ประเทศอังกฤษ พร้อมเปิดประเทศ 19 ก.ค.นี้

0
407

นายซาจิด จาวิด รมว.สาธารณสุขอังกฤษ แถลงสภาผู้แทนราษฎร วันจันทร์ยืนยัน รัฐบาลอังกฤษจะผ่อนคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 4 ตามแผน ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นการปลดล็อกมาตรการเข้มงวดทั้งหมด รวมทั้ง การบังคับใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม และ คำแนะนำให้ทำงานที่บ้าน โดยเรียกวันปลดล็อกครั้งนี้ว่า “Freedom Day วันแห่งอิสรภาพ” หลังจากที่อังกฤษประกาศล็อกดาวน์ครั้งที่ 3 ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม แล้วทยอยปลดล็อกเป็นระยะตามสถานการณ์ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา

การปลดล็อกครั้งนี้ เลื่อนจากกำหนดเดิม 21 มิ.ย. เป็น 19 ก.ค. เพื่อ ระดมฉีดวัคซีนแก่ประชาชนผู้ใหญ่ให้ได้มากที่สุด และเพื่อต่อสู้กับ โควิดกลายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่ติดต่อได้ง่ายขึ้น และกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหราชอาณาจักร

จากก่อนหน้านี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้แถลงว่า การระบาดใหญ่จะยังไม่จบลงง่ายๆ และจะไม่สิ้นสุดลงในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้น หากเราไม่กลับมาเปิดประเทศในอีก 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตรงกับ “ช่วงฤดูร้อน” และ “ปิดเทอมใหญ่” เราก็ต้องมาถามตัวเองว่า แล้วจะเปิดเมื่อไหร่

แต่การปลดล็อกระยะที่ 4 วันจันทร์ที่ 19 ก.ค.นี้ มีเงื่อนไขว่าต้องสอบผ่าน “เกณฑ์ทดสอบ 4 ข้อ” ในการควบคุมโรคระบาด คือ 1.การให้วัคซีนแก่ประชาชน 2.ประสิทธิภาพของวัคซีน 3.อัตราผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 4.เชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่

นายจอห์นสัน ย้ำว่า โรคระบาดครั้งนี้ยังไม่ยุติลง คาดว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ประชาชนต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสชนิดนี้ รู้จักใช้วิจารณญาณและความระมัดระวัง นายจอห์นสัน ยังได้วาง โรดแม็ปการอยู่ร่วมกับโควิด ดังนี้

1.ลดระยะเวลาการฉีดวัคซีน 2 เข็มของผู้มีอายุต่ำกว่า 40 ปี จากเดิม 12 สัปดาห์เป็น 8 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายให้ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนครบ 2 โดสภายในกลางเดือนกันยายน 2.ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะจัดให้มีการฉีด “วัคซีนเข็ม 3” เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานให้กลุ่มบุคคลที่มีสุขภาพเปราะบางที่สุด 3.ยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคาร แต่ให้ทำตามความสมัครใจ 4.การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 1 เมตร หากไม่สามารถทำได้ในระยะ 2 เมตร 5.ยกเลิกข้อจำกัดจำนวนคนที่พบกันในอาคารและนอกอาคาร 6.ยกเลิกการจำกัดจำนวนคนเข้าชมคอนเสิร์ต ละครเวที การแข่งขันกีฬา 7.ธุรกิจทุกประเภทจะกลับมาเปิดได้ตามปกติ รวมทั้งไนต์คลับ

Comments are closed.