ประเพณีแห่เทียนพรรษา โคราช ประจำปี 2561

ประเพณีแห่เทียนพรรษา โคราช

ประเพณีแห่เทียนพรรษา โคราช

ประเพณีแห่เทียนพรรษา โคราช

ร่วมงานแห่เทียนพรรษาโคราช ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ร่วมชมการประกวดต้นเทียนพรรษา การประกวดขบวนแห่เทียน การประกวดประดิษฐ์ต้นเทียน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์

งานแห่เทียนโคราช ประจำปี 2561 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้สร้างงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 – 28 กรกฎาคม 2561 ณ สนามกีฬากลางเทศบาลตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย บริเวณลานพรหมทัต เขตเทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย และบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

เริ่มกันที่ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา อำเภอโชคชัย ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ณ สนามกีฬากลางเทศบาลตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย โดยมีกิจกรรม การประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา (เริ่มแห่ เวลาประมาณ 13.00 น. เป็นต้นไป) ชมกระบวนการหล่อเทียนพรรษา การประกวดหมี่โชคชัย ที่มีความพิเศษเป็นลักษณะเฉพาะของเมืองโชคชัย ความเหนียวนุ่ม ความอร่อยของเส้นหมี่เป็นที่ติดใจของใครหลายคน ที่แวะเวียนและมาชิม “คั่วหมี่” ยังดินแดนแห่งนี้ ในภาคกลางคืนชมมหรสพ การแสดงต่างๆ รวมถึงขบวนรถต้นเทียนพรรษาของผู้ชนะเลิศ ในแต่ละรางวัลจัดแสดงให้ได้ชม และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

ต่อด้วย งานประเพณีแห่เทียนอำเภอพิมาย ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณลานพรหมทัต เขตเทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย พบความน่าสนใจกับกิจกรรมการประกวด ขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา (เริ่มแห่เวลาประมาณ 13.00 น.เป็นต้นไป) ชมกระบวนการหล่อเทียนพรรษา มหกรรมสินค้า OTOP อาหารพื้นเมือง ในภาคกลางคืนไปจนถึงภาคเช้าของวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ชมความสวยงามของขบวนรถต้นเทียนพรรษาของผู้ชนะเลิศในแต่ละรางวัลจัดแสดงให้ได้ชม นอกจากนี้ยังมีมหรสพการแสดงต่างๆ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายตลอดการจัดงาน

จากนั้นเมื่อได้ผู้ชนะจากการประกวดต้นเทียนพรรษาจากทั้งสองอำเภอนั้นแล้ว จะได้มารวมตัวกันบริเวณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อเข้าสู่งานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่ใด งานแห่เทียนโคราช ประจำปี 2561 จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 27 – 28 กรกฎาคม 2561 สำหรับการประกวดต้นเทียนพรรษา ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศเป็นประจำทุกปี ร่วมชมความงดงามอลังการของต้นเทียนพรรษา ซึ่งแต่ละต้นล้วนเกิดจากความเพียรพยายามของช่างเทียนที่มีความชำนาญ สร้างและแกะสลักต้นเทียนอันวิจิตรงดงาม กล่าวได้ว่าฝีมือของช่างเทียนโคราชนั้นไม่แพ้ใคร

ในปีนี้ได้มีการประกวดต้นเทียนพรรษาประเภทต่างๆ แบ่งออกเป็นประเภทคือ ประเภท ก. และประเภท ข. (ขบวนแห่ต้นเทียน พร้อมกันในวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 เวลา 13.00 – 18.00 น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี) พร้อมชมขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่ จำนวนกว่า 30 ขบวน ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เริ่มเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป แห่รอบตัวเมืองโคราชเป็นระยะทางกว่า 7 กม.

และในช่วงเย็น มีพิธีประกาศผลรางวัลต่างๆ และที่พลาดไม่ได้กับการแสดง แสง สี เสียง แห่เทียนพระเวสสันดรทรงทาน 2 กุมาร แด่เฒ่าชูชก ในเวลาประมาณ 18.00 น. นอกจากนี้ยังมี การแสดงดนตรีโปงลาง การแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ชมปติมากรรต้นเทียน 12 นักษัตริย์ อีกทั้งกิจกรรมทางบุญ ร่วมทำบุญพิธีเชิญพระพุทธมนต์ การหล่อเทียนพระประจำวันเกิดเป็นที่ระลึกนำกลับไป เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต รวมถึงการแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP และร้านอาหารชื่อดังอาหารดีเมืองโคราชอีกด้วย

ชาวโคราชปั้นเทียนพรรษาปีนี้คึกคัก โดยช่างแกะสลักเทียนได้ทำรูปทีมหมูป่าอะคาเดมีฟีเวอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 13 ชีวิต หวังส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ถ้ำหลวง

 

—–

ประวัติประเพณีแห่เทียนพรรษา เหตุที่ต้องมีประเพณีหล่อเทียน คือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 บรรดาภิกษุ สามเณรต้องจำพรรษาในวัดหรือสถานที่ ที่กำหนดตลอดระยะเวลา 3 เดือน มิให้ไปค้างแรมที่อื่นๆ ระหว่างการจำพรรษาของพระภิกษุ สามเณร จะมีการสวดมนต์ทำวัตร เช้า-เย็น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เทียนจุดเพื่อบูชาให้ตลอดพรรษา พุทธศาสนิกชนจึงร่วมมือร่วมใจกันหล่อเทียนพรรษา เทียนที่หล่อขึ้นจึงเรียกว่า “เทียนพรรษา” หรือ “เทียนจำนำพรรษา” การถวายเทียนพรรษาเป็นกุศลอย่างหนึ่งของการให้แสงสว่าง พิธีหล่อเทียนเริ่มก่อนเข้าพรรษา ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อหล่อเทียนเสร็จ วันรุ่งขึ้นจะนำเทียนพรรษาที่หล่อได้ จัดขบวนแห่นำไปถวายที่วัด เพื่อเป็นพุทธบูชา ในวันนั้นจะมีการทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุ
เพื่อเป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้าน อานิสงส์ของการหล่อเทียนหรือถวายเทียนพรรษาแด่พระภิกษุ ถือกันว่าจะทำให้เป็นผู้มีปัญญาดีเจริญก้าวหน้า เหมือนดังแสงเทียนที่สว่างยามค่ำคืนซึ่งพระภิกษุสมัยก่อนใช้เป็นแสงสว่างในการอ่านหนังสือธรรมะและประกอบกิจของสงฆ์

ในสมัยโบราณการหล่อเทียนแต่ละเล่มจะต้องหล่อด้วยขี้ผึ้ง ต้องใช้ขี้ผึ้งในการหล่อเทียนหนักถึง 16 ชั่ง เมื่อถึงเวลาหล่อเทียน สำนักพระราชวังจะบอกบุญไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และ ขุนนางฝ่ายต่างๆ ให้นำขี้ผึ้งมาช่วยกันหล่อเทียนจึงสำเร็จลงได้จำนวนเทียนที่หล่อจึงมีมากขึ้น

 

ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก http://www.focuskorat.com

 

 

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ท่องเที่ยว อัพเดท

  • ป้ายกำกับ

    ข้อมูลท่องเที่ยว ข้อมูลร้านอาหาร ญี่ปุ่น ทะเล ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวภาคกลาง ท่องเที่ยวภาคเหนือ ท่องเที่ยวอัพเดต ท่องเที่ยวไทย น้ำตก พากิน พาชิม ภัตตาคาร ร้านอร่อย ร้านอาหาร ร้านเด็ด สงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย สวนอาหาร ห้องอาหาร อุทยานแห่งชาติ เชียงใหม่ เที่ยว เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวหน้าหนาว เที่ยวเกาหลี เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวไทย แนะนำร้านอาหาร แนะนำร้านเด็ด แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวภาคอีสาน