แนะนำที่เช็กอิน เที่ยวตรุษจีน “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แนะนำที่เช็กอินตรุษจีน “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เที่ยวตรุษจีน

“ล้ง 1919” (LHONG 1919)

แนะนำที่เช็กอินตรุษจีน “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เที่ยวตรุษจีน

แนะนำที่เช็กอินตรุษจีน “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เที่ยวตรุษจีน

*ที่มาภาพ  https://www.thairath.co.th/content/1118482

เริ่มต้นด้วยศิริ ทั้งปีย่อมมงคล ขอเรียนเชิญทุกท่าน เริ่มต้นปีอันแสนรุ่งเรืองใน “เทศกาลตรุษจีน LHONG 1919”

ชมการเชิดสิงโตแสนสง่างาม อุปรากรจีนที่ประจงรังสรรค์ พิธีแต่งงานแบบประเพณีนิยมของจีนที่สมบูรณ์แบบที่สุด และรับเทพเจ้ามาสถิตย์อยู่ในชีวิต วันที่ 14-16 กุมภาพันธ์นี้

14 กุมภาพันธ์ 2561
งานจดทะเบียนสมรสหมู่แบบประเพณีจีนที่สมบูรณ์แบบที่สุด “รักที่คลองสาน มั่งมีพลัง มั่งคั่งความสำเร็จ” ชมพิธียกน้ำชา ขบวนแห่ดั้งเดิมงดงามข้ามกาลเวลา และสัมผัสอุ่นไอแห่งรักอันอบอวล

  • 15.00 – 20.00 เชิดสิงโต (รอบละ 15 นาที เพื่อความเป็นสิริมงคล และบันดาลโชคลาภ)
  • 16.00 จดทะเบียนสมรส

15 กุมภาพันธ์ 2561
การแสดงประเพณีบุราณอันถึงพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลอง และรับเทพเจ้าเพื่อความเป็นศิริมงคลแห่งชีวิต ถูกต้องตรงตามหลักมงคลชัย

  • 18.00 อุปรากรจีน
  • 23.00 รับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยะ

🏮16 กุมภาพันธ์ 2561
งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเพื่อปีที่เจริญรุ่งเรืองตลอดไป

  • 15.00 – 20.00 เชิดสิงโต (รอบละ 15 นาที เพื่อความเป็นสิริมงคล และบันดาลโชคลาภ)

 

————————–

เชิญสักการะ ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว

เชิญสักการะ ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว

 

ล้ง1919 ปรับเวลาทำการใหม่ ตั้งเเต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ดังนี้ค่ะ

ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว
เปิดทุกวัน ตามเวลาต่อไปนี้
วันจันทร์ 11:00 น.-20:00 น.
วันอังคาร – วันอาทิตย์ 9:00 น.-20:00 น.
ชั้น 2 ของศาลเปิดให้ขึ้นชมถึงเวลา 20.00 น.

โซนร้านค้า [Art&Craft Shop]
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

โซนร้านอาหาร [Eatery Zone]
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 -22.00 น.

ล้ง 1919

ล้ง 1919

ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน แหล่งศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) คือ โครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิง Heritage โดดเด่นด้วยศิลปะเชิงอนุรักษ์ ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ไทยจีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญดังนี้

1. ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU) คลองสาน อายุมากกว่า 167 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจ ของชาวจีนในแผ่นดินไทย
2.อาคารจัดงานอีเว้นท์ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ
3.ลานกิจกรรมกลางแจ้ง
4. Co-Working Space
5. ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดีไซน์ งานฝีมือ จากศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่
6. ร้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ อาทิ ร้านนายห้าง, ร้านอาหาร โรงสี, ร้านกาฟงกาแฟ ฯลฯ
7. บริเวณที่นั่งพักผ่อนระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา
8. ท่าเรือสัญจรทางแม่น้ำเจ้าพระยา
9. ศิลปวัฒนธรรม อาทิ อาคารไม้สถาปัตยกรรมจีนโบราณ, ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากปลายพู่กันจีน
10. ท่าเรือหวั่งหลี ซึ่งเป็นท่าเรือส่วนบุคคลสำหรับเดินทางทางน้ำมายัง “ล้ง 1919” โดยเฉพาะ

 

“ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จุดเชื่อมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกว่า 167 ปี

อาคารไม้

อาคารไม้

หากใครเคยมีโอกาสล่องเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาชมความสวยงามของ 2 ฝั่งน้ำ ต้องเคยสังเกตเห็นพื้นที่อันเก่าแก่ของตระกูล “หวั่งหลี” ที่ยังหลับใหลอยู่เป็นเวลานาน แต่ใครจะรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ในนาม ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” สถานที่อันที่เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์อันรุ่งเรือง ในช่วงยุคทองของการค้าระหว่างไทย-จีน นับแต่นั้นมา เมื่อกาลเวลาผ่านไป การค้าทางเรือถูกเข้ามาแทนที่ด้วยการคมนาคมอื่นๆ ที่ทันสมัยขึ้น ท่าเรือแห่งนี้จึงถูกลดบทบาทลง กระทั่ง วันเวลาเดินทางมาถึงวันนี้ ตระกูล “หวั่งหลี” ในฐานะเจ้าของ ต้องการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ปลุกชีวิตมรดกของบรรพบุรุษที่หลับใหลให้ตื่นคืนชีวิตชีวาอีกครั้ง ในนาม “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมี คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้ก่อตั้งโครงการ รับหน้าที่ในการสร้างสรรค์

 

บ้านหวั่งหลี

บ้านหวั่งหลี

บ้านหวั่งหลี

บ้านหวั่งหลี

 

หัวเรือใหญ่ คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้ก่อตั้งโครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) กล่าวว่า “ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และหัวใจอนุรักษ์ ของลูกหลานตระกูล หวั่งหลี นำมาสู่โครงการ “ล้ง 1919” ที่เป็นมากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกของครอบครัว อีกทั้ง คือการดำรงรักษามรดก เชิงศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ศิลป์อันเป็นมรดกของชาติ และมรดกของโลกสืบไป

 

คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้ก่อตั้งโครงการ “ล้ง 1919

คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้ก่อตั้งโครงการ “ล้ง 1919

ครั้งนี้ทุกคนในบ้านหวั่งหลีต่างเห็นพ้องกันว่า เห็นควรแก่การปลุก “ฮวย จุ่ง ล้ง” ที่หลับใหลมาเป็นเวลายาวนาน ให้ตื่นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง และในขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษารูปร่างหน้าตาแบบดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งสร้างครั้งแรก เมื่อได้บูรณะขึ้นมาแล้ว เราจึงอยากเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนภายนอก นักเรียนนักศึกษา รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผ่านศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเล ตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งโครงการนี้เป็นการบูรณะเชิงอนุรักษ์ ที่ยึดหลักการรักษาโบราณสถานให้คงสภาพงดงามตามสภาพให้ได้มากที่สุด ด้วยการใช้วิธีการบูรณะและวัสดุแบบโบราณ เช่น ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังบริเวณรอบวงกบประตูและหน้าต่าง บูรณะด้วยการใช้สีที่ตรงกับของเดิม ค่อยๆ บรรจงแต้มเติมรอยจางให้ชัดขึ้น โดยไม่ได้เอาสีสมัยใหม่เข้าไประบายทับหรือวาดเพิ่มเติม หรืออย่างเช่น การบูรณะผนังอิฐ ส่วนที่แตกร่อนก็คงสภาพไว้ตามนั้น บูรณะโดยการใช้ปูนจากธรรมชาติแบบโบราณมาบูรณะช่วงรอยต่อที่แตก เพื่อไม่ให้ปูนหลุดร่อนไปมากกว่าเก่า ส่วนโครงสร้างไม้สักนั้น ส่วนไหนที่ชำรุดก็นำไม้จากส่วนอื่นๆ ของอาคารมาต่อเติม โดยไม่ทิ้งไม้เก่า เราตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) กลายเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยจีน ที่นอกจากจะเป็นความภูมิใจของลูกหลานตระกูลหวั่งหลีเองแล้ว ยังรวมถึงลูกหลานชาวไทยจีนทุกคนด้วย”

คุณรุจิราภรณ์ ฉายภาพย้อนให้ฟังเพิ่มเติมว่า “หากกล่าวย้อนกลับไปถึงยุคทองของการค้าไทย-จีน ต้องมองย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะหลังจากมีการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง ซึ่งมีสาระสำคัญในการเปิดฉากการค้าเสรีกับต่างประเทศในสยามประเทศ ตั้งแต่นั้นมา พ่อค้าต่างประเทศก็เข้ามาติดต่อค้าขายในประเทศไทยอย่างอิสระ เมื่อมีการเปิดเมืองท่า พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ริเริ่มลงทุนสร้างเรือกลไฟ ซึ่งคือเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้นเป็นเชื้อเพลิงมีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟ นิยมใช้แล่นในทะเลหรือมหาสมุทร และได้สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้น ประมาณปี พ.ศ.2393 (ค.ศ.1850) เป็นท่าเรือชื่อ “ฮวย จุ่ง ล้ง” เป็นภาษาจีน เขียนว่า 火 船 廊 หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” สำหรับให้ชาวจีนที่เดินทางทางเรือมาค้าขายหรือย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่ประเทศไทยมาเทียบเรือ พร้อมลงทะเบียนชาวต่างชาติที่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่โดยเฉพาะที่ท่าแห่งนี้

 

ล้ง 1919” (LHONG 1919)

ล้ง 1919” (LHONG 1919)

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ โดยตัวอาคารท่าเรือ เป็นร้านค้า และโกดังเก็บสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ โดยจอดเรือที่ท่าเรือด้านหน้า และนำสินค้ามาโชว์ในร้านในอาคาร เหมือนเป็นโชว์รูม ซึ่งนับเป็นท่าเรือกลไฟที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในสมัยนั้น จนในปี พ.ศ.2462 (ค.ศ.1919) ตระกูล “หวั่งหลี” โดย นายตัน ลิบ บ๊วย ได้เข้ามาเป็นเจ้าของ อาคารท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” คนใหม่ต่อจาก พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) และได้ปรับท่าเรือดังกล่าวให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน และโกดังเก็บสินค้า สำหรับกิจการการค้าของตระกูลหวั่งหลี ต่อมาได้ปรับโกดังสำหรับเก็บสินค้าการเกษตรที่ขนส่งมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าราคากันเองสำหรับพนักงานในพื้นที่เรื่อยมา”

 

นอกจากนั้น คุณค่าสำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนจีนที่นี่ ที่เป็นศูนย์รวมใจ ได้แก่ “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว” (MAZU) คลองสาน ที่ประดิษฐานอยู่คู่ “ฮวย จุ่ง ล้ง” มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนปัจจุบัน โดยเป็น เจ้าแม่หม่าโจ้วโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ทำจากไม้ มี 3 ปาง ปางแรกคือปางเด็กสาว ให้พร ด้านการขอบุตร ปางที่สองคือปางผู้ใหญ่ ให้พรในด้านการค้าขายเงินทองและ ปางที่สามคือปางผู้สูงอายุ ซึ่งเชื่อว่าท่านประทับอยู่บนสวรรค์ และมีเมตตาจิตสูง ซึ่งทั้ง 3 ปางนี้ เป็นองค์ที่ชาวจีนนำขึ้นเรือเดินทางมาจากเมืองจีน เมื่อมาถึงเมืองไทยจึงอัญเชิญประดิษฐานที่ศาลแห่งนี้ อายุเก่าแก่มากกว่า 167 ปี เวลาคนจีนเดินทางโพ้นทะเลมาถึงฝั่งประเทศไทย ก็จะมากราบสักการะท่าน เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยทำให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และเมื่อจะเดินทางกลับไปประเทศจีน ก็จะมากราบลาเจ้าแม่ที่นี่เช่นกัน เจ้าแม่หม่าโจ้ว จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในแผ่นดินไทย ซึ่งคนจีนที่ทำการค้าในไทยจนเจริญร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็ล้วนก่อร่างสร้างตัวมาจากที่นี่

ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU) คลองสาน

ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU) คลองสาน

นอกจากคุณค่าในฐานะสถานที่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีนแล้ว ยังเปี่ยมด้วยคุณค่าเชิงสุนทรียะด้านสถาปัตยกรรม “ฮวย จุ่ง ล้ง” ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน พื้นและเครื่องหลังคาสร้างจากไม้เสาสร้างลักษณะป่องกลางที่คนจีนนิยม ลักษณะเป็นหมู่อาคารแบบ “ซาน เหอ หยวน” (三 合 院) ซึ่งเป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลัง เชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปทรงตัว U มีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสามหลังเป็นลานอเนกประสงค์ อาคารประธาน ด้านในเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU) คลองสาน ส่วนอาคารอีก 2 หลัง ด้านข้างใช้สำหรับเป็นอาคารสำนักงานและโกดังสินค้า

ล้ง 1919” (LHONG 1919)

ล้ง 1919” (LHONG 1919)

อีกเสน่ห์ที่พลาดไม่ได้คือ การค้นพบภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้สีที่ฉาบทับไว้ ซ้ำไปมาหลายต่อหลายชั้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเขียนสีด้วยพู่กันลงบนผนังปูน จึงทำให้ภาพจิตรกรรมเหล่านั้นยังคงผนึกไว้และไม่ถูกลบหายไป กอปรกับลักษณะการออกแบบและขนาดของแต่ละห้องที่แตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าเป็นแหล่งศูนย์ช่างฝีมือของชาวจีนในอดีต

เหตุผลเหล่านี้ทำให้ “ฮวย จุ่ง ล้ง” มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ เพราะนอกจากเป็นการรักษาไว้ซึ่งสมบัติของบรรพบุรุษ และสืบต่อให้ลูกหลานสืบไปแล้ว ยังเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน ก็เป็นสมบัติของคนไทยด้วย ตระกูลหวั่งหลี ผู้เป็นเจ้าของถือครองตระหนักถึงคุณค่านี้ จึงมีเจตนารมณ์ที่จะรักษามรดกของบรรพบุรุษชิ้นนี้ไว้ให้คงอยู่ตราบนาน โครงการบูรณะ ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ขึ้น จึงได้ริเริ่มขึ้น สำหรับโครงการบูรณะเชิงอนุรักษ์พร้อมพัฒนาและปรับโฉมสู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่อเนกประสงค์ สำหรับการจัดกิจกรรม นิทรรศการ งานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านอาหาร – คาเฟ่ ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะและงานฝีมือของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ สถานที่พักผ่อน และพิพิธภัณฑ์ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยจีนในอดีตบนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับ โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ LHONG 1919 หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ 091-1871919

แผนที่ไป โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919)

แผนที่ไป โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919)

ที่ตั้ง: 248 ถนน เชียงใหม่ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน
โทร: 081 994 4597
แผนที่ โครงการ “ล้ง 1919

 

 

 

 

ท่องเที่ยวอัพเดต
- 2018-02-13 2:28:46 โพสต์โดย : admin คนดู 126 คน

ท่องเที่ยว อัพเดท

  • ป้ายกำกับ

    ข้อมูลท่องเที่ยว ข้อมูลร้านอาหาร ญี่ปุ่น ทะเล ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวภาคกลาง ท่องเที่ยวภาคเหนือ ท่องเที่ยวอัพเดต ท่องเที่ยวไทย น้ำตก พากิน พาชิม ภัตตาคาร ร้านอร่อย ร้านอาหาร ร้านเด็ด สงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย สวนอาหาร ห้องอาหาร อุทยานแห่งชาติ เชียงใหม่ เที่ยว เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวหน้าหนาว เที่ยวเกาหลี เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวไทย แนะนำร้านอาหาร แนะนำร้านเด็ด แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวภาคอีสาน