10 เมนูน่าทานจากอะโวคาโด สอนทำอาหารง่ายๆ ทำทานเองที่บ้านได้เลย

10 เมนูน่าทานจากอะโวคาโด้ สอนทำอาหารง่ายๆ ทำทานเองที่บ้านได้เลย

 

 

เมนูดีจากผลไม้ อะโวคาโด ที่แสนจะมีประโยชน์ แต่บางที่ก็ไม่รู้จะเอามาทำอะไรทาน เราเลยขอนำเสนอ 10 เมนูง่ายๆ ที่สามารถทำทานเองได้ที่บ้าน

1. น้ำผึ้ง
อะโวคาโด้แช่เย็นๆ เอาน้ำผึ้งราด ทานคู่กันหวานๆ หอมๆ

2. นมข้น
อะโวคาโด้ แช่เย็น บีบนมข้นลงตรงกลาง ก็หวานมันไปอีกแบบ

3. ยำเม็กซิกัน Guacamole
4. มะนาว เกลือ
5. ทอดเกล็ดขนมปัง
6. เทมปุระ
7. ปั่น Smoothie
8. สลัดผัก น้ำสลัดมะพร้าว
9.สลัดปูอัด
10. ชอคโกแลตทาร์ต (อันนี้เด็ดสุด ไม่อ้วนด้วย)

อะโวคาโด

อะโวคาโด

หากต้องการมีสุขภาพที่ดี ลองเพิ่มอะโวคาโดให้อยู่ในเมนูโปรดของคุณดูไหม?

อะโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป เพราะมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 20 ชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก แต่บางคนอาจไม่ชอบรับประทาน เพราะมีรสจืดและมีไขมันสูง (อะโวคาโด 100 กรัม มีไขมัน 15 กรัม) แต่ในความจริงแล้ว การรับประทานอะโวคาโดนั้นไม่ได้ทำให้อ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเพิ่ม ไขมันในอะโวคาโดก็เป็นไขมันชนิดที่ดี อีกทั้งยังมีน้ำตาลน้อยและมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

อะโวคาโด

อะโวคาโด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Persea Americana Mill เป็นผลไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ซึ่งชาวเม็กซิกันนิยมใช้เนื้ออะโวคาโดมาปรุงอาหารแทนเนย

ในประเทศไทย มีการนำอะโวคาโดมาปลูกครั้งแรกที่จังหวัดน่าน ก่อนจะกระจายไปทั่วประเทศ นิยมรับประทานกันในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ได้มีการนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่น่ารับประทานอย่างหลากหลาย เช่น นำมาเป็นส่วนประกอบของซูชิ หรือแซนด์วิช ปรุงอาหารฟิวชันต่าง ๆ

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือ ผลจะไม่สุกที่ต้น แต่จะสุกหลังจากที่เก็บมาแล้ว จึงสามารถนำมารับประทานหรือวางขายได้

ประโยชน์ของอะโวคาโด มีดังนี้

เป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี

อะโวคาโดมีไขมันชนิดดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70% ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดง เพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด เช่น โคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (Low Density Lipoprotein-LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

บำรุงระบบประสาทและสมอง

หนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องใช้แรงกายแรงสมองในการทำงาน ควรรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ เพราะในอะโวคาโดมีกรดโอเลอิก (Oleic acid) ซึ่งมีผลดีและมีความสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงให้การทำงานของสมองมีความรวดเร็ว ไม่เมื่อยล้า แม้สมองต้องทำงานอย่างหนัก

ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ในอะโวคาโดมีวิตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากมลพิษรอบตัวทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้ เพราะในอะโวคาโดมีลูทีน (Lutien) เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์

บำรุงและรักษาดวงตา

ในอะโวคาโด มีสารลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางดวงตาหลายชนิด ที่สำคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม

มีโพแทสเซียมสูง

ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีโพแทสเซียมสูงถึง 14% และกล้วยจะมีโพแทสเซียมอยู่ 10% ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากเราได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่มากพอจะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ นอกจากนั้นโพแทสเซียม ยังมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของน้ำ กรด-ด่างในร่างกายของเราอีกด้วย

มีไฟเบอร์สูง

อะโวคาโดครึ่งลูกมีไฟเบอร์ 6-7 กรัม โดยแต่ละคนมีความต้องการไฟเบอร์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรได้รับไฟเบอร์ 25 กรัม และผู้ชายควรได้รับไฟเบอร์ 38 กรัม รับประทานอะโวคาโดแค่ครึ่งลูกก็เกือบได้ไฟเบอร์ในปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันแล้ว

อะโวคาโดมาพร้อมกับประโยชน์ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว และสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

อื่นๆ
- 2017-10-17 4:22:04 โพสต์โดย : admin คนดู 87 views คน