เที่ยวน่าน ไปตรงไหนดี เที่ยวน่านฤดูไหนก็สวยงามเสมอ

เที่ยวน่าน ไปตรงไหนดี

 

“น่าน” จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของภาคเหนือ เป็นที่ตั้งของเมืองที่สำคัญในอดีต อาทิ เมืองวรนคร เวียงศีรษะเกษ อีกทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่สำคัญนั้นคือ แม่น้ำน่าน ที่หล่อหลอมวิถีชีวิตผู้คนมาแต่ช้านาน

น่าน เมืองเล็กๆ จังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย เที่ยวได้ทั้งหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวน่านฤดูไหนก็สวยงามเสมอ เมืองล้านนาตะวันออก ที่งดงามด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นอีกหนึ่งเมืองสงบน่าเที่ยวเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่เหล่านักเดินทางต่างใฝ่ฝันที่จะมาเที่ยวสัมผัสบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ

 

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

*ภาพจากเพจ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

 

1. “ดอยภูคา” อยู่ในเขตของอำเภอปัว ในภาพเป็นวิวระหว่างทางบนถนนลอยฟ้าสาย 1256 จากปัวไปบ่อเกลือ  มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ดอยภูคา เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็น แหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย

 

2. “จุดชมวิวบ้านเปียงซ้อ” ใช้เส้นทางจากบ่อเกลือวิ่งมายังอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะเลี้ยวขวาตรงบริเวณบ้านเวร รถยนต์ไม่สามารถขึ้นได้ ต้องเป็นโฟรวีลหรือกะบะยกสูงเท่านั้น

 

กิ่วกะลกแคมป์

กิ่วกะลกแคมป์

ภาพจากเพจ กิ่วกะลกแคมป์ – น่าน / เปิด 1 ตุลาคม – 31 มกราคม ของทุกปี

 

3. “กิ่วกะลกแคมป์” เป็นแคมป์ลับ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายหมอกระหว่างทางจากเส้น อ.สันติสุข ไปยัง อ.ปัว จ.น่าน
มีเต็นท์และเครื่องนอนให้ มีอาหารเย็น-อาหารเช้า พร้อมรถรับส่ง ไป-กลับ เมืองน่าน รับเพียงคืนละ 8 ท่าน มาแต่ตัว นอนในเต้นท์ ทานข้าวเย็นใต้แสงดาว ทานข้าวเช้า ท่ามกลางทะเลหมอก โทร.0830095081
ปล.เหมาะสำหรับท่านที่รักความลำบาก ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำอาบ แต่มีห้องน้ำนะ..

 

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

 

ที่มาภาพ http://park.dnp.go.th/

4. “อุทยานแห่งชาติขุนสถาน” เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในฤดูหนาว ด้วยวิวทิวทัศน์ในแบบ 360 องศา ที่นี่มีบ้านพักแต่ก็ต้องจองล่วงหน้าเพราะมีจำนวนจำกัด มีเต็นท์ให้เช่าหรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ ไม่มีอาหารขายแต่ก็สามารถลงไปทานที่หมู่บ้านใกล้ๆ ซึ่งห่างราว 3-4 กิโลเมตร หรือจะนำขึ้นมาทานก็ได้ ไฟฟ้ามีเป็นบางเวลาเพราะใช้ไฟปั่นและสัญญาณมือถืออ่อนแรง เบอร์โทร อุทยานฯ 087 173 9549

5. “จุดชมวิววัดภูเก็ต” จะเป็นวิวที่อยู่ด้านล่างเมื่อเรามองลงไปจากบริเวณวัดภูเก็ต อ.ปัว จ.น่าน ช่วงเดือนที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือเดือนสิงหาคมไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม

6. “ดอยเสมอดาว” อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน เส้นทางรถยนต์ไปได้ ไม่ชันมากนัก ช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะค่อนข้างเยอะ สถานที่กางเต็นท์อาจจะไม่เพียงพอ สามารถค้างแรมได้บริเวณด้านหลังของดอยเสมอดาวซึ่งจะมีไร่ต่างๆ ไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยว เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการค้างแรมที่ไม่ต้องแออัดมากจนเกินไปนัก

7. “ผาชู้” อุทยานแห่งชาติศรีน่าน เลยดอยเสมอดาวมานิดเดียว ราว 2-3 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับค้างแรม สามารถชมทะเลหมอกได้เช่นกัน โดยมียอดผาชู้เป็นจุดเด่น มีสายธงชาติไทยที่ยาวที่สุดในประเทศไทยอยู่บริเวณจุดนี้ด้วย

8. มุมมหาชน ถนนลอยฟ้าดอยภูคา จุดนี้จะอยู่ก่อนถึงทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ดอยภูคา ถ้าเราขึ้นจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ สาย 1256 ดูว่าสูงแต่เป็นมุมกล้องเสียมากกว่า จริงๆ แล้วก็ไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ไปได้หมด

9. “หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสะแตง” ตั้งอยู่ที่ บ้านห้วยสะแตง ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ตามเส้นทางหลวง น่าน-ทุ่งช้าง อยู่ห่างจากองค์การบริาหารส่วนตำบลงอบ ประมาณ 9 กิโลเมตร ที่นี่มีลานกางเต็นท์ มีเต็นท์ให้เช่า มีบ้านพัก และศาลาชมวิว แต่ไม่มีอาหารขายนะ ต้องเตรียมขึ้นไปเอง

10. “ถนนลอยฟ้า 1148” ถนนสายนี้จะเชื่อมระหว่าง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ผ่านภูลังกา มายัง อ.สองแคว จ.น่าน แล้วไปทะลุออก อ.ท่าวังผา จ.น่าน เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่งดงาม

11. “ดอยวาว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาตินันทบุรี อ.ท่าวังผา จ.น่าน สูงจากระดับน้ำทะเล 1,674 เมตร เป็นจุดสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาตินันทบุรี เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินทางสะดวกสบาย และมีพื้นที่สะดวกสำหรับกางเต้นท์พักแรม และที่สำคัญที่สุด สามารถเห็นวิวของจังหวัดน่านได้อย่างชัดเจน สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินได้ในที่เดียว

การเดินทางไปดอยวาว นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์ขึ้นไปได้เลย รถเก๋งสามารถขึ้นได้ ดอยวาว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ประมาณ 4 กม.ที่นี่มีบริการกางเต็นท์ มีบ้านพัก อาหารควรซื้อเตรียมก่อนขึ้นไป เส้นทางจากอำเภอท่าวังผา จ.น่าน มาตามทางหลวงหมายเลย 1082 ผ่านบ้านนาหนุน บ้านน้ำไคร้ บ้านน้ำค้าง และบ้านดอยติ้ว จากบ้านดอยติ้วถึงอุทยานแห่งชาตินันทบุรี 4 กม.

โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร

โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร

ที่มาภาพ : โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร

 

12. “โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร” อ.ปัว จ.น่าน ที่นี่เป็นทั้งโรงเรียนสอนการทำนา เป็นทั้งโฮมสเตย์ที่พัก กับบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา เบอร์โทร 089 999 7737

13. “สะจุกสะเกี้ยง” อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน การเดินทางให้มาจาก อ.บ่อเกลือ ใช้เส้นทางไปยัง อ.เฉลิมพระเกียรติ ก่อนตัดขึ้นสู่เส้นทางสูงชันที่บ้านเวร อ.บ่อเกลือ เส้นทางเหมาะกับรถโฟรวีลหรือกะบะยกสูงเท่านั้น ด้านบนมีบ้านพักที่เป็นกระท่อมในไร่ชา มีโครงการพระราชดำริ มีการปลูกพืชผลไม้เมืองหนาว และเงียบสงบไม่มีนักท่องเที่ยวมากนัก

14. “วังศิลาแลง” ตั้งอยู่ใน อ.ปัว เป็นจุดชมวิวประหนึ่งแกรนด์แคนยอนที่สายน้ำกัดเซาะทำให้เกิดร่องหินที่งดงามตามกาลเวลา ตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

15. “ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ” ตั้งอยู่ใน อ.ปัว จุดเดียวกันกับลำดวนผ้าทอ เป็นร้านนั่งพักผ่อนดื่มกาแฟ กับบรรยากาศสบายๆ สไตล์ไทลื้อ

ขนมหวานป้านิ่ม

ขนมหวานป้านิ่ม

 

16. ขนมหวานป้านิ่ม

ยามค่ำคืนในเมืองเล็กๆ อย่างเมือง “น่าน” ก็ไม่ได้มีร้านรวงที่เปิดกันอย่างคึกคักเหมือนที่กรุงเทพฯ แต่ร้านขนมหวานร้านหนึ่งที่ใครไปใครมาในตัวเมืองน่านแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะมาลิ้มลองก็คือ ร้าน “ของหวานป้านิ่ม” ร้านขนมหวานไทยๆ ชื่อดังของเมืองน่านแห่งนี้

17. “วัดพระธาตุเขาน้อย” เมื่อมาเยี่ยมเยือนเมืองน่านก็ไม่ควรพลาดที่จะขึ้นมาสักการะกราบไหว้ขอพร
องค์พระธาตุเป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา มีพระพุทธรูปปางประทานพรงามสง่าเป็นจุดเด่น
สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ

18. “วัดพระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน วัดพระบรมธาตุแช่แห้งตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปราว 2กม. เส้นทางสายน่าน-แม่จริม สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี

19. “อุ่นไอมาง ณ สะปัน” อีกหนึ่งที่พักในแบบเรียบง่าย อิงแอบธรรมชาติที่คิวแน่นที่สุด การเดินทางจากบ่อเกลือใช้เส้นไปยัง อ.เฉลิมพระเกียรติ จะมีแยกทางขวา เข้าไปอีกราว 2 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของบ้านสะปันและอุ่นไอมางแห่งนี้

20. “บ้านเวร อ.บ่อเกลือ” ตั้งอยู่ริมทางสาย บ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ กับวิวทุ่งนาที่ดูเป็นระเบียบสวยงามเขียวขจี

21. “จุดชมวิว 1715” จะอยู่ระหว่างทาง สาย 1256 ปัวไปบ่อเกลือ เป็นจุดชมวิวในมุมสูง จุดนี้ยังเป็นจุดกางเต็นท์ค้างแรมได้อีกด้วย
22. “ลานดูดาว” อ.ปัว อยู่ในเขตการดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จุดนี้มีที่กางเต็นท์ค้างแรม มีเต็นท์ให้เช่า ห้องน้ำสะดวกสะอาด แถมมีน้ำอุ่นด้วยนะ ในเดือนมกราคมดอกนางพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานไปทั่วบริเวณ
23. มา อ.บ่อเกลือ ก็ไม่ควรพลาดเข้าไปชมการต้มเกลือในแบบโบราณ ซึ่งมีอยู่หลายจุดในตัวหมู่บ้าน ชาวบ้านยังคงอนุรักษ์วิธีในแบบโบราณดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
24. “อุทยานแห่งชาติขุนน่าน” จากตัวอำเภอบ่อเกลือ ขับรถมาทางเส้นที่จะไป อ.เฉลิมพระเกียรติราว 9 กิโลเมตร ก็จะเจอกับอุทยานฯ แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ริมทาง จุดเด่นภายในอุทยานฯ คือจุดชมวิว น้ำตกต่างๆ ที่สวยงาม
25. “จุดชมวิวอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน” ตั้งอยู่ริมทางสาย 1148 ระหว่าง อ.สองแคว – ภูลังกา ปลายฝนต้นหนาวเราจะเห็นทะเลหมอกปกคลุมไปทั่วในยามเช้า

26. “วัดสวนตาล” สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมมาวดีชายาของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่านเมื่อราวพ.ศ.1955 เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองน่านด้านทิศเหนือบริเวณที่เป็นสวนตาลหลวง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด ภายในวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทรงทิพย์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ทุกปีใหม่ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ชาวน่านจะจัดงานนมัสการและสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ประทานน้ำสรงเป็นประจำทุกปี
27. “ซุ้มลีลาวดี” อีกหนึ่งมุมมหาชนที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
28. “วัดศรีมงคล(ก๋ง)” ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน โดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ
29. “วัดหัวข่วง” ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด มีเพียงหลักฐานว่าได้รับการบูรณะในราว พ.ศ. 2425 โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าเมืองน่าน ซึ่งต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2533 กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาบูรณะเจดีย์วัดหัวข่วงและได้ประกาศเป็นโบราณสถานของชาติต่อไป

30. C view home เป็นบ้านพักตากอากาศบนเนินเขา ใน อ.ปัว
ตัวบ้าน 2 ชั้น 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ
หน้าบ้านมีสระว่ายน้ำ รอบสระสามารถกางเต็นท์และปิ้งย่าง
เบอร์โทร C view home โทร. 086-0529800

31. “วัดภูมินทร์” ตั้งอยู่ที่บ้านภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ใกล้กับพิพิธภัณฑสถาน-แห่งชาติน่าน เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นศิลปะในแบบล้านนาโบราณสวยงาม ฝาผนังเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของยุคตามพงศาวดารเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองเมืองน่านในสมัยนั้น ได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ราว 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์ดังกล่าว

32. “พระตำหนักภูฟ้าและศูนย์ภูฟ้าพัฒนา” เกิดขึ้นมาหลังจากที่สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรและทอดพระเนตรบ่อเกลือสินเธาว์ ณ บ้านบ่อหลวง อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2538 พระองค์ทรงห่วงใยในปัญหาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดารด้วยทรงพระเมตตาที่จะช่วยให้เด็ก เยาวชน และราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้มีพระราชดำริให้ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือและ อ.เฉลิมพระเกียรติ และทรงขยายงานพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเด็กต่อไป — กับ Chanpen Watthana

33. “หมู่บ้านประมงปากนาย” เดิมเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำน่าน หลังการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ชาวบ้านอพยพมาจากหลายแห่ง หมู่บ้านปากนายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งมีลักษณะเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวขจี ชาวบ้านปากนายประกอบอาชีพประมง มีแพร้านอาหารให้เลือกชิมปลาจากเขื่อน มีแพบ้านพัก และยังมีแพที่สามารถนำรถยนต์ข้ามฝั่งไปยังฝั่งอุตรดิตย์ได้อีกด้วย

34. “หอศิลป์ริมน่าน” เป็นหอแสดงงานศิลปะของเอกชนขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ทางเข้าติดริมถนนทางหลวง (กม.20) ห่างจากตัวอำเภอเมืองน่านไปประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักใน ศิลปะตัวอาคารไม่ได้ดัดแปลงจากคุ้ม เวียง วัง หรือตึกอื่นๆ แต่อย่างใด แต่เป็นความตั้งใจของเขาที่ต้องการสร้างหอศิลป์ขึ้นในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

35. “เสาดินนาน้อย” ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงของ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย มีระยะ ทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 24 กิโลเมตร เป็นเสาดินที่มีลักษณะแปลกตาคล้าย “แพะเมืองผี” ที่จังหวัดแพร่ เสาดินนาน้อย เกิดจากการที่ดินตะกอนทับถม ถูกเลื่อนตัวสูงขึ้นจากผิวดิน ผ่านเวลานานหลายล้านปี ถูกน้ำและฝนกัดเซาะ จนทำให้เกิดรูปร่างประหลาดแปลกตาอย่างที่เห็น สันนิษฐานว่าเสาดินนาน้อยมีอายุประมาณ 30,000-10,000 ปีและเคยเป็นก้นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ยังค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็น แหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่า

36. “วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร”
เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ตัวเจดีย์ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ — กับ Naiyarat Dhanadchaipuen, Ruchanee Suthikulpanich และ Tammy Kloythanomsup

37. “ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ” ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งที่พักที่เหมาะไปสูดโอโซน มองวิวทุ่งนากว้างไกลได้แบบเต็มอิ่มจากหน้าที่พักในบรรยากาศแบบส่วนตัว นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการเป็นร้านอาหารอีกด้วย เมนูส่วนใหญ่เน้นไปทางเมนูเห็ดทั้งหลาย เนื่องจากที่นี่คือ ฟาร์มเห็ดที่ผลิตเชื้อเห็ดที่ใหญ่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอปัวและของจังหวัดน่าน เลยมีการนำเห็ดมาเป็นส่วนประกอบของเมนูต่างๆ ใครที่มาถึงปัวถึงแม้ไม่ได้มาพักค้างคืนก็ไม่ควรพลาดมาลิ้มลองสารพัดเมนูเห็ดและพิซซ่าแสนอร่อยเมนูขึ่นชื่อของที่นี่

38. “วัดศรีพันต้น” ตั้งอยู่ที่ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเขตเทศบาลเมืองน่าน สร้างโดยพญาพันต้นเจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา ภายในวัดมีวิหารที่สวยงามตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได ภายในวิหารมีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน ที่ดูสวยงามและทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

39. วัดภูมินทร์ ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ เป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวนาค พระอุโบสถจตุรมุขนี้กรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของ ประเทศไทยพระอุโบสถ ตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฏางค์ ชนกันประทับ นั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผู้ที่ไปชมความงามของ พระอุโบสถนี้ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศใด จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน

40. “วัดมิ่งเมือง” เป็นที่ประดิษฐานของเสาหลักเมืองจังหวัดน่าน ลักษณะเด่นของวัดมิ่งเมืองคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสนภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน

41. “อุทยานแห่งชาติแม่จริม” ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอแม่จริมและอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กิจกรรมท่องเทียวที่โดดเด่นคือ การล่องแก่งเรือยางลำน้ำว้า เส้นทางเดินป่าพิชิตยอดผาหน่อ

 

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัด: รูปพระธาตุแช่แห้งประดิษฐานบนหลังโคอุศุภราช
ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเสี้ยวดอกขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia variegata Linn.)
ต้นไม้ประจำจังหวัด: กำลังเสือโคร่ง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Betula alnoides Buch.-Ham.)
คำขวัญประจำจังหวัด: แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

 

ภูมิศาสตร์ เมืองน่าน

จังหวัดน่านมีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาซึ่งวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนด้านเหนือและตะวันออกซึ่งเป็นรอยต่อกับประเทศลาว มีภูเข้ในเขตอำเภอบ่อเกลือ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด คือมีความสูงถึง 2,079 เมตร[3] และมีดอยภูคาในเขตอำเภอปัว เป็นยอดเขาที่สำคัญของจังหวัด มีความสูง 1,980 เมตร ส่วนพื้นที่ราบจะอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด และตามลุ่มน้ำต่าง ๆ แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัดคือแม่น้ำน่าน ซึ่งมีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของจังหวัด แล้วไหลลงไปยังเขื่อนสิริกิติ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ และบรรจบกับแม่น้ำปิงที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังมีลำน้ำสาขาต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ลำน้ำสา ลำน้ำว้า ลำน้ำสมุน ลำน้ำปัว ลำน้ำย่าง ลำน้ำแหง เป็นต้น มีพื้นที่กว้างใหญ่ พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทั้งยังมีประชากรหลายชาติพันธุ์ นับว่าเป็นดินแดนของความหลากหลายอีกแห่งหนึ่งของประเทศ

 

พื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า “เมืองเก่าน่าน”

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 เห็นชอบมติที่ประชุมของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า เรื่อง การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าน่าน ครั้งที่ 3/2548 วันที่ 24 มิถุนายน 2548 ดังนี้
ประกาศเขตพื้นที่เมืองเก่าน่าน และเวียงพระธาตุแช่แห้ง เป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า (ข้อ 9(1) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า พ.ศ. 2546 มีผลเมื่อได้รับการประกาศโดยคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า แล้ว และได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2549)
แผนแม่บทและผังแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าน่าน
การแต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าน่านดำเนินงานในพื้นที่เมืองเก่าน่าน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

 

ข้อมูลจาก ม่วงมหากาฬ LIFE FOR TRAVELhttps://th.wikipedia.org/
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
จังหวัดน่าน
- 2018-05-7 11:41:36 โพสต์โดย : admin คนดู 293 คน

ท่องเที่ยว อัพเดท

  • ป้ายกำกับ

    ข้อมูลท่องเที่ยว ข้อมูลร้านอาหาร ญี่ปุ่น ทะเล ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวภาคกลาง ท่องเที่ยวภาคเหนือ ท่องเที่ยวอัพเดต ท่องเที่ยวไทย น้ำตก พากิน พาชิม ภัตตาคาร ร้านอร่อย ร้านอาหาร ร้านเด็ด สงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย สวนอาหาร ห้องอาหาร อุทยานแห่งชาติ เชียงใหม่ เที่ยว เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวหน้าหนาว เที่ยวเกาหลี เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวไทย แนะนำร้านอาหาร แนะนำร้านเด็ด แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวภาคอีสาน