´คันไซฟู´ ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูแปลกแบบต้นตำรับ

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หน้าร้านคันไซฟู

แม้ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยจะมีเปิดบริการอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูพื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยดี อย่างซูชิ หรือราเมน ทว่า สำหรับร้าน คันไซฟู หรือ KANSAI FU(LL) เลือกที่สร้างความต่าง ด้วยการนำเสนอเมนูญี่ปุ่นแปลกๆ จากดินแดนต้นตำรับมาเสิร์ฟให้คนไทยได้ลิ้มลองในราคาเหมาะสม ถือเป็นไอเดียสร้างสรรค์บวกความกล้าของคนหนุ่มวัย 28 ปีอย่าง พรภักดิ์ ขันธิโภค

        ร้าน คันไซฟู เป็นร้านขนาดกะทัดรัด รองรับลูกค้าได้ประมาณ 40-50 คน ตั้งอยู่ในตรอกตรงข้ามวัดชนะสงคราม เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี่เอง
      
       เดิมพื้นที่นี้ เป็นบ้านที่ผมและครอบครัวพักอาศัยอยู่เอง ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนชอบกินอาหารญี่ปุ่นมาก และมีความฝันตั้งแต่เด็กๆ อยากมีร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นของตัวเอง จึงขออนุญาตทางบ้าน เอาที่ชั้น 1 และชั้นลอยมาปรับปรุงเปิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น พรภักดิ์เล่าถึงที่มา

 

สเต็กเนื้อโกเบ (225.-) 
 
 

       เมื่อคิดจะทำร้าน เขาได้วางจุดเด่นเน้นบริการอาหารญี่ปุ่นเมนูแปลกๆ ที่เป็นของต้นตำรับญี่ปุ่นจริงๆ ซึ่งในเมืองไทยหากินได้ยากมาก
      
       โดยที่มาของเมนูแปลกๆ นั้น เดินทางไปเสาะแสวงหาด้วยตัวเองถึงดินแดนซามูไร โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นให้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้สูตรและกระบวนการผลิตในร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าดังและเก่าแก่ที่ขายเมนูแปลกๆ ที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังรู้สึกตื่นเต้น อย่างหอยนางรมพันด้วยเบคอน หมูสันในย่างห่อไข่ และโอโคโนมิยากิหน้าเอ็นเนื้อ เป็นต้น โดยใช้เวลาศึกษาทุกขั้นตอนอยู่นานร่วม 2 เดือน

 

โอโคโนมิยากิหน้าเอ็นเนื้อ(135.-)
 
 

       พรภักดิ์ เสริมว่า ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นในการเปิดร้านประมาณ 1 ล้านบาท โดยเตรียมการล่วงหน้ากว่า 1 ปี สำหรับเมนูในร้านมีทั้งหมดราว 50 รายการ ซึ่งรสชาติอาหารจะเป็นเหมือนต้นตำรับไม่ผิดเพี้ยน เพราะสูตรที่นำมานั้น ใช้วิธีช่างตวงวัดบันทึกเป็นอัตราส่วนตายตัว ขณะที่วัตถุดิบหลักทั้งหมด ตลอดจนขั้นตอนประกอบอาหารเหมือนกับร้านต้นตำรับที่ประเทศญี่ปุ่นทุกประการ
      
       นอกจากนั้น เชฟประจำร้าน 2 คน ที่แม้จะเป็นคนไทย แต่ก็มีประสบการณ์เคยทำงานร้านอาหารญี่ปุ่นมายาวนาน ช่วยให้ควบคุมมาตรฐานรสชาติได้อย่างดี

 

ภายในร้านตกแต่งสวยแบบเรียบๆ 
 
 

       อีกจุดขายสำคัญ คือ พยายามตั้งราคาเหมาะสม เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสกินอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่ 65-295 บาทต่อเมนู ซึ่งราคาดังกล่าว ต้นทุนที่แท้จริงต่อจานสูงกว่า 60-70% เกินค่าเฉลี่ยของร้านอาหารทั่วไปที่ต้นทุนต่อจานไม่ควรจะเกิน 30-40%

 

หอยนางรมพันด้วยเบคอน (155.-)
 

        อย่างไรก็ตาม พรภักดิ์ ระบุว่า แม้กำไรต่อหน่วยจะน้อย แต่ส่วนตัวเชื่อในทฤษฏี ปากต่อปาก หากลูกค้าเข้าร้าน แล้วรู้สึกคุ้มค่าและประทับใจ จะกลับมาเป็นขาประจำ รวมถึงช่วยไปบอกต่อ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ธุรกิจวามสำเร็จในระยะยาวและยั่งยืนมากกว่าการตั้งราคาสูงๆ ลูกค้ามากินครั้งเดี่ยวเข็ด ไม่กลับมาอีกเลย
      
       ผมมีความรู้สึกตลอดมาว่า อาหารญี่ปุ่นรสชาติแท้ๆ ราคาจะแพงมาก เพราะว่าต้องไปเสียค่าจ้างเชฟญี่ปุ่นเดือนเป็นแสน รวมถึง ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ หรือค่าเช่าราคาแพง ทำให้ราคาอาหารต้องสูงไปด้วย หากตัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปได้ ก็จะทำให้คนไทยได้กินอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งผมมีข้อได้เปรียบที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า กำไรต่อหน่วยอาจจะน้อย แต่ถ้ามีลูกค้าขาประจำเข้าร้านสม่ำเสมอ ผมเชื่อว่ามันจะยั่งยืนมากกว่า เจ้าของร้าน อธิบายเหตุผล

 

เชฟกำลังปรุงเมนูหอยนางรมพันด้วยเบคอน
 
 

       ด้านบริหารจัดการร้านของหนุ่มรายนี้ เป็นอีกตัวอย่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแท้ๆ ที่ลงมือเองแทบจะทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบร้าน เลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม แก้วฯลฯ ตลอดจนหาแหล่งซื้อวัตถุดิบของสด และเสิร์ฟอาหาร
      
       ในความเป็นจริง พรภักดิ์ พกดีกรีปริญญาโท ด้านการตลาด จากประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับร้านของตัวเองแล้ว กลับไม่อยากเน้นแผนการตลาดเรียกความสนใจจากลูกค้ามากเกินไป ด้วยเหตุผลอยากให้ร้านอยู่รอดได้ด้วยคุณภาพและความอร่อยมากกว่าแรงกระตุ้นจากการโฆษณาชวนเชื่อ

 

โซบะเย็น (110.-)
 
 
 

      ร้าน คันไซฟู วางลูกค้าเป้าหมายที่บุคคลทั่วไป ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน และครอบครัว สำหรับผลตอบรับตั้งแต่เปิดมานั้น เขาบอกว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นลูกค้าแน่นขนัดตลอดทั้งวัน แต่ปริมาณเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ และที่สำคัญ ลูกค้าที่เคยมาใช้บริการกว่า 80% จะกลับมากินซ้ำ ช่วยยืนยันได้ว่า ลูกค้าพึงพอใจกับรสชาติ ราคา และบริการของร้าน
      
       ส่วนปัญหาธุรกิจ คือ ยังไม่แม่นยำในการคำนวณวัตถุดิบที่ใช้ต่อวัน ทำให้มีของสดเหลือทิ้งเสมอ อีกทั้ง ยังเสิร์ฟอาหารไม่รวดเร็วอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ กำลังพยายามแก้ไขปรับปรุงต่อไป

 

บรรยากาศภายในร้าน
 
 

       ท้ายสุด พรภักดิ์ บอกว่า แม้ธุรกิจนี้จะมีแข่งขันกันสูง เฉพาะแค่ในบริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารญี่ปุ่นกว่า 5-6 ร้าน อีกทั้ง ขณะนี้กระแสนิยมอาหารญี่ปุ่นไม่ได้พุ่งแรงเหมือนเมื่อ 5-6 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม คนทุกคนยังอยากกินอาหารที่อร่อย คุณภาพดี และราคาเหมาะสม หากสามารถตอบความต้องการเหล่านี้ได้ครบ เชื่อว่าจะช่วยให้ร้าน คันไซฟู ปักธงบนเส้นทางธุรกิจของตัวเองได้สำเร็จ
      
       @@@@@@@@@@@@

 

แผนที่ร้าน “คันไซฟู”
 
 

       โทร.0-2281-8947 , 08-1905-2258 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-14.00 และ 17.00-22.00 น.
      
       @@@@@@@@@@@@@@
      
       โปรโมชั่นสำหรับผู้ที่บอกว่าได้อ่านข้อมูลจาก นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน และเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ หน้า SMEs ทุกคน จะได้รับส่วนลด 10% ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2552
      
       นอกจากนั้น สำหรับอาหารที่สั่ง 15 จานแรกของแต่ละวัน จะได้รับส่วนลด 30% เริ่มตั้งแต่ 17.00 เป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไขว่า แต่ละกลุ่มจะได้รับส่วนลดไม่เกิน 5 จาน และ คนที่ได้รับส่วนลดนี้แล้วจะไม่ได้รับอีก ส่วนลดนี้จะให้จนถึง สิ้นเดือน พฤศจิกายนนะ

 

 

ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

วันที่ 12 พ.ย. 52

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •