สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือเรียกกันทั่วไปว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง เริ่มก่อสร้างขึ้น ในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 คือในปี พ.ศ.2453 การก่อสร้างเสร็จสิ้น และเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงเสด็จ ทรงกระทำพิธีกดปุ่มสัญญญาณไฟฟ้าให้รถไฟขบวนแรกเดินเข้าสู่สถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2459

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ ที่มีประวัติที่สืบต่อกันมายังปัจจุบัน

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ สถานีรถไฟหัวลำโพง ที่สร้างขึ้น มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่เศษ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเดิมไปทางทิศใต้ โดยประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ มีอาณาเขตอยู่ทั้งหมด 4 ทิศ ซึ่งจะมีดังนี้

1. ทิศเหนือ จรดคลองมหานาค

2. ทิศใต้ จรดถนนพระราม 4

3. ทิศตะวันออก จรดถนนรองเมือง

4. ทิศใต้ จรดคลองผดุงกรุงเกษม

ซึ่งสำหรับที่ตั้งของ สถานีกรุงเทพเดิม ซึ่งอยู่บริเวณที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีเริ่มการก่อสร้าง และเปิดเดินรถไฟหลวงนั้น หลังจากได้ก่อสร้างสถานีกรุงเทพหลังปัจจุบันแล้วจึงรื้อถอนออกไป ต่อมาผู้ปฏิบัติงานรถไฟได้ร่วมกัน สร้างเป็นอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2533 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นอนุสรณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์แก่ เหล่าชนรุ่นหลังสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ แบบก่อสร้างของสถานีที่เป็นศิลปะ

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ หัวลำโพง หรือ สถานีกรุงเทพ ที่มีแบบก่อสร้างที่เป็นรูปโดมสไตล์ อิตาเลียน ผสมผสานกับศิลปะ ยุคเรอเนสซอง มีลักษณะคล้ายกับรถไฟ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน อีกทั้งวัสดุในการก่อสร้างก็เป็นวัสดุสำเร็จรูปจากเยอรมันนี เช่นกันลวดลายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสถานีนั้น ที่ประดับไว้เป็นศิลปะที่มีความวิจิตรสวยงามมาก บันไดและเสาอาคารต่าง ๆ  บริเวณทางขึ้นที่ทำการกองโดยสาร หรือโรงแรมราชธานีเดิมเป็นหินอ่อน โดยเฉพาะเพดานเป็นไม้สักสลักลายนูน ซึ่งหาดูได้ยากเอามาก ๆ  จุดเด่นของสถานีกรุงเทพอีกอย่างหนึ่งคือ กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งติดตั้งไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนกับตัวอาคารเช่นเดียวกับนาฬิกาบอกเวลาที่มีอายุเก่าแก่เท่า ๆ กับตัวอาคารสถานี โดยติดตั้งไว้ที่กึ่งกลางยอดโดมสถานี ซึ่งเป็นนาฬิกาที่สั่งทำพิเศษเฉพาะไม่ระบุ ชื่อบริษัทผู้ผลิตแสดงให้เห็นเหมือนนาฬิกาอื่น ๆ นาฬิกาเรือนนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 160 เซนติเมตร ควบคุมด้วยไฟฟ้าระบบ ดี.ซี. จากห้องชุมสายเป็นเครื่องบอกเวลาแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา และผู้ใช้บริการที่สถานีกรุงเทพจนถึงปัจจุบันนี้ 

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ การปรับปรุงที่ปรับให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ ที่สถานีกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง นั้นได้รับการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับการสภาพการโดยสาร และปรับปรุงให้เข้ากับกาลเวลาตลอดมา ซึ่งเป็นต้นว่าการขยายความยาวของชานชาลาหรือก่อสร้างชานชาลาและหลังคาคลุมชานชาลาเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องจำหน่ายตั๋วให้เพิ่มขึ้น โดยแยกเป็นห้องจำหน่ายตั๋วห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมาย แก่ผู้โดยสารและผู้ที่มารับส่ง เช่น ร้านอาหารหรือร้าน เครื่องดื่ม ร้านค้าเบ็ดเตล็ด ร้านขายหนังสือพิมพ์ ที่ทำการไปรษณีย์ เป็นต้น และนอกจากนี้แล้วสถานีกรุงเทพยังเป็นสถานที่รณรงค์ต่อต้านภัยจาก การสูบบุหรี่โดยจัดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่เพื่อสุขภาพของผู้โดยสารของทุกคนส่วนรวมในปี 2541 สถานีกรุงเทพได้รับการปรับปรุง ผู้โดยสารหรือผู้เข้ามาใช้บริการอื่น ๆ แบบที่เรียกว่า พลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ ของการรถไฟไทยให้ตอบรับกับปีอะเมซิ่งไทยแลนด์ และรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 6 – 20 ธันวาคม พ.ศ.2541 โดยการรถไฟ  ได้คัดเลือกและแต่งตั้งบริษัทไทยสินเอ็กซ์เพรส จำกัดซึ่งมีประสบการณ์ในการบูรณะ และพัฒนาอาคารอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์หลายแห่งมาแล้ว ให้เป็นผู้ดำเนินการทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าต้องอนุรักษ์และพัฒนา อาคารสถานีกรุงเทพให้อยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารได้มากขึ้น

สถานีหัวลำโพงอายุกว่าร้อยปีของกรุงเทพฯ สร้างประวัติศาสตร์การรถไฟ นอกจากการปรับปรุง ให้อาคารสถานีกรุงเทพจะประกอบด้วยการปรับปรุงพื้นที่ 2 ข้างในห้องโถงอาคารให้สามารถ เป็นร้านขายอาหาร และร้านค้า ร้านของชำ ต่าง ๆ โดยมีชั้นลอย เพื่อเป็นที่นั่งคอยของผู้โดยสารเป็นการเพิ่มบริการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการนั่งรอรถไฟ และสามารถเลือกซื้อ อาหาร ตลอดจนของใช้จำเป็นอื่น ๆ ได้ตามความต้องการ โดยมีร้านค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, ขนม, เครื่องดื่ม ,ผลไม้ขนมปังและเบเกอรี่, ไอศกรีม, อาหารจานด่วน, อุปกรณ์การเดินทาง, หนังสือ และร้านขายยา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยว,บริษัทรับจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน,บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ,รวมไปถึง ตู้กดเงิน ATM ต่าง ๆ ก็มีให้บริการครบ และห้องละหมาด เป็นต้น สำหรับห้องจำหน่ายตั๋วประจำวันก็ได้จัดสร้างขึ้นใหม่ โดยหันหน้ารับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในสถานีบนชั้น 2 ห้อง ขายตั๋วทำเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสะดวกในการปฏิบัติงาน ส่วนที่เป็นห้องโถงจะคงสภาพเดิมไว้เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก ๆ