ทำหน้าอย่างนี้ เบบี๋อารมณ์ไหนกันนะ

หน้าแรก > แม่และเด็ก > ทำหน้าอย่างนี้ เบบี๋อารมณ์ไหนกันนะ

เคล็ดลับสังเกตหน้าตาเบบี๋ ตอบสนองทุกอารมณ์ได้เป๊ะ

        เป็นที่แน่นอนเลยค่ะว่าเด็กวัยทารกย่อมไม่สามารถพูดให้เราเข้าใจได้ แต่เขาสามารถแสดงความรู้สึกได้หลากหลายผ่านทางสีหน้า ท่าทางและเสียงร้อง เพื่อเป็นการสื่อสารแทนการพูด เป็นเรื่องที่พ่อแม่(มือใหม่)อยากรู้ว่า สีหน้า ท่าทางและเสียงร้องเหล่านั้น แปลว่าลูกน้อยของเรากำลังรู้สึกอย่างไร เพื่อที่คุณจะตอบสนองหรือรับมือได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อพัฒนาการของลูกเอง

หงุดหงิด
จุดสังเกต: มุมปากบิดลง กลางคิ้วโก่งขึ้นทั้ง 2 ข้าง และถ้ายังไม่ถึงกับระเบิดเสียงร้องไห้ คางก็คงจะสั่นระริกเลยทีเดียว

วิธีตอบสนอง: อาการที่แสดงถึงความหงุดหงิดเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าลูกอาจจะถูกกระตุ้นมากเกินไป และจะกลายเป็นการแผลงฤทธิ์อย่างเต็มที่ได้ ถ้าคุณไม่ตอบสนองให้ทันท่วงที

วิธีตอบสนองเบบี๋เมื่อเขาหงุดหงิด เช่น พาเขาไปสงบจิตสงบใจในที่เงียบๆ หรือวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ คือ การใช้จังหวะสม่ำเสมอ เช่น อุ้มเขาแล้วโยกเบาๆ หรืออุ้มเดินไปช้าๆ เรื่อยๆ หรือ อุ้มเขาแล้วนั่งเก้าอี้โยก หรือนั่งชิงช้าแกว่งเบาๆสักครู่

ข้อควรรู้ที่สำคัญคือในระหว่างวันไม่ควรกระตุ้นลูกมากจนเกินไป

โมโห
จุดสังเกต: หรี่ตาร้องไห้หน้าดำหน้าแดง อาจผลักหรือตีมือตอนที่คุณจะเข้าไปอุ้ม

วิธีตอบสนอง: เนื่องจากสมองของทารกยังพัฒนาไม่มากพอที่จะรู้สึกซับซ้อนอย่างความอิจฉาหรือความอับอาย ดังนั้นทารกจะมีแต่ความรู้สึกพื้นๆ ความรู้สึกโมโหเป็นหนึ่งในนั้น ฉะนั้นถ้าคุณเห็นอาการเหล่านี้ และแน่ใจว่าลูกไม่ได้ป่วยหรือเจ็บปวดที่ตรงไหน เขาก็น่าจะโมโหหิวหรือโมโหเพราะเพลียจัด ให้ลองตอบสนองด้วยสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะต้องการ ได้แก่ กล่อมนอนกลางวันหรือป้อนนม และปลอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ให้ความอุ่นใจ หรือใช้การแสดงออกง่ายๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่าง โอ๋ให้เงียบ (“ชูว์”) หรือพูดสั้นๆซ้ำไปซ้ำมา “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”

ข้อควรรู้คือ การให้เหตุผลแบบผู้ใหญ่ เช่น “เด็กน้อยที่น่าสงสาร หนูหิวน่ะลูก! หนูถึงโมโห” ใช้ไม่ได้ผลแน่ เพราะลูกน้อยยังเล็ก เขายังไม่เข้าใจหรอก

กลัว
จุดสังเกต: ตาค้าง หน้าและมือสั่น อาจจะนิ่งเงียบหรือร้องไห้โฮ

วิธีตอบสนอง: การปลอบตัวเองให้หายกลัวคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะทารกอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรทำให้เขากลัว ตัวอย่างเช่น ถึงจะเป็นเสียงธรรมดาๆ สำหรับคุณ ซึ่งรู้ดีว่าเป็นเสียงอะไร แต่แตรรถก็อาจจะเป็นเสียงที่น่ากลัวสำหรับลูก

คุณจึงควรกอดลูกน้อยไว้ขณะพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างสงบ “แค่เสียงแตรรถดังน่ะจะ” เพราะถึงจะยังไม่เข้าใจคำพูดของคุณ แต่เขาจะจับได้จากน้ำเสียงว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

ไม่สบายตัว
จุดสังเกต: ร้องไห้แบบกระชั้น รุนแรงและทำเสียงฮึดฮัด ทำหน้าเหยเกหรือเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้า บิดตัวไปมาหรือยกขาขึ้นมาที่อก

วิธีตอบสนอง: การนวดท้องลูกเบาๆ หรือขยับขาลูกในท่าถีบจักรยานจะช่วยให้เขาผายลมออกมา หรือจะลองให้ลูกหันหลังพิงอกคุณโดยเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยให้ท้องแนบกับมือคุณซึ่งเป็นท่าที่จะช่วยลดแรงกดดันในท้องก็ได้ การพาไปนั่งรถอาจจะช่วยได้เช่นกัน แต่ถ้าลูกยิ่งร้องไห้หนักขึ้นหลังจากผ่านครึ่งชั่วโมงไปแล้ว ควรต้องพาเขาไปหาหมอ

สุขใจ
จุดสังเกต: ยิ้มกว้างจนแก้มปริและเกิดรอยย่นตรงขอบตา อาจโบกไม้โบกมือหรือปรบมือขณะอ้อแอ้ด้วยเสียงแหลมสูง

วิธีตอบสนอง: ปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ ดำเนินต่อไป เพราะอารมณ์แจ่มใส เบิกบานจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับลูก และลูกจะรู้สึกดีที่เห็นว่ารอยยิ้มของเขากระตุ้นให้คุณตอบสนองเขาในเชิงบวกด้วย

ดังนั้น ตอนเล่นด้วยกัน คุณควรแสดงความรู้สึกเป็นคำพูดแทนลูกที่ยังพูดไม่เป็น เช่น “แม่เต้นแบบนี้แล้วตลกดีใช่ไหมล่ะ” และพอเขาอายุสัก 9 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่ลูกเข้าใจแล้วว่าถึงตอนนี้จะไม่เห็น แต่สิ่งที่เคยเห็นก็ไม่ได้หายไปไหน การเล่นจ๊ะเอ๋ก็จะทำให้เขาสนุก รู้สึกสุขใจอย่างเต็มที่

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร real-parenting

 

หมวดที่เกี่ยวข้อง



- 2012-07-1 1:47:28 โพสต์โดย : admin3bb คนอ่าน 2,607 views คน

  • ผู้หญิง ชอบค้น