ประโยชน์จาก “บุก” ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน ใครอยากผอมต้องอ่าน

0
274

 

 

บุก” ปลูกง่ายรายได้ดี เป็นทั้งอาหารและยา - Chiang Mai News

สรรพคุณดีๆจาก บุก ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน วันนี้เรามาเรียนรู้กันให้มากขึ้นกัน แล้วเพื่อนๆจะต้องอยากหันมาทานบุกกันอย่างแน่นอน

ประโยชน์และสรรพคุณบุก

  1. เป็นยาบำรุงธาตุ
  2. ขับลม
  3. แก้บิด
  4. แก้โรคไขข้ออักเสบ
  5. ลดความอ้วน
  6. บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง
  7. แก้ริดสีดวงทวาร
  8. ใช้ขับเสมหะ 
  9. ใช้พอกฝี
  10. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  11. เป็นยารักษาโรคมะเร็ง
  12. แก้อาการไอ
  13. ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติของสตรี
  14. แก้โรคตับ
  15. ใช้แก้พิษงู
  16. แก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
     

           ในการวิจัยบุกในปัจจุบันพบว่า เมื่อเรารับประทานบุกที่มีกลูโคแมนแนน ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง กลูโคแมนแนน จะดูดน้ำที่มีมากในกระเพาะอาหารของเรา แล้วเกิดการพองตัวจนทำให้เรารู้สึกอิ่มอาหารได้เร็วและอิ่มได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เรารับประทานได้น้อยลงกว่าปกติด้วย อีกทางกลูโคแมนแนน จากบุกก็มีพลังงานต่ำมาก กลูโคแมนแนน จึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักและเป็นอาหารของผู้ที่ต้องการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี 
นอกจากนี้ สารกลูโคแมนแนนนี้ สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ก็เนื่องจากความเหนี่ยว ซึ่งยับยั้งการดูดซึมของกลูโคลสจากทางเดินอาหาร ยิ่งหนืดมาก็ยิ่งมีผลลดการดูดซึมกลูโคลส ดังนั้น กลูโคแมนแนนช่วยลดน้ำตาลได้ดีมาก ปัจจุบันจึงใช้แป้งเป็นวุ้น เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมีไขมันในเลือดสูง

 

การศึกษาทางเภสัชวิทยาของบุก

• ใช้บุกในการควบคุมน้ำหนักตัว และลด cholesterol กลูดคแมนแนน ที่พองตัวจะห่อหุ้มอาหารที่กินเข้าไป ไม่ให้สัมผัสกับน้ำย่อย จึงใช้บุกในการควบคุมน้ำหนักตัว นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับไขมัน และกรดน้ำดี (bile acid) และขับถ่ายออกนอกร่างกาย จึงช่วยลดระดับ cholesterol และ triglyceride

ลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากลดการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส
• ช่วยในการขับถ่าย และระบาย การพองตัวของกลูโคแมนแนน ในทางเดินอาหาร จะกระตุ้นทางเดินอาหารส่วนล่าง โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ให้บีบตัวขับกากอาหารที่คั่งค้างออกมา จึงอาจช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้
• นำสารสกัดบุกที่มีการดำจัดพิษแล้ว ให้หนูใหญ่รับประทานบุกครั้งละ 15 กรัม ต่อ 1 กิโลกรัม ต่อต่อกันเป็นระยะเวลา 2 – 3 สัปดาห์ พบว่าระดับของคอเลสเตอรอล ในเลือดของหนูที่กินบุกลดลงคิดเป็น 44% และ Triglyceride ลดลงคิดเป็น 9.5%
• เมื่อนำสารที่สกัดได้จากบุกที่มีการกำจัดพิษแล้ว ให้หนูใหญ่ที่มีอาการบวมที่ขารับประทานครั้ง 15 กรัม ต่อ 1 กิโลกรัม พบว่า อาการบวมที่ขาของหนูลดลง

เนื่องจากบุกมีสารชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และคันตามผิวหนัง คือแคลเซียมออกซาเลท มีลักษณะเป็นผลึกรูปเข็ม มีมากในเนื้อของหัวบุก ผลึกแคลเซียมออกซาเลท หากสะสมในร่างกายมากๆ อาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันอาการแพ้คันเหล่านี้ก่อนบริโภคจึงควรทำให้สุกก่อน
o ต้นอ่อนของบุก การกินต้นอ่อนของบุกต้องต้มในน้ำเดือนก่อน มิฉะนั้นจะคัน เนื่องจากมีผลึกแคลเซียมออกซาเลท
o หัวบุก ควรแช่ล้างเนื้อในหัวบุก ในน้ำนานมาก โดยขยำเนื้อบุกกับน้ำปูนในและแช่น้ำ แล้วถ่ายน้ำหลายๆครั้ง ก่อนกินควรต้ม นึ่ง หรือปิ้งก่อน
o ผงบุก
o ควรละลายน้ำหรือดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้วุ้นพองตัวเต็มที่ ไม่ไปดูดน้ำในทางเดินอาหารแล้วจับตัวเป็นก้อนอุดตันทางเดินอาหาร
o กินผงวุ้นบุก ในปริมาณสูงอาจทำให้ท้องอืด หรือท้องเดินได้
o กินผงวุ้นบุกในปริมาณสูงต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจมีผลทำให้การดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ลดลงได้

Comments are closed.