การทำบุญ 10 แบบ

ทำบุญ 10 แบบ

วิธีที่ 1 ภาวนา การทำบุญด้วยวิธีนี้ ผลบุญจะส่งสำเร็จได้ด้วยวิธีการภาวนา ตามปกติแล้วการทำบุญวิธีนี้คนส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกว่ายาก เพราะว่าการภาวนานั้นจะต้องเป็นวิธีของผู้ที่สนใจในส่วนของการเจริญภาวนาในลักษณะต่างๆ อย่างเคร่งครัด แล้วผลบุญก็จะเกิด การภาวนานั้นแบ่งได้เป็น 2 อย่างคือ สมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา ซึ่งจะอธิบายได้ว่า สมถภาวนาเป็นการทำจิตใจให้สงบ รู้ว่าตนเองทำอะไรอยู่มีสติอยู่ตลอดเวลา และเมื่อจิตสงบจากสมถภาวนาแล้ว สามารถมองเห็นความเป็นไปของชีวิตได้ นั่นคือวิปัสสนาภาวนา การทำบุญวิธีนี้มีทางที่ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติบรรลุถึงนิพพาน รอดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดเลยทีเดียว แม้ว่าในความรู้สึกของผู้ปฏิบัติแล้วการทำบุญวิธีนี้จะดูยาก และต้องใช้ความตั้งใจสูงก็ตาม แต่ผลบุญที่เกิดขึ้นก็ยิ่งใหญ่ คุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำลงไปอย่างยิ่ง

 

วิธีที่ 2 ธัมมสวนะ วิธีทำบุญที่ชื่อ ธัมมสวนะ นั้น เป็นการสร้างบุญที่เกิดจากการฟังพระธรรม พระธรรมคำสอนถือว่าเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์กลั่นกรองและนำมาสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลายบนโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณค่ายิ่งและก่อให้เกิดผลดีต่อทั้งตัวผู้ปฏิบัติและคนในสังคม  ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสได้ฟังธรรมะจากพระสงฆ์ที่แสดงหรือจากผู้รู้ต่างๆ ก็เหมือนกับการได้ฟังสิ่งที่เป็นมงคลแก่ชีวิต และนี่เองเป็นวิธีการทำบุญวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะที่ฟังนั้น ผู้ฟังจะต้องมีความตั้งใจที่จะฟังอย่างจริงจัง คิดตาม และนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตได้จริง มิใช่เพียงฟังผ่านๆ ไปโดยไม่สนใจหรือตั้งใจจะปฎิบัติอย่างไร ในปัจจุบัน เราอาจหาโอกาสไปฟังธรรมจากวัดต่างๆ โดยเฉพาะในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมถึงวันพระด้วย ควรหาโอกาสสร้างบุญกุศลด้วยวิธีนี้ดู เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสร้างบุญได้อย่างแน่นอน

 

วิธีที่ 3 ทาน การทำบุญวิธีนี้เป็นการสร้างบุญกุศลด้วยการให้ ผลของการทำบุญด้วยวิธีนี้ผู้ปฏิบัติจะได้รับตั้งแต่ขั้นแรกของการทำนั้นคือความสบายใจที่ได้เป็นผู้ให้หรือเสียสละ ส่วนอานิสงส์นั้นก็จะน้อมนำแต่สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นทั้งโลกนี้และโลกหน้า ผู้ทีทำบุญด้วยวิธีนี้มักจะมีความมุ่งหวังใน 2 ลักษณะ นั่นคือ1. เป็นการให้เพื่อบูชาคุณแล้วก่อให้เกิดมงคลแก่ชีวิต เช่น การทำบุญถวายของพระสงฆ์ในวันพระ หรือการถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 2. การให้ที่เป็นการช่วยเหลือผู้รับ เช่น การให้ของชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย หรือช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนในเรื่องต่างๆอย่างไรก็ตาม การทำบุญด้วยวิธีนี้ หากจะน้อมนำให้เกิดอานิสงส์อันแรงกล้าแล้ว จะต้องคำนึงถึงเรื่องของ1. สิ่งของที่ให้จะก่อเกิดประโยชน์ต่อผู้รับหรือไม่ 2. เจตนาของผู้ให้ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจไม่คิดกังวลหรือเสียดายภายหลัง และ3. ผู้รับจะต้องเป็นบุคคลที่สมควรอย่างพระสงฆ์ หรือผู้ที่เดือดร้อน ซึ่งสามารถจะนำสิ่งที่ให้ไปใช่ประโยชน์ได้จริงการทำบุญวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและเกิดขึ้นอยู่เสมอ และยังเป็นวิธีที่สร้างความสงบสุขทางสังคมได้อีกด้วย

 

วิธีที่ 4 ไวยาวัจจะการทำบุญวิธีนี้เป็นการทำบุญด้วยการขวนขวายในกิจที่ดีที่ชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา กล่าวคือหากเรามีโอกาสได้ร่วมกิจการต่างๆ ของวัด อย่างเช่น ช่วยขายของ ร่วมกันเรี่ยไรเงินทำบุญ เป็นต้น การปฏิบัติในลักษณะนี้เรียกว่าไวยาวัจจะอานิสงส์ของการทำบุญด้วยวิธีนี้ปรากฏอยู่ในพระพุทธศาสนาซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเจ้าจันทปัชโชติ และพระไวยาวัจจกเถระดังต่อไปนี้1. พระเจ้าจันทปัชโชติ ได้ยรับบาตรพระมาใส่อาหารแล้วนำกลับไปถวายพระ ในขณะนั้น ก็ตั้งจิตอธิษฐานให้ตนได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน มีอำนาจวาสนามากๆ เมื่อตายไปแล้วเกิดใหม่ก็ได้เป็นสมดังใจปรารถนา2. พระไวยาวัจจกเถระ เมื่อยามมีชีวิตอยู่ ได้ช่วยเหลือในกิจการและงานบุญต่างๆ ของวัด ชาติต่อมาได้เกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ออกบวช จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ต่อไปจะเห็นว่าอานิสงส์ของทำบุญด้วยวิธีนี้นั้นยิ่งใหญ่และเป็นวิธีที่เราสามารถทำได้อย่างแน่นอน

 วิธีที่ 5 ธรรมเทศนาการทำบุญด้วยวิธีนี้เป็นการทำบุญด้วยการแสดงธรรมอันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ได้รับฟังต่อไปผู้ที่จะแสดงธรรมจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องที่จะสอนหรือแสดง ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นพระสงฆ์ ซึ่งมักจะแสดงธรรมในวันสำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนานอกจากนี้แล้ว การว่ากล่าวตักเตือนผู้อื่นให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็รวมอยู่ในการทำบุญวิธีนี้ด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่ตักเตือนจะต้องไม่อวดอ้างหรือใช้อำนาจบังคับผู้อื่นแต่อย่างใด จึงจะถือว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ต่อผู้ฟังการแสดงธรรมนั้น มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่ฟังนำไปปฏิบัติดี ปฎิบัติชอบ นับว่าเป็นการให้ประโยชน์ต่อผู้อื่นอีกทางหนึ่ง ดังนั้นจึงถือว่าการทำบุญวิธีนี้เป็นการทำบุญที่สร้างอานิสงส์ได้ไม่แพ้การทำบุญวิธีอื่นๆ เลย

 

วิธีที่ 6 อปจายนะการทำบุญด้วยวิธีนี้หมายถึงการทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ที่เจริญด้วยคุณ วัย และชาติ ซึ่งได้แก่พ่อแม่ ผู้ประเสริฐสุดในครอบครัว ครูอาจารย์ผู้ซึ่งประกอบด้วยคุณที่น้อมนำปัญญาให้เกิดกับตัวเรา พระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญของโลก รวมถึงผู้อาวุโสต่างๆ ที่เราควรเคารพยกย่องบุคคลทั้งหลายนี้ สมควรอย่างยิ่งที่เราจะแสดงความนอบน้อมต่อท่านด้วยความจริงใจ และไม่เลือกที่จะปฏิบัติการแสดงออกถึงความนอบน้อมถ่อมตนนี้ อาจทำได้โดยการยกมือไหว้เวลาที่เจอผู้อาวุโส กราบไหว้พระสงฆ์ที่เราพบเห็นหรือยกมือไหว้พระ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ก็ได้ทั้งสิ้นการทำบุญด้วยวิธีนี้จะสร้างความสบายใจแก่ผู้ปฏิบัติและในสายตาของผู้ถูกปฏิบัติเราก็จะเป็นคนที่น่าเอ็นดู เป็นที่รักและเมตตาของผู้อื่นเสมอ การทำเช่นนี้นับว่านอกจากจะไม่เป็นการสร้างศัตรูให้กับตัวเองแล้ว ยังเป็นการสร้างไมตรีจิตอีกด้วย นับว่าเป็นวิธีการทำบุญที่ง่ายยิ่งนัก

วิธีที่ 7 ศีลการทำบุญด้วยวิธีศีลนั้น เป็นการสร้างบุญด้วยการรักษาศีลคือการรักษาความเป็นปกติของการประพฤติปฏิบัติ ทั้งร่างกายและจิตใจด้วยความปกติ แล้วชีวิตของเราจะสงบสุข ไม่สร้างความชั่ว ทำแต่ความดีให้เกิดขึ้นเท่านั้นตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนานั้นได้กำหนดศีลเบื้องต้นให้คนทั่วไปปฏิบัติกันนั่นคือศีล 5  ถือเป็นข้อห้ามของการดำเนินชีวิตเป็นการห้ามไม่ให้ทำผิดในลักษณะต่างๆ คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์  ไม่พูดเท็จ ไม่ประพฤติผิดในกาม และไม่ดื่มเหล้าการไม่ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้นับว่าเป็นการรักษาความดี รักษาความปกติ ไม่สร้างความชั่วใดๆ ก็ถือว่าเป็นการสร้างบุญด้วยวิธีนี้แล้วการทำบุญด้วยการรักษาศีล จะเป็นการขจัดกิเลสและความชั่วต่างๆให้หมดไปจากจิตใจ และยกระดับจิตใจของผู้ปฎิบัติให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

วิธีที่ 8 ปัตติทานการทำบุญวิธีนี้ เป็นการสร้างบุญด้วยการอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้อื่น ทั้งผู้ที่มีชีวิต และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ถือเป็นการเอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่น นับว่าเป็นการเสียสละอย่างหนึ่งนั่นเองการทำบุญเช่นนี้อาจเป็นในลักษณะของการสร้างอุโบสถ แล้วอุทิศส่วนกุศลของการสร้างครั้งนั้นให้แก่ครอบครัวให้มีสุขหรือเป็นการทำบุญ แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแดวงลับไปแล้วก็เป็นได้เช่นกันนอกจากตนเองจะได้บุญอย่างเต็มที่แล้ว ผลบุญยังตกถึงผู้อื่น สร้างความสุขสดชื่นทั้งต่อตนเองที่เป็นผู้ให้ และผู้ที่รับผลบุญของคุณด้วยบุญของคุณที่เผื่อแผ่นั้นไม่ได้ไปไหน แต่จะสั่งสมอยู่ในตัวของคุณเพื่อสร้างบารมีความสุขต่อไปนั่นเอง

 

วิธีที่ 9 ปัตตานุโมทนาปัตตานุโมทนา เป็นการทำบุญที่เรียกว่า การร่วมอนุโมทนาส่วนบุญนั่นเองเรามักจะได้ยินคำว่า อนุโมทนา กันอยู่บ้างอย่างเวลาที่เราไปทำบุญที่วัด ก็จะมีพานดอกไม้ธูปเทียนที่มีขนาดใหญ่เวียนมาให้คนในศาลาร่วมอธิษฐาน อนุโมทนาร่วมกันเร็ว มัคนายกก็มักจะพูดเช่นนี้เสมอ เราก็ยกพานขึ้นเหนือศรีษะ แล้วพูดว่า สาธุการร่วมอนุโมทนานี้เป็นการทำบุญง่ายๆ ด้วยความตั้งใจจริงอธิษฐานร่วมอนุโมทนา ผลบุญนั้นก็จะส่งให้ชีวิตของเรามีความสุขได้ แต่การร่วมยินดีในบุญทุกครั้งจะต้องมีจิตใจอันบริสุทธิ์ จึงจะสัมฤทธิ์ผลได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรทำบุญเพียงแต่ร่วมอนุโมทนาอย่างเดียวเท่านั้น ควรจะทำเองด้วน ซึ่งจะทำให้ผู้ปฎิบัติได้รับผลบุญนั้นอย่างเต็มที่ แล้วครั้งนี้ผู้อื่นก็จะได้ร่วมอนุโมทนากับคุณด้วย

 

วิธีที่ 10 ทิฎฐุชุกรรมเป็นการทำบุญด้วยการทำความเห็นของตนให้ตรงให้ชอบถูกต้องตามหลักศีลธรรมจรรยาการทำบุญด้วยวิธีนี้อยู่ที่ตัวของคุณ พร้อมทั้งความคิดและวิจารณญาณของคุณที่มีอยู่ด้วย กล่าวคือให้คุณใช้ปัญญามองให้เห็นว่า สิ่งไหนดี สิ่งไหนชั่ว หรือสิ่งที่คนทั่วไปเห็นดี คุณก็ควรมองว่าดี ควรอย่างยิ่งที่จะปฎิบัติตาม หรือสิ่งนี้คนว่าชั่วก็หลีกเลี่ยง แต่จะต้องดูด้วยว่ามันจริงหรือชั่วจริงหรือไม่ตัวอย่างเช่น เพื่อนของคุณเห็นว่าบุหรี่ดี สูบแล้วเท่ผู้หญิงชอบ จึงชักชวนให้ไปสูบ แต่หากคุณมีความคิดเห็นที่ดีคุณจะรู้ว่ามันไม่เท่ คนอื่นรังเกียจ เหม็นควัน หรือมีโทษก่อให้เกิดโรคต่างๆ หลายโรค คุณก็จะไม่สูบ ซึ่งก็นับว่าเป็นการทำบุญแบบทิฎฐุชุกรรมแล้วนอกจากนี้ จะต้องไม่มองโลกในแง่ร้าย เช่น ไม่มองตำรวจว่าเอาแต่รังแกชาวบ้าน ทำมาเป็นโบกรถเมล์เพราะเป็นหน้าที่ ไม่ได้เต็มใจมาจริงๆ หากคิดเช่นนี้ชีวิตก็จะไม่มีความสุขอย่างแน่ๆเพียงแค่คุณรู้จักมองให้ถูกต้อง เห็นว่าอะไรถูกผิดก็เป็นการสร้างบุญกุศลแล้ว

เรื่องเด่นโหราศาสตร์
- 22-08-2008 1:47:12 โพสต์โดย : admin คนดู อ่านดวง 904 คน คน

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้

ดวงวันนี้ ดวงคุณวันนี้
วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2561

  • ผลหวย ตรวจหวย

  • ดูดวง