กราบศาล “พันท้ายนรสิงห์” นายท้ายเรือของสมเด็จพระเจ้าเสือ สมุทรสาคร

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร

ในจังหวัดสมุทรสาคร มีเรื่องราวประวัติของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่มีผลต่อประวัติศาสตร์ของประเทศไทยท่านนึง เรื่องเล่านี้ถูกสืบทอดส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานให้เป็นข้อคิด ให้สำนึกถึงชาติบ้านเกิด บุคคลนั้นคือ “พันท้ายนรสิงห์” นายท้ายเรือของสมเด็จพระเจ้าเสือ ซึ่งมี “ศาลพันท้ายนรสิงห์” ให้เราได้สักการบูชามาจนถึงปัจจุบันนี้ ที่จังหวัดสมุทรสาคร

ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร

ประวัติพันท้ายนรสิงห์

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยพระบามสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ( พระเจ้าเสือ ) ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต สมควรเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฎอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่าง ๆ เนื้อความเป็นไปในแบบเดียวกัน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2247 สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ประพาสปากน้ำสาครบุรี ( ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร ) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย ตามหลักฐานชุมนุมพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยบาดำรงราชานุภาพทรง บันทึกไว้ว่าพันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง และเป็นที่โปรดปรานของพระศรีสรรเพชญ์ที่ 8 จนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รับราชการรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด

การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขาม คลองในบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวัง แต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่าความผิดครั้งนี้ ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี

ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหักผู้นั้นหมายถึง มรณะโทษให้ตัดศรีษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณีสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัย มิใช่ความประมาท จึงพระราชทานพระอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมพระราชกำหนดกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเข้าอยู่หัวทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่งอย่างสืบไป

พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงให้ปั้นมูลดินเป็นพันท้ายนรสิงห์แล้วให้ตัดศรีษะรูปดินนั้นเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใด ก็ทรงจำพระทัยปฏิบัติตามพระราชกำหนดดำรัสสั่งให้เพชรฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์เสียแล้ว โปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศรีษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล

ภายหลังเหตุการณ์ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงโปรดให้นำศพพันท้ายนรสิงห์มาแต่งกายพระราชทานเพลิงศพ และพระราชทานสิ่งของ เงินทอง แก่บุตรภรรยาพันท้ายนรสิงห์เป็นจำนวนมากและวทรงพระดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต่ฃ้องเดินเรืออ้มเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดให้ตรง

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมให้เสียพระราชประเพณี และจะนำความเสื่อมเสียมาให้พระมหากษัตริย์ จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งสมุหนายกให้กะเกณฑ์เลกหัวเมือง จำนวนสามหมื่นคนไปขุดฃอลโคกขามให้ลัดตรงกำหนดให้ลึก 6 ศอก ปากคลองกว้าง 8 วา พื้นคลองกว้าง 5 วา ให้พระราชสงครามเป็นแม่กลองอำนวยการขุด สมเด็จพระเจ้าบรมเธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวไว้ในชุมนุมพระนิพนธ์ว่า พระราชสงครามให้ขุดแต่ปากคลองลำน้ำท่าจีน มาจนถึงตำบลโคกขามแต่การขุดค้างอยู่มาเสร็จลงในรัชกาลต่อมา ปรากฏเป็นคลองตรงและกว้างใหญ่เรียกว่า คลองมหาชัย อยู่ตราบทุกวันนี้

แต่ก็มีอีกประวัติหนึ่งซึ่งกล่าวไว้ว่า เหตุที่จริงแล้วพันท้ายนรสิงห์รู้ว่ามีกบฏต้องการปลงพระชนม์สมเด็จพระเจ้าเสือจึงนำเรือเข้าไปในน้ำที่คดเคี้ยวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กบฏมาถึงตัวสมเด็จพระเจ้าเสือได้ แต่ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะเป็นอย่างไร พันท้ายนรสิงห์ก็ได้ชื่อว่า เป็นบุคคลผู้ที่มี ความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดี ยิ่งชีพ

ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์นี้ ผู้คนนิยมมาขอพร ให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งหลายคนก็ได้ผลตามนั้นจึงนิยมนำรูปปั้นไก่ และไม้พายเรือมาแก้บน

ด้านล่างของศาลมีเรือไม้ซึ่งทำจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ คาดว่ามีอายุกว่า 300 ปี ชาวบ้านใน ต.พันท้ายนรสิงห์ เป็นผู้ขุดพบ และนำมาบริจาคไว้ที่ศาลพันท้ายฯ ชาวบ้านในแถบนี้เชื่อว่า อาจเป็นเรือในขบวนเสด็จ หรือ เรือที่ใช้ลำเลียงทหารในอดีต และด้านหลังของศาลก็จะมีหลักประหารเดิม และมีหุ่นจำลองเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เราได้ดูด้วย

 

ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ศาลพันธุ์ท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร
ที่อยู่ : ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
 เบอร์โทร : +66 3475 2847-8
วันเปิดทำการ : วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ : 08.30 – 16.30

แผนที่ตั้งศาลพันท้ายนรสิงห์

 

 

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม พากิน พาเที่ยว

 

เนื้อหาและข้อความในบทความนี้เรียบเรียงโดย www.tlcthai.com/travel  หากพบข้อมูลไม่ถูกต้องสามารถ แจ้งข้อมูล มาได้ที่ webmaster@tlcthai.com เพื่อให้ทีมงานได้ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง และหากต้องการนำข้อมูลหรือภาพไปใช้ บนเวบไซต์หรือสื่ออื่น กรุณาระบุที่มาและลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์ www.tlcthai.com จะขอบคุณอย่างยิ่ง

 

 

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •