อิตาลี แม่นโทษ ลิ่วชิงยูโรครั้งที่4

0
190

การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เวลา 02.00 น. เป็นการพบกันระหว่าง “อัซซูร์รี่” อิตาลี พบกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่ สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ก่อนเกมนี้ ทัพเดอะ อัซซูร์รี่ ฟอร์มโหด ชนะ 28นัดจาก37นัดหลังสุด นอกนั้นพวกเขายังทำสถิติที่แข็งแกร่งด้วยการชนะรวดมาแล้ว 13นัด ทั้งนี้ สถิติ “Head to Head” ระหว่างคู่นี้สำหรับศึกยูโร ถือว่าสูสีกันพอสมควร โดยดวลกันทั้งหมด 6 ครั้ง อิตาลี ชนะ 2 สเปน ชนะ 1 เสมอ 3

เปิดฉากครึ่งแรกเพียง 4นาที อิตาลี เป็นฝ่ายทักทายก่อนจากจังหวะ เอเมอร์สัน จ่ายตัดแนวรับให้ นิโคโล บาเรลลา หลุดไปปั่นด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง อย่างไรก็ตามจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าย้อนหลัง

หลังจากนั้น สเปนเป็นฝ่ายครองบอลบุกแทบจะฝั่งเดียว ขณะที่อิตาลี ทำได้เพียงลงไปตั้งรับ และรอสวนกลับเท่านั้น

ในนาที 25 ดอนนารุมมา ออกบอลพลาดโดนตัดได้กลางสนาม ก่อนที่ เปดรี ได้บอลในเขตโทษแล้วแทงเข้ากลางให้ ดานี่ โอลโม่ ซัดไปติดแนวรับบอลกระดอนมาเข้าทางกดซ้ำด้วยขวาสุดท้ายยังโดน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า พุ่งปัดแก้ตัวไว้ได้

ก่อนจบครึ่ง อิตาลีเกือบได้เฮ จากจังหวะที่ ลอเรนโซ อินซินเญ ลากจี้เข้าเขตโทษก่อนไหลทางซ้ายให้ เอเมอร์สัน หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้าย บอลชนคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ยังเป็นฝั่งสเปนครองบอลบุกได้เหนือกว่าและเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 53 มิเกล โอยาร์ซาบัล กระชากขึ้นทางริมเส้นก่อนผ่านเข้ากลางให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ปั่นด้วยขวา บอลโค้งข้ามคานไปแบบมีลุ้น

ถัดมาในนาที 60 ในที่สุด อิตาลีทำประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะสวนกลับเร็ว ก่อนที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า ปั่นด้วยขวาบอลโค้งเสียบหน้าต่างเข้าไปอย่างสวยงาม อิตาลีออกนำ 1-0

จากนั้น สเปนก็โหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังประตูตีเสมอ และในนาที 80 ความพยายามของ กระทิงดุ ก็สัมฤทธิ์ผล จากจังหวะที่ ดาเนียล โอลโม จ่ายบอลทะลุเข้าเขตโทษให้ อัลบาโร โมราต้า ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย สเปน ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

ช่วงเวลาที่เหลือ สเปน ยังครองบอลได้มากกว่า แต่ไม่สามารถทำประตูแซงขึ้นนำได้ ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมเจ๊ากัน 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 111 อิตาลีเป็นฝ่ายได้ลุ้นขึ้นนำบ้าง จากจังหวะ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ วางบอลยาวจากแนวรับขึ้นหน้าไปให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ และยิงเข้าไปตุงตาข่าย แต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมยิงเพิ่มกันไม่ได้ จบ 120นาทีทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 ต้องตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ สุดท้ายเป็นฝั่ง อิตาลี ยิงแม่นกว่า เอาชนะไปได้ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก คืนวันที่ 11 ก.ค. เวลา 02.00 น ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

Comments are closed.