รวมพาร์ทโกยคะแนน GAT- PAT 58 แต่ละวิชา

banner-gp8

รวมพาร์ทโกยคะแนน GAT- PAT 58 แต่ละวิชา

 

อยากได้คะแนน GAT – PAT แต่ถ้าน้องๆ อ่านกวาดทั้งหมด รับรองว่า ไม่มีทางได้คะแนนแน่ ,,, วันนี้ จะมาผ่าข้อสอบ บอกกันว่า พาร์ทไหนที่โกยคะแนนที่สุดในแต่ละวิชา

1. GAT ความถนัดทั่วไป
derghju
พาร์ทนี้ ต้องบอกว่า พาร์ทโกยคะแนน ที่ทุกคนหวังคือ “GAT เชื่อมโยงภาษาไทย” แต่ อย่าประมาทไปนะคะ ต้องฝึกทำข้อสอบบ่อยๆ ถ้าอยากได้คะแนนเต็มละก็ต้องลงทุนลงแรงกันอยู่หน่อยละค่ะงานนี้ เพราะเท่าที่สืบจากพี่ๆ ทุกคนคอนเฟิร์มว่า “ทำจนกว่าจะถูกจนหมดและถูกหมดซ้ำๆ” ,, นั่นแหละค่ะ
inc
รุ่นพี่คนแรกที่เราต้องคุยด้วย คือ พี่ไอซ์ สาวสวยจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ฝากเทคนิคมาบอว่า “อยากได้ GAT เชื่อมโยงภาษาไทยเต็มต้องทุ่มเททำวันละ 1-2 ชุดให้เข้าใจ Concept ของการทำข้อสอบให้ได้ ตัวไหนคืออะไร และที่สำคัญตอนอ่านบทความ คือ คิดเยอะไม่ได้ แต่ต้องรอบคอบ อย่าข้ามประโยคไหนไป มันอาจจะเป็นคำตอบที่เพิ่มมา และคิดเยอะมากไป มันอาจทำให้เราตอบข้อสอบเกินและถูกติดลบได้ “
          เทคนิคที่สำคัญอีกอย่างสำหรับ “GAT เชื่อมโยงภาษาอังกฤษ” เสียงที่บอกกันมาตลอดคือ “อยากให้ท่องศัพท์เยอะๆ เลยค่ะ” ท่องเข้าไป เพราะมันมีผลต่อการอ่านและการเลือกใช้คำให้เหมาะสมในพาร์ทนี้มากเลย แถมยังทำให้อ่านได้เข้าใจมากขึ้นด้วย นอกจากนั้นก็ต้องไม่ลืมฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเยอะๆด้วย
ส่วนนี้พี่ไอซ์ก็แนะนำเพิ่มเติมมาว่า “ส่วนที่ง่ายที่สุดคงจะเป็น conversation 15 ข้อ มี idioms นิดหน่อยที่เดาได้ ฝึกทำให้ดีๆ ก็เก็บได้หมด แล้วข้อสอบเน้น vocab ค่อนข้างเยอะ ท่องศัพท์ที่เรียนไปเยอะๆ มีออกซ้ำแน่นอนค่ะ และที่ควรระวังคือการเรียงประโยค ถ้าผิด 1 อันอาจทำให้ผิดทั้งแผงได้ เทคนิคก็คือหาใจความสำคัญมาไว้แรกๆ ถ้าเจอคำเชื่อม, สรรพนามซ้ำ มองมันเป็นอันดับอื่นที่ไม่ใช่อันแรกได้เลยค่ะ”
PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
rethdruti
[pkp
-o[koi[
           PAT 1 นับเป็นวิชาปราบเซียนของทั้งสายศิลป์และสายวิทย์ เพราะคณะทางสายวิทย์ก็ต้องทำคะแนนแข่งกัน ในขณะที่สายศิลป์ก็สู้กัน เชือดเฉือนด้วยคะแนนวิชานี้ แน่นอนว่านอกจากทำความเข้าใจแล้ว พี่ๆ แอบกระซิบพี่เมษ์มาว่า “ทำโจทย์เยอะๆ” ทำไปเลยค่ะ ย้อนหลังกี่ปีก็ได้เพราะโจทย์จะวน และออกมาคล้ายกับโจทย์เดิม การที่เราชินกับโจทย์และตัวหลอก จะทำให้ทำข้อสอบได้ดีขึ้น แถมยังรู้ทันข้อสอบ เดาทางข้อสอบถูก ไม่โดนหลอก
           อีกอย่างที่พี่ๆ ฝากมา คือ จับเวลาตอนทำข้อสอบ เพราะเป็นการฝึกตัวเอง เพราะวิชานี้น้องๆ มักจะทำกันไม่ค่อยทัน ทำให้เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย และก่อนสอบ พยายามทำข้อที่ทำได้ก่อน อย่าไปเสียเวลากับข้อที่ทำไม่ได้ ทำให้พลาดข้อง่ายๆ ไป
           พิเศษสำหรับเด็กศิลป์ พี่ไอซ์ แอบบอกมาว่า ” PAT 1 ตอนทำคิดแค่ว่า 3 ชม.อย่าหลับก็พอ ก็ค้นพบว่า จริงๆมันก็มีข้อที่เราทำได้ค่ะ ข้อไหนไม่ได้ แต่พอคุ้นๆ ก็เน้นการถูไถ แทนค่ามันไป ที่อยากให้เตรียมตัวจริงๆ ก็คือ พยายามทำข้อเรื่อง เซต, ระบบจำนวนจริง , สถิติ , ลำดับและอนุกรมให้ได้ ส่วนเรื่องที่ยากมากและยังเสียเวลาอีก คือ *ตรีโกณมิติ*
           ที่สำคัญ! อย่ากลัวข้ออัตนัย บางข้อมันแจกง่ายๆ เลยก็มีค่ะ คุ้มกับการนั่งไล่เลขมาก,,, ใครเป็นเด็กศิลป์ภาษาก็ไม่ต้องกังวล เอาสูตรเลขพื้นฐานมาใช้เลย มีใช้บ้างแน่นอน ส่วนการมั่วนั้น ก่อนจะมั่วก็ดูดีๆ ก่อนว่าเราตอบอะไรไปแล้วบ้าง ข้อที่แนะนำก็ 2,4 นะ มั่วแบบนี้มาก็ได้เยอะนะ ส่วนอัตนัย พี่แนะนำเลขหลักเดียวค่ะ พวก 0,1,2,5,7 แต่ต้องอ่านโจทย์ก่อนมั่วนะ บางทีถามจำนวนคน แต่มั่วเป็นทศนิยม 12.5 แบบนี้ก็ไม่ใช่นะ อยากให้ฝึกมาเยอะๆ รู้แนวเยอะก็ได้เปรียบค่ะ “
           พี่อีกคนนึงที่ต้องยกนิ้วให้เรื่อง PAT 1 สำหรับสายวิทย์ก็คือ พี่หมู หนุ่มหล่อดีกรี สอบตรงติดถึง 10 ที่ !!! พี่หมูบอกเทคนิคสำหรับเด็กวิทย์มาว่า ” PAT 1 ก็อย่างที่น้องๆ รู้กันนะครับว่าไม่ง่ายเลยกว่าที่จะได้มาแต่ละข้อ คะแนน Mean ประเทศก็ตกต่ำเหลือเกิน น้องๆ เลยต้องช่วงชิงโอกาสนี้ ทำคะแนนให้ดีๆ เพื่อที่จะเข้าคณะที่น้องๆ หวังให้ได้ วันนี้พี่ก็มีวิธีการเตรียมตัวและวิธีเด็ดๆ มาให้น้องๆ นะครับ
สำหรับวิธีการเตรียมตัว มีแค่ 2 ข้อ คือ
           1) เก็บเนื้อหาให้ได้มากที่สุด แต่บทไหนที่ไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถทิ้งมันไปได้เลยนะครับ แต่อย่าทิ้งทั้งหมดนะ!! (พี่ไม่อยากให้ทิ้งเกิน2บทนะครับถ้าไม่จำเป็น)
           2) เหลือเวลาไว้2อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบจริง มาลองทำข้อสอบเก่าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ทุกชุดต้องมีการจับเวลา)
ส่วนเทคนิคการทำข้อสอบแพท1ในห้องสอบ
           1) เปิดข้อสอบมา ทำ 3 ข้อแรกก่อน ข้อที่เป็นตรรกศาสตร์กะเซต พี่ลองทำข้อสอบมาทุกปีแล้ว พี่ว่าบทนี้น้องๆ ควรเก็บคะแนนให้ได้
           2) เจอโจทย์ตรีโกณ ถ้าน้องไม่เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงก็ข้ามไปก่อน อย่าไปเสียเวลากับมัน พี่เคยเจอข้อดูดเวลา 10 นาทีก็มี
           moooll
           3) พอทำ 3 ข้อแรกเสร็จ ขอแนะนำให้ไปทำข้ออัตนัย (เติมตัวเลข) 55555 เพราะส่วนใหญ่ข้อง่ายๆ จะโผล่มาตรงนั้นเยอะ แต่ก็แล้วแต่คนนะ ถ้าคนไหนไม่ได้อ่านหนังสือมา ข้อง่ายอาจจะไม่โผล่มาเลย – -” กรณีนี้พี่ขอแนะนำให้สวดมนต์ แล้วทำตามเทคนิคที่ 7
           4) ข้ออัตนัย (เติมตัวเลข) คิดอะไรไม่ออก ให้เติมตามนี้ พี่จะบอกว่าข้อสอบตอบไรบ่อยๆ ให้ เรียงตามดาวเลยนะ
0*****
1*****
2*****
4****
3***
5**
6*
          5) ข้อสอบประเภทที่เป็นโจทย์มายาวๆ แล้วในช้อยส์มี ข้อ ง.ไม่มีข้อใดถูก อันนี้ถ้าจะเดาก็อย่าเลือกข้อนี้เด็ดขาด เพราะไม่เคยเจอตอบไม่มีข้อใดถูก แต่ก็มีโอกาสที่ในปีนี้จะตอบข้อนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าคิดว่าตอบอันนี้ชัวร์ๆก็ตอบอันนี้เลยนะครัช
          6) พอทำข้อปรนัย(ช้อยส์)เสร็จจนทำไม่ได้ที่เหลือแล้ว อย่าเพิ่งดิ่งแล้วไปเฝ้าพระอินทร์ ใช้เวลาให้คุ้ม ลองเอาข้อที่ทำได้ชัวร์ๆมาเขียนเรียงไว้ เขียนช้อยส์ไว้ว่าตอบ ก.กี่ข้อ ข.กี่ข้อ ค.กี่ข้อ ง.กี่ข้อ ช้อยส์ไหนที่กาน้อยที่สุด ให้ดิ่งช้อยส์ที่เหลือไปให้หมดข้อสอบเลย เนื่องจากจำนวนคำตอบของแต่ละช้อยส์ จะถูกเฉลี่ยออกมาให้เท่าๆกัน (อ้างอิงจากบทความน่าจะเป็น)
          7) คำแนะนำพิเศษสำหรับคนที่ทำไม่ได้สักข้อทั้งชุดข้อสอบจริงๆ ดิ่งไปเลยตั้งแต่ข้อแรก เติมคำก็เดา 2 ไปให้หมด
          จริงๆ แล้วมันไม่ยากครับ คณิตศาสตร์เป็นเรื่องของการฝึกฝน ใครฝึกมาเยอะก็ได้เปรียบที่สุด”
PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  rethdruti[pou9yu8
PAT 2 ถือเป็นวิชาที่น่ากลัวสำหรับสายวิทย์หลายๆ คน เพราะคณะสายวิทย์หลายคณะมีวิชานี้ในสัดส่วนคะแนนเพื่อยื่น Admission ปัญหาคือ เนื้อหาเยอะ ยาก จำนาน กว่าจะอ่านจบ บลาๆๆ ฯลฯ ซึ่งวันนี้พี่เมษ์จะพายน้องๆ มาพูดคุยกับพี่น้ำฟ้า สาวคนหนึ่งที่เคยเรียนในคณะทางสายวิทย์อย่างเทคนิคการสัตวแพทย์มา ก่อนจะผันตัวมาเป็นครู(สายวิทย์) แน่นอนว่า ฝีไม้ลายมือเค้าก็ไม่น้อยกว่าใครๆ แต่พี่เค้าจะมีวิธีเตรียมตัวรับมือ PAT 2 ยังไงนะ
nammffaa
“สำหรับแพท2 พี่เตรียมตัวโดยการเลือกอ่านและทำข้อสอบเก่าวิชาที่ถนัดมากที่สุด คือ ชีวะ กับ เคมีเพราะคิดว่า ฟิสิกส์พี่ไม่น่าจะทำคะแนนได้ดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งนะ
           ตอนที่นั่งอ่าน และทำข้อสอบเก่า พี่ก็มานั่งลิสต์ว่ามีบทอะไรที่ออกสอบบ้าง แล้วพี่ก็หาข้อมูลว่า ข้อสอบเก่าแต่ละปีออกเรื่องอะไรเยอะ พี่ก็จะเน้นเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ โดยตั้งเป้าหมายว่าวิชาที่ถนัดพี่จะเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด ส่วนวิชาที่ไม่ถนัด พี่จะเน้นแต่เรื่องที่ออกข้อสอบเยอะ และก็เรื่องที่พอทำได้
           วิธีการอ่าน PAT 2 ของพี่อ่าน คือ เนื้อหาก่อน แล้วทำความเข้าใจ Main idea แต่ละเรื่องให้แม่น แล้วค่อยลุยทำข้อสอบ พอเจอโจทย์ที่ต้องประยุค ก็ดึง Main idea ของแต่ละเรื่องมารวมกัน แล้วก็ใช้การคิด วิเคราะห์ แก้โจทย์ตามที่เราอ่านมา
          ช่วงก่อนสอบพี่ลุยทำข้อสอบไปเยอะมาก ข้อไหนถูกก็ทำซ้ำๆ จนชำนาญ แต่พอเจอข้อผิดพี่จะมาลิสต์ไว้ ว่าผิดเรื่องอะไร จดๆ แปะๆ ไว้ว่าเพราะอะไรเราถึงทำผิด แล้วก็มานั่งทำความเข้าใจอีกรอบว่าที่ถูกมันเป็นยังไง พี่ว่ามันช่วยได้เยอะเลย เพราะเราจะไม่ผิดซ้ำๆ อีก พี่ว่าแค่น้องๆ หาจุดอ่อนของตัวเราให้เจอ แก้ให้ตรงจุด แค่นี้เองค่ะ PAT 2 ก็จะกลายเป็นวิชาที่เราเก็บคะแนนได้”
          พี่อีกคนที่เราจับมานั่งคุยกันคือ พี่ปลาบ อรรถเดช อุณหเลขกะ คนนี้ก็อีกหนึ่งตัวท๊อปของ PAT 2 เพราะเค้าคือ อดีตนายกสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ PAT 2 ที่ว่ายากพี่ปลาบมีวิธีจัดการ!!!
           “การเตรียมตัวสอบของพี่เนี่ย ก่อนอื่นต้องออกตัวว่า เป็นรุ่นแรกที่สอบ GAT PAT ทำให้ทุกคนก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นไง แล้วพี่ก็ดันเป็นเด็กกิจกรรมเลยเริ่มอ่านหนังสือช้า โชคดีที่บุญยังพอมีจากการตั้งใจเรียน แต่จริงๆ แล้วถ้าจะเอาชัวร์ๆ มันต้องเริ่มอ่านสะสมมาแบบยาวๆ
           plbbbb
แรกๆ ก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองอ่านแล้วรู้อะไรบ้าง จำอะไรได้ แต่ความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวนะ เพราะฉะนั้นพี่ก็เลยค่อยๆ อ่านมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจากวิชาที่ชอบก่อนคือคณิตศาสตร์ แม้จะมารู้ที่หลังว่าคณะเภสัชศาสตร์ที่อยากเข้าเนี่ยไม่ได้ใช้ PAT1 เลย – -” แต่ก็ยังคงอ่านไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ตัวเอง พอเริ่มอยู่ตัวละทีนี้มาดูที่ PAT2
           PAT 2 อย่างที่รู้ครับ มี 3 วิชา ฟิสิกส์, เคมี, ชีวะ เอาไงดีล่ะทีนี้ ต้องถามตัวเองละ ,,,, สำหรับพี่ ให้พี่ตายจะง่ายกว่าให้อ่านฟิสิกส์จนทำข้อสอบได้ เพราะฉะนั้น โบกมือลาฟิสิกส์ และมาสัญญากับตัวเองว่า เคมีนี่แหละที่ฉันต้องฟันเรียบ ก็เลยลุยกับเคมีเต็มที่มากๆๆๆ จนมั่นใจแล้วก็ค่อยเริ่มไปหาชีวะบ้าง
           สำหรับวิชาชีวะ จำได้ว่าตอนนั้นเวลามันกระชั้นชิดเข้ามาเต็มทีแล้ว พี่เลยตัดสินใจทำเฉพาะข้อสอบเก่า แล้วอ่านเนื้อหาในเฉลยท้ายเล่มเอา เพราะคิดว่ามันน่าจะเน้นๆ เนื้อๆ แล้ว ส่วนพวกน้ำๆ นี่ไม่เอาเลย ,, สรุปว่าพี่เลยไม่เคยอ่านชีวะนอกจากเนื้อหาเฉลยเลย อันนี้ไม่ค่อยดีนะ มีเวลาก็อยากให้น้องๆ อ่านก่อน
           สำหรับพี่ใน 3 วิชา พี่เลือกทิ้งฟิสิกส์ แต่นั่นแปลว่าเคมีพี่ต้องมั่นใจว่าทำได้ทุกข้อแน่นอน ส่วนชีวะก็ถูๆ ไถๆ ไปแล้วกัน ,,, ตอนทำข้อสอบก็ตามคาดเป๊ะ โบกมือลาฟิสิกส์ได้อย่างสบายใจ เคมีนี่ออกแนวน่ารัก ส่วนชีวะแค่พอคุยกันรู้เรื่อง ผลออกมาก็โอเคเลย ไม่มากไม่น้อยเกินไป(แต่ถือว่าสูงในปีนั้น) แล้วพี่ก็สมหวังกับคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการครับ ^^ ส่วนเทคนิค พี่กล้าบอกเลยครับ ไม่มี ต้องอ่านเท่านั้น ตอนนั้นแบบกินหนังสือเข้าไปเลยนั่นแหละครับ เราถึงจะสำเร็จ เหมือนกับเราต้องทุ่มเทก่อน ถึงจะได้ชื่นชมผลที่สวยงาม”
เท่าที่ฟังทั้ง พี่น้ำฟ้า และ พี่ปลาบ ทั้งคู่มีเทคนิคคล้ายๆ กัน คือเริ่มจากสิ่งที่น้องถนัด แล้วค่อยๆ ขยายความรู้ออกไปแก้ไขจุดที่น้องบกพร่อง เพื่อเสริมสิ่งที่ตัวเองเข้มแข็ง และเติมเต็มสิ่งที่ตัวเองอ่อนแอ ,,, พี่เมษ์เชื่อว่า น้อยคนมากๆ ที่จะเก่งทั้ง 3 วิชา ดังนั้น น้องๆ อย่าเพิ่งท้อไปนะคะ ไม่ใช่เราคนเดียวหรอกที่เจอปัญหานี้ พี่ๆ เค้าก็ผ่านมันมาจนสำเร็จเช่นเดียวกัน
PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรม
rethdruti
ipoj
สำหรับความถนัดทางวิศวะกรรมศาสตร์ หลายๆ คนที่คิดจะสอบอาจจะมองว่าเอ๊ะ มันเป็นข้อสอบแนวฟิสิกข์มั้ยนะ หยุดเลยค่ะ หยุดคิดแบบนั้น เพราะในข้อสอบน้องจะเจอการเอาฟิสิกข์มาประยุกต์ใช้มากกว่า เท่ากับว่าน้องๆ จะไม่เจอการคำนวณสูตรแบบตรงๆ วิธีการที่คอนเฟิร์มกันมาคือ”ทำข้อสอบเก่าให้เยอะ” ทำไปเลยค่ะ ทำซ้ำๆ เพิ่มความแม่นยำให้ตัวเอง
          แว๊บกลับมาคุยกับรุ่นพี่ ก็ต้องคุยกับพี่หมู สมประสงค์ หาญไพบูลย์สุข เพราะหนุ่มคนนี้ เค้าเป็นหนุ่มวิศวะกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ที่สอบตรงวิศวะฯ ได้ถึง 10 ที่ ซึ่งพี่หมูบอกเทคนิคที่อยากให้น้องๆ ลองเอาไปใช้ว่า “PAT 3 ถือเป็นตัวที่สำคัญมากในการสอบเข้าวิศวะฯ เพราะเป็นตัวที่น้ำหนักเยอะที่สุดในการสอบ พอยากให้น้องๆ ที่สอบวิศวะฯ ดูดีๆ แม้แต่ข้อเดียวก็อาจจะเปลี่ยนที่เรียนของน้องได้เลย ,, PAT 3 แบ่งเป็น2พาร์ท
          1.พาร์ทปรนัย (ช้อยส์) – พาร์ทปรนัยส่วนใหญ่จะยากกว่าพาร์ทอัตนัย ตรงที่ช้อยส์ทุกข้อ อาจจะเกิดจากการเอาเลขมายำกันแล้วได้คำตอบออกมาเป็นช้อยส์หลอกก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาน้องทำข้อสอบปรนัย ต้องเช็คดีๆ ก่อน ว่าโจทย์ถามอะไร แล้วทำโจทย์ให้สุด ให้ตรงกับที่เขาถาม
          2.พาร์ทอัตนัย (เติมตัวเลข) – พาร์ทอัตนัยเป็นพาร์ทที่จะง่ายกว่า ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยซับซ้อน แต่ก็มีบ้าง น้องก็ต้องคำนวณดีๆ เพราะว่าบางทีโจทย์อาจจะตอบเป็นทศนิยมหลายๆหลัก แล้วอาจจะเกิดการคำนวณพลาดได้ ส่วนใหญ่ข้อยากๆ ของพาร์ทอัตนัยจะอยู่หลังๆ
          PAT 3 แบ่งวิชาออกเป็น 4 วิชาหลัก คือ
          1.ฟิสิกส์ – ฟิสิกส์ที่ออกในนี้จะมีการประยุกต์จากโจทย์ฟิสิกส์ธรรมดา จะไม่ค่อยเหมือนโจทย์ในห้องเรียน อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้ดูสอดคล้องกับชีวิตจริงบ้าง ถ้าน้องไม่เคยทำโจทย์มาก่อนแล้วมาลองทำครั้งแรกก็อาจจะเงิบได้ ต้องฝึกข้อสอบครับ
mooo
           2.เคมี – ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ถ้าน้องคนไหนได้อ่านเคมีมา อาจจะรู้สึกว่ามันง่ายเลยก็ได้ ถ้ามีเวลาก็ควรเก็บเคมีมาให้ดี บทที่ออกเยอะที่สุดของเคมีใน PAT 3 ก็คือ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม, แก๊ส และ ปริมาณสารสัมพันธ์ ตามลำดับ แต่บทผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นบทที่น้องต้องจำ เพราะมันก็ออกตรงๆเลย พี่ว่ามันก็คุมค่าที่จะมานั่งจำนะ
          3.คณิตศาสตร์ – คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เหมาะแก่การเก็บคะแนนที่สุดในการสอบแพท3 เพราะว่าถ้าเทียบในบรรดาวิชาทั้งหมด คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่แทบไม่มีการพลิกแพลงและออกตรงๆ และไม่ค่อยซับซ้อนเท่าวิชาอื่นด้วย น้องจึงควรทำคณิตศาสตร์ใน PAT 3 ให้ได้ทุกข้อ
          4.ความถนัดทางวิศวกรรม – พาร์ทสุดท้ายนี้ เป็นพาร์ทที่น้องๆ ควรไปดูมาก่อน เพราะมันไม่มีสอนในห้องเรียน จะมีการดูรูปทรง แล้วตอบว่ารูปแต่ละด้านเป็นยังไง และมีการถามถึงเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในวิศวะ หรือรวมไปถึงการถามสาขาต่างๆ ในวิศวะเลยก็ได้
          ขอเสริมเทคนิคอีกนิดว่า เวลาทำข้อสอบ พี่อยากให้น้องเริ่มดูข้อปรนัยก่อน ค่อยๆ ดูเป็นวิชาๆ ไป ตามความถนัดของน้องๆ ถนัดวิชาไหนก็เริ่มทำวิชานั้นก่อน ข้อไหนที่น้องทำไม่ได้ก็ข้ามไป แล้วค่อยมาทำตอนหลัง พอสุดท้ายที่น้องทำจนหมดแล้ว ก็จะเหลือข้อบางข้อที่ทำไม่ได้ อยากให้น้องลองนับจำนวณช้อยส์ที่น้องได้ตอบไปในข้อที่ทำได้ แล้วเรียงออกมา ช้อยส์ที่น้องกาลงไปน้อยที่สุด เป็นช้อยส์ที่น้องควรดิ่งในข้อที่เหลือ ,,,
          อย่าลืมว่าการทำข้อสอบ PAT 3 ต้องเกิดจากการฝึกฝน น้องควรย้อนทำข้อสอบเก่าลงไปเยอะๆ เพื่อที่จะได้เกิดความชำนาญในการทำข้อสอบ และควรจับเวลาด้วย พอถึงเวลาเข้าห้องไป น้องจะได้ไม่ลน ทำข้อสอบได้อย่างสบาย และพี่ก็ขอให้น้องโชคดีในการสอบ แล้วเข้าวิศวะได้ตามที่น้องๆ หวังทุกคนนะครับ”
  
PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรม
rethdruti
]-oip
]0i-0
สำหรับน้องๆ ที่มีหัวใจและความฝันที่อยากจะเข้าสถาปัตยกรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่จะติวส่วนตัว ไม่ค่อยมีใครมาพูดให้ฟังเรื่องการสอบ PAT 4 พี่เมษ์ไปค้นหาจนได้พี่ชายที่น่ารักมาพูดคุยกัน แถมอาจจะเป็นกำลังใจให้น้องๆ อีกหลายคน เพราะ พี่ป๊อก วิริทธิ์พล โพธิ์นาค พี่ของเราคนนี้มีเวลาติวน้อยมา แถมยังฟิตคะแนนจาก 100+ มาจนได้ 200+ และทำฝันตัวเองเป็นนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้สำเร็จในที่สุด ว่าแต่พี่ป๊อกจะแอบบอกเทคนิคอะไรมาดูกัน
          ” PAT 4 เป็นวิชาที่มี 2 พาร์ทหลักๆ คือ ข้อเขียน กับวาดรูป สำหรับพาร์ท ความรู้ พี่แนะนำสั้นๆ ว่า อ่านหนังสือสอบเก่าๆ แล้วก็ฝึกทำ อย่างสำหรับพี่ พี่ทำไปเรื่อยๆ จนถูกครบทุกข้อทุกปี เหมือนทำข้อสอบย้อนหลัง10 ปี เพราะแนวข้อสอบมันซ้ำๆ วนๆ ทำให้เราชิน และมีแนวทางในการตอบที่ถูกต้องมากขึ้น
pok
          ส่วนพาร์ทที่เป็นการวาดรูป พี่ก็ไปติวแล้วก็หัดวาดทุกวัน ฝึกขีดเส้นให้นิ่ง ให้เส้นสวยๆ คือ ถ้าวาดออกมาไม่นิ่ง เส้นไม่สวย ภาพที่ออกมาจะไม่สวย ดูไม่รู้เรื่อง คือต้องเข้าใจว่าแบบเส้นวาดรูปของสถาปัตฯ จะมีเส้นของมัน มีหลักการ ,,, อีกอย่างอย่าลืมหัดวาดให้ถูก Perspective เพราะเกือบทุกปีมีวาด Perspective
          เทคนิคต่างๆ ที่พี่มองว่าต้องฝึกบ่อยๆ คือ เทคนิค ฝึกเส้น ว่างๆ ก็ขีดเส้น ลากเส้นบ่อยๆ ฝึกระบายสี น้องส่วนใหญ่มีเวลาไปติวก็ถือว่าดีครับ แต่ถ้าน้องๆ ที่ไม่มีเวลา ก็ลองแบบพี่ก็ได้ เพราะตอนนั้นพี่เพิ่งกลับมาจากแลกเปลี่ยนแล้วต้องรีบติว เวลาก็น้อยมาก รอบแรกคะแนนนี่รับไม่ได้เลย – -” เลยไปติวตัวต่อตัว แล้วก็ฝึกทุกวันๆ ฝึกอยู่อย่างนั้นประมาณ 1-2 เดือนครับ
          ส่วนข้อควรระวังที่พี่อยากให้ระวังเป็นพิเศษสำหรับการสอบ ข้อเดียวเลยครับ “สติ” เพราะอย่างบางทีเราทำข้อสอบไปแล้วดันเหลือบมองคนข้างๆ แล้วใจแป้ว แบบหลุด เสียสติอะไรแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้ครับ อยากให้น้องๆ ตั้งสติ ต้องมีสมาธิกับตัวเอง จัดตารางชีวิต คิดว่าการสอบก็เหมือนตอนเราเตรียมตัวมานั่นแหละ เพราะถ้ากดดันมากไป เราอาจจะทำไม่ได้เลยก็ได้ ,,,, ขอแค่เราต้องเตรียมตัวตามทีเรียน ทำข้อสอบให้ทัน ก็ทำได้ครับ ”
 
PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
rethdruti
oiyu
PAT 5 เป็นวิชาที่คนเลือกสอบเอาไว้เยอะมาก วิธีที่แนะนำคือ “อ่านและทำโจทย์” เพราะข้อสอบไม่หนีไปจากที่อ่านแน่นอน แถมยังเป็นวิชาที่หลายคนบอกว่าเข้าไปทำแล้วคิดว่าทำได้เยอะกว่าวิชาอื่นๆ มีกำลังใจขึ้นมาก
          พี่ไอซ์ของเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่สอบวิชานี้ และคว้ามาไม่น้อย ก็แนะนำมาเลยว่า ” วิชานี้มันวัดความรู้รอบตัว, การอ่าน, การคิดวิเคราะห์ ความรู้รอบตัวที่ออกแน่ๆ มันต้องมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการค่ะ เพราะจะเป็นครู ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบและหน่วยงานอยู่บ้าง
          ส่วนพาร์ทที่หวานหมูมาก คือ การอ่าน ที่น้องๆ อาจจะงงๆ นิดหน่อย อยากให้พยายามวาดรูปตาม จะได้คำตอบที่ชัวร์ และก็มีคณิตศาสตร์นิดหน่อย แบบง่ายๆ น่าจะของ ป. ปลาย – ม. ต้นได้ อย่างพวก หา ห.ร.ม. ,  ค.ร.น. , หาพื้นที่แบบง่าย อย่างนี้เลย
           ถ้าอยากฝึกมาเพื่อเก็บคะแนนแพทนี้จริงๆ ให้น้องๆ เน้นอนุกรมภาพค่ะ เพราะเสียเวลาคิดหาความสัมพันธ์พอสมควร ที่สำคัญ พี่ไอซ์ย้ำเลยว่า “ลองหาพวกแบบฝึกวัดไอคิวมาทำเยอะๆ” นะคะ ส่วนตอนทำข้อสอบจริง ถ้าสมองเราปลอดโปร่งๆ แนะนำให้ทำแต่แรกมันจะชิวๆ แต่ถ้าสมองมาแบบตึงๆ ปุ๊บ ให้ไปทำพวกคิดเลขง่ายๆ ทันทีค่ะจะได้มีกำลังใจว่าเราก็ทำได้ “
          ส่วนพี่สาวคนสวยของเราอีกคน พี่น้ำฟ้า ฉัตรลดา นุสธรรม สาวสวยที่ผันตัวเองจากสาวคณะเทคนิคการสัตวแพทย์มาเป็นครูจนสำเร็จ ก็แอบบอกเทคนิคแบบ Exclusive โดนใจหลายคนเลยว่า ” PAT 5 ขึ้นชื่อว่าเป็น PAT ที่คนเข้าไปสอบเผื่อไว้เฉยๆ เยอะมาก และคะแนนค่อนข้างสูง ดังนั้น น้องๆ ที่ต้องใช้คะแนน PAT 5 ต้องทำคะแนนให้ได้เยอะๆ !! โดยตอนที่พี่สอบ พี่ใช้วิธีเก็บพาร์ทที่ไม่ควรผิดให้แม่นที่สุด คือ PAT 5 จะออกเป็น5พาร์ทเพื่อให้ดูง่ายๆ
         fah
          1.ความรู้ทั่วไปทางด้านการศึกษา, ระบบการศึกษา, จรรยาบรรณวิชาชีพครู
          2.มิติสัมพันธ์ พวกหมุนรูป มองรูปจากด้านบนซ้ายขวา
          3.ความรู้พื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ ภาษา
          4.วิชาสังคมศึกษา ม.ปลาย พวก ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาตร์ จะออกเยอะ
          5.ความรู้รอบตัว ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง ต่างประเทศ สังคม
          พาร์ท 1 – 3 นั้น เป็นพาร์ทที่ต้องเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เป็นไปได้ห้ามผิดเลย เพราะเป็นพาร์ทที่ไม่กว้างมาก อ่านไปให้แม่น ฝึกทำข้อสอบเยอะๆ ก็ทำได้ เพราะข้อสอบออกแนวเดิมหมด
          พาร์ท 4 เป็นพาร์ทที่ค่อนข้างอาศัยบุญเก่านะ ถ้าใครมีเวลาอ่านก็อ่านไปเยอะๆ ควรเก็บคะแนนที่พาร์ทนี้ให้ได้เหมือนกัน
          พาร์ท 5 นี้ควรฟังข่าวอ่านข่าว ช่วง 3 – 4 เดือนก่อนสอบ มักจะเอาข่าวเด่นๆมาออก เป็นพาร์ทที่มีโอกาสเสียคะแนน เพราะแนวข้อสอบกว้างมาก แต่ละรอบที่สอบ ข้อสอบจะเปลี่ยนที่พาร์ทนี้เสมอ ต้องติดตามข่าวมให้มากๆ ค่ะ ,,, แค่นี้ก็พิชิตคะแนน PAT 5 แบบสวยๆแล้ว “
PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
rethdruti
]poyituryt
สำหรับ PAT 6 พี่เมษ์จะพาน้องๆ ไปคุยกับตัวจริงอีกคนที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเค้าคือ พี่เซฟ ณัฐชนน วัฒนเสรี อดีตนายกสโมสรนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ !! พี่เซฟจะมีเทคนิคแพรวพราวยังไง ดูกันค่ะ
          สวัสดีครับ พี่เซฟนะครับ ถ้าพูดถึง PAT 6 หลายๆ คนที่อยากเข้าคณะทางศิลปกรรมศาสตร์ต้องฟิตกันเต็มที่อยู่แล้วหละ เพราะมันคือทางของเรา แต่ปัญหาอยู่ที่ PAT 6 ยากตรงที่ เราจะมีความรู้เฉพาะทางที่เราถนัด เช่นพี่เรียนทัศนศิลป์ พี่ก็จะรู้แค่ด้านนั้น แต่ข้อสอบที่เราจะเจอ คือ ออกรวมกันทั้งหมด ทั้ง ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องเจอส่วนที่เราไม่ถนัด นั่นแหละครับ ข้อยาก!!! อีกส่วนที่ต้องระวังคือ พวกประวัติศาสตร์ศิลป์ที่จะเจอในข้อสอบแน่นอน ก็ขอให้เตรียมตัว อ่านหนังสือมาให้พร้อม
          ซึ่งวิธีการในการทำข้อสอบให้ได้ก็คือ ต้องอ่านเองครับ ต้องหาหนังสือมาอ่านเองเพิ่มเติมครับ คือ อ่านนอกเหนือจากสาขาวิชาที่เราสนใจให้ครอบคลุม อย่างพวกหนังสือศิลปกรรมที่รวมเล่มออกมา ,,, ถ้าน้องๆ ใช้คะแนน PAT 6 ในการสอบ ก็ต้องฟิตเยอะๆ แต่ต้องยอมรับครับว่าคณะศิลปกรรมอย่างจุฬา ฯ ก็รับตรงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าถามว่ามีเทคนิคมั้ย ,, ก็ต้องขยันครับ ไม่มีทางลัดสำหรับความสำเร็จ มีแค่การฝึกของตัวเราเอง
          ข้อสุดท้ายที่อยากฝากถึงน้องๆ คือ ต้องตั้งสติดีๆ อย่าไปหลงกลกับคำถาม บางทีคำถามก็มีงงๆ เพราะถ้าเป็นข้อสอบด้านวิชาการ แต่เวลาเราปฏิบัติ ผลของมันอาจจะไม่ตรงกับในคำตอบที่เราคิดและก็ไม่ตรงกับใจเรา ก็อย่าเพิ่งตอบตามใจตัวเองครับ เพราะเรากำลังทำข้อสอบอยู่ มันมีแบบแผนของคำตอบครับ “
sae
  
PAT 7 ความถนัดทางภาษาอังกฤษ
rethdruti
lpopokiojo

][poyiu(1)drtry][-p0p9o

';l7iuyt
  [ipi9uu88u
อีกวิชาที่ไม่มองข้าม และคนถามเข้ามาเยอะมากๆ ว่า เอ๊ะ ควรเลือกมั้ย เลือก PAT 7 วิชาภาษาอะไรดี ก็มีหลายเสียงแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมาเทกันอยู่ที่ บาลี และ ฝรั่งเศส ที่เค้าว่ากันว่ามั่วขึ้นที่สุด !!!
           สำหรับ PAT 7.1 ต้องถามพี่ไอซ์โดยเฉพาะ พี่ไอซ์  เพชรภัสสร อ้นขวัญเมือง BRAND’S Admission Reality 5 สาวสวยจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ บอกกับเราเลยว่า ” PAT7 เลือกสอบฝรั่งเศสได้ เพราะคนชอบบอกว่าถ้าจะมั่วให้ลงฝรั่งเศสมา ซึ่งไอซ์ว่าก็จริงนะ เพราะมีรากที่คล้ายๆอังกฤษ บางคำเขียนเหมือนกันมากๆ เลย ถ้าน้องๆ คนไหนเก่งภาษาอังกฤษ แนะนำฝรั่งเศสเลยค่ะ
           ส่วนเด็กภาษาก็อย่ายอม!!! เพราะ PAT ภาษา ถ้าทำดีมากๆ มันจะพาเราไปถึงคณะที่หวังได้ง่ายเลย ข้อสอบไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น การทำวิชาภาษาให้ได้คะแนนแรงๆ มีหลัก 3 อย่างค่ะ ลองเทียบดูจากที่ไอซ์เลือกสอบฝรั่งเศสนะคะ
            1. ศัพท์ได้ – คนศัพท์ดีจะได้เปรียบพาร์ท vocab เพราะเขาจะให้ประโยคมา เว้นช่องไว้ และเลือกศัพท์จากตัวเลือก ซึ่งใกล้เคียงกันทุกตัว มี 5 ข้อ เก็บไม่ยาก แต่อย่าประมาทเพราะถ้าเรารู้ศัพท์ไม่ถึง 3 ตัวในนั้น มันจะมีโอกาสผิดเลย แต่ถ้าท่องศัพท์มาดีก็มีผลพลอยได้ในข้อสอบอ่าน ช่วยในการแปลได้เป็นอย่างดีเลย
           2. ถนัดการอ่าน – ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นการอ่านค่ะ หลายข้อมากๆ มีทั้งอ่านบทความ ประกาศ มีหลายอันด้วย ปัญหาที่จะเจอก็คือ อ่านหมด แปลออก แต่สับสนคำ แนะนำว่า อย่าคิดลึก แปลใจความได้ว่าอย่างไร คิดดีๆ แล้วตอบไปเลย
           3. รู้ข้อยกเว้น – สำหรับ Grammar  ดูเผินๆ ออกง่าย แต่! ดันออกข้อยกเว้นที่เรามองข้ามไป ดังนั้นระวังดีๆ จำกฎยกเว้นมาให้ได้ อย่างภาษาฝรั่งเศสก็ต้องดูว่า Accord อย่างไร ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่น ก้ต้องระวังคันจิ อะไรแบบนี้  ,,, อันนี้ก็สำคัญค่ะ
           ส่วนอีกพาร์ทที่หลายๆคนกังวลก็คือ Conversation ไม่มีอะไรมากค่ะ เป็นบทสนทนาพื้นฐาน แนะนำว่าให้แยกการพูดตอบรับ, ขอบคุณ, ขอโทษ และจำคำพูดในรูปแบบที่สุภาพมาไว้จะฟาดคะแนนดีสุด แต่ย้ำเลยว่า ถ้าเวลาอ่านมีน้อยจริงๆ ท่องศัพท์มาเยอะจะดีที่สุดค่ะ “
           นอกจากนี้ พี่เมษ์ฝากน้องๆ เข้าไปตรวจสอบทั้ง เอกสารเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมสอบ GAT/PAT ประจำปีการศึกษา 2558 , ประกาศ เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชา GAT/PAT ประจำปีการศึกษา 2558 , รูปแบบและจำนวนข้อสอบ GAT/PAT 2558, รูปแบบและตัวอย่างข้อสอบ GAT/PAT รวมไปถึงตัวอย่างกระดาษคำตอบ GAT/PAT ปีการศึกษา 2558 ก่อนจะไปเจอของจริงในห้องสอบ จะได้ไม่ตกใจ และพลาดทำผิดเพราะไม่เข้าใจ ทำให้เสียคะแนนเปล่าๆ กันด้วยนะคะ คลิกที่นี่ ได้เลย
ตัวอย่างกระดาษคำตอบ GAT เชื่อมโยงภาษาไทย
gat1
           หวังว่าจะเต็มอิ่มทั้งเทคนิค วิธีการ และวิธีโกยคะแนน รวมถึงรู้ว่าต้องทำแต่ละวิชายังไงกันนะคะ ก็ขออวยพรน้องๆ ล่วงหน้าให้ได้คะแนนดีๆ ได้คะแนนกันเยอะๆ ทุกวิชาที่หวังไว้ ,,,  
           ถ้าใครมีเทคนิคเพิ่มเติม หรือหนังสือดีอยากบอกต่อ Comment ไว้เลยค่ะ ขออวยพรให้ผลบุญส่งผลให้คะแนนน้องดีขึ้นไปอีก (ทั้งเลห์ ทั้งกล ทังมนต์ ทั้งคาถา!!!) สู้ๆ นะคะเด็กแอดมิชชั่น!!!!

 

 

ที่มา   :   http://www.dek-d.com/admission/35673/

ข่าวการศึกษารับตรง 58งานราชการ 2557รับตรง , แนวข้อสอบ กพ ,ทรงผมรับปริญญา

GAT-PAT
- 2014-11-12 10:20:26 โพสต์โดย : admin คนดู 53,463 คน