ตัวเลขไหนในเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้ หน้าแก่ก่อนวัย

ทำนายตัวเลข หมายเลขต่างๆ

ตัวเลขไหนในเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้ หน้าแก่ก่อนวัย

เลขที่ออกได้แก่ หมายเลข 7

01

หน้าใครใครก็รัก แต่ถ้าหน้าแก่ก่อนวัย…ก็คงจะไม่มีใครมาหลงรักแล้วละสิ ใช่แล้วล่ะ วันนี้ผมจะมาพูดถึงตัวเลขที่ทำให้คุณ “หน้าแก่ก่อนวัย” กัน โดยแน่นอนว่าก่อนที่จะเข้าไปอ่านบทความตัวเลข เราก็ต้องมาดูสาเหตุหลักๆของการหน้าแก่ก่อนนะครับ

 

ดร.บาฮมาน กูยูรอน และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น โอไฮโอ สหรัฐฯ ได้ลองศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุของอาการหน้าแก่ก่อนวัย และท่านก็ได้ค้นพบสาเหตุหลักๆด้วยกันมาทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน นั่นคือ

การตากแดดเป็นเวลานานๆ
เครียด ทำหน้าย่น และชอบจับหน้าบ่อยๆ
สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอร์
นอนดึก นอนไม่เป็นเวลา
แต่งหน้าจัด และแต่งหน้าบ่อย
ดื่มน้ำน้อย

ซึ่งอาการเหล่านี้แม้จะมาจากต่างสาเหตุกัน แต่สาเหตุส่วนมากก็มุ่งลูกศรยิงมาที่ตัวเลขต้นเหตุได้อย่างชัดเจน… ตัวเลข 7 นั่นเอง ตัวเลขผู้เป็นตัวแทนแห่งดาวเสาร์ โทษทุกข์ ความเครียด อดทนบากบั่น แน่นอนว่ามันเก็บความหน้าแก่ไปได้หลายข้อเชียวล่ะ

 

หากจะให้อธิบายลึกลงไปมากขึ้น ผู้ที่ครอบครองเลข 7 มักจะทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับไม่มีความสุข มีภาระอยู่เต็มหัว จะยิ้มแต่ละครั้งก็แทบจะนับครั้งได้ หากให้พูดในเรื่องของที่ทำงานแล้ว พวกเขาเป็นคนที่อดทน หนักเอาเบาสู้ พร้อมที่จะลุยฟ้าลุยฝน สู้แสงตากแดดได้ เมื่อต่อสู้กับตัวงานมาอย่างยากลำบากแล้ว หากงานไม่เสร็จภาระหน้าที่ที่เขารับผิดชอบยังไม่หมด เขาก็สามารถที่จะยอมอดอาหารเพื่อเครียงานนั้นๆ หรือแม้แต่การอดหลับอดนอนเขาก็สามารถทำได้ถึง 3วัน 3คืนอีกด้วย!!!

 

ตัวเลขไหนในเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้ หน้าแก่ก่อนวัย

ตัวเลขไหนในเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้ หน้าแก่ก่อนวัย

แต่ตัวเลขที่น่ากลัวที่สุดของกลุ่มตระกูลเลข 7 ก็คือตัวเลข 75 และ 77 นั่นล่ะครับ เนื่องจากว่าเป็นเลขคู่ผสมของ “คู่ธาตุดิน” ของศาสตร์ทศวิวัฒน์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเครียดมากที่สุด โดยไม่สามารถปล่อยวางได้ ถ้าจะให้แปลในบทความนี้เป็นประเด็นชัดๆก็คือ “หน้าแก่ + หน้าแก่” นั่นก็แปลว่าเป็นคู่ตัวเลขของความ “แก๊แก่!!!” นั่นเอง ยิ่งหากมีหลายคู่ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะ “เหี่ยว” ก่อนวัยได้อีกด้วย…

 

หากใครมีตัวเลขกลุ่มนี้อยู่ในเบอร์ ผมแนะนำให้ลองหาตัวเลขกลุ่มเลข 2 4 6 มาใส่ไว้ในเบอร์บ้าง จะเป็นในส่วนด้านหน้าก็ดี หรือในส่วนด้านหลังก็ดี ตัวเลขเหล่านี้จะช่วยชลอการแก่ก่อนวัยของใบหน้าคุณ สร้างความสดใสให้แก่ชีวิตและใบหน้าของคุณ

 

 

 

 

*ขอบคุณข้อมูลจาก

หมอเมท   ปพรรธน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การพยากรณ์ตัวเลขและเบอร์โทรศัพท์
www.horonumber.com

 

9  สาเหตุ ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยอันควร

ผู้หญิงเราต่างระมัดระวังทุก ๆ เรื่่อง ๆ ที่จะทำลายผิวหน้า แล้วทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ไม่ว่าจะต้องทาครีมทุกวัน ใช้ครีมกันแดด กางร่ม ฯลฯ แต่สาว ๆ จำนวนไม่น้อยก็เผลอมองข้ามเรื่องบางอย่างที่แสนจะใกล้ตัว แต่ทำร้ายผิวให้คุณดูแก่เกินวัยไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ กระปุกดอทคอมไม่อยากให้คุณหน้าแก่แบบไม่ทันตั้งตัว เลยนำ 9 เรื่องที่เหมือนธรรมดา แต่ทำให้หน้าคุณแก่ได้เหล่านี้ มาเตือนให้ระวังตัวกันค่ะ

1. ลูกอม ทอฟฟี่ ของหวานทั้งหาย

ผู้หญิงทุกคนย่อมรู้ดีว่า ลูกอมขนมหวานทั้งหลายนั้นช่างไม่เป็นมิตรกับรอบเอวคุณเอาเสียเลย แต่น้อยคนที่จะตระหนักว่าขนมหวานเหล่านี้ยังทำให้ผิวคุณเหี่ยวง่ายแก่ไวด้วย เพราะน้ำตาลที่มากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้เกิดกระบวนการ ไกลเคชั่น (glycation) ซึ่งทำร้ายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว นำไปสู่ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ นั่นเอง

2. วิ่งออกกำลังกายมากเกินไป

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถจะมอบให้ร่างกายได้ แต่การวิ่งก็ต้องมีจุดพอดี และหากคุณมีอายุนำหน้าด้วยเลข 4 แล้ว และยังวิ่งออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง คุณก็เสี่ยงกับภาวะที่เรียกว่า runner’s face เอามาก ๆ อันเกิดจากการออกกำลังกายได้เบิร์นเอาไขมันใต้ผิวหนังคุณออกมากเกินไป ทำให้ความเต่งตึงของผิวหายไปด้วย ผิวจึงเหี่ยวย่น ๆ ทั้ง ๆ ชอบออกกำลังกายจึงเกิดขึ้นนั่นเอง

 

3. ปลอกหมอนผ้าฝ้าย

การเปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำคือสิ่งที่คุณควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพผิวหน้า และที่สำคัญก็ควรเลือกปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าซาติน แทนที่จะเป็นผ้าฝ้าย เพราะผ้าฝ้ายสามารถดูดความชุ่มชื่นจากผิวได้ ลองคิดดูสิคะ หน้าที่นอนแนบกับหมอนหุ้มด้วยปลอกหมอนผ้าฝ้ายมาตลอดคืน ถูกพรากความชุ่มชื้นไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน บ่อย ๆ เข้าก็ทำให้หน้าเหี่ยวได้เหมือนกันนะ

4. เลือกเมคอัพที่ไม่แมตช์กับหน้า

การแต่งหน้าควรจะทำให้เราดูสวยเด่น และอ่อนเยาว์กว่าเดิม ไม่ใช่เพิ่มอายุให้ดูแก่ สาว ๆ จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกเครื่องสำอางให้รับกับใบหน้า ทั้งสูตรที่ใช้ และเฉดของเครื่อสำอาง หากเลือกผิดขึ้นมา ก็ทำให้หน้าแก่ลงได้จนตกใจเลยล่ะ

 

5. ดริ๊งค์มากเกินไป

ก็ดันเป็นสาวสังคมเข้าให้ ก็เลยต้องออกงานเข้าสังคม พบปะสังสรรค์กันบ่อยกว่าปกติ ถ้าคุณอยู่ในข่ายนี้ ก็ขอเตือนให้้ระวังเรื่องการดื่มเสียหน่อย เพราะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมนั้นกระตุ้นการปัสสาวะ ถ้าคุณยิ่งดื่มมาก ก็ยิ่งฉี่บ่อย และเมื่อฉี่มากร่างกายก็เสียน้ำเยอะ ทำให้เซลล์ในร่างกายเหี่ยวไปหมด รวมถึงเซลล์ผิวหนังก็จะห่อเหี่ยว ทำให้ผิวเหี่ยวแห้งขาดน้ำ และดูโทรมได้ด้วย

6. ทำงานที่มีแต่ความเครียด

สาวเวิร์กกิ้งวูแมนอาจคิดว่าความเครียดเป็นเรื่องท้าทาย แม้จะรู้สึกเครียด แม้หน้าที่รับมอบหมายจะเครียดมาก แต่ก็อยากเอาชนะมัน ทว่าสิ่งที่คุณได้มากลับเป็นโรคเครียด หรือโรควิตกกังวลเรื้อรัง บวกด้วยฮอร์โมนคอร์ติซอลถูกกระตุ้นให้หลั่งมากเกินไป จนไปทำลายการทำงานของคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวโทรมหมอง ขาดความเต่งตึงยืดหยุ่น คนที่เครียดบ่อยจึงแก่ไวไงล่ะ

 

7. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ-ไม่สม่ำเสมอ

การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวนอนดึก เดี๋ยวหัวค่ำ เดี๋ยวนอนเช้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ ส่งสัญญาณว่า ขอผิวแก่ล้ำหน้ากว่าอายุแล้วกัน โดยเตือนคุณด้วยริ้วรอย ความเหี่ยวย่น รวมถึงจุดดำคล้ำบนผิว ถ้านิสัยนี้สะสมไปนาน ๆ ความแก่เกินไวแบบไม่รู้ตัวจะมาอยู่กับคุณถาวรแน่ ๆ

8. ไดเอทแบบเลือกกินเฉพาะอาหารไขมันต่ำ

สาวรักษาหุ่นที่จะกินอะไรแต่ละที ก็ต้องมองหาของที่ไขมันต่ำเท่านั้น เมื่อกินแบบนี้นาน ๆ ไป จะทำให้ร่างกายของคุณขาดไขมันจำเป็น อย่างไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงคู่ไปโดยไม่รู้ตัว (monounsaturated and polyunsaturated fats) ซึ่งไขมันทั้งสองประเภทนี้มีประโยชน์กับคุณ ในด้านบรรเทาอาการอักเสบของผิวได้ รวมไปถึงอาการอักเสบของผิวจากสิวด้วย

เรื่องสุขภาพ

9. อยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งวันทั้งคืน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อน หลาย ๆ คนจึงโปรดปรานมากกว่าที่จะอยู่ในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิไว้เย็นสบาย บางคนอยู่นห้องแอร์ตลอดทั้งช่วงกลางวัน วันส่วนตอนกลางคืนก็ยังเปิดแอร์นอนอีกต่างหา อากาศแห้ง ๆ เย็น ๆ นี้แหละ จะทำให้ผิวคุณแก่ล้ำเกินไวอย่างคาดไม่ถึง ทั้งกร้าน ทั้งหยาบ ร้ายหน่อยก็ลอกเป็นขุย ๆ ด้วย ไม่สวยเลยล่ะค่ะ
ผู้ที่รู้สึกว่าดูแลผิวหลัก ๆ อย่างการทาครีม และหลบแดดก็ทำแล้ว แต่ผิวก็ยังไม่ดูสดใสอย่างที่ควร บางทีอาจเป็นเพราะคุณยังปล่อยให้พฤติกรรทั้ง 9 เหล่านี้ ทำร้ายผิวของคุณอยู่ก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นนับจากวันนี้ต่อไป ก็ต้องมาใส่ใจกับเรื่องธรรมดา ๆ ในทุก ๆ วันกันให้มากขึ้นแล้วล่ะเนอะ

วิธีดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย

 

 

รื่องของวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัยดีมั้ยคะ ใครไม่ย่างเข้าเลข 3 ไม่เริ่มมีริ้วรอยตีนกา หรือเริ่มหน้ากระดำกระด่าง จะไม่เข้าใจปัญหานี้หรอกค่ะ ใคร ๆ ก็อยากดูดี ส่องกระจกแล้ว happy ไม่ใช่ยิ้มแล้วเห็นริ้วรอย ทำให้เสีย self ถ้าคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นละก็ ตามมาเลยค่ะ ปฏิบัติตามหมอ รับรองได้ว่าจะไม่มีใครสามารถทายอายุจริงของคุณได้ถูกแล้วล่ะทีนี้ใคร ๆ ที่อยากเป็นสาว 2 พันปี หรือต้องการดูเด็กตลอดกาลห้ามพลาดค่ะ อ้อ…ไม่จำกัดว่าให้ใช้ได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นนะคะ คุณผู้ชายทั้งหลายสามารถนำไปใช้ได้เหมือนกัน วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยชะลอวัยของคุณมีดังต่อไปนี้…

 

 

1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกเช้า
รู้มั้ยค่ะว่าปัญหารอยย่นหรือริ้วรอย แห่งวัยทั้งหลายบนใบหน้าของคุณเกิดจากการถูกทำลายจากแสงแดดถึง 90 % ทั้งแสง UVA และ UVB จากแดดล้วนมีโทษต่อผิวทั้งชั้นหนังกำพร้า ชั้นบนและชั้นหนังแท้ สามารถทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ รอยย่นรวมถึงมะเร็งผิวหนัง ฉะนั้นเราควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าคุณจงใจจะออกจากบ้านหรือเปล่า โดยเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวของตัวเอง รวมถึงเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งแสง UVA และ UVB และไม่ทำให้เกิดสิวหรืออาการแพ้นะคะ

 

 

2. อย่าสูบบุหรี่
บุหรี่จัดเป็นตัวการอันดับสองในการทำลายผิวเลยทีเดียว ก็เจ้านิโคตินในบุหรี่นี่แหละที่เป็นตัวที่ทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้ารวมถึงการเปลี่ยนแปลงผิวหนังให้หยาบกร้าน และการสูญเสียความตึงตัว เกิดเป็นริ้วรอยรอบริมฝีปากจากการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปที่ผิวหนังไม่ดีใบหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส หยาบกร้าน สมัยนี้เด็กรุ่นใหม่เขาไม่สูบบุหรี่กันแล้ว นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพผิวยังทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมด้วย

 

 

3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
อยากผิวเนียนสดใส ต้องดื่มน้ำสะอาดเครื่องดื่มที่ไม่มีคาเฟอีน หรือไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะน้ำเป็นตัว การสำคัญที่อยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ เซลล์ที่แข็งแรงต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่เพียงพอ ไม่อย่างนั้นผิวหน้าก็จะดูแห้งกร้าน อย่างน้อยควรจะดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 4-5 ลิตร นอกจากช่วยให้ผิวเนียนสดใสแล้ว ยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายเราด้วย มีประโยชน์ดีอย่างนี้ ต้องพยายามดื่มน้ำมาก ๆ นะคะ ยิ่งบ้านเรามีหน้าร้อน ตลอดเวลายิ่งต้องดื่มน้ำให้มากเข้าไว้ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายค่ะ

 

 

4. ควบคุมอาหารให้ดี
อย่ามัวแต่ลดสัดส่วนจนต้องลดคุณค่าของอาหารไปด้วยนะคะ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ อาหาร โปรตีน และปลา รับประทานแป้งและคาร์โบรไฮเดรตเล็กน้อย แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงสมบูรณ์และดูดีแล้ว

 

 

5. รับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ
การเลือกรับประทานผักผลไม้สดซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี อี และสารไบโอฟลาโวนอย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในร่างกายในการต่อต้านกับสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ การสูบบุหรี่ มลพิษต่าง ๆ การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะแสงแดดซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบของผิว เร่งให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิว และสามารถก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย ปัจจุบันมีงานวิจัยที่รายงานว่าการใช้วิตามินซีในรูปการทาลงไปที่ผิวหน้าโดยตรง สามารถช่วยต้านสารอนุมูลอิสระได้ด้วย

 

 

6. การดูแลและควบคุมน้ำหนัก
ในปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ และการลดน้ำหนักกันอย่างมาก
การลดน้ำหนักก็มีผลทำให้เราดูแก่ก่อนวัยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามีน้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตลอดเวลา ผิวหนังก็ถูกยืดออกในที่สุดความยืดหยุ่นของผิวหนังก็เสียไปหลังจากที่น้ำหนักลดผิวก็จะดูเหี่ยวย่นและลาย นอกจากนี้ถ้าเราลดน้ำหนักมากจนเกินไป ก็เกิดปัญหาเรื่องของการขาดสารอาหาร ทำให้แก่เร็วขึ้นอีก ถ้าจะดูแลน้ำหนัก ควรต้องปรึกษานักโภชนาการก่อน เพื่อจะควบคุมอาหารได้อย่างถูกวิธี ไม่ใช่วิธีการอดข้าวอดน้ำอย่างเดียวนะคะ เพราะถ้าเราทำอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ การจำกัดแคลอรีนี้ก็สามารถกลับมาช่วยชะลอความแก่ได้ด้วยค่ะ

 

 

7. การใช้ Retin-A
หรือที่รู้จักทางการแพทย์ว่า Retinoic acid ซึ่งก็คือกรดวิตามิน A ที่ใช้ทานั่นเอง ยาตัวนี้เหมือนยาวิเศษนะคะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังแล้ว ยังช่วยลดเม็ดสีที่ผิวปกติได้ด้วย ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งจะพบว่าสามารถแก้ปัญหาภาวะความเสื่อมของผิวหน้าจากวัยและการถูกทำลายของแสงแดดได้ดี ตัวยากรดวิตามิน A นี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าสามารถช่วยในการรักษา Skin Aging ได้ผลดี แต่ถ้าสนใจอยากใช้ยาตัวนี้ละก็ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังประจำตัวคุณด้วยนะคะ เพราะในบางรายอาจมีอาการระคายเคืองได้ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีนะคะ

 

 

8. การนอนหลับพักผ่อนและท่านอน
ใครอย่าคิดว่าท่านอนไม่มีความสำคัญนะคะ อย่ามองข้ามจุดเล็กจุดน้อยเลยทีเดียว การนอนในท่านอนหงายปกติเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ไม่ทำให้เกิดปัญหา ใครที่ชอบนอนคว่ำก็มักจะเกิดรอยย่นที่หน้าผากและแก้ม และมักจะตื่นนอนด้วยอาการบวมรอบ ๆ ตาจากการกดทับเปลือกตานอกจากท่านอนแล้ว จำนวนชั่วโมงการนอนก็ต้องเพียงพอที่จะให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมจะสู้ต่อด้วยนะคะ ฉะนั้นการนอนหลับให้สนิทอย่างเพียงพอจึงเป็นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่ง

 

 

9. BOTOX
หมอว่าปัจจุบันใครไม่รู้จัก BOTOX ก็อาจจะเชยเล็ก ๆ นะ หมอเองรู้จัก BOTOX ตั้งแต่ 20 ปีก่อนนู้น ตั้งแต่หมอยังเป็นนักเรียนแพทย์อยู่เลย มารู้จักมักคุ้น และได้ใช้เอง มาก ๆ ก็ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เมื่อ BOTOX ถูกนำมาใช้เพื่อลดริ้วรอยตามตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้า หลักการก็คือ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยย่น ช่วยป้องกันและลบริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่เกิดขึ้นที่บริเวณหัวตาจากการขมวดคิ้ว รอยตีนกาและหน้าผาก

 

 

10. การให้ฮอร์โมนทดแทน Hormone replacement therapy
ระดับฮอร์โมนในร่างกาย มีผลโดยตรงต่อลักษณะ และคุณภาพของผิวหนัง และผิวหน้าทั้งชายและหญิง มีการวิจัยทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่าการใช้ครีมหรือการทานยาหรืออาหารเสริมต่าง ๆ ร่วมกับการให้ฮอร์โมนทดแทน สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของวัยรวมถึงผิวหนังภายนอกด้วย ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวัดระดับฮอร์โมนในร่างกายของเราว่ามีความบกพร่องระดับไหน แล้วจึงพิจารณาให้ระดับฮอร์โมนตามความเหมาะสมแต่ละราย ภายใต้การดูแลของแพทย์นะคะ

 

 

ฉบับนี้ขอเป็นอะไรที่เป็นเรื่องกว้าง ๆ ก่อนนะคะ หมอมีเรื่องอยากเล่าให้ฟังมากจริง ๆ ปัจจุบันการแพทย์เกี่ยวกับเรื่องของการชะลอวัย หรือ antiaging medicine ก้าวหน้าไปมาก เป็นสาขาที่มีความรู้แปลกใหม่ ใกล้ตัวเราและน่าสนใจน่าติดตามมาก ๆ อยากให้ทุกคนมีความสุขในการดำรงอยู่ของการมีชีวิตที่มีสุขภาพดีมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดี มีจิตใจที่ดี และมีความสุขกันมาก ๆ นะคะ

 

 

ทำนายตัวเลข , ทำนายเบอร์โทร, เบอร์โทร ,ดูดวงจากเบอร์โทร, ดูดวง,ดวง , หมายเลขโทรศัพท์ 7 , หมายเลข 7

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
ทำนายตัวเลข หมายเลขต่างๆ
- 2014-09-19 3:10:43 โพสต์โดย : admin คนดู อ่านดวง 9,271 คน คน
  • ผลหวย ตรวจหวย