การย้ายทีมสนั่นของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป มาดูกันว่าทีมไหนบ้าง?

0
128

ตลาดนักเตะเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นถือเป็นปีที่มีการย้ายทีมที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังมากที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากเหล่าสตาร์ดังต่างพาเหรดเปลี่ยนต้นสังกัดเป็นว่าเล่น

แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญที่หลายๆทีมนั้นจำใจต้องปล่อยผู้เล่นคนสำคัญออกไปคือการที่สโมสรประสบปัญหาด้านการเงินการจากแรพ่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้ขาดรายได้

บรรดา 5 ลีกใหญ่ในยุโรปได้ฟาดแข้งกันไปแล้วหลายเกม ซึ่งมีแข้งหลายรายที่ย้ายมาทำผลงานได้สุดยอดกับต้นสังกัดใหม่ โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายแข้งที่ยังเรียกฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้กับต้นสังกัดใหม่เช่นกัน เรายกมา 5 แข้งดังนี้


5.เบน ไวท์ (อาร์เซน่อล)
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล จัดการทุ่มเงินสูงถึง 50 ล้านปอนด์ ดึงตัว ไวท์ มาจาก ไบรท์ตัน เพื่อมาแก้ขปัญหาแนวรับให้กับทีม อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นของปราการหลังทีมชาติอังกฤษดูจะต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร หลังยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

ดาวเตะวัย 23 ปี กลายเป็นแข้งตัวหลักในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า โดยลงเล่นไปแล้ว 3 นัด ขณะที่เกมล่าสุดที่ทีมเอาชนะ เบิร์นลีย์ ได้ 1-0 นั้นเจ้าตัวจ่ายบอลคืนหลังพลาดแต่ยังโชคดีที่ แอรอน แรมส์เดล ช่วยเซฟทีมเอาไว้ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขายังขาดเรื่องความนิ่งที่ต้องแก้ไขต่อไปเพื่อช่วย “ปืนใหญ่” มีแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้

4.จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จัดการชิงตัว ไวจ์นัลดุม มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวจาก ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ โดยเป็นการตัดหน้า บาร์เซโลน่า ที่แสดงความสนใจในตัวนักเตะเช่นกัน

แน่นอนว่าการย้ายมาของมิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์นั้นได้รับการคาดหวังจากแฟนๆค่อนข้างสูง แต่ทว่าเจ้าตัวยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ แม้จะลงช่วยทีมไปแล้ว 5 นัดในเกมลีก โดยเจ้าตัวยังไม่มีส่วนร่วมกับประตูทั้งการยิงหรือการทำแอสซิสต์ได้เลย ขณะที่เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ต้นสังกัดเสมอกับ คลับ บรูซ นั้นถือเป็นเกมที่เจ้าตัวเล่นผิดพลาดบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เกมรุกไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร

3.อองตวน กรีซมันน์ (แอต.มาดริด)
แอต.มาดริด เซ็นสัญญาดึงตัว กรีซมันน์ กลับมาร่วมทีมอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวจาก บาร์เซโลน่า ในวันเดดไลน์ของตลาดซื้อขายนักเตะเพื่อมาช่วยทีมป้องกันแชมป์ลา ลีกา ให้ได้

อย่างที่ทราบกันดีว่ากองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในสีเสื้อ บาร์ซ่า ยิงได้เพียง 35 ประตูจาก 102 เกมเท่านั้น อย่างไรก็ตามการกลับมาของดาวเตะวัย 30 ปี แฟนๆ “ตราหมี” คาดหวังว่าเขาจะกลับมาโชว์ฟอร์มสุดยอดอีกครั้งเหมือนช่วงสมัยอยู่กับทีมในช่วงแรก

แต่ถึงกระนั้นต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการเบิกสกอร์แรกให้ได้ หลังยังไม่มีส่วนร่วมกับประตูตลอด 3 เกมรวมทุกรายการ โดยสองเกมหลังสุดทีมยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย

2.เจดอน ซานโช่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จในการดึงตัว ซานโช่ มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 73 ล้านปอนด์ หลังจากตกเป็นข่าวเชื่อมโยงมาตลอด 2-3 ปีหลังสุด

ด้วยความที่ปีกทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้สุดยอดกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยิงได้ถึง 50 ประตูจาก 137 เกมรวมทุกรายการ ตลอด 4 ปี ทำให้แฟนบอล “ปีศาจแดง” ต่างตั้งความหวังของนักเตะไว้สูงในการมาแก้ไขปัญหาตำแหน่งปีกขวาให้กับทีม

อย่างไรก็ตามดาวเตะวัย 21 ปี ยังเรียกฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ โดยได้ลงเล่น 6 เกมทุกรายการแต่ยังไม่มีส่วนร่วมกับประตูที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นปีกซ้ายมากกว่าปีกขวาซึ่งเป็นตำแหน่งถนัด และอาจเป็นปัญหามากขึ้นในอนาคตเมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด สลัดอาการบาดเจ็บกลับมา ซึ่งทำให้เขาต้องเบียดแย่งตำแหน่งกับ เมสัน กรีนวู้ด โดยตรง

1.ลิโอเนล เมสซี่ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการย้ายทีมของ เมสซี่ นั้นถือเป็นดีลที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังมากที่สุดในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข่าวสุดช็อกให้กับแฟนบอล บาร์เซโลน่า เป็นอย่างยิ่ง

การย้ายมาเล่นให้กับ เปแอสเช ของดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า นั้นทำให้ทีมได้รับการจับตามองมากขึ้นเนื่องจากจะได้เห็นเขามาประสานงานร่วมกับ เนย์มาร์ และ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งจะทำให้ทีมมีแนวรุกที่ไร้เทียบทานที่สุดในยุโรป

แต่ทว่าดาวเตะวัย 34 ปี ยังไม่ได้ทำให้แนวรุกของ เปแอสเช ดูอันตรายมากขึ้นเลย โดยยังไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์ตลอด 3 เกมที่ลงเล่นทุกรายการ

Comments are closed.