เปิดประวัติ ประเพณีบุญข้าวสาก จากเรื่องเล่านางยักษ์ผู้ถวายทานด้วยสลากภัต

วันนี้เราได้รวบรวมประวัติ ประเพณีบุญข้าวสาก เป็นประเพณี การอุทิศส่วนกุศลไปให้กับบรรพบุรุษ ญาติสนิทมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งจัดขึ้นในทุกๆปี ทางภาคอีสาน

ประเพณีบุญข้าวสาก

เปิดประวัติ ประเพณีบุญข้าวสาก จากเรื่องเล่านางยักษ์ผู้ถวายทานด้วยสลากภัต

แรงบุญแห่งวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ที่ถือว่าได้ว่าเป็นบุญแห่งการอุทิศส่วนกุศลไปให้กับบรรพบุรุษ ญาติสนิทมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งจัดขึ้นในทุกๆปี ทางภาคอีสานเรียกประเพณีนี้ว่า “บุญข้าวสาก”   หรือเรียกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สลากภัต” และในแต่ละภาคก็จะมีชื่อเรียกและกรรมวิธีที่กระทำแตกต่างกันไปตามความเชื่อที่ถือปฏิบัติกันมา  โดยในปีนี้ ประเพณีบุญข้าวสากตรงกับวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2561

“สลากภัต” เป็นการถวายทานแด่สงฆ์ด้วยวิธีการจับสลาก หรือ เป็นทานที่ถวายตามสลาก ส่วน คำว่า “สาก” (ประเพณีบุญข้าวสากของชาวอีสาน) ก็มีที่มาจากคำว่า “สลาก” นั่นเอง..  โดยวิธีการจับสลากนั้นมีอยู่สองรูปแบบคือ เขียนชื่อหรือหมายเลขของผู้ที่ประสงค์จะถวายสลากลงในแผ่นกระดาษ แล้วให้พระสงฆ์จับ หากพระรูปใดจับได้ของผู้ใด ผู้นั้นก็จะถวายเครื่องไทยทานแก่พระรูปนั้น อีกวิธีหนึ่งคือ การเขียนเลขประจำตัวของพระสงฆ์แต่ละรูปใส่กระดาษแล้วให้ญาติโยมเป็นผู้จับ หากจับได้ของพระรูปใดก็จะถวายกับพระรูปนั้น แต่โดยส่วนมากแล้วสำหรับ “ประเพณีบุญข้าวสาก” จะใช้วิธีแรกคือการให้พระสงฆ์จับสลาก

ประเพณีบุญข้าวสาก

ก่อนวันพระขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านจะจัดเตรียมสิ่งของต่างๆทั้งอาหารแห้ง ข้าวต้มมัด สบู่ ยาสีฟัน ของใช้จำเป็นสำหรับพระสงฆ์ มาทำการห่อใส่ชะลอมไม้ไผ่ (ปัจจุบันอาจจะใช้ตะกร้า หรือ นำภาชนะอื่นๆที่สามารถใส่ได้สะดวก)  โดยชะลอมที่ใส่นั้น จะมีจำนวนเท่ากับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เช่น  ครอบครัวนี้ประสงค์จะทำบุญให้กับบรรพบุรุษ หรือญาติมิตรที่ล่วงลับ 5 ราย ก็นำสิ่งของมาใส่ชะลอม 5 อัน แต่ในบางครอบครัวก็อาจจะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนผู้ล่วงลับที่เหลือสามารถเขียนชื่อบอกกล่าวด้วยวาจาได้

เมื่อถึงวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ช่วงเช้า ญาติโยมจะไปรวมกันที่วัด เพื่อใส่บาตรตามปกติ พอใส่บาตรเสร็จแล้ว จึงกลับมาบ้าน เพื่อเตรียมชะลอมที่ใส่สิ่งของต่างๆไปวัดอีกครั้งหนึ่ง  แล้วนำกระดาษตัดเป็นแผ่น เขียนชื่อเจ้าของสลากพร้อมหมายเลข และเขียนไว้ด้วยว่า การถวายสลากนี้อุทิศบุญให้กับใครบ้าง  จากนั้นพระสงฆ์ก็จะทำการจับสลาก หากจับได้ของผู้ใด ก็จะให้ผู้นั้นนำไปถวายตามหมายเลขของตน

ประเพณีบุญข้าวสาก

สำหรับที่มาของการถวายสลากภัต ปรากฎใน  พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พุทธานุญาตภัตร โดยครั้งหนึ่งกรุงราชคฤห์เกิดข้าวยากหมากแพง  อาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายแด่สงฆ์จึงไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายทั่วกัน แต่ปรารถนาจะทำอุทเทสภัตร นิมันตนภัตร สลากภัตร ปักขิกภัตร  อุโปสถิกภัตร ปาฏิปทิกภัตร  พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาต ซึ่งจะเห็นว่าหนึ่งในนั้น ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาต ก็คือ “สลากภัต”  หรือการถวายอาหารโดยวิธีการจับสลาก

ประเพณีบุญข้าวสาก

ซึ่งวิธีการจับสลากนี้จะเห็นว่า เป็นการถวายทานโดยไม่ได้เจาะจงพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง จึงเข้าลักษณะของ “สังฆทาน” คือ การถวายทานโดยไม่เจาะจง อาหารและเครื่องไทยทานที่พระสงฆ์ได้รับการถวายจากญาติโยมจึงถือเป็นส่วนรวมในอาราม  อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์แต่เดิมของสลากภัต จะถูกใช้เมื่อมีอาหารน้อยหรือญาติโยมหาอาหารมาถวายได้ยาก แต่สาธุชนก็ได้สืบทอดประเพณีนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน การทำบุญสลากภัต ก็มีประวัติความเป็นมา ปรากฎใน อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ เรื่องความเกิดขึ้นของนางกาลียักษิณี ความโดยย่อกล่าวคือ   ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตะวันมหาวิหาร  วันหนึ่งได้มีนางกุมาริกาอุ้มลูกชายวิ่งหนีนางยักษ์ ผู้ที่หวังจะทำร้ายเพราะเคยมีเวรกรรมต่อกันมาก่อน นางจึงอุ้มลูกเข้าไปในพระเชตะวันเพื่อขอความเมตตาจากพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอนชี้แนะให้ทั้งนางยักษ์และนางกุมาริกา เลิกจองเวรต่อกันและกัน ฝ่ายนางยักษ์ทราบแล้วจึงได้รับศีล ๕ แต่ก็ร้องไห้ออกมาเพราะไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอย่างไร นางกุมาริกาเกิดความเห็นใจ จึงได้รับนางยักษ์ไปอยู่ด้วย และทำการอุปการะนางยักษ์หลายประการ นางยักษ์สำนึกในบุญคุณ จึงตอบแทนด้วยการพยากรณ์ให้นางกุมาริกา ทำนาบนที่ดอนในช่วงหน้าฝน และทำนาบนที่ลุ่มในช่วงหน้าแล้ง เมื่อนางกุมาริกาปฏิบัติตาม ปรากฏว่าในเวลาต่อมา นางกุมาริกามีฐานะร่ำรวยขึ้น ชาวบ้านจึงให้นางยักษ์พยากรณ์บ้าง นางยักษ์จึงพยากรณ์ให้แต่ละคน ปรากฏว่าในกาลต่อมา ทุกๆคนต่างมีฐานะร่ำรวยมากขึ้น ชาวบ้านจึงได้นำของอุปโภคบริโภคต่างๆมาให้กับนางยักษ์ นางยักษ์จัดทำของเหล่านี้เป็น “สลากภัต” โดยให้พระสงฆ์ทำการจับสลาก จึงถือได้ว่า เป็นครั้งแรกในพุทธกาลที่มีการทำบุญ “สลากภัต” สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับอานิสงส์ของสลากภัตนั้น  เป็นการประกอบบุญที่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องถวายแก่พระรูปใดรูปหนึ่งจึงถือเป็นการถวายทานในลักษณะของสังฆทาน มีอานิสงส์ที่ผู้กระทำเชื่อว่าจะนำพาความเป็นมงคลมาให้แก่ตนเอง ทำให้ตนมีฐานะที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังที่ปรากฏตามเรื่องเล่าในครั้งหนึ่ง เรื่องอานิสงส์สลากภัตต์ (ข้าวสาร) 

ความโดยย่อกล่าว คือ  สมัยพระพุทธเจ้าปทุมมุตตระ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งยากจนเข็ญใจ ฝ่ายสามีจึงพิจารณาว่า เนื่องมาจากตนไม่ได้ให้ทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนาในชาติก่อน จึงทำให้เกิดมาเป็นคนจนในชาตินี้ เขาและภรรยาจึงได้จัดเครื่องไทยทาน นำไปสู่วัดทำเป็นสลากภัต พร้อมกับสาธุชนทั้งหลาย สามีภรรยาคู่นี้ได้จับสลากถูกภิกษุรูปหนึ่งจึงเข้าไปถวายด้วยความปิติยินดี พวกเขาได้ตั้งจิตปรารถนาว่าขอให้ผลทานครั้งนี้เป็นเหตุให้ตนพร้อมไปด้วยสมบัติ ความตกทุกข์ได้ยากอย่าได้มีแก่ตนเลย ต่อมาทั้งคู่ก็สิ้นอายุขัยไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อหมดบุญแล้วก็เกิดเป็นพระเจ้าศรัทธาติสสะ ณ เมืองพาราณสี ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนั่นเอง

ประเพณีบุญข้าวสาก, บุญข้าวสาก 2561, บุญข้าวสาก, ความเชื่อ บุญข้าวสาก, ตำนาน บุญข้าวสาก, ประวัติ ประเพณีบุญข้าวสาก

ขอบคุณภาพจาก : วัดป่าโนนวิเวก , พระจันทร์เริงร่า

ที่มา : Tnews84000.org

ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย

 

  •   
  • 46
  •  
  •  
  •  
    46
    Shares
ไสยศาสตร์ลึกลับ
- 2018-09-24 3:36:06 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่านดวง 853 คน คน

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้
วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561

  • ผลหวย ตรวจหวย

  • ดูดวง