การรักษาใบหน้าให้สวยใสวิ้ง อยู่เสมอ

หน้าแรก > ความสวย ความงาม > การรักษาใบหน้าให้สวยใสวิ้ง อยู่เสมอ

การรักษาใบหน้าให้สวยใส

การรักษาใบหน้าให้สวยใส วิ้งอยู่เสมอ

วิธีที่ 1 คือการใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ครีมกันแดดก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดซึ่งมีส่วนทำลายผิวให้เกิดความเหียวย่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผิวหน้า ถ้าหากว่าคุณไม่ค่อยได้เผชิญกับแสงแดดแรง ๆ ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ก็ถือว่าเพียงพอแล้วละค่ะ ในช่วงกลางวันที่แดดจ้า การหลบแดดถือว่าเป็นวิธีป้องกันผิวที่ดีที่สุด หรือถ้าต้องไปเผชิญแสงแดดในตอนกลางวันกันจริง ๆ คุณควรสวมหมวก ปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เนื้อหนา ซึ่งจะช่วยป้องกันการทะลุผ่านของรังสี UV ทั้ง UVA ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดผิวคล้ำและริ้วรอย UVB ที่ทำให้ผิว ไหม้เกรียมได้ในระดับหนึ่ง

วิธีที่ 2 อย่ารบกวนผิวมากเกินไป
เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวเลย การล้างหน้าบ่อย ๆ หรือขัดถูผิวหน้า อย่างรุนแรง ถือว่าเป็นการทำลายผิวอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวและอาจเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและหยาบกร้านได้ โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวแห้ง การล้างหน้าอย่างถูกวิธีนั้นต้องทำอย่างนุ่มนวล คุณควรเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยเช่นกัน
เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวเลย การล้างหน้าบ่อย ๆ หรือขัดถูผิวหน้า อย่างรุนแรง ถือว่าเป็นการทำลายผิวอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวและอาจเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและหยาบกร้านได้ โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวแห้ง การล้างหน้าอย่างถูกวิธีนั้นต้องทำอย่างนุ่มนวล คุณควรเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยเช่นกัน

วิธีที่ 3 ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid
ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วย ผลิตเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น และยังช่วยรักษาริ้วรอยจากแสงแดด ได้อีกด้วย ในปัจจุบันเครื่องสำอางส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ AHA ในปริมาณ 2-15% ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดแรง ๆ เพราะ การใช้ AHA จะทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพ้ ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ

การรักษาใบหน้าให้สวยใส วิ้งอยู่เสมอ

วิธีที่ 4 การลดริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาด้วยเรตินอล
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตาอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความร่วงโรยของผิวได้ โดยเฉพาะผิวใต้ตา ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ค่อนข้างบอบบาง จึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย หากทิ้งไว้ก็อาจกลายเป็นรอยตีนกาได้ ดังนั้นคุณควรที่จะต้อง หาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอยจาง ๆ ได้ดี นอกจากนี้เรตินอลยังช่วย กระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนซึ่งทำให้ผิวหน้ามีความเต่งตึงขึ้นได้

วิธีที่ 5 การทานอาหารที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอย
จากการวิจัยพบว่าอาหารที่อุดมไปด้วยผัก ผลไม้ และอาหารที่มีไขมันต่ำ จะช่วยให้ผิวพรรณของเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่มาทำลายผิวให้อ่อนแอจนทำให้ เกิดริ้วรอย โดยเฉพาะแสงแดด อาหารที่ควรรับประทานเพื่อ ต่อต้านริ้วรอย คืออาหารที่มีไขมันต่ำ ลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวาน นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับประทาน ผักใบเขียว ผลไม้ เมล็ดถั่วต่าง ๆ น้ำมันมะกอกซึ่งเป็นไขมัน ไม่อิ่มตัว รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ ซี และอี จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและเป็นการปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมและมลภาวะภายนอก

วิธีที่ 6 การใช้ชีวิตอย่างสมดุล
ผู้หญิงทำงานทั้งหลายมีสิทธิ์ผิวหย่อนยาน ไม่สดใสได้เร็วขึ้นเนื่องจากการทำงานหนัก และไม่มีเวลาพักผ่อน นอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ผิวพรรณก็ดูหมองคล้ำลง ทำให้ดูโทรมคุณควรบริหารเวลาทั้งเวลางานและเวลาส่วนตัวให้มีความสมดุล และควรหาเวลาในการออกกำลังกายบ้าง รวมถึงการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง หากคุณไม่หาเวลาคลายเครียดเสียบ้าง เมื่อปล่อย ไปนาน ๆผิวพรรณของคุณก็จะร่วงโรย หมดความสดใสและความเปล่งปลั่งของผิวสาวก็มิอาจกลับคืนมาได้อีก

ที่มา: kruwandee



- 2013-01-16 9:52:57 โพสต์โดย : admin คนอ่าน 1,465 views คน

  • ผู้หญิง ชอบค้น