ช็อกวงการลูกหนัง!!อีริคเซ่นวูบคาสนาม

0
165

คริสเตียน อีริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก ร่วงลงไปกับพื้น ระหว่างการแข่งขันยูโร 2020 เกมระหว่างเดนมาร์ก กับฟินแลนด์ โดยสื่อคาดการณ์ว่า น่าจะเป็นอาการโรคหัวใจ โดยล่าสุดอาการคงที่แล้ว

ในนาทีที่ 42 ระหว่างที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0 อีริคเซ่น ล้มลงไปกับพื้น ด้วยสายตาที่ไม่มีสติ ผู้ตัดสินสั่งหยุดเกมและให้แพทย์มาทำการปฐมพยาบาลทันที และจากนั้น อีริคเซ่นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และเกมการแข่งขันก็ยุติทันที

หนึ่งในภาพที่สะเทือนใจมากที่สุดคือนักเตะทีมชาติเดนมาร์กตั้งกำแพงมนุษย์ ระหว่างกำลังรักษาพยาบาล คริสเตียน อีริคเซ่น เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่น เห็นอาการของเพื่อนร่วมทีม ขณะที่นักเตะหลายคนร้องไห้ระงมกันไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

อัพเดทล่าสุดฟรีเดอมัน โวเกิล นักข่าวจาก AFP ถ่ายภาพ คริสเตียน อีริคเซ่น ในจังหวะที่ถูกนำตัวออกจากสนามปาร์กเค่น อารีน่า ไปโรงพยาบาล ล่าสุดสามารถลืมตาและตั้งสติได้แล้ว แต่อยู่ในสภาพใช้เครื่องช่วยหายใจ

ขณะที่รายงานจากยูฟ่า ก็ยืนยันว่า อาการของอีริคเซ่นคงที่แล้ว และไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

สำหรับสถานการณ์ ณ เวลานั้น ที่สนามปาร์กเค่น ยังให้แฟนบอลนั่งอยู่ในสนามก่อน และรอการตัดสินใจจากผู้จัดการแข่งขันว่าจะเลื่อนการแข่งออกไปก่อน เกมการแข่งขันสามารถกลับมาแข่งต่อจนจบ สุดท้าย เดนมาร์ก แพ้ ฟินแลนด์ ด้วยสกอร์ 0-1

ซึ่งหลังจากการเกิดเหตุการณ์ได้ไม่นาน ปรากฏว่า ฟาบริซ มูอัมบา อดีตแข้งดังของทีมโบลตัน ซึ่งเคยมีอาการวูบคาสนามในเกมเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2012 ได้ออกมาส่งความห่วงใย อีริคเซน ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “Please God” (ได้โปรดเถอะ พระเจ้า) เพื่ออ้อนวอนขอให้แข้งรุ่นน้องปลอดภัย

นอกจากนี้ มูอัมบา ยังเปิดใจผ่าน “เดลี เมล์” ถึงความรู้สึกที่เห็น คริสเตียน อีริคเซน วูบคาสนาม ระหว่างนั่งดูการถ่ายทอดสด โดยเจ้าตัวยอมรับว่าทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเอง เคยประสบเจอกับตัวเมื่อปี 2012 ขึ้นมาทันที

“ผมถึงกับน้ำตาซึมเลย มันทำให้ความทรงจำทุกอย่างกลับมา มันเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวมาก ผมอยู่ที่บ้านเพื่อนและได้ดูเกมดังกล่าว เมื่อผมเห็น อีริคเซน ล้มลงกับพื้น ผมคิดในใจว่า ‘ไม่มีทาง มันต้องไม่เกิดขึ้น’ และเมื่อทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ มันยิ่งน่ากลัวขึ้นกว่าเดิม”

“ผมดีใจนะที่ได้รับข่าวดี (หลังทราบอาการของอีริคเซน) แต่ผมจะสบายใจมากกว่านี้ ถ้าเห็นเขาออกมาพูดอะไรบ้าง เขายังหนุ่มและผมหวังว่าเขาจะผ่านมันไปได้ ผมต้องให้เครดิตกับผู้ตัดสิน ที่สนามจัดการทุกอย่างในสนามได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงทีมแพทย์และรถพยาบาลด้วยเช่นกัน” สำหรับ ฟาบริซ มูอัมบา ต้องแขวนสตั๊ดอย่างจำใจด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น หลังเกิดเหตุการณ์วูบคาสนามได้ไม่นาน

Comments are closed.