แพทย์จุฬาแนะการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ไม่ควรฉีดเมื่อ!?

0
126

แพทย์จุฬาฯ มีการอธิบายถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่น 12-18 ปี ควรฉีดในเด็กที่มีโรคเรื้อรังก่อน และ ไม่ควรฉีดพร้อมวัคซีนอื่น

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลหลายแห่งทยอยฉีดวัคซีนชนิด mRNA หรือ วัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งก็ตรงกับคำแนะนำของแพทย์ที่ให้เน้นฉีดสำหรับเด็กกลุ่มนี้ก่อน ส่วนเด็กและวัยรุ่นทั่วไปที่รอรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 คำแนะนำ คือ ไม่ควรฉีดพร้อมวัคซีนชนิดอื่นๆ และผู้ที่อยู่ระหว่างมีประจำเดือนหรือให้นมบุตรไม่ต้องกังวลเพราะฉีดได้ตามปกติ

ศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง ภาควิชาการกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้ว่า ปัจจุบันแนะนำให้ฉีดวัคซีนเฉพาะในเด็กและวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โรคเบาหวาน กลุ่มโรคพันธุกรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง เด็กที่มีพัฒนาการช้า โดยยังไม่แนะนำการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กทั่วไป

นอกจากนี้ไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่น ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 14 วัน ยกเว้นการฉีดวัคซีนที่มีความจำเป็นเช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อเด็กถูกสัตว์กัด

ส่วนเด็กและวัยรุ่นหญิงที่มีประจำเดือน อยู่ในระยะหลังคลอด หรือให้นมบุตร สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้

เด็กและวัยรุ่นที่หายจากโรคโควิด-19 หรือโรคแทรกซ้อนจากโรคโควิด-19 และโรคคาวาซากิ (MIS-A หรือ MIS-C) ควรเว้นระยะการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ห่างจากวันที่ตรวจพบเชื้อ 1-3 เดือน โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการรักษาด้วยพลาสมา ควรได้รับวัคซีนทันทีเมื่อครบกำหนด 90 วัน

ข้อควรระวังในการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก

เด็กและวัยรุ่นที่มีอาการแพ้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างรุนแรงภายหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 หรือแพ้สารที่เป็นส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง ควรรับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อพิจารณาเลื่อนหรือเปลี่ยนชนิดวัคซีนในเข็มที่ 2

นอกจากนี้หากเด็กและวัยรุ่นมีประวัติสัมผัสเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปจนกว่าเด็กจะได้รับการตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโรคโควิด-19 และวัยรุ่นหญิงที่ตั้งครรภ์ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Comments are closed.