Francesco Totti ( ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ) นักฟุตบอลของทีมชาติอิตาลี และทีม โรม่า

ชื่อ – สกุล : Francesco Totti ( ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ) นักฟุตบอลของทีมชาติอิตาลี และทีม โรม่า

ข้อมูลส่วนตัว :

ชื่อ
:
ฟรานเชสโก้ ต็อตตี้

วันเกิด
:
27 กันยายน 1976

เกิดที่
:
โรม, อิตาลี

ตำแหน่ง
:
กองกลางตัวรุก, กองหน้า

ส่วนสูง
:
180 ซม.

ฉายา
:
เจ้าชายหมาป่า, er Pupone, er Capitano, Il Bimbo d’Oro

สโมสรปัจจุบัน
:
โรม่า

หมายเลขเสื้อ
:
10

ประวัติ : “เจ้าชายหมาป่า” สมญานี้ไม่มีแฟนบอล โดยเฉพาะแฟนบอลแดนมะกะโรนีคนไหนไม่รู้จัก เพราะนี่คือนักฟุตบอล ที่เก่งกาจ รูปหล่อ และสง่างาม ไม่ต่างจากการเจ้าชายในเทพนิยายที่เคยอ่านกันในนิทานเลย

ฟรานเชสโก้ ต็อตตี้ ยอดนักฟุตบอลของทีมชาติอิตาลี และทีม “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า เป็นกองกลางตัวรุกที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลอิตาลียุคปัจจุบัน ด้วยการเล่นที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ในระดับที่คนทั่วไปไม่อาจเอื้อมถึง

ต็อตตี้ เกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 1976 ที่กรุงโรม ในย่านปอร์ต้า เมโทรเนีย ซึ่งต็อตตี้ เติบโตมาไม่ค่อยเหมือนเด็กคนอื่นที่ชอบอ่านการ์ตูนหรือวิ่งซนตามสนามเด็กเล่น แต่สำหรับสถานที่ของเจ้าชายหมาป่าคนใหม่นี้ต้องอยู่ที่สนามฟุตบอลเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ต็อตตี้ มักจะติดตามพ่อ เอ็นโซ่ และแม่ ฟิโอเรลล่า เข้าไปดูเกมในสนามฟุตบอลเสมอๆรวมทั้งเล่นในระดับเยาวชนด้วย และพรสวรรค์ของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของหลายสโมสร

แต่ฟิโอเรลล่า ก็ได้ทำเรื่องที่เหลือเชื่อด้วยการปฏิเสธข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่อย่างเอซี มิลาน เพื่อที่จะรอข้อเสนอจากทีมโรม่า ซึ่งเป็นทีมโปรดของตัวต็อตตี้เอง ขณะที่เธอก็ไม่ต้องการที่จะให้ลูกรักจากไปอยู่ที่ไหนไกลๆด้วย

สุดท้ายต็อตตี้ ก็ได้เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของโรม่าจนได้ในปี 1989 ด้วยวัย 13 ปี

ยิ่งเติบใหญ่พรสวรรค์ของเจ้าหนูอัจฉริยะคนนี้ก็ยิ่งเปล่งประกาย ต็อตตี้ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นในการไต่เต้าขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของโรม่า และได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นเกมแรกในนัดที่โรม่า บุกไปเอาชนะเบรสชาได้ 2-0 เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 1993 ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่ของทีมโรม่า

หลังจากนั้น ต็อตตี้ ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรม่า และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกับได้รับฉายา “เจ้าชายหมาป่า” ซึ่งเป็นการสืบทอดตำแหน่งจากจูเซ็ปเป้ จานนินี่ เจ้าชายลูกหนังคนเก่าของชาวโรม่า

จานนินี่ ได้ถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้กับต็อตตี้ ในการเป็นผู้นำของทีม “จัลโล่รอสซี่” คนต่อไป และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น

เจ้าชายหมาป่ายิ่งเล่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในตัวและเขาก็ก้าวถึงจุดสูงสุดเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2000-01 เมื่อนำโรม่า คว้าสคูเด็ตโต้ได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นคูกาล 1982-83

ในปีนั้นต็อตตี้ ยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของอิตาลีอีกด้วย

ขวัญใจของชาวโรมานิสต้า ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีถัดมาแต่ก็ไม่สามารถต้านความแข็งแกร่งของยูเวนตุสได้ โรม่าจึงจบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์ แต่ในอีก 2 ปีถัดไปต็อตตี้ ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงท็อปฟอร์มที่สุดของชีวิต โดยเฉพาะในปี 2003-04 ที่ถล่มประตูไปถึง 20 ประตู แต่กระนั้นก็ยังทำได้เพียงแค่เป็นรองแชมป์ต่อจากเอซี มิลาน เท่านั้น

หลังจากนั้นนาทีชีวิตของต็อตตี้ ก็เริ่มตกต่ำเช่นเดียวกับโรม่าที่มีปัญหาภายในมากมาย โดยเฉพาะในฤดูกาล 2004-05 ที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชในทีมมากถึง4 คน แต่กระนั้นเขาก็ยังยิงได้ถึง 12 ประตูและเป็นผู้ทำแอสซิสท์ให้เพื่อนมากมายอีกหลายครั้ง

และในปีนี้เองที่เขาทำสถิติทาบรัศมีตำนานรุ่นบุกเบิกของสโมสรอย่างโรแบร์โต้ ปรุสโซ่ ที่ 107 ประตูได้

ต็อตตี้ ต้องโชคร้ายสุดขีดในฤดูกาล 2005-06 เมื่อได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกระดูกขาหักรวมทั้งเส้นเอ็นขาดอีกด้วย แต่เขาก็สามารถหายกลับมาลงสนามได้อีกครั้งอย่างรวดเร็วและสามารถติดทีมชาติอิตาลี ไปเล่นฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ต็อตตี้ ถือเป็นสมาชิกขาประจำของทีมอัซซูรี่ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรและได้ลงเล่นในระดับเยาวชนมานานก่อนที่จะได้ประเดิมเกมทีมชาติชุดใหญ่ในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 1998 ในศึกยูโร 2000 รอบคัดเลือก และยังพาทีมเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติฝรั่งเศสด้วย แต่ต้องพ่ายแพ้อย่างโชคร้ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ

กระนั้นต็อตตี้ก็ยังได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดชิงชนะเลิศ รวมทั้งรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของรายการด้วย และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่จะเป็นตำนานคนต่อไปของวงการฟุตบอล

แต่ในศึกฟุตบอลโลก 2002 ต็อตตี้ เจอจุดตกต่ำในนามทีมชาติเมื่อไม่สามารถโชว์พรสวรรค์อันเอกอุได้ และยังแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ด้านลบที่เด่นชัดในเรื่องของการควบคุมอารมณ์ โดยไปโดนไล่ออกในเกมกับทีมชาติเกาหลีใต้ เจ้าภาพในครั้งนั้นและเป็นส่วนนึงที่ทำให้ทีมต้องพ่ายแพ้อีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการโดนไล่ออกมาจากการโดนผู้ตัดสินแจกใบเหลืองในจังหวะที่ดูคล้ายพยายามจะพุ่งล้มเอาจุดโทษ

ต็อตตี้ ยังมาสร้างชื่อเสียอีกครั้งเมื่อไปถ่มน้ำลายใส่คริสเตียน โพลเซ่น กองกลางทีมชาติเดนมาร์กในศึกยูโร 2004 จนโดนแบนยาวและไม่ได้ลงเล่นในรายการนี้อีกเลย

อย่างไรก็ดีในฟุตบอลโลก 2006 แม้ว่าจะไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมและฟอร์มการเล่นก็ดาดๆ ต็อตตี้ ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของชาวอัซซูรี่ เมื่อพาทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยชัยชนะเหนือทีมชาติฝรั่งเศส และเป็นการล้างแค้นความผิดหวังเมื่อปี 2000 ไปด้วย

สำหรับในฤดูกาลนี้ (2006-07) ต็อตตี้ กลับมาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้งรวมถึงผลงานของโรม่าที่ติดกลุ่มบนของตารางอย่างสม่ำเสมอด้วย ส่วนหนึ่งมาจากชีวิตรักที่สวยงามกับอิลลาลี่ บลาชี่ ภรรยาสาวสวยที่ให้กำเนิดลูกชาย “คริสเตียน” ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ปัจจุบัน “เจ้าชยหมาป่า” ยังคงฉลองประตูด้วยการจูบแหวนและดูดนิ้วหัวแม่มือเพื่อสื่อถึงภรรยาและลูกอันเป็นที่รักเสมอ ..

ปี สโมสร ลงเล่น ประตู
1989 – ปัจจุบัน โรม่า 393 165

ปี
สโมสร
ลงเล่น
ประตู

1989 – ปัจจุบัน
โรม่า
393
165

ทีมชาติ

1998 – ปัจจุบัน
อิตาลี
59
9

Cradit : http://www.sport-idol.com

ประวัติ นักกีฬา
- 17-02-2009 2:35:17 โพสต์โดย : admin 1,042
  • คลิปกีฬา