13 เม.ย.เจอกัน! ชาวหนองคายนับถอยหลัง แห่ “หลวงพระใส” รอบเมือง

ประเพณีแห่พระรอบเมืองหนึ่งเดียวในโลก สืบสานกันมานานนับร้อยปี พิธีอัญเชิญองค์ หลวงพ่อพระใส จังหวัดหนองคาย ด้วยพลังแห่งความศรัทธาจึงมุ่งหน้าสู่เมืองหนองคาย ด้วยบารมี หลวงพ่อพระใส และพลังศรัทธา ประชาชนเริ่มทยอยออกเดินทางหลั่งไหลมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหนองคาย เพื่อร่วมพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใส ลงจากอุโบสถ และนำขึ้นราชรถ แห่รอบเมืองหนองคาย ให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลเเก่ชีวิต

หลวงพระใส

13 เม.ย.เจอกัน! ชาวหนองคายนับถอยหลัง แห่ “หลวงพระใส” รอบเมือง

พิธีอัญเชิญจะมีขึ้นในวันที่ 13 เมษายน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เพื่อนำหลวงพ่อขึ้นราชรถแห่รอบเมืองหนองคาย

จากนั้นอัญเชิญหลวงพ่อพระใส ประดิษฐานไว้ที่ศาลาวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำขอพร ทำบุญตักบาตร 108 ถวายสังฆทาน และร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์

หลวงพระใส

ทั้งนี้ทางวัดโพธิ์ชัย ได้จัดกิจกรรมและมหรสพการแสดงของศิลปินชื่อดัง ตั้งแต่วันที่ 13 – 17 เมษายน
ออนซอนขบวนแห่หลวงพ่อพระใส ชาวหนองคายได้ร่วมบุญ ร่วมขบวนแห่พระรอบเมืองหนึ่งเดียวในโลก

วัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน นับถอยหลังที่จะได้ชมบารมีและสรงน้ำ “องค์หลวงพ่อพระใส”

ประวัติหลวงพระใส

หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีฐานะเป็นวัดอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้อล่างถึงยอดพระเกศ ๔ คืบ ๑ นิ้วของช่างไม้

ประวัติการสร้าง
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือประวัติพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน พ.ศ. 2468 ว่า หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

หลวงพระใส

การประดิษฐาน
เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า “เวินแท่น”

การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า “เวินสุก” และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า “หลวงพ่อเกวียนหัก”

หลวงพระใส, ประวัติหลวงพระใส, หลวงพระใสปี62, หลวงพ่อใสหนองคาย, หลวงพ่อใส วัดโพธิ์ชัย, หลวงพระใส, ประวัติหลวงพระใส, หลวงพ่อพระใส

ที่มา : ข่าวสดdhammathai

ดูดวง , ทำนายฝัน , แก้ฝัน , เลขเด็ด , สูตรหวย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

วันสงกรานต์รวม 5 พิธีกรรมที่ควรทำ “วันสงกรานต์” เสริมดวงชะตาให้ชีวิตรุ่งเรือง

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
เรื่องเด่นโหราศาสตร์, ไสยศาสตร์ลึกลับ
- 2019-04-11 3:48:26 โพสต์โดย : mintcss คนดู อ่านดวง 340 คน คน
  • ผลหวย ตรวจหวย