เปรียบเทียบ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” – “คนละครึ่ง” อันไหนที่เหมาะกับเราไปดูกัน

0
318

เปรียบเทียบ 2 โครงการรัฐ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” กับ “คนละครึ่ง” ที่ประชาชนต้องเลือกใช้โครงการใดโครงการหนึ่ง โครงการไหนถึงจะเหมาะกับเรามากที่สุด ซึ่งมีเวลาตัดสินใจจนถึง 28 มิ.ย.2564 นี้ โดย 2 มาตรการไม่สามารถใช้พร้อมกันได้ ไปดูว่าแต่ละโครงการมีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

“ยิ่งใช้ยิ่งได้” เปิดให้ลงทะเบียนแล้ววันนี้ (21 มิถุนายน 2564) เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 22.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน “G-Wallet” บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ทุกวันไปจนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ เริ่มใช้จ่ายจริง 1 กรกฎาคม 2564 นี้

การใช้สิทธิ “ยิ่งใช้ยิ่งได้”

– ใช้สิทธิ ผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น (เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนใช้จ่าย ไม่สามารถตัดบัตรเครดิตเดบิตได้)

– สามารถใช้จ่ายได้กับร้านค้าประเภททั่วไป ห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ร้านบริการต่างๆ ที่จดทะเบียนออก vat ได้ และต้องเป็นร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการเท่านั้น

– ใช้กับร้านค้า หรือสั่งซื้อกับเวป online “ไม่ได้” เพราะ ต้องใช้ G-Wallet สแกนจ่าย QR ของถุงเงิน

การรับ E-Voucher สูงสุด 7,000 บาท ทำอย่างไร
จะต้องมีการใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 60,000 บาท โดยจะต้องใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการก่อน หลังจากนั้นรัฐจึงจะคืนเงินให้ 10-15% ของค่าใช้จ่ายนั้นๆ โดยจะโอนเงินเข้าให้ใน G-Wallet ของแอปฯ เป๋าตังทุกต้นเดือนถัดไป โดยเงินนี้จะไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินสดได้ แต่สามารถใช้จ่ายผ่านเป๋าตังได้

คุณสมบัติยิ่งใช้ยิ่งได้มีดังนี้
– สัญชาติไทย
– อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
– ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
– ไม่เป็นผู้ที่ใช้สิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
– ไม่เป็นผู้ใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งเฟส 3”
– ต้องจับจ่ายในร้านค้าที่จดทะเบียน VAT
– ผู้ที่เคยได้สิทธิเราชนะ/ม.33เรารักกัน สามารถเข้าร่วมโครงการได้

มาต่อกันที่โครงการ “คนละครึ่ง” หรือ “คนละครึ่งเฟส 3” ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ขณะนี้ก็เหลืออยู่ราวๆ 3 ล้านสิทธิ ซึ่งเงื่อนไขการใช้สิทธินั้น รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วัน โดยที่ยอดรวมการใช้สิทธิ คนละครึ่ง ไม่เกิน 3,000 บาทตลอดโครงการ (รัฐฯให้ 3,000 บาท เราต้องเติมเงิน 3,000 บาท เพื่อจะได้ใช้จ่ายได้ 6,000 บาท)

คุณสมบัติ “คนละครึ่ง”
– ผู้มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย
– อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
– ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถรับสิทธิโครงการคนละครึ่งได้ โดยสามารถตรวจสอบมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐฯ ได้ที่ www.cgd.go.th

เมื่อเปรียบเทียบรายละเอียดของทั้ง “ยิ่งใช้ยิ่งได้” และ “คนละครึ่ง” จะเห็นว่า สำหรับ ยิ่งใช้ยิ่งได้ จะเน้นให้ผู้ที่ใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการที่จดทะเบียน VAT ซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ เป็นผู้ที่มีการใช้จ่ายหรือกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง ส่วน “คนละครึ่ง” จะเน้นไปที่การใช้จ่ายในแต่ละวันเพื่อช่วยลดราคาที่ต้องจับจ่ายจริงลงครึ่งหนึ่ง หรือลดภาระค่าครองชีพลงนั่นเอง ทุกท่านลองเลือกดูว่า โครงการไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด โดยมีเวลาไปจนถึงวันที่ 28 มิ.ย.2564 นี้ อย่าลืมนะว่า ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

Comments are closed.