เรื่องเล่าสุดสยอง วิญญาณสาวคอยตามจองเวร! เหตุเกิดที่ คอนโดหรู กลางกรุง ริมน้ำเจ้าพระยา”

เรื่องเล่าสุดสยอง วิญญาณสาวคอยตามจองเวร! เหตุเกิดที่ คอนโดหรู กลางกรุง ริมน้ำเจ้าพระยา

วิญญาณ

เรื่องนี้จากที่ได้อ่านได้ฟัง ถึงขั้นหลอนขนหัวลุกจริงๆครับ โดยเป็นการเล่าผ่านรายการวิทยุชื่อดัง “อังคารเช็คดวง” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 60 ที่ผ่านมานี้เอง เป็นเรื่องราวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไปพักอาศัยอยู่ที่คอนโดหรูกลางกรุง แห่งหนึ่ง จนทำให้เกิดเรื่องสยองต่างๆขึ้นมากมายรอบตัวของผู้ไปพักอาศัยจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ต่างๆมีดังต่อไปนี้

เรื่องพวกนี้ถ้าใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ เราจะเล่าสิ่งที่เราได้พบเจอตั้งแต่เข้าไปอยู่ที่คอนโดแห่งนี้ให้ได้อ่านกันค่ะ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับคนที่จะเลือกอยู่เลือกซื้อที่ไหน ให้ตรวจสอบเช็คให้ดีก่อนเข้าอยู่ก่อนนะคะจะได้ไม่มาเสียใจที่หลัง

ต้องขอบอกก่อนเลยนะคะว่าไม่ได้ต้องการจะทำให้ตัวเองฮือฮาให้คนอื่นมาสนใจหรืออะไร อยากเล่าอยากแชร์ประสบการณ์จริงๆค่ะ เพราะเรื่องนี้ก็เกิดกับคนในครอบครัวเรา ไม่มีใครอยากเอาคนในครอบครัวที่เสียไปมาล้อเล่นหรอกนะคะ

เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ คือเราไม่ได้ซื้อแต่เราอยู่ในฐานะผู้เช่า ด้วยความที่บ้านเก่าของเราอยู่ในกรมทหารละแวกๆนั้น เราเลยคุ้นชินกับแถวนั้นค่ะ แล้วพอได้ออกมาอยู่ข้างนอกเราก็เลยคิดว่าจะอยู่ที่ใหม่ทั้งทีขอเป็นที่ดีๆหน่อย ในหัวเราก็คิดแต่ว่าอยากจะอยู่คอนโด คอนโดแถวนี้สร้างใหม่เยอะแยะเลย แถมติดกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าใต้ดินด้วย

เราก็เริ่มดูคอนโดละแวกนั้นทีละที่ค่ะ พูดได้ว่าดูครบทุกคอนโดที่อยู่ย่านนั้นเลยก็ว่าได้ แต่อะไรไม่รู้ทำให้เราเลือกคอนโดนี้ค่ะ เราขอไม่เอ่ยถึงรายละเอียดของตัวคอนโดมากนะคะ วิวด้านทิศใต้ของตึกนี้ห้องนี้ที่เราจะเช่า ถ้าอยู่ชั้นสูงๆขึ้นไปหน่อยก็จะเห็นเป็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาชัดเจนสวยงามค่ะ

ซึ่งคอนโดนี้ค่อนข้างที่จะสูง เรียกว่าสูงมากในย่านนั้นเลยค่ะ แต่เราเลือกที่จะเช่าอยู่ชั้นล่างสุด เหตุผลที่ว่าเราเช่าอยู่ชั้นล่างสุดเป็นเพราะแม่เราค่อนข้างไม่ชอบที่สูงๆมากค่ะ

พออยู่ชั้นต่ำหน่อยก็จะมองไม่ค่อยเห็นแม่น้ำเท่าไหร่ แต่ยังได้รับลมจากแม่น้ำอยู่ค่ะ วิวจากห้องของเราถ้ามองออกมาจากทางระเบียง จะเหมือนเป็นชุมชน ที่มีบ้านคน มีวัด มีต้นไม้ขึ้นเยอะๆดูเหมือนป่า ประมาณนี้ค่ะ พอตกลงเช่าเสร็จสรรพเราก็ย้ายเข้าไปอยู่ค่ะ คนที่อยู่ด้วยก็จะมี เรา แม่ น้องชาย แล้วก็ลูกเราค่ะ ห้องก็ไม่ได้ใหญ่มากนะคะ แต่ด้วยความที่เราเคยอยู่แฟลตทหารมาก่อน เคยอยู่เป็นแบบห้องๆแบบนี้อยู่แล้ว เรื่องขนาดก็ไม่ได้เป็นปัญหาค่ะ เราสามารถอยู่กันได้ เพราะส่วนของห้องครัวห้องน้ำจะแยกออกไปมีประตูกั้นอย่างชัดเจน

อาทิตย์แรกที่เข้าไปอยู่ จากที่เราดีๆอยู่ เราก็เริ่มรู้สึกไม่สบายค่ะ รู้สึกแขนชา ขาชา ยืนแทบจะไม่ได้ มันชาไปหมด เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เราเสิร์ทในกูเกิ้ลก็ขึ้นโรคนั้นโรคนี้ต่างๆนาๆ เราก็กลัวเลยไปหาหมอ หมอตรวจได้ยามากินก็เริ่มดีขึ้นค่ะ แต่จะแปลกคือ มีอยู่คืนนึงเรานอนฝันว่าเรานั่งอยู่ในรถแท็กซี่ มีผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ข้างๆเรา ซึ่งผู้หญิงคนนี้เราไม่รู้จัก แล้วจู่ๆเค้าก็หันหน้ามาอย่างเร็วแล้วเค้าก็บีบคอเราค่ะ แล้วจากหน้าเค้าที่สวยๆก็กลายเป็นหน้าที่มีเลือด แล้วเราก็สะดุ้งตื่นค่ะ

เราก็คิดว่าเราแค่ฝันร้ายคงไม่มีอะไร แต่ก็มีสิ่งที่แปลกอยู่อีกก็คือ ลูกชายของเรา(อายุ 6ขวบ) เค้าตื่นจากนอนเค้าจะร้องไห้แล้วบอกแม่ๆหนูฝันเห็นผี เราก็คิดว่าลูกคงจะฝันร้าย แล้วก็เลยกลัวตามประสาเด็ก เราเลยถามลูกไปว่า ไหนบอกแม่ซิผีที่หนูเห็นเป็นยังไง ผู้ชายหรือผู้หญิง ลูกเราก็ตอบกลับมาว่าผู้หญิงค่ะ แล้วก็ร้องๆๆๆ เราเลยโอ๋เลยปลอบลูก สักพักลูกก็เงียบ หลังจากนั้นลูกก็ไม่ได้ฝันเห็นอะไรแบบนี้อีก ตามประสาเด็กด้วยค่ะลืมง่าย

เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดแห่งนั่นมาเรื่อยๆ เราย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดนี้ตอนปลายเดือน มิถุนาฯ 2559 ค่ะ พอมาถึงต้นเดือนธันวาฯเราก็ต้องบินไปหาแฟนที่ประเทศสวิสฯ เราอยู่สวิสฯได้สองเดือนกว่าๆ ก็บินกลับมาไทย ช่วงกลางเดือนกุมภาฯ 2560 ค่ะ พอมาถึงสิ้นเดือนกุมภาฯ วันนั้นเป็นวันสิ้นเดือนพอดี วันที่ 28 กุมพาพันธ์ 2560 มันเป็นวันที่เราจำได้ดีเป็นวันที่เราจำได้ขึ้นใจและคงไม่มีวันลืม เพราะมันคือวันที่เราเสียใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

วันนั้นช่วงตอนประมาณหกโมงเย็น แม่เราชวนเราออกไปหาซื้อกับข้าวข้างนอก เราก็ออกไปกับแม่แล้วก็ลูกชายเราค่ะ จะเหลือแต่น้องชายของเราที่นอนอยู่ที่ห้องคนเดียว ซึ่งก่อนออกไปคือท่าทางทุกอย่างดูปกติมากดูไม่ผิดสังเกตอะไร น้องเรานอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟา ใส่หูฟัง คงจะดูเป็นต่อหรือเล่นเฟสเล่นยูทูป เปิดเพลงแบบที่เคยทำเป็นประจำ

ก่อนออกมาน้องเราพูดกับแม่ว่า แม่ขอตังหน่อยร้อยนึง แม่เราเลยบอกแม่ไม่มีเศษตังเลยลูก แม่เลยเดินเข้าไปลูบผมน้อง แล้วบอกกับน้องว่าเดี๋ยวแม่มาไปแปปเดียว แม่ไปหาซื้ออะไรมาให้กิน กลับมาค่อยเอาตังนะลูก

แล้วเราก็ออกจากห้องกันมา ออกมาได้ประมาณชั่วโมงชั่วโมง กว่าๆ เสียงโทรศัพท์ของแม่เราก็ดังขึ้น เป็นเจ้าหน้าที่จากฝ่ายนิติบุคคลของคอนโดที่เราอยู่โทรเข้ามาค่ะ เจ้าหน้าที่ถามแม่เราว่า ขอโทษนะคะใช่คุณที่พักอยู่ห้องชั้น 9 เบอร์ห้อง รึเปล่าคะ

แม่เราก็บอกอ๋อใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ เจ้าหน้าที่ก็บอกกับแม่เราว่า พอดีว่าเสียงสัญญานเตือนที่ห้องมันดังอ่ะค่ะ (เราก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร ที่จะติดอยู่บนเพดานในห้องแล้วเวลามีควันเยอะๆเครื่องนี้จะส่งเสียงร้องสัญญานเตือน) พอไปเคาะประตูก็ไม่มีใครเปิด ไม่ทราบว่ามีใครอยู่ที่ห้องรึเปล่าคะ แม่เราเลยบอกว่ามีนะคะ มีลูกชายนอนอยู่ในห้องค่ะ ลองเคาะประตูดูอีกครั้งนะคะ เดี๋ยวจะรีบกลับค่ะ

พอแม่เราวางสายเลยเล่าให้เราฟัง เราเลยคิดว่ามันจะดังได้ไง น้องสูบบุหรี่ในห้องหรอ ไม่น่าใช่ ควันบุหรี่คงไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น หรือว่าน้องหิวรอไม่ไหวเลยทำอะไรกิน ทอดไข่หรืออะไร พอสัญญานเตือนดังแล้วมีคนมาเคาะประตูแล้วรู้ว่าคงเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอนโด น้องเลยกลัวเลยไม่กล้าเปิดประตูรึเปล่า ตอนนั้นเราคิดอยู่แค่นั้นจริงๆค่ะ แต่อีกใจนึงมันก็รู้สึกแปลกๆ รู้สึกใจมันหวิวๆ เต้นตุบๆ

พอมาถึงที่คอนโดภาพที่เราเห็นคือด้านล่างคอนโดคนเยอะมาก คนเต็มไปหมด ซึ่งปกติทุกวันไม่เยอะขนาดนี้ เราก็เลยรีบขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องค่ะ พอลิฟท์เปิดออก เอ้าที่ชั้นที่เราอยู่คนก็เต็มไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ก็รีบเดินไปที่ห้อง เห็นประตูห้องเปิดอยู่ มีคนอยู่ในห้อง 4-5 คนได้ แม่เราเลยถามว่าตกลงว่ามีอะไรหรอคะ มีเจ้าหน้าที่นิติบุคคลเดินเข้ามากันแม่เรากับเราไว้ บอกว่าอย่าพึ่งเข้าไปเลยนะคะ แม่เราเลยถามว่าทำไมก็อยู่ห้องนี้ ทำไมเข้าไม่ได้ แม่เราเลยมองเข้าไปในห้อง ถ้ามองเข้าไปจะเห็นโซฟาตัวที่น้องชอบนอน แต่ตอนนั้นไม่เห็นน้อง แม่เราเลยถามเจ้าหน้าที่ว่าแล้วลูกชายฉันล่ะอยู่ไหน เข้าห้องน้ำหรอ แม่ก็ทำท่าจะเดินเข้าไป เจ้าหน้าที่ก็ห้ามไว้อีก

เจ้าหน้าที่เลยบอกกับแม่ว่า คุณแม่คะ คุณแม่ใจเย็นๆแล้วทำใจดีๆไว้นะคะ แล้วเค้าก็ยื่นโทรศัพท์เปิดรูปให้แม่ดู แล้วถามแม่ว่า ใช่ลูกชายของคุณแม่รึเปล่าค่ะ พอแม่เราเห็นรูปเท่านั้นแหละค่ะ แม่เราปล่อยโฮออกมาแล้วเป็นลมล้มพับลงไปกับพื้นเลย เราเลยขอดู ซึ่งพอเห็นแค่แว๊บเดียวเรารู้ได้เลยทันทีว่านั่นคือน้องเรา เราก็ปล่อยโฮแล้วนั่งฟุบลงไปนั่งที่พื้นทันทีเลยค่ะ (ลืมบอกไปว่าตอนนั้นเราตั้งครรภ์อยู่ประมาณสองเดือนกว่าๆด้วย) เราแทบเป็นลม

รูปที่เราเห็นคือ น้องชายของเรานอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ใส่แค่กางเกงกีฬาตัวเดียว เสื้อไม่ได้ใส่ น้องเราปกติเป็นคนชอบแต่งตัว สะอาดสะอ้าน ทำไมเลือกโดดลงไปโดยใส่แค่กางเกงกีฬาตัวเดียวแบบนั้น เจ้าหน้าที่นิติบุคคลที่โทรไปบอกว่ามีสัญญานเตือนดังที่ห้อง คือเค้าโกหกแม่เราค่ะ คือตอนนั้นน้องเรากระโดดลงไปแล้วเสียชีวิตแล้ว แต่เค้าไม่อยากบอกแม่เราผ่านโทรศัพท์ค่ะ

ตอนนั้นทุกอย่างมันมืดมิดไปหมดค่ะ มันเกิดขึ้นเร็วมาก มันตั้งตัวไม่ทัน คำถามผุดขึ้นมาในหัวมากมายว่าทำไม ทำไม ทำไมน้องถึงทำแบบนั้น น้องเป็นอะไรทำไม่ไม่พูดคุยกัน ทั้งๆที่ก็ยังดีๆอยู่ ทำไม ทำไมมาจากกันไป ทิ้งกันไปแบบนี้ มันเสียใจมาก มันเจ็บมากจริงๆค่ะ ลืมบอกไปน้องเราตอนนั้นอายุ 21 ย่าง 22 ค่ะ ซึ่งน้องได้สมัครเข้าเกณฑ์ทหารช่วงเดือนเมษาฯ-พฤษภาฯ ที่จะถึงอยู่แล้ว แต่มีเหตุการณ์นึงที่ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าตอนเช้าของวันที่น้องเราจะเสียน้องเราได้โทรศัพท์ไปหาพ่อบอกว่า น้องอยากบวชให้พ่อแม่ก่อนจะต้องไปทหาร บวชสัก 7-9 วัน พ่อเราก็ตกลงโอเค แล้วโทรมาคุยกับแม่เราเรื่องน้องว่าน้องขอบวชก่อนไปทหาร แม่เราก็ยินดี ดีใจ ปลื้ม ที่น้องจะบวชให้พ่อให้แม่ แม่เตรียมลองผ้าไหมผ้าถุงให้เราดูใหญ่ ว่าแม่จะใส่ชุดนี้ๆ นะวันบวชน้อง

เราก็คุยกันกับแม่ว่าจะบวชแบบบอกแค่คนสนิทหรือจัดเป็นพิธีบอกคนมีดนตรีมีโต๊ะจีนไปเลย แม่เราก็เลยบอกก็แล้วแต่เราลองคุยกับพ่อดู เดี๋ยวแม่จะหาฤกษ์บวชเร็วๆนี้ว่าตรงกับวันไหน ก็ตกลงกันเรียบร้อยเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พอตกเย็นมาน้องเราก็กระโดดคอนโด จากพวกเราไปแบบไม่มีวันกลับ

ถ้าถามว่าเราเชื่อเรื่องที่เคยได้ยินมามั้ยว่า คนจะบวชมักมีมารผจญ แต่ก่อนเราเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ตอนนี้เราเชื่อ 100% แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเรื่องนี้อย่างเดียวหรือเปล่า หรือน้องอาจจะมีอะไรในใจ

เราเลยเอาโทรศัพท์น้องมาเปิดดูประวัติการโทร เช็คข้อความในเฟสว่าได้คุยหรือปรึกษาอะไรกับใครบ้างหรือเปล่า ซึ่งทุกอย่างก็คุยปกติดี ล่าสุดน้องพิมพ์ข้อความไปหาเพื่อนทางเฟสก่อนที่น้องจะกระโดดประมาณชั่วโมงนึง

น้องพิมพ์ไปชวนเพื่อนรุ่นพี่คนนึงว่า พี่มาเล่นฟิตเนสกันที่คอนโดผม นี่คือข้อความล่าสุด ซึ่งทุกอย่างมันดูปกติมากจริงๆ แต่เพื่อนคนนั้นคงไม่ได้ออนเฟสอยู่ตอนนั้นเลยยังไม่ได้ตอบกลับอะไร

มีคนเล่าให้เราฟังว่าก่อนหน้านี้ 1 เดือน ที่คอนโดนี้ตึกนี้ แต่เป็นคนละชั้นกับเรา ก็มีฝรั่งหน้าตาดีกระโดดลงมาเสียชีวิต ด้วยความที่เราทุกข์ใจกังวลใจหลังจากงานศพน้องจบลง เราก็ได้ไปหาพ่อปู่ท่านนึง ท่านเป็นพ่อปู่ที่เรานับถือ คือ เราไม่รู้ว่าเราจะต้องพึ่งทางไหนแล้วจริงๆค่ะ เราแค่อยากรู้ว่าตอนนี้น้องเราจะเป็นยังไงมั่ง น้องอยู่ที่ไหน น้องหิวมั้ย เพราะจากที่เราเคยได้ยินมา คนที่ฆ่าตัวตาย คือ คนที่บาปมากจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด จะต้องวนเวียนฆ่าตัวตายอยู่แบบนั้นในเวลาเดิมๆทุกๆวันซ้ำแล้วซ้ำเล่า 500 ชาติ

เราเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้พอสมควรค่ะ ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าเราอยากจะช่วยน้องเรา มีอะไรที่พอจะช่วยจะทำให้น้องหลุดจากบ่วงกรรมนี้หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาบ้างรึเปล่า

ที่เราจะเล่าต่อจากนี้ใช้วิจารณญานความเชื่อของแต่ละบุคคลนะคะ เราไปถึงบ้านพ่อปู่ที่จะทรงพระพิฆเนศร์กับทรงท่านท้าวเวสสุวรรณ วันนั้นท่านทรงท้าวเวสสุวรรณค่ะ เราก็ก้มลงกราบท่าน ท่านก็ถามว่าวันนี้มีเรื่องอะไรเป็นอะไรถึงมา

เราเลยบอกลูกอยากจะมาดูเรื่องของน้องชายที่พึ่งเสียไปค่ะ อยู่ๆท่านก็พูดขึ้นมาว่า “มันกระโดดตึก” เรานี่ขนลุกแล้วก็สะดุ้งเลยค่ะ คือ คนเราจะตายได้หลายแบบมาก ทำไมท่านถึงรู้ ท่านเลยบอกฉันรู้ฉันเห็น แล้วท่านก็หลับตาพร้อมกับพูดว่า อืมมม มันหน้าตาดีนะ ตัวสูง แต้ถ้าเธอเห็นสภาพของน้องเธอตอนนี้เธอจะรับไม่ได้

พ่อปู่ก็อธิบายว่าเลือดเต็มไปหมด ทางด้านขวาของตัวน้องเราช่วงหน้าอกยุบลงไป ตอนที่กระโดดลงไปหัวไม่ได้กระแทกพื้นตายนะ แต่ช่วงหน้าอกกระแทกทำให้กระดูกหัก ขั้วหัวใจฉีกขาด ซึ่งเชื่อมั้ย ตรงกับใบบรณะบัตรที่แพทย์ได้ทำการชันสูตรศพ แล้วในใบบรณะบัตรลงว่าสาเหตที่เสียชีวิตคือ ขั้วหัวใจฉีกขาด

เราเลยถามท่านว่าทำไมน้องถึงต้องทำร้ายตัวเองแบบนั้นคะ ทำไมน้องถึงเลือกที่จะไป ท่านเลยบอกเราว่า ฉันเห็นเป็นผู้หญิง ผู้หญิงอยู่ที่นั่น เราก็ตกใจแล้วถามว่าใครคะ ท่านเลยบอกเค้าอยู่ที่นั่นมานานแล้ว อยู่ก่อนที่คอนโดจะสร้างเสร็จ พ่อปู่บอกเราว่าน้องไม่ได้อยากจะไป แต่ตอนนั้นเหมือนจะเคลิ้มหลับอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงเรียกมาจากทางระเบียงของห้อง แล้วก็เหมือนมีใครพาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ระบียง

ประตูกระจกเลื่อนตรงระเบียงมันปิดอยู่ใช่มั้ย เราก็นึกถึงตอนที่ก่อนเราจะออกมาจากห้อง ใช่มันปิดอยู่ เพราะว่าเปิดแอร์ พ่อปู่เลยบอกน้องของเธอไม่ได้เปิดเองนะ เค้าเปิดให้ เท่านั้นแหละ พอน้องของเธอมารู้สึกตัวอีกทีก็คือตัวเองลงไปนอนอยู่ข้างล่างแล้ว กระอักเลือดอยู่สามสี่ครั้งแล้วก็หลับไปเลย

เราร้องไห้ออกมาเลยค่ะ พ่อปู่ท่านพูดทุกอย่างเล่าเป็นฉากๆ เราก็คิดนะว่ามันจริงหรอ วิญญานจะมีพลังมีอำนาจพาคนๆนึงไปตายขนาดนั้นเลยหรอ พ่อปู่เหมือนรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ ท่านเลยพูดขึ้นมาว่า น้องเธอตอนนั้นอยู่ในช่วงดวงตกจิตตกนะ วิญญานผู้หญิงตนนั้นเค้ารออยู่แล้ว เค้าอยากให้น้องเธอไปอยู่ด้วย จริงๆแล้วมันมีรายละเอียดที่คุยกับพ่อปู่มากกว่านี้เยอะค่ะ

ได้คุยกับน้อง ได้สื่อกับน้องด้วย แต่คงจะยาวมากถ้าเล่าแค่นี้ก็ยาวมากแล้ว แต่ทุกเรื่องที่ท่านพูด ทุกเรื่องที่ท่านทัก เชื่อมั้ยคะเราไม่สามารถบอกได้เลยว่าเรื่องไหนไม่ตรง เพราะตรงทุกเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอใช้ของน้อง ที่เค้าหวงเค้าอยากจะให้ใคร คือ ท่านพูดเหมือนตาท่านเห็น แต่ท่านบอกท่านไม่ได้เห็น ท่านสื่อกับน้อง น้องบอกมาแบบนั้นเลยพูดออกมาตามที่น้องบอก ไม่ได้หมอดูหมอเดาอะไรทั้งนั้น

เราแค่อยากจะบอกว่าเราเป็นหนึ่งในครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ แล้วก็มั่นใจมากๆว่าเป็นที่เดียวกับคุณที่โทรเข้ามาเล่า แต่ที่น่าสังเกตนะคะ คนที่กระโดดคอนโดแห่งนี้ จะเป็นผู้ชายทุกคน(เท่าที่เรารู้มา) แล้วก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นอายุไม่มากทุกคน

อ่อลืมบอกไปค่ะ พ่อปู่ท่านบอกกับเราอีกว่า คอนโดแห่งนี้ถ้ายังมีคนอยู่ก็จะมีคนกระโดดลงมาแบบนี้เรื่อยๆ ไม่ใช่ตัวตายตัวแทนแต่เป็นคนที่เค้าอยากจะเอาไปอยู่ด้วย

เรื่องนี้ถึงบอกใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ ใช้วิจารณญานในการอ่านค่ะ เรามาเล่าเพราะเราประสพพบเจอด้วยตัวเองจริงๆ มีเพื่อนเราหลายๆคนที่พอจะมีเซ้นต์เรื่องพวกนี้มาบอกเราทีหลังนะคะว่า รู้สึกแปลกๆตั้งแต่ขึ้นลิฟท์ที่คอนโดแล้ว ยิ่งพอมาถึงตรงทางเดินยิ่งรู้สึกแปลก พอออกไปมองตรงระเบียงห้องยิ่งรู้สึกว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้าบอกเรา เพราะกลัวเรากลัว

ที่มา : รายการวิทยุ อังคารเช็คดวง, tnews

ดูดวงทำนายฝันดูดวงวันนี้ไสยศาสตร์ลึกลับสูตรหวย

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
ไสยศาสตร์ลึกลับ
- 2017-11-29 5:56:26 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่านดวง 2,163 คน คน

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้
วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

  • ผลหวย ตรวจหวย