อิ่มบุญ เสริมบารมี ในประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

อิ่มบุญ เสริมบารมี ในประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต
15 ตุลาคม 2555 – 23 ตุลาคม 2555

 

พูดถึงงานกินเจ หรือเทศกาลงานประเพณีถือศีลกินผัก คงไม่มีที่ไหนจะยิ่งใหญ่และอลังการ์เท่า “เกาะภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามันประเพณีการกินเจกำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนทุกๆ ปี รวม 9 วัน 9 คืน  อิ่มบุญ และชมพิธีกรรมแห่พระ ลุยไฟ ไต่บันไดมีด และพิธีสะเดาะเคราะห์จากทุกศาลเจ้าทั่วเกาะภูเก็ตในแต่ละวันแล้ว ยังเสริมบารมีให้ตัวเองด้วยการทำบุญเขียนชื่ออักษรจีนบนเม็ดข้าวสารศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าปุดจ้อ (ศาลเจ้ากวนอิม จ.ภูเก็ต) ซึ่งถือว่าเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ที่ประชาชนชาวภูเก็ตให้ความเคารพนับถือกันมาก

เดิมประเพณีกินผัก หรือกินเจ ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า “เจี๊ยะฉ่าย” นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือมาช้านาน โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน คำว่า “เจี๊ยะฉ่าย” (กินผัก) เป็นภาษาท้องถิ่น

พิธีกรรมต่างๆ

 

 

  • พิธีบูชาพระ ในวันแรกของพิธีจะมีการบูชาพระด้วยเครื่องเซ่นต่างๆ ทั้งที่ศาลเจ้าและตามบ้านเรือนเพื่อกินผักให้ครบ 3 วัน ถือว่าผู้นั้นสะอาด บริสุทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “เช้ง”

 

  • พิธีโขกุ้น เป็นพิธีการเลี้ยงทหาร ทำพิธีในวันที่ 3 วันที่ 6 และวันที่ 9 ของงานหลังเที่ยงประมาณ 15.00 น. โดยมีการเตรียมอาหาร เหล้า สำหรับเซ่นสังเวยรวมถึงมีหญ้าหรือพวกถั่ว

 

  • พิธีเหลี่ยมเก้ง เป็นการสวดมนต์ เริ่มสวดตั้งแต่พระกิ้วฮ๋องต่ายเต่เข้าประทับในอ๊ามหรือศาลเจ้า ทำพิธีสวดวันละ 2 ครั้ง เป็นลักษณะการสวดมนต์เช้าและสวดมนต์เย็นโดยเฉพาะกลางคืน

 

  • พิธีบูชาดาว (ป้ายชิดแช) จะทำในคืนวัน 5 ค่ำ เพื่อขอให้ช่วยคุ้มครอง ในพิธีดังกล่าวจะมีการนำฮู้หรือกระดาษยันต์แจกจ่ายแก่ผู้ร่วมพิธี

 

  • พิธีอิ้วเก้งหรือการแห่พระ เป็นการออกประพาสเพื่อโปรดสัตว์หรือทำนองออกเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์โดยมีขบวนธงธิวและป้ายชื่อแห่นำหน้า จากนั้นก็เป็นเกี้ยวหามธูปพระ เรียกว่า “ไท่เปี๋ย” หรือเสลี่ยงเล็ก โดยหามรูปพระบูชาต่างๆ ออกนั่งเกี้ยวไป โดยจัดตามชั้นยศของพระ อาทิ จาก “ลิ่น” ขึ้นไปเป็น “ง่วน” “โส่ย” สูงขึ้นไปอีกเป็น “ไต่เต่” หรือสูงไปอีกเป็น “ฮุด” จากนั้นเป็นขบวนของเกี้ยวใหญ่ หรือตั่วเหรียญหรือเสลี่ยงใหญ่ มักใช้คน 8 คนหาม และมีฉัตรจีนหรือนิวสั่วกั้นไปด้วยซึ่งเป็นที่ประทับของ “กิ้วฮ๋องฮุดโจ้ว” ในขณะที่ขบวนผ่านชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านและจุดประทัดต้อนรับขบวน เมื่อผ่านมาถึง

 

  • พิธีลุยไฟ โก้ยโห้ยหรือโก้ยโห่ย กองไฟถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และถือเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ที่บังคับไฟไม่ให้ร้อนหรืออาจถือว่าเป็นไฟทิพย์ ใช้ชำระความสกปรกของร่างกายให้บริสุทธิ์โดยการลุยทั้งคนทรงเจ้าหรือ “ม้าทรง” ที่กำลังประทับทรงตลอดไปจนถึงประชาชนทั่วไป

 

  • พิธีโก๊ยห่านหรือสะเดาะเคราะห์จะกระทำหลังพิธีลุยไฟ ให้ผู้ที่ต้องการสะเดาะเคราะห์ตัดกระดาษเป็นรูปตัวเอง พร้อมเหรียญ 25 สตางค์และต้นกุ๊ยฉ่าย 1 ต้น นำมาที่ศาลเจ้าให้ม้าทรงประทับตราด้านหลังของเสื้อที่สวมใส่เรียกว่า ต๊ะอิ่น
  • พิธีส่งพระหรือ ส่างอิ้งอ๋อง ทำกันในคืนสุดท้ายของการถือศีลกินผักจะมีการส่งหยกอ๋องส่งเต่ซึ่งมักส่งกันที่เสาโกเต้ง ก่อน เที่ยงคืนมีการส่งพระกิ้วอ๋องฮุดโจ้วกลับสวรรค์ ณ บริเวณปลายแหลมสะพานหิน ระหว่างทางมีการตั้งโต๊ะบูชาและจุดประทัดสนั่นทั่วเมือง เมื่อขบวนส่งพระออกนอกประตู ไฟทุกดวงในศาลเจ้าต้องดับสนิทและปิดประตูใหญ่

ข้อควรปฏิบัติ 10 ประการสำหรับผู้ร่วมงานถือศีลกินผัก คือ
1.ชำระร่างกายให้สะอาดตลอดช่วงงานประเพณี
2.ทำความสะอาดเครื่องครัวและแยกใช้คนละส่วนกับคนที่ไม่ได้ถือศีลกินผัก
3.ควรสวมชุดขาวตลอดช่วงงานประเพณี
4.ประพฤติตนดีทั้งกายและใจ
5.ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์
6.ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในช่วงประเพณี
7.ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา
8.ผู้ที่อยู่ระหว่างไว้ทุกข์ไม่ควรร่วมงานประเพณี
9.หญิงมีครรภ์ไม่ควรดูพิธีกรรมใดในช่วงงานประเพณี
10 หญิงมีประจำเดือนไม่ควรร่วมพิธีกรรมใดๆ ในงานประเพณี


  •  
  •  
  •  
  •  
  •