ระยะเวลากว่าสิบปี จากนั้นพ่อท่านเริ่มอายุมากขึ้น ทำต่อไม่ไหว ผมจึงเข้ามาดูแลแบบเต็มตัว พร้อมทั้งหาทำเล ปักหลักขายตั้งแต่ปี 2530 บริเวณปากซอยสุคันธาราม 1 ตรงข้ามสน.ดุสิตนี้นี่แหละ ซึ่งไม่ได้ห่างจากจุดเดิมที่เคยตระเวนเข็นรถขายอยู่ ปัจจุบันเรียกได้ว่าขายมากว่า 20 ปีเเล้ว โดยร้านของผมนั้นไม่มีชื่อร้านแต่เพราะขายมานานหลายปี” เจ้าของร้านสูตรเด็ด กล่าว
สำหรับเมนูหลักของร้านเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ล้วนๆ สูตรดั้งเดิมที่ได้มาจากพ่อ จะมีทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ ตามแต่ลูกค้าจะสั่ง
ส่วนที่ร่ำลือมากได้แก่ “ก๋วยเตี๋ยวซูเปอร์ตีนไก่” ใส่ตีนไก่ที่ผ่านการตุ๋นลงไป สั่งได้ทั้งเส้นหรือบะหมี่ จะเป็นน้ำหรือแห้งเลือกได้ตามสะดวก
ลูกค้าที่ชอบการขบเคี้ยวตีนไก่แบบกรุบกรอบแนะนำให้ลองชิมเมนูนี้ได้

ชามต่อมา “ก๋วยเตี๋ยวไก่สับ” เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เนื้อไก่ล้วนๆ ลงไป เนื้อไก่ของทางร้านผ่านการต้มอย่างพิถี พิถัน ทำให้เนื้อนุ่มแน่นอร่อย สั่งได้ทั้งแห้งหรือน้ำ ปรุงรสได้ตามใจชอบ

ต่อมาเป็น “ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่” เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ใส่น่องไก่ชิ้นโตลงไป น่องนี้ตุ‹นมาจนเนื้อนุ่มหอมหวาน แต่ไม่ถึงกับเปื่อย
เมนูต่อไปเรียกสั้นๆ ว่า “ซูเปอร์” ลูกค้าที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวไก่จะรู้ว่าคืออะไร เพราะนี่คือเมนูสุดฮิตที่ขายดีที่สุดของร้าน
ชามนี้ลักษณะจะคล้ายๆ กับก๋วยเตี๋ยวซูเปอร์ตีนไก่ เพียงแต่จะไม่ใส่เส้นลงไปจะมีเพียงแค่ตีนไก่ตุ๋นเท่านั้น เหมาะกับนักชิมที่ชอบตีนไก่เป็นชีวิตจิตใจ

สุดท้ายคือ “เกาเหลากับแกล้ม” จะเหมือนเกาเหลาทั่วไปที่มีถั่วงอก ผักใบเขียว ใส่ลงไปในน้ำซุป แล้วเติมตีนไก่ตุ๋นลงไป ลูกค้านิยมสั่งใส่ถุงกลับไปกินเป็นกับแกล้ม

คุณพิชิตกล่าวว่า ทางร้านโดดเด่นที่น้ำซุปหอมหวาน เครื่องปรุงทำเองกับมือ ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มปรุงรส หรือพริกเผาที่คั่วกันเอง
กรรมวิธีทุกขั้นตอนเน้นความสะอาด เริ่มด้วยการล้างไก่ทั้งหมดเสียก่อน จากนั้นใส่ลงหม้อต้ม แล้วนำตีนไก่ น่องไก่ และข้อ ทั้งหมดไปตุ๋นอีก 1 ชั่วโมง รวมถึงต้มและเคี่ยวน้ำซุปตามสูตรดั้งเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อ ขายราคาชามละ 35 บาท พิเศษ 40 บาท

ร้านเปิดเวลา 18.00 น. ไปจน 3-4 ทุ่มจนกว่าจะหมด หยุดวันจันทร์วันเดียว หรือถ้ามาไม่ถูกให้โทร. 08-3994-6444

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

 

โทริอิ ชาบู แอนด์ เจแปนนีสเรสเตอรรอง บุฟเฟ่ชาบู 299

 

TORII-SHABU

TORII-SHABU

 

โทริอิ ชาบู แอนด์ เจแปนนีสเรสเตอรรอง (Torii Shabu and Japanese Restaurant)

บรรยากาศ ร้านสบายๆ ร้านตกแต่งออกแนวทันสมัย ดูสบายตา และมีส่วนของเคาท์เตอร์บาร์ให้เลือกนั่งรับประทาน สำหรับรายการอาหารบุฟเฟ่ต์ชาบู ราคา 299+ (2 hrs.) มี่น้ำซุปให้เลือก 2 แบบคือ น้ำชาบู และ น้ำสุกี้ญี่ปุ่น น้ำชาบูจะเป็นน้ำต้มกระดูกและผัก ปรุงรสตามสูตรญี่ปุ่น น้ำใสๆ กินง่าย ส่วนสุกี้ญึ่ปุ่นจะมีสีเข้มๆ รสชาติหวานๆ เค็มๆ เหมาะสำหรับคนชอบความเข้มข้น
และสำหรับอาหารเป็นชุด “ชุดผักเพื่อสุขภาพ” เนื้อมีให้เลือก 3 ชนิด สำหรับคนชอบเนื้อ มีเนื้อริบอาย เนื้อลาย และ เนื้อสันนอก โดยเนื้อจะถูกสไลด์บางมาก เรียกว่าน่ากินมากๆ ส่วนสำหรับคนไม่ทานเนื้อก็จะมีเนื้อหมูสันนอก หมูสันคอ และเนื้อไก่ ให้เลือกด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายการอาหารญี่ปุ่นเมนูที่ เป็นที่ชื่นชอบให้เลือกอีกมากมาย รวมทั้งแนะนำเมนูพิซซ่าญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า โอโคโนมิยากิ เป็นพิซซ่าญี่ปุ่นร้อนๆราดซอส และ มายองเนส แล้วโรยหน้าด้วยปลาป่นและสาหร่าย ตัดเป็นคำๆขนาดกำลังพอดีกิน

โทริอิ ชาบู แอนด์ เจแปนนีสเรสเตอรรอง (Torii Shabu and Japanese Restaurant)
ที่ตั้ง: อาคารเสนาเฮ้าส์ เลขที่ 15/1-8 ซอยพหลโยธิน 30 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900โทร: 0-2512-4918อีเมล์: teetun@hotmail.com

บรรยากาศ ร้านสบายๆ ร้านตกแต่งออกแนวทันสมัย ดูสบายตา และมีส่วนของเคาท์เตอร์บาร์ให้เลือกนั่งรับประทาน สำหรับรายการอาหารบุฟเฟ่ต์ชาบู ราคา 299+ (2 hrs.) มี่น้ำซุปให้เลือก 2 แบบคือ น้ำชาบู และ น้ำสุกี้ญี่ปุ่น น้ำชาบูจะเป็นน้ำต้มกระดูกและผัก ปรุงรสตามสูตรญี่ปุ่น น้ำใสๆ กินง่าย ส่วนสุกี้ญึ่ปุ่นจะมีสีเข้มๆ รสชาติหวานๆ เค็มๆ เหมาะสำหรับคนชอบความเข้มข้น
และสำหรับอาหารเป็นชุด “ชุดผักเพื่อสุขภาพ” เนื้อมีให้เลือก 3 ชนิด สำหรับคนชอบเนื้อ มีเนื้อริบอาย เนื้อลาย และ เนื้อสันนอก โดยเนื้อจะถูกสไลด์บางมาก เรียกว่าน่ากินมากๆ ส่วนสำหรับคนไม่ทานเนื้อก็จะมีเนื้อหมูสันนอก หมูสันคอ และเนื้อไก่ ให้เลือกด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายการอาหารญี่ปุ่นเมนูที่ เป็นที่ชื่นชอบให้เลือกอีกมากมาย รวมทั้งแนะนำเมนูพิซซ่าญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า โอโคโนมิยากิ เป็นพิซซ่าญี่ปุ่นร้อนๆราดซอส และ มายองเนส แล้วโรยหน้าด้วยปลาป่นและสาหร่าย ตัดเป็นคำๆขนาดกำลังพอดีกิน

โต๊ะนั่งมุมสบายๆ

โต๊ะนั่งมุมสบายๆ

ทำเอาเราต้องรีบไปเสาะแสวงหาร้านชาบูเลิศรสมาสนองความอยากของร่างกายและท้องไส้กันให้ได้ และในที่สุดก็ได้มาลงเลยดับความหิวกันยังร้าน ?Torii Shabu & Japanese Restaurant? (โทริอิชาบูแอนด์เจแปนนิสเรสเตอรองท์) ที่ตั้งอยู่ตรงอาคารเสนาเฮ้าส์ ซ.พหลโยธิน 30

 

เนื้อหมัก (บน) เนื้อนิวซีแลนด์ (ล่าง)

เนื้อหมัก (บน) เนื้อนิวซีแลนด์ (ล่าง)

?Torii? (โทริอิ) เป็นชื่อเรียกของเสาสีแดงที่ทำเหมือนประตูตั้งอยู่ตามวัดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านได้นำมาตั้งเป็นชื่อร้าน และด้านหน้าทางเข้าร้านก็มีประตูโทริอิสีแดงตั้งจำลองอยู่ เรียกว่าได้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นแฝงอยู่ในตัว และพอเดินเข้ามาในร้านก็พบกับบรรยากาศร้านที่ดูโล่งโปร่งสบาย มีโต๊ะนั่งในมุมน่ารักๆ ให้เลือกนั่งด้วย

สันคอหมู (บน) หมูสันนอก (ล่าง)

สันคอหมู (บน) หมูสันนอก (ล่าง)

สำหรับอาหารที่มีขายอยู่ในร้านโทริอิก็คือมีชาบู ชาบู ที่เน้นบริการเป็นพิเศษ และอาหารญี่ปุ่นจานเดียว ซึ่งในมื้อนี้เราขอเลือกที่จะมาอิ่มเอมอย่างเต็มที่แบบไม่อั้นกับ บุฟเฟต์ชาบู ชาบู (ราคา 299 บาท+ ต่อคน ยังไม่รวมเครื่องดื่ม สามารถกินได้ภายใน 2 ชม.)

 

เบคอน

เบคอน

บุฟเฟต์ชาบู ของที่นี่มีอาหารให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกันอย่างเต็มที่แบบไม่อั้นมากมาย เริ่มจากน้ำซุปกันก่อนเลย มีให้เลือกถึง 2 แบบด้วยกันคือ มีน้ำซุปชาบู ซึ่งเป็นน้ำซุปใสๆ ปรุงจากน้ำสต็อกไก่ที่เข้มข้น รสชาติหวานหอมน้ำซุปรสกลมกล่อม ส่วนน้ำซุปอีกแบบ คือ น้ำซุปสุกี้ออกสีน้ำตาล มีความหอมและเข้มข้นไม่แพ้กัน เพราะน้ำซุปปรุงด้วยซอสญี่ปุ่นและส่วนผสมอย่างปลาโอ จึงมีความหอมหวาน ออกเค็มนิดๆ ซึ่งน้ำซุปนี้สามารถเลือกกินได้ตามใจชอบ หรือถ้าอยากจะลองทั้ง 2 แบบเลยทางร้านก็ไม่ว่า แต่ต้องเปลี่ยนกินทีล่ะน้ำซุป

 

ปลาดอรี่ (บน) ปลากะพง (ล่าง)

ปลาดอรี่ (บน) ปลากะพง (ล่าง)

ส่วนพวกเนื้อที่จะนำมาลวกกินในหม้อน้ำซุปชาบูร้อนๆ ก็มีเนื้อหลายอย่างให้เลือกสั่งมากินได้ตามใจชอบ ถ้าหากชอบกินเนื้อวัวทางร้านมีให้เลือกทั้ง เนื้อนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นเนื้อส่วนคอสไลด์มาเป็นชิ้นบางๆ ลวกในน้ำซุปร้อนๆ พอเนื้อสุกเคี้ยวนุ่มมากๆ มีเนื้อหมักที่เลือกใช้เนื้อส่วนริบอายมาหมักกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน และยังมีน้ำจิ้มที่เอาไปกินกับเนื้อหมักโดยเฉพาะ ซึ่งเนื้อหมักนี้เนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบปากกำลังดี และมีเนื้อริบอายที่เป็นเนื้อส่วนต้นซี่โครงที่ตัดเอากระดูกและเอ็นรอบนอกออก เหลือแต่เนื้อส่วนกลางที่ให้รสชาติดีมีความนุ่มมาก

ชุดผักเพื่อสุขภาพ

ชุดผักเพื่อสุขภาพ

 

แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อก็มีเนื้ออกไก่ ตับหมู เนื้อหมูให้เลือกด้วย มีทั้งเนื้อหมูส่วนสันคอสไลด์มาเป็นชิ้นบางกำลังดี ลวกกินแล้วเนื้อนิ่มนุ่มลิ้น มีเนื้อส่วนสันนอกสไลด์มาเป็นชิ้นหนากำลังดี และมีเบคอนด้วย ลวกกินแล้วก็อร่อยลิ้น แถมยังมีปลาดอรี่เนื้อขาวนุ่มหวาน และปลากะพงเนื้อนุ่มหวานสด ซึ่งพวกเนื้อต่างๆ เหล่านี้สามารถเลือกสั่งมากินได้ตามใจชอบ ทางร้านจะเสิร์ฟมาให้เป็นจานๆ อ้อ!! เกือบลืมบอกไปว่าที่นี่มีน้ำจิ้มที่ให้กินคู่กับชาบูถึง 3 แบบด้วยกัน คือ มีน้ำจิ้มพอนซึออกรสเปรี้ยวๆ หวานๆ น้ำจิ้มงาออกรสกลมกล่อมหอมกลิ่นงา และน้ำจิ้มสุกี้ออกรสจัดจ้านแบบไทยๆ
และนอกจากเนื้อแล้วก็ยังมีชุดผักเพื่อสุขภาพอีกด้วย ที่มีสารพัดผักสดๆ หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว ข้าวโพดอ่อน แครอท เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนูดำ และยังมีเส้นบุกกับวุ้นเส้นญี่ปุ่น ไว้ให้ลวกกินอีกด้วย

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ในบุฟเฟต์ยังมีซูชิสารพัดหน้าให้เลือกสั่งมากินกันได้แบบจุใจอีก มีหน้าซูชิให้เลือกหลายหน้า อาทิ ข้าวปั้นหน้ากุ้ง ข้าวปั้นหน้าปลาซาบะดอง ข้าวปั้นหน้าแซลมอน ข้าวห่อหน้ายำสาหร่าย ข้าวห่อสาหร่ายไข่กุ้ง ฯลฯ และเดี๋ยวจะหาว่าได้อิ่มไม่เต็มที่ ทางร้านยังมีอาหารจานเดียวอย่างอื่นให้ได้เลือกสั่งมากินกันอีก

ซูชิสารพัดหน้า

ซูชิสารพัดหน้า

ไม่ว่าจะเป็น ไก่เทอริยากกิ ที่เลือกใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพกมาคลุกแป้งทอดกรอบแล้วราดด้วยน้ำเทอริยากิสูตรเด็ด ชิมแล้วไก่กรอบนอกนุ่มในชุ่มรสซอสเทออริยากิหอมหวานถูกปากมากๆ ไก่ผัดซอสกิมจิ เป็นเนื้อไก่ส่วนสะโพกนำมาผัดกับซอสกิมจิที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเอง กินแล้วไก่เนื้อนุ่มเข้ากับซอสกิมจิเข้มข้นรสดี แล้วก็ยังมี ไก่คาราเกะ พิซซ่าญี่ปุ่น ข้าวหน้าหมู ข้าวผัดกระเทียม

ไก่เทอริยากิ

ไก่เทอริยากิ

แต่ช้าก่อนถึงแม้จะได้เต็มอิ่มกับชาบู ชาบู และอาหารอื่นๆ กันแบบอิ่มแน่นท้องกันไปแล้ว แต่ทางร้านก็ยังมีอาหารญี่ปุ่นอย่างอื่นมานำเสนอที่ชวนให้สั่งมากินได้ในราคาพิเศษหากสั่งบุฟเฟต์ชาบูมากินกัน ที่อยากแนะนำก็มี โทริอิแซลมอนโรล (99 บาท) เป็นข้าวห่อสาหร่ายข้างในมีไส้ปูอัด ไข่หวาน แตงกวา และห่อม้วนด้วยแซลมอนสด ราดด้วยน้ำซอสไข่กุ้ง รสชาติเยี่ยมยอดจริงๆ มีกุ้งเทมปุระ (59 บาท) ยำสาหร่าย (59 บาท) แคลิฟอร์เนียมากิ (99 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ที่ทางร้านตั้งใจนำมาเสนอให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับอย่างเต็มเปี่ยม

ถ้าไม่เรียกว่าอิ่มจริง อิ่มจัง และอิ่มคุ้มค่ากับบุฟเฟต์ชาบู ชาบู ที่ทางร้าน ?โทริอิ? นำมาเสนอกันแบบไม่อั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เอาเป็นว่าอยากจะบอกว่าขอให้มิตรรักนักกินทุกคนได้ลองมาพิสูจน์ความอิ่มแบบไม่อั้นกันด้วยตัวเองจะดีกว่า

 

แผนที่ TORII บุฟเฟต์ชาบู

แผนที่ TORII บุฟเฟต์ชาบู

 

 

โทริอิ ชาบู แอนด์ เจแปนนีสเรสเตอรรอง (Torii Shabu and Japanese Restaurant)
ที่ตั้ง: อาคารเสนาเฮ้าส์ เลขที่ 15/1-8 ซอยพหลโยธิน 30 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900โทร: 0-2512-4918อีเมล์: teetun@hotmail.com

 

พาเที่ยว ตลาดเศียรช้าง ตลาดน้ำอโยธยา

 

พาเที่ยว ตลาดเศียรช้าง ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำ อโยธยา

ตลาดน้ำ อโยธยา

 

ตลาดเศียรช้าง

ตลาดเศียรช้าง


ตลาดเศียรช้างตั้งอยู่ที่ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดที่ได้นำวิถีไทยสมัยกรุงศรีอยุธยามาผสมผสานกับความร่วมสมัยในเชิงศิลปะแห่งยุค และไอเดียใหม่ ๆ เพื่อผนวกรวมความเป็นไทยในรูปแบบเฉพาะตัวจนเป็นที่มาของ ตลาดเศียรช้าง ไทย ฮิป มาร์เก็ต สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้พบเห็นในความสร้างสรรค์ศิลปะแบบไทยประยุกต์ รวมถึงร้านรวงที่เข้ามาสร้างสีสันในความฮิปด้วยคอนเซปที่แตกต่างกัน เช่น

? ร้านหงิ่น ของหากินยาก พระกระโดดกำแพงสูตร ภัตราคารจีน และ ข้าวห่อใบบัวแบบไทยโบราณ
? ร้านมุมอร่อย ที่นำเอาส่วนประกอบไทยๆที่รู้จักกันดีอย่างปลาทูมาทำเป็นแฮมเบอร์เกอร์ปลาทู
? ร้านกะบอกต่อ ร้านนี้เค้ามีดีอะไรที่ต้องบอกต่อก็ตรงไอเดียในการผสมผสานกระบอกไม้ไผ่เข้ากับอาหาร มีชื่อว่า หมูดอกอ้อ กับไก่กระบอก
? ร้านจ๊ำบ๊ะ นมสด หวานเย็นไทย แต่แตกต่างตรงที่หน้าตาแปลกใหม่ ด้วยการทำหน้าตาเป็นรูปหัวใจและให้ชื่อน่ารัก ๆ อย่าง ความรักดอกเหม่ย นอกจากหวานเย็นแล้วยังมีนมสดแท้ 100% ที่ใส่รสชา กาแฟ สตอรเบอรี่ลงไปเพิ่มรสชาด
? ร้านช็อคโก้ คาเฟ่ ช็อคโกแลตนอกราคาไทยๆ มีเครื่องทำน้ำพุช็อกโกแลตให้ได้ลองทำกับมือ และยังมีน้ำช็อกโกแลตสูตรเด็ดเย็นชื่นใจพร้อมให้ทาน
? ร้านลุงพงษ์ ลงพุง จำหน่ายกุนเชียงที่ไม่ได้ทำจากหมู แต่ทำจากเนื้อปลาสลิดล้วนๆ น่าลิ้มลอง

 

ตลาดเศียรช้าง

ตลาดเศียรช้าง

..

 

ตลาดเศียรช้าง อยุธยา
ตลาดเศียรช้าง อยุธยา

ส่วนร้านขายของที่หยิบจับกันไปเป็นของฝากได้ก็เห็นจะมีร้านเสื้อ กางเกง กระเป๋า เครื่องประดับเก๋ๆให้เลือกมากมาย แต่ที่ดูฮิป กิ๊บเก๋ ก็คงจะหนีไม่พ้นร้านตกถังข้าวสาร ด้วยแนวคิดของชาวนาไทยแท้ๆ ที่อยากจะเผยแพร่ข้าวไทยให้ทุกคนได้รู้จักจึงจับเอาไอเดีย ? วันนี้….คุณ กินข้าวแบล็คแล้วหรือยัง ??? โดยนำข้าวสีนิลดำมาทำแพ็คเกจคล้ายกับเหล้า ด้วยคอนเซป ซื้อข้าวแบล็คฝากเพื่อสุขภาพกันดีกว่า? นอกจากนั้นยังมี ข้าวเพื่อสุขภาพที่ทานตามกรุ๊ปเลือดแล้วจะช่วยเสริมภูมิต้านทานในด้านต่างๆอีกด้วย แถมก่อนออกจากร้านนี้ยังมีถังข้าวสารยักษ์ที่เขียนว่าหนูตกถังข้าวสารให้ถ่ายรูปเล่นอีกด้วย, ร้านเซียมซี ทีเชิ้ต เป็นร้านเสื้อยืดของฝาก ตกแต่งจำลองบรรยากาศได้อินมากๆ แต่ร้านนี้เค้าต้องเสี่ยงดวงกันก่อนซื้อนะคะ แต่สบายใจได้ว่ามีแต่ข้อความดี ๆ เป็นสิริมงคลให้ไปสวมใส่ทั้งนั้น ,ร้านกะลาทอง ร้านนี้เค้ารวบรวมเอาของเล่นไม้โบราณมากมายมาจำหน่ายในราคาถูกมากๆ, ร้านเวลา…ดิงดิง อีกหนึ่งมุมสำหรับผู้มาเยือนที่รักการเขียนโปสการ์ดพร้อมถ่ายรูปที่ระลึกคู่กับตู้ไปรษณีย์ไทยรุ่นแรกที่หาชมได้ยาก ใกล้ ๆ กันมีที่สำหรับลงนามถวายพระพรแด่พ่อหลวง ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

 

ที่จอดรถด้านหลังตลาดเศียรช้าง

ที่จอดรถด้านหลังตลาดเศียรช้าง มีบริการนั่งหลังช้างเดินเล่นภายในเมืองเก่า

แนะนำมุมฮิปในตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการมุมบันทึกภาพเก๋ๆให้สมกับความฮิปกลับไปฝากชาวฮิปทั้งหลายที่ไม่ได้มา เริ่มจากประกาศก้องกับฆ้องศึก ว่าข้า! …นี่แหล่ะมาถึงแล้ว ตลาดเศียรช้างไทยฮิป มาร์เก็ต ด้วยการตีฆ้อง และถ่ายรูปกับช้างขาวที่มีลายเซ็น เหล่าบรรดาเซเล็บผู้มาเยือนมากมายบริเวณด้านหน้า? จากนั้นก็เดินต่อมาสักการะพระพิฆเณศองค์ใหญ่ ที่มาแห่งชื่อตลาดเศียรช้างไทยฮิปมาร์เก็ต เดินต่อไปด้านหลังองค์พระพิฆเณศก็จะสามารถมองเห็นฉากหลังสมัยกรุงศรีอยุธยาคล้ายกับค่ายศึกสมัยเก่าให้ได้ถ่ายรูปกัน เดินลัดเลาะค่ายไปทางต้นไม้ที่มีโคมไฟปลาตะเพียนห้อยอยู่จะเจออุโมงค์เศียรช้าง มาร่วมรำลึกความหลังกับประตูสู่ประวัติศาสตร์ที่เดินทะลุไปเห็นพระเจดีย์ช้างล้อม และบรรดาช้างน้อยใหญ่เดินขวักไขว่ไปมาคอยสร้างสีสรรให้กับนักท่องเที่ยว

 

พลายเลนไทน์

พลายเลนไทน์

กลับเข้ามาสู่ภายในตลาดกันบ้าง คุณจะมองเห็นช้างตัวใหญ่ยักษ์ที่ทำจากรากไม้สักที่ผู้ทำใช้เวลาและความมานะพยายามเก็บรวบรวมรากไม้ เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนเว้าและส่วนโค้งที่พอดิบพอดีเหมือนเนรมิตขึ้น แต่ต้องใช้เวลาในการทำเจ้าช้างตัวนี้ถึง 1 ปีเต็ม ช้างตัวนี้มีชื่อว่า พลายเลนไทน์ กำเนิดในตลาดแห่งนี้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อเดินวนครบรอบจะสังเกตเห็นปลาตะเพียนสานหลากสีห้อยเรียงรายเต็มไปหมด จะพบเห็นผู้คนมาอธิษฐานเพื่อให้สมหวังตามปรารถนา ช่วยกันระบายสีปลาตะเพียนสานแล้วนำขึ้นแขวนเรียกว่า ปลาตะเพียนอธิษฐาน เนื่องจากความเชื่อเก่าสมัยอยุธยาเมื่อ 100 ปีที่แล้วเชื่อว่าถ้าบ้านใด ร้านค้าใด มีปลาตะเพียนแขวนไว้ จะร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง และสมปรารถนา ถ้าตอนกลางวันยังเที่ยวไม่จุใจยามค่ำคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินจะมีจุดชมวิวบริเวณ ชั้น 2 ให้ได้ชื่นชมบรรยากาศแบบชิวชิวใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ลายล้อมไปด้วยโคมไฟสุ่มและปลาตะเพียนสาน

 ลานแสดงใหญ่หลังองค์พระพิฆเณศ

ลานแสดงใหญ่หลังองค์พระพิฆเณศ

 

และที่ขาดไม่ได้คือ ลานแสดงใหญ่หลังองค์พระพิฆเณศ มีการแสดงมากมายไม่ซ้ำแบบให้ได้ชมกันในแต่ละเดือน เช่น ดูหนังกลางแปลงและฟังเสียงพากย์แบบสดๆ, การแสดงแหล่ปะทะแร็พ, มวยคาดเชือก, มวยแกลบ และการแสดงในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายที่พร้อมให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ยามเย็นทุกศุกร์-เสาร์ ยินดีต้อนรับชาวถนนคนเดินกับสินค้าฮิปๆทำมือไอเดียเก๋ไก๋ ท่ามกลางเสียงร้องรำทำเพลงบรรเลงกันสด ๆ ของหนุ่มสาวชาวฮิป

 

ตลาดเศียรช้าง

ตลาดเศียรช้าง

 

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ  ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ  ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ  ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ  ตลาดเศียรช้าง

การแสดงช้าง เจ้าโดเรม่อน ณ ตลาดเศียรช้าง

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 2453 1414, 08 4334 6556,?www.sianchang.com การเดินทาง เข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอโยธยา แยกเข้าไปอีก 100 เมตร มีที่จอดรถ

นอกจากนี้ เดินเที่ยวตลาดน้ำอโยธยา ได้อีกอย่างสบายๆ

 

ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา

ป้าแม่ค้าขายของ ตลาดน้ำอโยธยา

?ตลาดน้ำอโยธยา

แม่ค้าแต่งชุดไทยขายของ ตลาดน้ำอโยธยา

แม่ค้าแต่งชุดไทยขายของ ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา จ. พระนครศรีอยุธยา

ตลาดน้ำอโยธยา จ. พระนครศรีอยุธยา

ป้าแม่ค้าขายของ ตลาดน้ำอโยธยา

ป้าแม่ค้าขายของ ตลาดน้ำอโยธยา


 

ข้อมูลจาก Amazing Tnailand

 

ตลาดเก่าสุดฮิป ถนนยมจินดา จ. ระยอง (ฮิ)

ตลาดเก่าถนนยมจินดา

ตลาดเก่าถนนยมจินดา

ตลาดเก่าสุดฮิป ถนนยมจินดา จังหวัดระยองระยอง (ฮิ) ไม่ได้ฮิตแค่ทะเล แต่ยังมีที่ท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมฮิป ๆ ให้ฮิด้วย!
พามาเดินเล่นลัดเลาะตลาดเก่า ซึ่งนับเป็นการเจาะตลาดใหม่แห่งการท่องเที่ยวไทยในศักราชปัจจุบัน ที่นี่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย เปิดร้านขายของเก่าแบบม๊อคอัพ ที่เหมาสินค้ามาจากสำเพ็ง ประตูน้ำ จตุจักร รอคอยขบวนรถทัวร์ และกรุ๊ปถ่ายรูปให้มาเดินเล่นแล้วกลับบ้าน..

แต่มันคือย่านโบราณ ที่มาปัดฝุ่น ปลูกต้นผักชีโรย..รองรับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความพิเศษและเสน่ห์น่าเย้ายวนชวนแวะของที่นี่ อยู่ที่การคงอยู่และขนาบข้างด้วยวิถีชาวบ้านในชุมชนจริง ๆ ไม่ได้เปิดพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ให้คนนอก- คนกรุงเข้าเซ้งเช่าขายต่อ

 

ตลาดเก่า ถนนยมจินดา

ตลาดเก่า ถนนยมจินดา

1 บ้านสัตย์อุดม ตั้งแต่ปี 2463 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์2 บันไดทางขึ้นชั้น
2 บ้านสัตย์อุดม
3 ภาพเก่าเก๋ากึ้ก จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์บ้านสัตย์อุดม
4 บ้านไม้ประตูเฟี้ยม
5 บันไดลาดชัน สุด ๆ
6 ตอนเดินลง ตัวใครตัวมัน
7 สิ่งของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์บ้านสัตย์อุดม
8 มองจากบันไดบ้านลงมา
9 บรรยากาศภายในห้องชั้น 2 บ้านสัตย์อุดม
10 ช่องลมติดพื้นขนาดใหญ่มาก เท่าประตูเลยดูสิ
11 กระเบื้องว่าว
12 หมากรุกหน้าบ้านพิพิธภัณฑ์

 

“ถนนยมจินดา” คือ ชัยภูมิแห่งเมืองระยอง เรือนไม้เก่ากับประตูเฟี้ยม ช่องลมติดพื้นขนาดใหญ่ กระเบื้องว่าว และบันไดไม้ลาดชัน คงจะทำให้พอเดาอายุอานามของอาคารกันได้ นอกจากชุมชนบ้านไม้แล้ว ถนนสายนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของตลาดสด ธนาคาร โรงหนัง อาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ที่ยังคงถ่ายทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น เหลือร่องรอยของความรุ่งเรืองทางการค้าให้ได้เห็นบ้างอย่างชัดเจน เช่น โรงน้ำปลา “หลีฮวด” ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2469 ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณยายมาลี สวัสดิพานิช และเปิดเป็นร้านหนังสือธรรมมะ เครื่องนอน เช่นเดียวกับเซ่งฮั่วเฮงของเจ๊ลังที่นั่งปักเย็บถักร้อยที่นอน หมอนข้าง ยัดนุ่นด้วยมือให้เห็นกันจะ ๆ ไปเลย รวมไปถึงบ้านสัตย์อุดม ที่สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2463 โดยเจ้าของท่านแรกโป๊ง สัตย์อุดม หรือขุนศรีอุทัยเขตร์ แต่เดิมเคยเป็นทั้งโรงหนัง โรงสี อู่ต่อเรือ กระทั่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน สำหรับชื่อ “ถนนยมจินดา” ก็เพราะเรือนของเจ้าเมืองระยองท่านสุดท้าย ตั้งตัวตระหง่านบนถนนสายนี้ ก่อสร้างมาแล้วเกือบ 80 ปี เจ้าของท่านแรกก็คือ พระศรีสมุทรโภคไชย โขคชิตสงคราม หรือท่านอิม ยมจินดา

ตลาดเก่า ถนนยมจินดา

ตลาดเก่า ถนนยมจินดา

 

1 ชอบมากกก..ภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม้ทุบปูกับแท่นที่รองทุบ
2 บ้านโรงน้ำปลาหลีฮวดเก่า ปัจจุบันเป็นของคุณยายมาลี
3 บ้านเก่าที่ถูกจัดแสดงใหม่ให้เข้ากับบรรยากาศ
4 สร้างบรรยากาศให้เก่า กลมกลืน
5 หลังบ้านร้านกาแฟ
6 ผู้มาเยือนจิบกาแฟ
7 บ้านเจ้าเมืองยมจินดา
8 ลายปูนปั้นเก่าประดับหลังคา
9 ร้านขายของโชว์ห่วย
10 นั่งยัดนุ่นให้เห็นกันสด ๆ
11 ร้านยัดนุ่นยัดหมอนของเซ่งฮั่วเฮง
12 ร้านยาเก่ามาก
13 กวนยากันตรงนั้นเลย
14 บ้านไม้เก่าติดตลาด
15 ภาพวิถีชาวบ้านในตลาดติดกับถนนยมจินดา
16 ถั่วแปบบนใบตอง
17 เคยแท้ ของดี
18 สามล้อเก่าของชาวระยอง

ถัดออกไปไม่ไกลกันนัก นักท่องเที่ยวขาจร และผู้อยู่อาศัยขาประจำก็จะไปบรรจบพบเจอกันที่ตลาดสด มีทุกอย่างขายกันอย่างจริงจัง ของถูกและดีทั้งนั้น ได้สัมผัสกับบรรยากาศอยู่อาศัย บ้าน ๆ มากกว่าบรรยากาศจัดร้านออกแสดงขายของ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ที่นี่เค้าขายอะไรบ้าง

 

ขอขอบคุณ ปาริฉัตร จิระศักดิ์วิทยา ?จาก voice tv

พาชิมริมแม่น้ำ แพอาหารกู๊ดวิว อยุธยา

?อยุธยา? เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ชวนให้มาเที่ยวไหว้พระทำบุญเป็นอย่างมาก เพราะว่าอยุธยาเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีวัดมากมาย มีวัดวาอารามสำคัญๆ ให้มากราบไหว้ขอพรกัน ?ตระเวนกิน? เองก็ขอใช้วันหยุดว่างๆ มาเที่ยวไหว้พระทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เสริมสิริมงคลให้กับตัวเองเสียหน่อย ?พอหลังจากที่ได้ตระเวนไหว้พระจนอิ่มบุญอิ่มใจกันเต็มที่แล้ว แน่นอนว่าเราก็ต้องขอหาอาหารใส่ท้องให้อิ่มกระเพาะกันด้วย และเมื่อมาถึงอยุธยาทั้งทีเราก็ต้องขอหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ แบบได้นั่งกินข้าวอยู่ริมน้ำท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์

 

แพอาหารกู๊ดวิว

แพอาหารกู๊ดวิว

และเราก็เลือกที่จะขอมาฝากท้องอิ่มกับอาหารรสดี ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ชวนนั่งสบายๆ กันที่ ?แพอาหารกู๊ดวิว? ที่ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลย ที่ร้านนี้มีมุมโต๊ะนั่งให้เลือกแบบหลากหลาย ถ้าใครชอบนั่งกินข้าวรับลมเย็นๆ และได้ชมวิวสะพานสวยๆ ก็มีให้เลือกนั่ง แถมยังมีวงดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังอย่างเพลิดเพลินในทุกวันช่วงเย็นๆ หรือจะนั่งบนแพชมวิวสายน้ำไหลเอื่อยพาให้เย็นใจ และมีส่วนเทอเรสที่มีโต๊ะนั่งสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติแมกไม้ที่ชวนนั่งไม่แพ้กัน เมื่อได้มุมชวนนั่งแล้ว แน่นอนว่าอาหารของที่นี่ก็น่ากินเช่นกัน เพราะว่าทางร้านมีอาหารไทยพื้นบ้าน แบบรสจัดจ้านบริการให้เลือกกินหลายหลากกว่า 100 เมนู และในมื้อนี้เราก็ได้เลือกเมนูจานเด็ดทั้งนั้นมากินกัน

 

แพอาหารกู๊ดวิว

แพอาหารกู๊ดวิว

 

เห็ดเออรินจิผัดพริกไทยดำ

เห็ดเออรินจิผัดพริกไทยดำ

ประเดิมจานแรกด้วย เห็ดเออรินจิผัดพริกไทยดำ (180 บาท) ทางร้านนำเห็ดเออรินจิญี่ปุ่น เอามาผัดกับเครื่องพริกไทยดำที่โขลกเอง ผัดใส่กุ้ง หอมใหญ่ ต้นหอม พริกสามสี แครอท และพริกไทยสด ชิมแล้วเห็ดเคี้ยวนุ่มออกรสร้อนแรงเครื่องพริกไทยดำหอมๆ กุ้งเนื้อหวานดี กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก

 

 

ห่อหมกมะพร้าวอ่อน

ห่อหมกมะพร้าวอ่อน

เมนูถัดมาเป็น ห่อหมกมะพร้าวอ่อน (200 บาท) เสิร์ฟมาแบบมะพร้าวทั้งลูก เป็นห่อหมกที่ทางร้านโขลกพริกแกงเอง ใส่เครื่องทะเลอย่างกุ้ง หมึก ปลา ลูกชิ้นปลา และนำมาใส่ลงในมะพร้าวอ่อนนึ่งจนสุก ลิ้มรสเนื้อห่อหมกรสเข้มข้น แถมยังได้ขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนกินด้วย

 

ผัดฉ่าปลาคัง

ผัดฉ่าปลาคัง

แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะสั่งเมนูปลาแม่น้ำอย่าง ผัดฉ่าปลาคัง (150 บาท) มากินกัน เพราะทางร้านนำปลาคังสดๆ มาแล่เป็นชิ้นพอดีคำเลาะเอาก้างออก แล้วนำมาผัดฉ่าแบบครบเครื่อง สีสันจัดจ้านมาก กินแล้วก็ถูกปากกับเนื้อปลาคังนุ่มหวานไม่คาวปาก ได้รสชาติเครื่องผัดฉ่าออกเผ็ดลิ้นถึงใจ

 

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน (240 บาท) เมนูนี้ใครชอบกินปลาเนื้ออ่อนต้องสั่งมาลิ้มรสให้ได้ เป็นปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่เอามาทอดหรือนึ่ง (เลือกสั่งได้) และก็มีน้ำฉู่ฉี่แบบเข้มข้นที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเองแล้วนำมาผัดกับกะทิตามสูตรเด็ดเฉพาะ ราดมาบนตัวปลาเนื้ออ่อน กินแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติฉู่ฉี่ที่เข้มข้นเครื่องแกงหอมมันกะทิ เข้ากันดีกับเนื้อปลานุ่มๆ

 

ปลาช่อนลุยสวน

ปลาช่อนลุยสวน

 

ต้มยำปลาม้า

ต้มยำปลาม้า

ปลาช่อนลุยสวน (220 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาที่น่าลิ้มลอง ทางร้านนำปลาช่อนสดๆ มาทอดกรอบ แล้วก็ทำน้ำราดที่มีสารพัดเครื่องสมุนไพรไทยต่างๆ ปรุงรสเข้ากับน้ำราดที่ปรุงเคี่ยวตามสูตรเด็ด ชิมปลาเนื้อกรอบนอกนุ่มในชุ่มรสชาติน้ำราดจัดจ้าน แถมยังมีผักสดนานาชนิดมาให้กินเคียงกันด้วย

และมาปิดท้ายมื้ออิ่มด้วย ต้มยำปลาม้า (150 บาท) ถูกเสิร์ฟมาแบบหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มยำน้ำใส ที่ใส่เนื้อปลาม้าแล่เอาแต่เนื้อไม่มีก้างมาต้มยำ ใส่เห็ดฟาง ผักชีฝรั่ง ซดน้ำซุปร้อนๆ ชุ่มชื่นโล่งคอ รสเปรี้ยว เผ็ด แซบถึงใจ ส่วนเนื้อปลาม้านุ่มหวานไม่คาวเลย

 

บรรยากาศโต๊ะนั่งในแพ

บรรยากาศโต๊ะนั่งในแพ

แต่ถ้าหากมากันหลายๆ คนเมนูแค่นี้อาจจะยังไม่อิ่มพอ ขอแนะนำว่ายังมีเมนูจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนลิ้มรสอีก อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา (กิโลกรัมละ 1,000 บาท) แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อนทอด (220 บาท) แกงคั่วหอยขม (120 บาท) หมึกไข่นึ่งมะนาว (130 บาท) ส้มตำปูกะตอย (85 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารไทยรสจัดจ้านที่ชวนให้มาลองลิ้มกันได้ที่ร้าน ?แพอาหารกู๊ดวิว? ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยุธยาใกล้ๆ นี่เอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

 

พากิน ขนมจีนครูอี๊ด อร่อย ประหยัดเพื่อสุขภาพ

 

ป้ายทางเข้าร้านขนมจีน ครูอี๊ด

ป้ายทางเข้าร้านขนมจีน ครูอี๊ด

วันนี้พากิน แนะนำร้านอาหาร?จะพาออกไปต่างจังหวัด พาไปชิม ” ขนมจีนครูอี๊ด ” อร่อย ประหยัดเพื่อสุขภาพ อันเรืองชื่อในอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี เผื่อหลายคนได้ผ่านไปจะได้แวะชิมอาหารไทยอร่อยๆ เพื่อสุขภาพแถมราคาประหยัดอีกด้วย

มาแล้วๆ ขนมจีนกับผักเป็นชุดๆ

มาแล้วๆ ขนมจีนกับผักเป็นชุดๆ

 

ที่ว่าประหยัดและได้สุขภาพน่ะ ยังไงน่ะเหรอ?? ?ร้านขนมจีนบ้านครูอี๊ด มีความพิเศษต่างจากร้านขนมจีนอื่นๆ คือ ข้อแรกขนมจีนที่ทำเองกันสดๆ ข้อที่สองคือ ร้านนี้จะขายขนมจีนเปล่าจานละ 25 บาท อ่ะ! ?อย่าเพิ่งตกใจทำไมขนมจีนเปล่าจานเดียวถึงแพงจัง ?ในจานละ 25 บาทที่ว่านั้น จะถูกจัดชุดมาด้วย น้ำยาขนมจีน 1 หม้อ , น้ำพริก 1 หม้อ ,น้ำยาป่า 1 หม้อ และแถมผัก น้ำยาและผักต่างๆ ทั้งหมดเติมได้ไม่อั้น เพิ่มความอร่อยด้วยไข่ต้มฟองละ 5 บาทเท่านั้น

 

ขนมจีนครูอี๊ด

ขนมจีนครูอี๊ด

นอกจาำกจะมีอาหารเมนูขนมจีนแล้ว ยังมีส้มตำต่างๆ ไว้บริการ คนที่ไม่ชอบทานส้มตำก็มีข้าวตามสั่งอีกหลายเมนู รวมถึงน้ำ ไอศครีม และขนมไทย อาทิเช่น ลอดช่อง , ใส่ไส้ , ขนมกล้วย แล้วแต่เทศกาลขนมนั้นๆ ?แหล่ะค่ะ

วันนี้เิดินทางไปสองคนเลยมีภาพให้ชมกันตามนี้ค่ะ

 

น้ำยา น้ำพริก น้ำยาปลา เติมได้ไม่อั้น

น้ำยา น้ำพริก น้ำยาปลา เติมได้ไม่อั้น

 

น้ำพริก

น้ำพริก

น้ำพริก รสชาติไม่หวานมากนัก สามารถตักทานได้โดยไม่ต้องราดขนมจีน เด็กๆ น่าจะชอบค่ะ

 

น้ำยากะทิ

น้ำยากะทิ

น้ำยากะทิ รสชาติไม่เผ็ดมากจนเกินไป หากใครต้องการทานรสจัดเค้าก็มีพริกป่น พริกทอดไว้บริการนะ

 

น้ำยาป่า

น้ำยาป่า

สำหรับท่านที่ชอบทานรสจัดขึ้นมาอีกนิด เนื้อปลาเยอะมาก อร่อย แซ่บบบ

 

ไข่ต้ม ผักแกล้ม

ไข่ต้ม ผักแกล้ม

ไข่ฟองละ 5 บาท ถั่วงอก ใบแมงลัก เติมได้ไม่อั้น

 

ผักแอ้ม เติมได้ตลอด

ผักแอ้ม เติมได้ตลอด

ผักแอ้ม เติมได้ตลอดถ้าสามารถทานได้หมด เพราะมาถาดแรกก็กินไม่หมดละค่ะ

 

เส้นขนมจีนทำเอง

เส้นขนมจีนทำเอง

เส้นขนมจีน ทำเองสูตรของร้านเอง ไม่ต้องกลัวเรื่องความสะอาด ถูกหลักอนามัยจ้า

 

ส้มตำ

ส้มตำ

ขนมจีน

ขนมจีน

ขนมจัดเป็นคำ ๆ พร้อมชิม มาลองกันสักครั้งนะคะ

 

บรรยากาศภายในร้าน

บรรยากาศภายในร้าน

บรรยากาศร้านขนมจีนครูอี๊ด ถือว่าเยี่ยมมากค่ะ เค้าจะจัดซุ้ม ไว้ให้สำหรับ 1 โต๊ะ แยก ๆ กันไป ไม่ต้องมานั่งเบียดเสียด ยัดเยียดกัน ที่จอดรอไม่ต้องห่วงค่ะ เำพราะมีที่จอดไว้บริการได้หลายสิบคันเลยค่ะ

 

 

ร้านขนมจีนครูอี๊ด :
สถานที่ตั้ง: 6/6 เสาไห้ เสาไห้ สระบุรี 18160

เบอร์โทรศัพท์: 0-3639-1068,08-1841-2956

การเดินทาง: จากตัวเมือง จ.สระบุรี ใช้ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม มุ่งหน้าไป อ.เสาไห้ ประมาณ 7 กิโลเมตร จะพบแยกบายพาส แล้วตรงไปเจอสี่แยกไฟแดง เลยโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล ประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านขนมจีนครูอี๊ดอยู่ทางด้านซ้ายมือสถานที่

จอดรถ: ที่จอดรถร้านขนมจีนครูอี๊ด

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง?: วัดเสา(ร้อง)ไห้ , ตลาดท่าน้ำต้นตาล

วันหยุด : หยุดทุกวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน

 

 

 

หวานๆ เค็มๆ แบบคนเมืองเพชร

 

เพชรบุรี

เพชรบุรี

เขาว่าคนเมืองเพชรเป็นคนดุ คนตรง แต่ฉาบไว้ด้วยรสชาติหวานๆ เค็มๆ นั่นเพราะความต่างของอาชีพทำกินที่ขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางธรรมชาติในท้องถิ่น…ยิ่งรู้จักคนเพชรก็เหมือนเราได้รู้จักเมืองเพชรมากยิ่งขึ้น Lisa พาเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีคราวนี้อาจให้อรรถรสความสนุกต่างไปจากที่คุณผู้อ่านเคยไปอยู่บ้าง อย่างการเที่ยววังเข้าวัดหรือลองลิ้มชิมขนมหวานพื้นเมืองขึ้นชื่อ เพราะเราจะพาคุณๆ ไปรู้จักคนท้องถิ่นเมืองเพชร พร้อมๆ กับทำกิจกรรมในแหล่งทำกินที่กำลังถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่างรูปแบบ ไม่ต่างอะไรกับเพชรมีหลายเหลี่ยมมุมให้ชื่นชม…

สมชื่อเพชรบุรีตกหมึก เก็บหอย ลอยทะเลเรามาที่ชุมชนหมู่บ้านพะเนิน ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชุมชนนี้มีอาชีพหลักคือทำประมงพื้นบ้าน ขณะที่แม่บ้านและเด็กๆ รับจ้างถักอวน บ้างก็ร้อยโมบายล์เปลือกหอย และกลายเป็นกิจกรรมสร้างสีสันในการท่องเที่ยวของที่นี่ นอกเหนือจากกิจกรรมไฮไลต์นำนักท่องเที่ยวไปเก็บหอยและตึกหมึกสายโดยก่อนฟ้าสางชาวบ้านจะพานั่งเรือประมงออกทะเล ตามไต๋กงไปดูการจับหมึกสายด้วยไซหอยสังข์ที่วางดักไว้ ไต๋กงเรือเล่าว่าวิธีตกหมึกแบบนี้ได้อิทธิพลมาจากประมงแถบทะเลตะวันออก ก่อนแพร่ขยายมาถึงเมืองเพชรเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา หมึกชนิดนี้คนไทยไม่ได้ค่อยได้กินกันเพราะส่งออกซะหมด ตกแล้วกิโลกรัมละเกือบร้อย ถ้ายังนึกภาพหมึกสายไม่ออกก็นึกภาพหมึกยักษ์อ็อกโตพุสที่ดูดปากพระเอกหนัง ?กวน มึน โฮ? จนบวมเจ่อนั่นแหละ…555

 

เพชรบุรี

เพชรบุรี

สนุกสนานกับการตกหมึกแล้วก็ตามชาวบ้านไปเก็บหอยแครง หอยเสียบ หอยปากเป็ด ฯ ที่ปลายแหลม ซึ่งทอดยาวไกลในทะเลถึง 2 กม. ?พร้อมชมทัศนียภาพและสัมผัสความเนียนละเอียดของ ?ทรายเม็ดแรก? เนื่องจากที่นี่เป็นจุดสุดท้ายของหาดโคลนจากสมุทรสาครและสมุทรสงคราม บรรจบกับจุดเริ่มต้นของหาดทรายแห่งทะเลอ่าวไทยเรื่อยลงไปยังภาคใต้ ความอุดมสมบูรณ์ของนิเวศสองระบบทำให้มีนกน้ำหลายชนิดหากินในย่านนี้ จนกลายเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งของไทย
เดินดงตาล หอมหวานน้ำตาลสดภาพตาลยืนต้นสูงเด่นเป็นแถวทิวสุดปลายตาตลอดสองข้างทาง เป็นสิ่งยืนยันว่าจังหวัดเพชรบุรีมีต้นตาลมากที่สุด เราขึ้นรถรางนำเที่ยวพาลัดเลาะไปยังสวนตาลของลุงถนอม ภู่เงิน แห่ง ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด ลุงปลูกตาลมากว่า 20 ปีด้วยความรักและเอาใจใส่จึงรู้จักเจ้าตาลสารพัดประโยชน์นี้เป็นอย่างดี ?สวนตาลนี้ตั้งใจให้เป็นมรดกถึงลูกหลานเพราะต้นตาลมีอายุเป็นร้อยปี ในวันนี้ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้สนใจพืชเศรษฐกิจชนิดนี้อีกด้วย?ออกจากดงตาลของลุงถนอม มุ่งหน้าไปยังบ้านทำน้ำตาลสด อีกผลผลิตแปรรูปที่ได้จากต้นตาล นาทีถ้าไม่ชิมน้ำตาลหวานหอมจากเตาร้อนๆ ก็คงบอกโม้กับใครๆ ไม่ได้ว่ามาถึงเมืองเพชรจริงๆ ก่อนกลับเพื่อนร่วมทริปยังหิ้วน้ำตาลปีบที่ทำเสร็จใหม่ กลับบ้านด้วย

 

เพชรบุรี

เพชรบุรี

ก็แหม…แค่โลละ 60 บาท ได้น้ำตาลแท้จากเตาตาลเอาไปทำน้ำกะทิลอดช่องหรือทำอาหารคาวหวานอะไรๆ ก็หอมอร่อยทั้งนั้น…แล้วจะอดใจไม่ซื้อได้ไงกันจากเตาตาลไปบ้านยีโตนด ชื่อก็บอกอยู่ว่าที่นี่มีรายได้เลี้ยงปากท้องจากผลตาล ตั้งแต่รับยีลูกตาลเพื่อเอาเนื้อไปทำขนม ปลอกหัวตาลส่งขายไปทำแกงหัวตาล แกะเม็ดตาลเอาส่วนแจวไปเชื่อม และเปลือกเม็ดที่แข็งๆ ก็เผาทำถ่านขายซะเลย พอจบทริปรถรางทัวร์บ้านลาดแหล่งทำตาล เราต่างรู้ซึ้งถึงคุณค่าต้นตาล…??โอ้ ฉันหลงรักตาลเข้าแล้วล่ะ จุ๊บจุ๊บ?

เพชรบุรี

เพชรบุรี

ส่งท้ายทริปนี้เราไปดูการทำหมึกฉาบ ปลาหมึกแห้งที่โรงงานห้องเย็นมงคลการ และโรงงานทำปลาเค็มของเจ๊นุ้ย-ธารทิพย์ ตามด้วยช้อปของทะเลแห้งกลับบ้านอีกคนละหลายถุง แล้วไปดูวิธีนำดอกเกลือจากนาเกลือมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามของกลุ่มสปาเกลือกังหันทอง ก่อนกลับบ้านยังไปล่องเรือชมวิวปากแม่น้ำบางตะบูน ชมฟาร์มเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่แล้วก็มีโอกาสได้นั่งคิดถึงเรื่องราวหวานๆ เค็มๆ ที่พบเจอมาตลอดทั้งทริป ก็พบข้อสรุปว่า…คนเมืองเพชรนั้นน่ารักและจริงใจมากกว่าเป็นคนดุอย่างที่เขาว่ากันเป็นไหนๆ

 

เพชรบุรี

เพชรบุรี

ขอขอบคุณผู้นำทริป : งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทยโทร. 1672Fast Factsจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนลัดจากคลองโคน จ.สมุทรสงคราม สู่อำเภอบ้านแหลม จ.เพชรบุรี จะสะดวกและรวดเร็ว จากนั้น วิ่งตามถนนกั้นน้ำเค็มสู่แหลมผักเบี้ยได้ รวมระยะทางจากคลองโคนถึงตำบลแหลมผักเบี้ย 45 กม. หรือจะวิ่งตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม ราชบุรี และไปเพชรบุรีก็ได้?สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว : การท่องเที่ยวฯ สนง.เพชรบุรี โทร. 032-471-005-6 อบต.แหลมผักเบี้ย โทร. 032-411-029 โฮมสเตย์พรพนาที่ ต.แหลมผักเบี้ย โทร. 08-6173-0530, 08-9254-7295 โรงงานปลาเค็มของนุ้ย-ธารทิพย์ โทร. 08-1944-9114 โรงงานทำปลาหมึกแห้งของป้าอำนวย นุชถาวร โทร. 08-1586-9996 และลุงถนอม ภู่เงิน โทร. 08-1586-9996

 

เพชรบุรี

เพชรบุรี

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดี จากนิตยสาร?.lisaguru.com

 

ตราด อดีต…ปัจจุบัน…สู่อนาคต ในการพัฒนา

 

แผนที่จ.ตราด

แผนที่จ.ตราด

ตราด อดีต…ปัจจุบัน…สู่อนาคต ในการพัฒนา

จังหวัดตราดตั้งอยู่ภาคตะวันออกของประเทศไทยห่างจาก กรุงเทพฯ 315 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 2,819 ตร.กม. หรือ ประมาณ 761,875 ไร่ เป็นพื้นที่ตามเขตปกครองทางทะเล ประมาณ 7,257? ตร.กม. มีอาณา เขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอขลุง จังหวัด จันทบุรี และ ประเทศ กัมพูชา ทิศใต้ ติดต่อกับ อ่าวไทย และน่านน้ำทะเล ประเทศกัมพูชา ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ประเทศกัมพูชา มีทิวเขาบรรทัด เป็นแนวกั้น เขตแดน ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 5 อำเภอ? 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง? อำเภอเขาสมิง? อำเภอแหลมงอบ? อำเภอคลองใหญ่? อำเภอบ่อไร่? กิ่งอำเภอเกาะกูด และกิ่งอำเภอเกาะช้าง

 

ทะเล จ. ตราด

ทะเล จ. ตราด

 

 

ลักษณะภูมิประเทศ มีอาณาบริเวณทั้งที่เป็นแผ่นดิน และ พื้นน้ำ ประกอบด้วย เทือกเขาสูงอุดม ด้วยป่าเบญจพรรณ และป่าดิบทาง ส่วนบริเวณหมู่เกาะต่างๆ ทางด้านใต้ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงเช่นเดียวกัน ตอนเหนือ เป็นที่ราบบริเวณภูเขา ตอนกลาง เป็นที่ราบ ลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แล้วลาดลงเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล สภาพภูมิประเทศที่ปรากฏแบ่ง เป็น 4 ลักษณะ

1. บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ เหมาะ สำหรับทำนาข้าว และปลูกผลไม้
2. ที่ราบบริเวณภูเขา บริเวณนี้ มีพื้นที่กว้างขวางมาก เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม แก่การทำสวนผลไม้ ยางพารา และ สับปะรด
3. ที่สูงบริเวณภูเขา บริเวณที่เป็นเกาะต่างๆ ซึ่งส่วนมาก มีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้
4. ที่ราบต่ำชายฝั่งทะเล เป็นป่าชายเลน อย่างหนาแน่น และ ยังเป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์น้ำ บางชนิด

สภาพ อากาศไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัดจนเกินไป เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดมีเกาะต่าง ๆ มากมาย ถึง 52 เกาะ จึงเป็นเสมือนกำแพงกั้นบังคลื่นลม พื้นที่จังหวัดตราดจึงไม่เคยได้รับความเสียหายจากลมพายุ ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น มีฝนตกชุกเกือบตลอดปี แบ่งเป็น3ฤดู

 

ทะเล จ. ตราด

ทะเล จ. ตราด

 

ฤดูหนาว มีเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศไม่หนาวเย็นมากนักอุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 34 องศาเซลเซียส

ฤดูฝน อยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

เมืองตราดสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า ?กราด? ที่เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้ทำไม้กวาด ต้นไม้ชนิดนี้มีขึ้นอยู่รอบเมืองตราด ซึ่งในสมัยนั้นมีต้นกราดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่พอถึงในสมัยกรุงศรีอยุธยา?รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมืองตราดมีชื่อในขณะนั้นว่า ?บ้านบางพระ? จังหวัดตราด หรือเมืองทุ่งใหญ่ ปรากฏชื่อในทำเนียบหัวเมืองสมัยพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2178) ว่าเป็นหัวเมืองชายทะเล สังกัดฝ่ายการต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านการคลัง ตราดเป็นหนึ่งในเมืองท่าชายทะเล ที่มีชัยภูมิเหมาะกับการแวะจอดเรือ เพื่อขนถ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เติมเสบียงอาหาร น้ำจืดบริเวณอ่าวเมืองตราด จึงเป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางเข้ามาค้าขาย

ตราดนับเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงปลายอยุธยา สินค้าที่ส่งออกขายยังแดนไกล โดยเฉพาะของป่า เช่น เขากวาง หนังสัตว์ ไม้หอม และเครื่องเทศต่าง ๆ ล้วนมาจากเขตป่าเขาชายฝั่งทะเลตะวันออก แถบระยอง จันทบุรี ตราด โดยลำเลียงสินค้าผ่านมาตามแม่น้ำเขาสมิง ออกสู่ปากอ่าวตราด

 

ทะเล จ. ตราด

ทะเล จ. ตราด

 

 

เมื่อครั้งสงครามกู้เอกราชสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงเลือกตราดเป็นเมืองหน้าด่านกันชน ทำหน้าที่ส่งเสบียงอาหารก่อนเคลื่อนกองทัพเรือออกจากจันทบุรี

ในสมัยรัชการที่ 1 เมืองตราดยังเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งเช่นเดียวกับในสมัยอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 3 ไทยทำศึกกับเจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันท์ซึ่งต่อมาหันไปสวามิภักดิ์กับญวน ไทยกับญวนผิดใจกันจนต้องทำสงครามกันในปี พ.ศ. 2371 ตราดเป็นแหล่งกำลังพล และเสบียงอาหารมีการตั้งป้อมค่ายอยู่ที่บ้านแหลมหิน ปากอ่าวเมืองตราด

สมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้ส่งกองทัพเรือเข้ายึดจันทบุรี ปี ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) และคืนให้ไทยในปี พ.ศ. 2447 โดยแลกกับเมืองตราดตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ต่อมารัฐบาลไทยเห็นว่าตราดมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และพลเมืองส่วนใหญ่เป็นคนไทย ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝรั่งเศสจึงยินยอมทำสัญญายกเมืองตราดกับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง (เมื่อหันหน้าไปทางปากแม่น้ำ) คืนให้กับไทยโดยแลกเปลี่ยนกับพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 โดยฝ่ายไทยมีพระยามหาอำมาตยาธิบดี ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระยาศรีเทพตำแหน่งปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าผู้แทนรัฐบาลไทย ฝ่ายฝรั่งเศสมีเมอซิเออร์รูซโซเรซิดังเป็นหัวหน้าผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศสได้กระทำพิธีส่ง และรับมอบกัน ณ ศาลากลางจังหวัด และฝรั่งเศสยอมถอนทหารออกไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450

ในช่วงสงครามอินโดจีน (พ.ศ. 2483-2484) ฝรั่งเศสพยายามเข้ายึดเมืองตราดอีกเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 กองทัพเรือไทยได้เข้าต่อสู้ขัดขวางกองทัพเรือฝรั่งเศสที่ล่วงล้ำน่านน้ำไทยอย่างกล้าหาญ รักษาเมืองยุทธศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ได้

ปี พ.ศ. 2521 เกิดสงครามสู้รบในกัมพูชา ชาวเขมรนับแสนหนีตายทะลักเข้ามาในเขตไทยทางเทือกเขาบรรทัด เขตพรมแดนด้านตะวันออก เส้นทางหลวงหมายเลข 318 จากตัวเมืองตราดเลียบขนานเทือกเขาบรรทัด และชายฝั่งทะเลสู่อำเภอคลองใหญ่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สายสำคัญ เมื่อสงครามสงบลงในปี พ.ศ. 2529 เส้นทางสายนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางการค้าระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณตลาดหาดเล็ก สุดเขตชายแดนไทย และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางต่อไปยังเกาะกง การขุดพบ ?พลอยแดง? หรือ ?ทับทิมสยาม? ในเขตอำเภอบ่อไร่เมื่อปี พ.ศ. 2514 ก่อกระแสการตื่นพลอย ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามาแสวงโชคที่นี่ความเจริญทุกด้านมุ่งสู่บ่อไร่จนกลายเป็นเมืองใหญ่คู่กับตัวเมืองตราด พื้นที่ที่เคยเป็นป่าทึบกลายเป็นหลุมบ่อ เมื่อทรัพย์สินในดินเริ่มหมดไป ในปี พ.ศ. 2534 บ่อไร่กลายเป็นเมืองร้าง เหลือไว้เพียงอาคารร้านค้าซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ บริเวณที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดตราด คือ หมู่เกาะช้าง? ซึ่งประกอบด้วย เกาะช้างและหมู่เกาะใกล้เคียงอีก 47 เกาะ โดยมีเกาะช้างซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลายแห่ง นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งน้ำตก และหาดทรายแล้ว ยังมีวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่น่าสนใจศึกษา เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจนเกินไป และสภาพอากาศที่สามารถเดินทางไปเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี หมู่เกาะช้างจึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมมาท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอาณาบริเวณหมู่เกาะช้าง เช่น บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง น้ำตกธารมะยม น้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู น้ำตกคลองนนทรี น้ำตกคีรีเพชร

 

ทะเล จ. ตราด

ทะเล จ. ตราด

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น อ่าวคลองแขวน อ่าวสับปะรด แหลมยายตุ้ย อ่าวผักแว้ง คลองตาติ้น บ้านคลองมาด อ่าวตะเภา อ่าวคลองเจ้า อ่าวกระทึง เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีเพียงบางเกาะเท่านั้นในเขตพื้นที่ของกิ่งอำเภอเกาะกูด ที่ไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน) เนื่องจากในฤดูฝนเป็นช่วงที่ทะเลมีมรสุมและคลื่นลมแรง ไม่ปลอดภัยในการเดินทาง

ตราดเป็นเมืองท่องเที่ยวมีเกาะที่สวยงามเป็นอันดับสองรองจากภูเก็ต? ในปีหนึ่งๆมีนักท่องแวะเวียนมาจำนวนมากและมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต การจัดการเพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดตราดนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือระบบการจัดการทั้งด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การจัดการขยะ ของเสียต่างๆ? โดยสิ่งที่ต้องนำมาใช้เพื่อจัดการระบบต่างๆดังกล่าวคือพลังงาน ซึ่งขณะนี้ปัญหาด้านพลังงานไม่ใช่ปัญหาของจังหวัดตราดแต่จังหวัดเดียว หากแต่เป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศจะต้องร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ต่อไป

วิธีทำขนมปังสังขยา

วิธีทำขนมปังสังขยา

 

ขนมปังสังขยา

ขนมปังสังขยา

กรุ่นกลิ่นใบเตย ต้องรสหวานลิ้น กลมกล่อมน้ำตาลมะพร้าวเข้ากัน

ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่

  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลมะพร้าว?1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • แป้งสาลี?1-2 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ใบเตยสด?3 ใบ
  • แป้งมัน?1-2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. นำใบเตยสดไปปั่นกับน้ำเล็กน้อยจนละเอียดแล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำพักไว้ ใส่นมข้นจืดลงในหม้อตามด้วยไข่แดงแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้น ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ หัวกะทิ และน้ำใบเตย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อยละลายแป้งสาลีและแป้งมันใส่ตามลงไป
  2. นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆ จนแป้งขึ้นเงาและสุกทั่ว จึงยกลง

 

ขนมปังสังขยา

ขนมปังสังขยา

ขอบคุณคลิป วิธีทำขนมปังสังขยา จาก MrFoodandTravel

 

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ราคาเบา เบา

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

วันนี้อยากจะวิภาคเรื่องบอลไทยเสียหน่อย แต่ไม่ขอไปแตะการเล่น เพียงแต่ได้ดูภาพของสนามฟุตบอล ได้เห็นความตั้งใจจริงของเอกชนในการสร้างสนามที่มีคุณภาพสูง แม้ฝนตกนานถึง 6 ชั่วโมงไม่สามารถทำให้สนามแห่งนี้ลดคุณภาพลง คงต้องขอปรบมือให้กับสนามไทยโมบายที่ จ.บุรีรัมย์ ของทีมปราสาทสายฟ้า เมื่อหันกลับมาดูสนามแห่งชาติของเรา ราคาค่าก่อสร้างก็สูงกว่า กลับไร้คุณภาพทั้งสนามภายใต้สังกัดของกรมพละและ กกท. ขืนฝนเทลงมาแบบวันนั้นคงไม่ต่างอะไรกับปลักควาย ที่สำคัญสนามแห่งชาติก็ไม่ควรให้พวกรากมากดี ใช้อิทธิพลมีขอใช้งาน ทั้งเพื่อนนักการเมือง พวกพ้องผู้ใหญ่ในกระทรวง มาเล่นบอลเอามันๆ ไปเล่นสนามอื่นก็ได้ ไม่ใช้สนามแห่งชาติ รัฐบาลใหม่ภายใต้คนที่รู้เรื่องกีฬาเป็นอย่างดี กรุณาจัดการเรื่องนี้ด้วยครับ อายเขาเห็นที่ไรเศร้าทุกที

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

วันนี้อยากจะพาไปกินเย็นตาโฟกันบาง ที่ดังกันมากๆ ในสมัยก่อนต้องเป็นที่เย็นตาโฟวัดแขก แต่วันนี้จะพาไปกินที่แถวๆ ศรีย่านร้านนี้เขาได้ชื่อว่าเป็นเย็นตาโฟฮ่องเต้ศรีย่าน ด้วยเครื่องปรุงแบบเต็มๆ แต่ที่แปลกไปกว่าทุกที่ก็ตรงที่มีไส้และลูกชิ้นทอดเนี้ยละครับนับว่าสุดยอดไปเลย เอามารู้จักร้านนี้กันหน่อยเขาเปิดมากว่า 50 ปีแล้ว อยู่ในซอยห่างจากแยกสัก 20 เมตร บนถนนร่วมจิตต์ คนแถวนี้กินกันแบบติดข้างทางพอฝนตกหน่อยก็ทนเปียกกันบ้างเล็กน้อย แต่แลกกับความอร่อยเขายอมครับผม

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

 

มาชิมกันเลย ผมมากินครั้งนี้กับคุณแอน (ดาราเดลี่) ได้ทีสั่งกันคนละอย่างเห็นชามมันใหญ่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ผมสั่งเล็กแห้งและเกาเหลา ส่วนคุณแอนก็จัดเส้นเล็กเย็นตาโฟ เอามา… พอเขาเอามาส่งให้ชิมน้ำซุปก่อน ไม่ต้องปรุงเลยนำ้พอดีเอามากๆ ผมจัดแห้งมาหนึ่งชาม ชามนี้ต้องปรุงเล็กน้อยแล้วแต่ชอบ ส่วนผมของเติ่มน้ำตาลเล็กน้อยเข้าทีเลยครับ กินแห้งชามน้ำชามสำหรับผมพอดีครับไม่จุกแต่ถ้าคนตัวเล็กกว่าผมหน่อยคงชามเดียวก็พอ ส่วนราคาบ้านๆ ครับ ไม่ทำร้ายกระเป๋าคนกินแน่นอน

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

พาชิม เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน

 

ร้านนี้อยู่ที่ สี่แยกร่วมจิตต์ ถนนร่วมจิตต์ (ถนนที่เชื่อมระหว่างถนนศรีย่านกับถนนไปโรงเรียน ราชินีบน) เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 20 เมตร เห็นร้านเลยครับ เท่าที่ทราบหยุดวันจันทร์ด้วยน่ะ ก่อนไปถ้าไม่แน่ใจโทร 02-699-0110

Rating : ที่สุดในแผ่นดิน

Latitude : 13.78397
Longitude : 100.51515

ขอขอบคุณเรื่องและภายโดย?ธนา ทุมมานนท์(เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

พาชิม บะหมี่หัวโต ศรีย่าน

ร้านอาหารอร่อยๆ ที่ขายกันมาอย่างยาวนานในกรุงเทพฯ ของเรานั้นก็มีอยู่หลากหลายร้าน ซึ่งระยะเวลาในการขายที่ยาวนานและยังมีลูกค้าแวะเวียนกันไปอย่างไม่ขาดสายนั้นก็เป็นเครื่องรับประกันได้ถึงความอร่อยถูกปาก อย่างเช่นร้านที่ ?ผ่านมาแวะกิน? จะพาไปลองชิมกันในวันนี้ ก็เปิดขายกันมากว่า 40 ปีแล้ว และยังคงเป็นร้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของบะหมี่ในย่านศรีย่าน

 

บรรยากาศที่นั่งภายในร้านบะหมี่หัวโต

บรรยากาศที่นั่งภายในร้านบะหมี่หัวโต

 

 

ร้านนี้มีชื่อว่า ?บะหมี่หัวโต? ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่เส้นบะหมี่ที่ไม่เหมือนร้านไหนๆ คือ จะเป็นบะหมี่เส้นใหญ่ กลม เด้ง ที่ทางร้านทำเองสดๆ ชั่วโมงต่อชั่วโมง มีส่วนผสมของแป้ง ไข่ไก่ และน้ำ โดยไม่ได้ใส่สี หรือสารกันบูดลงไป ส่วนกรรมวิธีการทำก็ยังใช้มือนวดแป้งให้ได้ที่ ก่อนจะใช้เครื่องมาตัดเป็นเส้นๆ

บะหมี่เกี๊ยวแห้งหมูแดงหมูกรอบ

บะหมี่เกี๊ยวแห้งหมูแดงหมูกรอบ

มาลองชิมเมนูอร่อยของร้าน บะหมี่เกี๊ยวแห้งหมูแดงหมูกรอบ (40 บาท พิเศษ 45 บาท) ที่ใช้เส้นบะหมี่ที่ทางร้านทำเอง ส่วนตัวเกี๊ยวนั้นก็ใช้แป้งแบบเดียวกับที่ทำเส้นบะหมี่มาทำเป็นแผ่นแล้วใส่ไส้หมูบดปรุงรส หมูแดงจะเลือกใช้สะโพกหมูมาหมักกับเครื่องเทศต่างๆ ทิ้งไว้ข้ามคืนจากนั้นก็นำมาย่าง ส่วนหมูกรอบจะใช้สามชั้นที่มีเนื้อเยอะมาหมัก ก่อนจะนำไปต้ม แล้วทอดถึงสองครั้ง จากนั้นก็จะนำไปย่าง และอีกหนึ่งความพิเศษของจานนี้ก็คือ จะใส่กระเทียมเจียว ซึ่งเป็นกระเทียมที่ตากแห้งแล้วนำมาเจียวพร้อมกับใส่เครื่องปรุงรสลงไปด้วย ชิมเมนูนี้ได้รสบะหมี่ที่นุ่มเด้ง เกี๊ยวนุ่มเต็มปากเต็มคำ หมูแดงไม่หวานมาก หมูกรอบเนื้อนุ่มหนังกรอบ

ข้าวซี่โครงหมูอบ

ข้าวซี่โครงหมูอบ

จากนั้นมาชิม ข้าวซี่โครงหมูอบ (30 บาท) ที่ใช้ข้าวหอมมะลิหุงสุกร้อนๆ ราดด้วยซี่โครงหมูอ่อนที่นำมาหมักกับเครื่องเทศจีน ก่อนจะนำไปตุ๋นจนเปื่อยถึง 4 ชั่วโมง และเสิร์ฟมาพร้อมกับคะน้าฮ่องกงลวก ลองชิมแล้วซี่โครงหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำราดที่ได้จากการตุ๋นซี่โครงก็หวานหอมดี คะน้าฮ่องกงกรอบๆ กินคู่กันเพิ่มรสชาติ และมาถึงเมนู กระเพาะปลา (30 บาท พิเศษ 40 บาท) ทางร้านใช้กระเพาะปลาแท้ๆ มาล้างและต้มหลายเที่ยว ทำให้ไม่คาว ไม่มัน ส่วนตัวน้ำซุปนั้นต้มแยกกันต่างหาก เป็นกระเพาะปลาสไตล์จีนที่ใส่ทั้งเลือด น่องไก่ หน่อไม้ เห็ดหอม และไข่นกกระทา ซึ่งเวลาจะเสิร์ฟนั้นถึงจะนำน้ำซุป กระเพาะปลา และเครื่องเคราต่างๆ มาปรุงผสมกัน กระเพาะปลาชามนี้หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แต่ถ้าใครที่ชอบให้มีรสชาติจัดจ้านขึ้น จะเติมจิ๊กโช่วลงไปอีกเล็กน้อยก็ยังได้

กระเพาะปลา น่ากินมาก

กระเพาะปลา น่ากินมาก

ส่วนเมนูกินเล่นที่ร้านนี้ก็มีให้ลองชิม อย่างเช่น ปอเปี๊ยะสด (20 บาท) ที่จะใช้แผ่นแป้งปอเปี๊ยะมาห่อกับไส้ที่ใส่มาทั้งหมูตั้ง กุนเชียง เต้าหู้พะโล้ ถั่วงอก แตงกวา และไข่เจียว ส่วนน้ำราดจะเป็นสไตล์จีนที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียก น้ำกะทิ พริกไทย และเครื่องเทศจีน นำมาเคี่ยวรวมกันหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้น้ำราดที่เหนียวข้น ชิมปอเปี๊ยะสดได้รสหวานๆ เค็มๆ หอมเครื่องเทศจีน

ปอเปี๊ยะสด

ปอเปี๊ยะสด

ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ลองชิมก็คือ ปอเปี๊ยะทอดและถุงทอง (20 บาท) เริ่มจากปอเปี๊ยทอดที่นำแป้งปอเปี๊ยะมาห่อกับไส้วุ้นเส้น ผสมกับหมูสับและผักรวม ก่อนจะนำไปทอด ส่วนถุงทองจะใส่ไส้ ข้าวโพด แครอท ถั่วลันเตา และหมูสับ จากนั้นก็นำไปทอดให้เหลืองกรอบ ชิมทั้งสองอย่างนั้นกรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับน้ำจิ้มหวานที่ทางร้านเคี่ยวเอง ซึ่งจะได้รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ จากบ๊วย ซึ่งหากใครอยากจะกินปอเปี๊ยะทอด หรือถุงทองเพียงอย่างเดียว ก็สามารถสั่งแยกเป็นจานๆ ก็ได้ หรือจะสั่งรวมกันมาในจานเดียวแบบเราก็ไม่ว่ากัน

ปอเปี๊ยะทอดและถุงทอง

ปอเปี๊ยะทอดและถุงทอง

หรือถ้าใครอยากลองเมนูอื่นๆ ก็แวะเวียนมาลิ้มชิมรสกันได้ทั้ง บะหมี่หมูแดงแห้ง/น้ำ (25 บาท พิเศษ 30 บาท) เกี๊ยวหมูกรอบแห้ง/น้ำ (30 บาท พิเศษ 35 บาท) ข้าวหมูแดงหมูกรอบ (30 บาท พิเศษ 35 บาท) ข้าวไก่ย่างเทริยากิ (30 บาท) เป็นต้น นักกินคนไหนที่ชื่นชอบบะหมี่เหนียวนุ่มรสชาติถูกปากแบบนี้ ก็ต้องไปลองชิมกันที่ร้าน ?บะหมี่หัวโต?

 

ร้าน ?บะหมี่หัวโต? ตั้งอยู่ที่ 436/28 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. การเดินทางจากถนนนครไชยศรี ให้วิ่งตรงมาทางตลาดศรีย่าน จนถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งมาอีกประมาณ 100 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะมีทางเข้าห้างท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้เลี้ยวเข้าไป ร้านบะหมี่หัวโตจะอยู่ด้านหลังห้าง สามารถจอดรถได้บริเวณที่จอดรถของห้าง (เสียค่าจอด) ทางร้านรับออกงาน รับทำอาหารกล่อง และมีบริการเดลิเวอรี่ (คิดค่าส่งตามระยะทาง) ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. (มีวันหยุดเดือนละ 2-3 ครั้ง ควรโทรศัพท์ถามก่อน) โทร. 08-9171-3883, 08-0588-7771

ชื่อร้าน 😕บะหมี่หัวโต

ประเภทอาหาร : อาหารจานเดียว

เมนูจานเด่น : บะหมี่เกี๊ยวแห้งหมูแดงหมูกรอบ,ข้าวซี่โครงหมูอบ,กระเพาะปลา,ปอเปี๊ยะสด,ปอเปี๊ยะทอด,ถุงทอง

บรรยากาศร้าน : โปร่งโล่ง

ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 436/28 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. การเดินทางจากถนนนครไชยศรี ให้วิ่งตรงมาทางตลาดศรีย่าน จนถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งมาอีกประมาณ 100 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะมีทางเข้าห้างท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้เลี้ยวเข้าไป ร้านบะหมี่หัวโตจะอยู่ด้านหลังห้าง

สถานที่จอดรถ : สามารถจอดรถได้บริเวณที่จอดรถของห้าง (เสียค่าจอด)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. (มีวันหยุดเดือนละ 2-3 ครั้ง ควรโทรศัพท์ถามก่อน)

เบอร์โทรศัพท์ : โทร. 08-9171-3883, 08-0588-7771 ทางร้านรับออกงาน รับทำอาหารกล่อง และมีบริการเดลิเวอรี่ (คิดค่าส่งตามระยะทาง)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก?ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

พาชิม ก๋วยเตี๋ยวแคะ ณ.วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

พาชิม ก๋วยเตี๋ยวแคะ ณ.วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

ก๋วยเตี๋ยวแคะ ลูกชิ้นทางร้านเค้าปั้นเอง?หน้าตาก๋วยเตี๋ยวดููจืดๆ เนอะ…. ลืมไปว่าปรกติกินแต่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำคราวนี้กินก๋วยเตี๋ยวน้ำ เลยรู้สึกแปลกๆ

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

เกี๋ยวเตี๋ยวแคะ วงเวียนใหญ่

 

ลูกชิ้นเกี๊ยวกุ้ง อร่อยๆๆๆๆ งะ แต่ไงมีลูกเดียวเอง น่าเสียดายจริงๆ?หันไปขโมยลูกชิ้นปลาในห่อบะหมี่แห้งกินดีกว่า ฮ่าๆๆๆ อร่อยๆจิงๆด้วย

หวานใจกินคนเดียว 2ห่อ ไม่พอ ยังกินลูกชิ้นทอดอีก 30 บาท อิ่มท้องกันสองคนเรียบร้อย

ตามความคิด ก๋วยเตี๋ยวแคระร้านนี้ลูกชิ้นอร่อยจิง..

 

ขอบคุณ ภาพและเนื้อหา จากคุณ?I’m ThoaLeks จาก bloggang

พาเที่ยว ล่องแก่งหินเพิง เขาใหญ่ ปราจีนบุรี

 

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

เทศกาลล่องแก่งหินเพิง กำหนดการจัดงาน : เดือนกรกฎาคม ? ตุลาคม 2554สถานที่จัดงาน : ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ขญ.9) ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

รายละเอียดกิจกรรม เริ่มแล้ว ความมันส์ ความสนุก ที่มาพร้อมกับ ฤดูฝน ?การล่องแก่ง กิจกรรมสุดมันส์ สำหรับผู้ที่รักความท้าทาย ตื่นเต้น สนุกสนาน ปีละครั้งเท่านั้นสำหรับเทศกาลล่องแก่งหินเพิง?? ? ?กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง เป็นจุดขายหลักทางการท่องเที่ยวของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งล่องได้เพียง 5 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน ? ตุลาคม เท่านั้น ถือว่าเป็นแก่งน้ำที่ท้าทายผู้รักธรรมชาติและการผจญภัยให้เดินทางมาทดสอบก่อนใครในช่วงฤดูฝนนี้

 

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

การล่องแก่งหินเพิง เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องคำนึกถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ด้วยลักษณะของแก่งหินเพิงถือว่ามีความยากระดับ 3 – 5 การล่องต้องใช้ทักษะและความระมัดระวัง ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้น ตามแก่งต่าง ๆ ทั้ง 6 แก่ง จึงมีหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำทุกจุด ทุกคนผ่านการฝึกอบรมและทดสอบการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ มีชูชีพ เชือก อุปกรณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดอย่างพร้อมเพรียงตลอดฤดูกาล ล่องแก่ง

ในช่วงเทศกาลล่องแก่งระหว่างเดือน มิถุนายน – ตุลาคมนั้น ทางอุทยานฯ ได้วางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุไว้เรียบร้อย มีหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำทั้ง 6 แก่ง ไม่ต้องกลัว และยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าต้นน้ำ ถ้าเห็นน้ำป่ามาเยอะก็จะมีการเตือนภัยและประกาศห้ามล่องแก่งช่วงนั้น อีกทั้งได้ออกกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการล่องแก่ง ประกันชีวิตให้กับผู้ล่องแก่งทุกคน ส่วนนายท้ายเรือและหัวเรือทุกคนก็ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการพายเรือยาง ต้องมีวุฒิบัตรรับรอง?การล่องแก่งหินเพิง นักท่องเที่ยวจะต้องผ่านบทพิสูจน์ของแก่งจำนวน ?6 แก่งได้แก่แก่งหินเพิง ? แก่งวังหนามล้อม ? แก่งวังบอนแก่งลูกเสือ ? แก่งวังไทร ? และ ?แก่งงูเห่า

ในช่วงสัปดาห์ล่องแก่งหินเพิง (ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม ) จะมีการแสดงมหรสพการจำหน่ายสินค้า OTOPและการแข่งขันต่าง ๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ปราจีนฯ โดยเฉพาะที่อำเภอนาดี มีพื้นที่ป่าเยอะที่สุด เพราะมีอุทยานแห่งชาติถึง 3 แห่งด้วยกัน ที่สำคัญมีที่พักให้เลือกมากมายทั้งโฮมสเตย์ รีสอร์ท และโรงแรม ซึ่งในจำนวนนี้ก็ลดราคาได้ ขอให้บอก

 

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง เขาใหญ่

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ล่องแก่ง ที่แก่งหินเพิง

ที่นี่มีจุดเด่นหลายอย่าง สามารถมาเที่ยวได้ทั้งธรรมชาติและเที่ยวแบบผจญภัย ซึ่งไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องธรรมชาติจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ถือเป็นโอสถธรรมชาติที่สามารถเติมพลังให้แก่ชีวิตได้อย่างดี ?ถ้าอยากเที่ยวน้ำตกก็ต้องไปอำเภอประจันตคาม หรือจะเดินป่าท่องไพรในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เส้นทางเขาสมอปูน?สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมชมรมผู้ประกอบการล่องแก่งหินเพิง ?โทร. +663745 1204ททท. สำนักงานนครนายก ?โทร. +66 3731 2282, +66 3731 2284

 

 

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ท่องเที่ยวผจญภัย ถ่ายภาพเห็ดแชมเปญ

 

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

 

?เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า? เป็นสถานที่ที่มีเขตเชื่อมต่อมาจาก ?เขาใหญ่? อยู่ในเขตตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 13,750 ไร่ เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2543 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการแบ่งเบาภาระในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเน้นการปฏิบัติงานด้านป่าไม้ 3เรื่องคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, การศึกษาวิจัยค้นคว้าด้านวิชาการ และการบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

จุดที่น่าสนใจหลัก ๆ ของที่นี่คือจุดชมวิวมอเครือ ที่สามารถชมทรรศนียภาพมุมกว้างสุดสายตา, น้ำตกเจ็ดคต ที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคต ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตก 4 แห่งคือ เจ็ดคตเหนือ, เจ็ดคตกลาง, เจ็ดคตใต้ และเจ็ดคตใหญ่ ตามลำดับ และเส้นทางการท่องไพรเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่แบ่งเป็นรอบเล็ก, กลางและใหญ่

ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากกทม.และยังคงสภาพธรรมชาติเอาไว้ให้ได้มากทำให้ที่นี่เริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวนิยมไพรและธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดจะมีผู้มาใช้บริการกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว เจ็ดคตกำลังเป็นที่เล่าลือในหมู่นักถ่ายภาพธรรมชาติ เพราะที่นี่มีทั้งผีเสื้อหลากลหายสายพันธุ์และเห็ดชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะเห็ดถ้วยหรือ ?เห็นแชมเปญ? และเห็ดถ้วยขนก็มีการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างมากในพื้นที่แห่งนี้เช่นกัน เพียงแต่ว่าต้องเลือกมาให้ถูกช่วงเวลานั้นก็คือช่วงค่อนปลายฤดูฝน ซี่งความชื้นจะเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเห็ดทั้งหลายเหล่านี้

?เจ็ดคต? นั้นกำลังขึ้นชื่อในเรื่องของการถ่ายภาพเห็ด เพราะที่นี่มีเห็ดหลากหลายสายพันธุ์รอเวลาเติบโตเมื่อสภาพอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสมโดยเฉพาะเห็ดแชมเปญ,เห็ดถ้วยขนก็มีอยู่มากเช่นกัน (ช่วงเวลาที่เหมาะคือ ส.ค.-ก.ย.)

การเดินทาง
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เจ็ดคต-โป่งก้อนเสา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ระยะทางรวมจากกรุงเทพ ประมาณ 130 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ไปจนถึงสระบุรี แยกขวาไปทางโคราช กดเลขไมล์ได้ประมาณ 18-20 กม. ก็จะขึ้นเนินเทศบาลทับกวาง ด้านซ้ายจะเป็นโรงเรียนอนุบาลทับกวาง ให้กลับรถแล้วชิดซ้าย วิ่งกลับมาอีกเล็กน้อยจะมีป้ายบอกทางเห็นชัดเจน เลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรงศูนย์โยเร (ถนนเทศบาล 3) วิ่งตรงเข้ามาอีกประมาณ 20 กม. จะถึงอ่างเก็บน้ำโป่งก้อนเสา ดูป้ายเลี้ยวซ้ายแยกทางหลักก็ถึงด่านแรก

เสบียงทั้งหลายขอให้เตรียมเข้ามาเองเพราะในศูนย์ไม่มีอาหารจำหน่าย (มีเฉพาะเครื่องดื่มและอาหารแช่แข็งเท่านั้น) ในถนนเทศบาล 3 มีร้านขายของชำเล็ก ๆ 2-3 ร้าน และมีร้านขายอาหารตามสั่งแค่ร้านเดียวที่ด่านก่อนเข้าศูนย์ ร้านนี้คือร้านฝากท้องสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมเสบียงมา มีสินค้าและเครื่องดื่มจำหน่ายในแบบร้านชำทั่วไป ในศูนย์มีบ้านพักทั้งแบบแอร์และพัดลม รวมไปถึงลานกางเต้นท์ใกล้ ๆ กัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 089-237-8659, 085-963-3520

 

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

เจ็ดคต-โป่งก้อนเส่า

ขจัดเครียด สไตล์ญี่ปุ่นที่ “เทนโช ยากิโทริ”

 

เทนโช ยากิโทริ

เทนโช ยากิโทริ

หลังเลิกงานหนุ่มสาวออฟฟิศย่านธุรกิจที่เคร่งเครียดกับงานมาทั้งวัน อาจอยากหาร้านอาหารอร่อยๆ ฝากท้อง หรือแวะล้อมวงกินดื่มก่อนฝ่ารถติดกลับบ้าน “เทนโช ยากิโทริ” ร้านอาหารญี่ปุ่นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ราว 4 เดือน
ย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ประกาศตัวขอเป็นแม่เหล็กริมทางคอยดูดคออาหารญี่ปุ่นสไตล์เทอริยากิ และชื่นชอบแฮงเอาท์เข้าเส้น ให้เข้ามาคลายเครียดกับรายการของอร่อยที่เขาคัดสรรมาเป็นทางเลือก

เทนโช ยากิโทริ

เทนโช ยากิโทริ

บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งตามกระแสนิยมสไตล์ญี่ปุ่นแซมโมเดิร์น ด้วยการเลือกใช้สีโทนน้ำตาลดำให้ดูเข้มขรึม ด้านในร้านทำเป็นบาร์เปิดโล่ง สั่งอาหารแล้วฆ่าเวลาระหว่างรอด้วยการเมียงมองขั้นตอนการปรุงแบบใกล้ชิดติดครัวกันเลย ดูไป กินไป ฟังเพลงเพราะๆ ที่เปิดคลอเคล้า รับรองเจริญอาหารกว่าเคย หรือถ้าช่วงอากาศดีๆ ฝนไม่ตกเฉอะแฉะให้รำคาญใจ โซนโอเพ่นแอร์นั่งรับลมชิลๆ ด้านนอกก็เป็นที่หมายปองของคอแฮงเอาท์ แต่โซนนี้รับลูกค้าได้ไม่มากนัก อยากนั่งจริงๆ คงต้องยกหูจองกันล่วงหน้าจะได้ไม่พลาด

มาว่าด้วยเรื่องของอาหารการกินกันบ้าง เทนโช ยากิโทริ นำเสนออาหารแนวปิ้งย่างรสชาติต้นตำรับแท้ๆ จากญี่ปุ่น สำหรับเมนูขึ้นชื่อที่มาแล้วต้องสั่ง อย่างแรกเป็น ไก่ย่างถ่านราดด้วยท็อปปิ้งหน้าต่างๆ เสียบไม้เรียงมาในจานอารมณ์คล้ายบาร์บีคิว แถมมีหลายหน้าให้เลือกตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าวาซาบิสดรสชาติจี๊ดจ๊าด หน้าชีสรสชาติออกเค็มๆ มันๆ หน้าพิซซ่าญี่ปุ่น กรุบกรอบด้วยผักหลายชนิด หรือจะเป็นหน้าไข่ปลาค็อดที่รสออกเค็มเล็กน้อย เข้าปากพร้อมไก่ย่างเข้ากันลงตัวพอดี


สำหรับคนชอบสลัด อยากให้ลองเปลี่ยนจากหน้าตาและรสชาติที่คุ้นเคยมาเป็น สลัดไก่ย่างถ่าน เพื่อคนรักสุขภาพ เพราะเขาเลือกใช้ผักสลัดสด นานาชนิดคลุกเคล้าด้วยซอสญี่ปุ่นสูตรเฉพาะของทางร้าน กินพร้อมไก่ย่างถ่านกลิ่นหอมกรุ่นอร่อยทีเดียว แต่หากตั้งใจจะรับประทานมื้ออร่อยนี้เป็นอาหารเย็นไปในตัวลองสั่งเมนูหนักท้องอย่าง ข้าวปั้นหน้าไก่ย่างเทอริยากิ หรือ ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น มาร่วมโต๊ะรับรองไม่ผิดหวัง และถ้าจะให้ครบครันแนะนำให้ลอง หม้อไฟหมูกิมจิ มาซดให้คล่องคอ เขาใช้กิมจิสูตรพิเศษปรุงรสให้จัดจ้านถูกปากคนไทย แถมยังเรียกเติมน้ำซุปได้ไม่อั้นอีกด้วย
อิ่มท้องมื้อเย็นแล้วยังอยากนั่งต่อชิลๆ รอจังหวะรถราว่างถนนโล่ง ลองกางเมนูเครื่องดื่มทางร้านมีบริการสารพัดน้ำสไตล์ญี่ปุ่น จะเลือกเป็นเบียร์ญี่ปุ่น สาเก โซจู หรือค็อกเทลก็ชวนตื่นตาเร้าใจไม่น้อย ส่วนขาดริงก์ที่อยากลองหลายๆ แบบ ขอบอกว่าเขามีบุฟเฟ่ต์ให้ดื่มด่ำจนจุใจ แต่ต้องนัดกันไปทุกวันพุธและศุกร์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 3 ทุ่มนะ ซึ่งหนทางนี้อาจไม่เหมาะกับสาวๆ รักษาภาพลักษณ์ เพราะฉะนั้นสั่งเครื่องดื่มเบาๆ อย่างโซจูผสมน้ำผลไม้ สีสันสวยงามมีทั้ง สตรอเบอร์รี่ โซจู แมงโก้ โซจู พีชโซจู หรือ ลิ้นจี่ โซจู มาจิบทีละนิดจะดีกว่า คงทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นค่ำคืนแห่งความสุข และสนุกเกินบรรยายจริงๆ
เอาเป็นว่า เย็นวันไหนมีอารมณ์อยากสังสรรค์กับเพื่อนฝูงก็ไปกันได้ ร้านหาไม่ยากอยู่ปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 9 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5 โมงจัดเต็มไปจนถึงตี 1 หรือจะยกหูกริ๊งกร๊างไปสอบถามเพิ่มเติมก่อนก็ได้ที่โทร.0-2675-4447

 

เทนโช ยากิโทริ

เทนโช ยากิโทริ

?พิพิธภัณฑ์ฯพาณิชย์นาวี? แหล่งท่องเที่ยวมากความรู้ คู่เมืองจันท์

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

แวะเวียนมาเทียวเมืองจันท์อีกหน วันนี้อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ และเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ?พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี? ทุกครั้งที่ได้ยินคนชวนมาเที่ยวจันทบุรี ผมมักจะคิดถึงทะเล และสวนผลไม้ ก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ แต่ที่จริงแล้วเมืองจันท์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ที่วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ มีโอกาสเดินทางมาพร้อมกับ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และ สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก เพื่อชมพิพิธภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจของจันทบุรีและประเทศไทยแห่งนี้

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี เกิดขึ้นจากการที่กรมศิลปากร ได้ตั้งฐานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นที่ท่าแฉลบ และตั้งศูนย์การอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้ทะเลขึ้นที่ ค่ายเนินวง ต.บางกจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งได้มีการสำรวจทางโบราณคดีใต้น้ำพบโบราณวัตถุจากซากเรือจมในอดีตมากมาย ประกอบกับการที่กองทัพเรือสามารถตรวจจับและยึดโบราณวัตถุจากนักล่าสมบัติใต้ทะเลชาวต่างชาติที่แอบมาลักลอบค้นหาในท้องทะเลไทยได้อยู่บ่อยครั้ง

พอนานวันเข้าโบราณวัตถุใต้ทะเลก็มีจำนวนมากขึ้นเป็นปริมาณมากกว่าหมื่นๆชิ้น กรมศิลป์จึงดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีขึ้นในปี พ.ศ. 2537 เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับงานทางโบราณคดีใต้น้ำ พร้อมด้วยเรื่องราวของการพาณิชย์นาวีไทยใช้พื้นที่บริเวณโบราณสถานค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ เป็นสถานที่ตั้ง โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์

ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ

ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ

 

พอเดินเข้ามาด้านในของพิพิธภัณฑ์แล้วจะเห็นได้ว่าที่นี่พื้นที่กว้างขวางพอสมควร มีลักษณะเป็นอาคารแฝด 2 ชั้น ภายในมีการแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 6 ห้อง ถึงจะไม่หรูหราและทันสมัยมากนัก แต่ทุกส่วนสัดภายในพิพิธภัณฑ์ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว สะดุดตาตั้งแต่ห้องแรก??ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ? ที่พอเดินเข้ามาก็จะพบกับเรือสินค้าลำมโหฬาร ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่กลางห้อง
จุดเด่นของเรือลำนี้ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเท่านั้น แต่ผู้ร่วมเดินทางทุกคนล้วนสงสัยเหมือนผมว่าทำไมต้องมี รูปตาอยู่ด้านข้างทั้งสองฝั่ง และมีรูปยักษ์อยู่ด้านหน้าเรือด้วย

ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์เล่าให้ฟังว่า ไม่ได้เป็นการวาดเล่นให้เป็นเอกลักษณ์ของเรือเฉยๆอย่างที่ผมคิด แต่ในน่านน้ำจะแบ่งประเภทเหลือด้วยตาด้านข้างของเรือ อย่างเรือที่ตาดำมองออกไปยังเบื้องหน้าคือ เรือสินค้า เรือที่มีตาดำมองเหลือบลงไปในทะเลคือเรือประมง และเรือที่มีรูปตาตัดเหลือเพียงครึ่งเดียวคือเรือโจรสลัด นับเป็นความรู้ใหม่ที่ถ้าไม่ได้มาที่นี่คงไม่ได้รู้

 เรือสินค้า

เรือสินค้า

เรือลำนี้มีส่วนของการจัดแสดง 2 ชั้น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปในเรือเดินชมห้องต่างๆ ของเรือได้ทั้งหมด บนชั้น 2 ของเรือจะมีการจัดแสดงองค์ประกอบสำคัญๆของเรือสำเภาโบราณครบครันทั้ง ใบเรือ พังงาเรือ ลูกตะเภา รวมถึงหุ่นจำลองลูกเรือที่ทำหน้าที่ต่างๆด้วยท่าทางแข็งขัน อย่างจับกังหรือจุมโผ่ แบกหามกระสอบสิ่งของต่างๆ มีคนดึงเชือกใบเรือ มีเฒ่าเต้งมาทำหน้าที่คอยดูแลสมอเรือ และที่ดาดฟ้ามีไต้ก๋งยืนคุมคนงานอยู่อีกที ชั้นล่างเรือจัดแสดงวิถีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายของชาวเรือ และโบราณวัตถุที่ขุดพบจากทะเลต่างๆ
เสร็จจากชมและรับความรู้มากมายจากเรือสินค้าลำใหญ่แล้ว เราได้เดินทางชมรอบพิพิธภัณฑ์ต่อที่ละห้องเริ่มจาก ?ห้องแนะนำปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำ? ในห้องนี้จะทำให้ทุกคนรู้ว่าโบราณคดีใต้น้ำ แตกต่างจากบนบกอย่างไร พร้อมกับมีการจำลองวิถีการทำงานของนักโบราณคดีใต้น้ำมาจัดแสดงให้ชมกันอีกด้วย จากนั้นมาต่อที่ ? ?ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ? เป็นห้องที่แสดงการเก็บรักษาโบราณวัตถุภายในพิพิธภัณฑ์นับหมื่นๆชิ้น ที่ปกติพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอื่นๆจะไม่เปิดเผยความลับ นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดถ้าได้มาที่นี่
อีก 3 ห้องที่เหลือก็มีความสำคัญและน่าชมไม่แพ้กันอย่าง ?ห้องแสดงเรือและชีวิตชาวเรือ? ที่จัดแสดงเรือชนิดต่างๆไว้มากมายในรูปแบบโมเดลเรือจำลอง มีทั้ง เรือพระราชพิธี เรือรบสมัยใหม่ เรือสำเภา และเรือพื้นบ้านที่บางลำแทบหาดูไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีซากเรือโบราณอายุประมาณ 200 ปี ขุดขึ้นมามาจากไม้ตะเคียนต้นเดียวแต่ว่ายังขุดไม่เสร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่เราให้ฟังว่ามีการสันนิษฐานไว้หลายทาง แต่ที่ฟังแล้วต้องขนลุกคงหนีไม่พ้นคงเป็นเรื่องอาถรรพ์ไม้ตะเคียน

ลัดเลาะต่อมาเรื่อยๆก็มาถึง ?ห้องของดีเมืองจันท์? ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองจันท์ และจัดแสดงของดีขึ้นชื่ออย่าง ผลไม้ พลอย เสื่อ ฯลฯ ปิดท้ายด้วย ?ห้องบุคคลสำคัญ? ห้องที่รำลึก เชิดชูพระมหาวีรกรรมขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในครั้งทำสงครามเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 เริ่มตั้งแต่เส้นทางเดินทัพเมื่อคราวมารวบรวมพลที่จันทบุรี
อยากให้ทุกคนลองเข้ามาสัมผัสเรื่องราวดีๆที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดูสักครั้ง เลิกคิดว่าการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่างๆเป็นเรื่องน่าเบื่อ แล้วจะรู้ว่าความรู้ที่เราจะได้รับกลับไปจากพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งนั้นมีมากมายแค่ไหน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ค่ายเนินวง ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี เปิดทำการตั้งแต่วันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0 3939 1431,0 3939 1433

 

ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ

ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ

ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ

ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เดลินิวส์ออนไลน์