10จังหวัดไม่ควรพลาดรับไอหมอกหนาวนี้

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

10จังหวัดไม่ควรพลาดรับไอหมอกหนาวนี้

 

10จังหวัดนี้ไม่ควรพลาดในการพาร่างกายไปรับไอหมอก และสูดอากาศบริสุทธ์ให้เต็มปอด มืดเร็ว ฟ้าหลัว ลมเย็นเอื่อยๆ ยามดึกหรือเช้าตรู่พัดเข้าปะทะกับผิวกาย เป็นสัญญาณแห่งเหมันต์ฤดูที่คนไทยรอคอยมาทั้งปี  สถานที่ท่องเที่ยวต่างก็เริ่มคึกคักเตรียมพร้อมสำหรับนักล่าลมหนาวที่ถือโอกาสงัดชุดกันหนาวสีสดใสออกมาปัดฝุ่น   ขณะที่บางคนเตรียมเช็ดรถ หรือกำลังวางแผนการซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปยังมุมต่างๆ ของประเทศ ในวันหยุดยาวที่กำลังมาถึงเร็วนี้กันแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยว ปี 2019 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

10จังหวัดไม่ควรพลาดรับไอหมอกหนาวนี้
10จังหวัดไม่ควรพลาดรับไอหมอกหนาวนี้
ภูชี้ฟ้า
ภูชี้ฟ้า

1. เชียงราย ยิ่งสูง ยิ่งหนาว แล้วจะมองข้ามดินเเดนเหนือสุดในสยามแห่งนี้ไปได้อย่างไร จังหวัดนี้นอกจากมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแล้ว  ยังเต็มไปด้วยแมกไม้อันอุดมสมบูรณ์ แนวเขาที่สลับกันอวดสายตาคนสัญจรไปมา  พาเราไปสู่ที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง วนอุทยานภูชี้ฟ้า อ.เทิง จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ซึ่งสามารถออกไปเห็นถึงสปป.ลาวเลยทีเดียว รวมทั้งยังมี ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง สีขาวแต้มชมพู หรือซากุระเมืองไทยที่พากันชูดอกสลอน หากขับรถไปเรื่อยๆ ยังจะได้ยลกับไร่ชาสีเขียวลดหลั่นสวยงามตัดกับหมอกจางๆ ไปตลอดทางอีกด้วย

ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์

2.เชียงใหม่ สถานที่รวมทั้งความทันสมัยและโบราณไว้ในที่เดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของดอยอินทนนท์ ยอดดอยที่สูงที่สุดของแดนสยาม 2,565 เมตรเหนือน้ำทะเล หากใครไปช่วงฤดูหนาวก็มีสิทธิได้ยลโฉมน้ำค้างแข็ง หรือภาษาถิ่นเรียกว่าแม่คะนิ้ง ส่วนใครที่ชอบท่องเที่ยวแนวศึกษาความเป็นอยู่จะแวะบ้านม้งดอยปุย ที่มีชาวม้งแต่งกายชุดประจำถิ่นออกมาเดินกันขวักไขว่ ตกบ่ายคล้อยถึงเย็นถ้ายังไม่ได้ลงหลักเข้าพักรีสอร์ทไกลๆ ที่อำเภอไหน ก็สามารถเตร็ดเตร่หาของกินได้ที่อำเภอเมือง นอกจากมีร้านอาหารให้เลือกมากมายแล้ว ยังมีถนนคนเดินให้เลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

ปางอุ๋ง
ปางอุ๋ง
ปางอุ๋ง
ปางอุ๋ง

3.แม่ฮ่องสอน ได้ชื่อว่าเมือง3 หมอก ซึ่งฤดูหนาวเราจะได้สูดไอหมอกน้ำค้างท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี ที่แผ่คลุมไปทั่วพื้นที่ สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย เงียบเป็นส่วนตัว รีสอร์ทที่พักในอำเภอเมืองดูจะตอบโจทย์มากที่สุด แต่ถ้าหากใครขับรถออกไปทางอำเภอปางมะผ้า ก็จะได้พบกับปางอุ๋ง หรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ที่ๆได้รับสมญานามว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์แดนสามหมอก แนวอ่างเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม สลับด้วยต้นสน2ใบ 3ใบเรียงราย ยามแสงแดดอ่อนนุ่มสาดลงมาเป็นดังวิมานหมอกที่ควรไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

ภูทับเบิก
ภูทับเบิก

4.เพชรบูรณ์ เป็นอีกที่หมายของนักล่าลมหนาว มาจังหวัดเดียวมีสถานที่ให้เลือกเที่ยวมากมาย เริ่มที่แรกที่เขาค้อ เทือกเขาที่มีประวัติอันยาวนาน ตอนนี้กลายสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามเต็มไปด้วยทะเลหมอกหนายามเช้า จะเลือกกลางเต็นท์นอนแบบลุยๆ หรือเลือกจะนอนในรีสอร์ทสวยหรูก็มีให้เลือกมากมาย นอกจากนี้ยังมีภูทับเบิก จุดรับน้ำฟ้ากลางหาว ที่จะได้พบกับหมู่บ้านชาวม้งที่ปลูกไร่กระหล่ำเขียวสด สุดลูกหูลูกตา และภูหินร่องกล้าที่มีลานหินปุ่ม ลานกว้างรับน้ำค้างพร้อมชมอรุณรุ่ง

ภูกระดึง
ภูกระดึง

5.เลย เป็นอีกจังหวัดที่นักท่องเที่ยวปักธงเลือกเป็นลำดับต้นๆ เพราะหลงไหลในภูกระดึง สถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิค ที่ซึ่งความงามต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยในการปีนขึ้นภูที่ใช้เวลาเกือบทั้งวัน แต่ก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง และ แม้จะขึ้นมาได้แล้วก็ตาม เรายังลงแรงต้องเดินท่องไปอีกนับสิบๆ กิโล เพื่อชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก พักถ่ายรูปใบเมเปิ้ลแดง หรือชมสระอโนดาต ฯลฯ ถือเป็นอีกหนึ่งที่สุดในชีวิตที่ต้องพิชิตให้ได้

น้ำตกทีลอซู
น้ำตกทีลอซู

6. ตาก น้ำตกทีลอซู
อยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง บนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งขึ้นชื่อว่ามีมนต์ขลังไม่มีใครอยากไป เพราะไปแล้วไม่อยากกลับ ซึ่งผู้คนจะต้องมนต์กับผืนป่า 2 ข้างทาง ถนนที่ยังคงไว้ซึ่งธรรมชาติให้มากที่สุด ดอกกระเจียวชมพูที่ขึ้นให้เห็นเป็นทางยาวทอดตัวไปจนถึงน้ำตก ที่กำลังทิ้งตัวลงกระทบกับโขดหินเบื้องล่างเห็นเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจาย คล้ายหมอกน้ำค้างไปทั่วพื้นที่ ยิ่งมีแสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบแล้วด้วย เราจะได้เห็นรุ้งกินน้ำ7 สีให้ชื่นตา ใครที่ชอบการพจญภัยแบบ แอดเวนเจอร์สามารถกางเต็นท์นอนรอรับพระอาทิตย์ขึ้นได้เลย โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเพียงปีละ7เดือนเท่านั้นคือตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคมของทุกปี

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

7.นครราชสีมา
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ที่ถึงแม้จะครอบคลุมพื้นที่กว่า4 จังหวัด แต่ซิกเนเจอร์ของที่นี่ก็ต้องวิ่งเข้าทางอ.ปากช่อง ที่นอกจากจะเป็นสถานที่ยอดฮิตตลอดกาลแล้ว ระหว่างทางของที่นี่ก็เป็นจุดขายที่แทบจะไม่แพ้ปลายทางเลยทีเดียว เพราะทั้งฟาร์ม รีสอร์ท ไร่องุ่น เต็ม2ข้างทาง หากลดกระจกลงรับลมเย็นๆ สูดออกซิเจนจากต้นไม้เขียวขจีก็ทำให้ฟินมากอยู่แล้ว เมื่อถึงจุดหมายถ้าได้กางเต็นท์พักแรมรับรุ่งอรุณที่นี่ก็ดีไม่ใช่น้อย ช่วงกลางวันยังมีกิจกรรมอีกมากมายรออยู่ ทั้งท่องเส้นทางเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติแบบป่าดิบชื่น เล่นน้ำตกที่มากกว่า 20 แห่ง หรือจะส่องซุ่มดูสัตว์หายาก ก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

โขงเจียม
โขงเจียม

8.อุบลราชธานี
แม้จะเป็นอีสานใต้ แต่ยามอากาศหนาวที่นี่ก็หนาวสะท้านใจไม่แพ้ใครแน่นอน เมืองที่มีแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ทั้งลำน้ำมูล น้ำโขงแห่งนี้ ฤดูหนาวจึงหมอกลงหนาเชิญชวนให้ผู้มาเยือน ได้ยลเสน่ห์หมอกริมฝังโขง รับตะวันรุ่งก่อนใครที่ โขงเจียม พร้อมสูดลมหายใจให้เต็มปอดกับเหล่าหมอกน้ำค้างที่มาจากแม่น้ำโขง จะนั่งชิลล์จนสาย หรือจะเก็บภาพความประทับใจกับทุ่งหญ้าหลากสีสันที่ขึ้นสลับกันบนลานหินจนสายหมอกจาง แล้วไปชมก้อนหินเล่าประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม ซึ่งเป็นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ต่อก็ยังไหว

 

เขาช้างเผือก
ภาพจาก Kochakorn Nooam Doungchana

 

9.กาญจนบุรี
เมืองกาญจน์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่เกือบทุกอำเภอ ฤดูหนาวก็หนาวไม่แพ้ใคร เพราะมีผืนป่าเบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์บวกกับเขื่อนใหญ่ๆ กระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง ทำให้เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาสัมผัสกับน้ำค้างหนากันบนปลายยอดต้นไม้เขียวครึ้ม เขาช้างเผือกซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ใกล้กับ เหมืองปิล็อก คงไว้ซึ่งธรรมชาติเหมาะสำหรับคนชอบปีนป่าย ชอบความท้าทาย เมื่อถึงยอดเขายามสิ้นแสง ทำให้เราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เห็นอาทิตย์อัสดงเป็นคนท้ายๆ ของประเทศอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะใส่เสื้อกันหนาวสีสวยรอใส่บาตรยามเช้าตรู่ที่สะพานมอญ สังขละบุรี ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง

เขาช้างเผือก
เขาช้างเผือก

10.ราชบุรี อำเภอสวนผึ้ง
ซึ่งได้ชื่อว่าเชียงราย2 ดินแดนที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาตะนาวศรีที่ทอดไปทางใต้ของประเทศ ในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นสวรรค์คนกรุงที่ไม่อยากขับรถไปที่ไกลๆ เพราะใช้ขับรถเวลาเพียง2 ชั่วโมงเศษๆ ก็จะถึงที่หมาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมะกับการถ่ายรูปกับรีสอร์ทสิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม ยังมีหมอกหนาที่ปลายยอดภูเขาเตี้ยๆ ให้ชมได้ตลอดทั้งวัน ช่วงสายชมโป่งยุบที่บ้านโป่งกระทิง บ่ายเล่นน้ำตกเย็นๆ ที่แก่งส้มแมวและน้ำตกเก้าโจน ตกเย็นแวะอาบน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ก็เป็นอันจบวัน แต่ใครที่รักการขับรถโฟร์วีลจะพากันดูแสงสุดท้ายที่สุดเขตประเทศไทย ณ เขากระโจม ซึ่งมองเห็นผืนป่าของประเทศพม่าได้อย่างสุดลูกหูลูกตาเลยที่เดียว

จริงๆแล้ว 10จังหวัดที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามอีกมากมายให้คนไทยเลือกท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ถึงแม้บางครั้งปลายทางอาจจะพบคนที่แน่นขนัดตา ทว่าจุดหมายปลายทางไม่อาจไม่สำคัญและสวยงามเท่าระหว่างการเดินทางก็เป็นได้

10 ทะเลหมอกน่าชมในเมืองไทย ที่ต้องเห็นสักครั้งในชีวิต10 ทะเลหมอกน่าชมในเมืองไทย ที่ต้องเห็นสักครั้งในชีวิต

ที่มา : posttoday


  •  
  •  
  •  
  •  
  •