3 ช่องทางการไปเรียนต่ออังกฤษ เลือกได้ตามสไตล์คุณ

3 ช่องทางการไปเรียนต่ออังกฤษ เลือกได้ตามสไตล์คุณ

ประเทศอังกฤษนั้นถือได้ว่าเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆ คน ทั้งบรรยากาศที่ดีและผู้คนที่เป็นมิตร ที่สำคัญเลยคือระบบการศึกษาที่เข้มงวด เป็นจริงเป็นจัง ทำให้หลายๆ คนเกิดความสนใจ เล็งการไปเรียนต่ออังกฤษไว้เป็นเป้าหมายในชีวิตขั้นต่อไป แต่การไปเรียนต่ออังกฤษนั้นไม่ใช่ว่าจะทำได้แค่การสมัครกับทางมหาวิทยาลัยของอังกฤษโดยตรงเพียงอย่างเดียว ยังมีหลายช่องทางในการเรียนต่อในประเทศอังกฤษที่น่าสนใจ และอาจเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของใครหลายๆ คนมากกว่าการไปเรียนอย่างเดียวด้วย วันนี้เราจึงมี 3 ช่องทางในการไปเรียนต่ออังกฤษมาฝากกัน รับรองว่าต้องมีสักช่องทางที่ถูกใจเราแน่ๆ

1.สมัครเรียนต่ออังกฤษผ่านทางเอเจนซี่
หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีทุนทรัพย์และเวลาพร้อมกับการไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วล่ะก็ การสมัครเรียนกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรงก็ถือว่าทำได้ไม่ยาก แต่หลายครั้งที่ขั้นตอนการสมัครเรียนต่ออังกฤษ ทั้งการเตรียมเอกสาร การหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย การหาที่พัก ทุกอย่างนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราสับสนจนหัวหมุนได้ทั้งสิ้น ดังนั้น การสมัครเรียนต่อผ่านทางเอเจนซี่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง เนื่องด้วยกลัวว่าจะทำอะไรตกหล่นไป การสมัครเรียนต่ออังกฤษผ่านทางเอเจนซี่นี้จะช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น เพราะทางเอเจนซี่นั้นจะให้ความช่วยเหลือเราอย่างดี ตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัย การหาที่พัก การวางแผนการใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งวันบินก็ยังมีคนไปส่งเราถึงที่ แถมเรายังสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ตลอดระยะเวลาที่เรียนต่ออยู่อีกต่างหาก เรียกได้ว่าจะเกิดปัญหาใดๆ เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย

2.ขอทุนการศึกษา
การขอทุนเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะเรียนต่ออังกฤษแล้วไม่มีทุนทรัพย์ หรืออยากได้ทุนการศึกษาไว้เป็นเกียรติยศแก่ชีวิตการศึกษาของตัวเอง โดยส่วนมากแล้วหลายๆ มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษนั้นก็จะเปิดโอกาสให้เราได้เข้ารับสมัครขอทุนการศึกษากันอยู่เรื่อยๆ โดยที่ทุนการศึกษาส่วนใหญ่แล้วนั้นจะครอบคลุมตั้งแต่ค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน ค่าเดินทางไป-กลับ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันตลอดระยะเวลาที่เราไปเรียนต่ออังกฤษอีกด้วย ในเรื่องรูปแบบของทุนการศึกษานั้นก็มีมากมายหลายแบบ ทั้งทุนให้เปล่าที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทุนเรียนต่อเพื่อการทำวิจัย ทุนสำหรับพนักงานบริษัทหรือทุนสำหรับบุคคลภายนอกที่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานเป็นเวลากี่ปีๆ หากทุนไหนดึงดูดเราแล้วล่ะก็ อย่ารอช้า รีบหาข้อมูลแล้วสมัครเดี๋ยวนี้เลย

3.เข้าร่วมโครงการ Work Placement
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อโครงการ Work Placement กันมาแล้ว ซึ่งสายขยันที่ต้องการจะทำทั้งเรียนต่อและทำงานหาประสบการณ์ที่อังกฤษไม่ควรพลาด เพราะโครงการ Work Placement นั้นเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปเรียนต่ออังกฤษในมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อ ซึ่งก็มีด้วยกันหลายแห่ง หลังจากที่เราสำเร็จการศึกษาแล้ว เราก็สามารถเข้ารับการฝึกงานในบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายที่เรียนได้เลย เรียน 1 ปี ฝึกงานต่ออีก 1 ปี รวมแล้วเราก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ ประสบการณ์ที่ได้ก็คงจะเยอะไม่น้อยทีเดียว ดีไม่ดีทางบริษัทที่เราฝึกงานด้วยอาจจะจ้างเราทำงานต่อก็ได้ หากเรามีผลงานดี ตั้งใจทำงาน หากใครที่อยากหาโอกาสเรียนต่ออังกฤษแล้วฝึกงานต่อด้วย ก็ลองเริ่มติดต่อหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ได้เลย

ทั้ง 3 ช่องการไปเรียนต่ออังกฤษนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนต่างก็น่าสนใจทั้งนั้น หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังคิดจะไปเรียนต่ออังกฤษกันบ้างไม่มากก็น้อย หากตัดสินใจจะไปเรียนต่อแล้ว อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งรีรอ รีบหาข้อมูลแล้วติดต่อสมัครทันที แบบนี้ ความฝันในการเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษของเราก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว