บินไปเยือน 7 จุดแลนด์มาร์ก “กรุงมอสโก”พร้อมตื่นตา “แสงเหนือ” บนน่านฟ้า “รัสเซีย” กับการบินไทย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

บินไปเยือน 7 จุดแลนด์มาร์ก “กรุงมอสโก”พร้อมตื่นตา “แสงเหนือ” บนน่านฟ้า “รัสเซีย” กับการบินไทย

นับตั้งแต่ประเทศหลังม่านเหล็กอย่าง “รัสเซีย” หรือสหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซียเปิดออก นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกก็หลั่งไหลเดินทางไปเยือนปีละหลายล้านคน เพื่อสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรม และศึกษาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ “กรุงมอสโก” เมืองหลวงของรัสเซีย ที่วันนี้ได้พลิกโฉมเป็นมหานครทันสมัย ที่รวมสถาปัตยกรรมสุดตระการตาเข้ากับวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยจารึกประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สะท้อนผ่านพระราชวังเก่าแก่ ตึกระฟ้าทันสมัย ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ อย่างกลมกลืน ซึ่งสถานที่สำคัญของมอสโกเปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่บอกเล่าเส้นทางประวัติศาสตร์ที่นำการเปลี่ยนแปลงมายังประเทศนี้ จนปัจจุบัน กรุงมอสโกได้กลายเป็นมหานครอันรุ่งเรือง และมีความเป็นสากลที่น่าจับตา นอกจากนี้ ในช่วงเวลาปลายปีถึงต้นปี ยังเป็นช่วงเวลาทองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติ “แสงเหนือ” ที่ตื่นตาตื่นใจใกล้กรุงมอสโก อย่าง เมืองมูรมานสก์ (Murmansk) อีกด้วย ที่สำคัญรัสเซียยังเป็น 1 ใน 2 ประเทศในยุโรป ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถบินไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ถึง 30 วัน เพียงมีหนังสือเดินทางก็ผ่านฉลุย…ลุยได้เลย

7 จุดแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนมอสโก โดยเฉพาะใครที่สนใจจะไปเที่ยวในช่วงที่อากาศแสนสบายแบบนี้ พ่วงด้วยการชม “แสงเหนือ” ในช่วงเวลาดีที่สุด

 

1. จัตุรัสแดง (Red Square)
เมื่อนึกถึงเมืองมอสโก หลายคนจะคิดถึงเรดสแควร์เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเมือง ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุด ส่วนใหญ่มีเป้าหมายมาชมความงามของสถาปัตยกรรมที่อยู่รายรอบ โดยจัตุรัสนี้อยู่ระหว่างพระราชวังเครมลินกับสถานที่พำนักของประธานาธิบดีรัสเซีย บางคนอาจคิดว่าชื่อของจัตุรัสเกี่ยวข้องกับอดีตความเป็นคอมมิวนิสต์ของรัสเซีย แต่แท้จริงแล้ว ชื่อนี้เดิมมาจากคำว่า krasnyi ซึ่งในภาษารัสเซียยุคใหม่แปลว่า “สีแดง”

บริเวณด้านหน้าจัตุรัสแดง เป็นที่ตั้งของกิโลเมตรที่ศูนย์ของรัสเซีย มองไปบนพื้นถนนจะพบสัญลักษณ์วงกลม มักมีนักท่องเที่ยวเข้าไปยืนกลางวง แล้วโยนเศษเหรียญข้ามไหล่ตัวเองไปด้านหลัง พร้อมอธิษฐานให้ได้กลับมาเที่ยวมอสโกอีก นอกจากจะสวยงามมากแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่เก็บร่างของ วลาดีมีร์ เลนิน (Vladimir Lenin) ศาสดาของสังคมนิยม สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนนับล้านชิ้นตอกลงบนพื้นจนกลายเป็นลานกว้าง ที่นี่จึงเป็นเสมือนศูนย์รวมทางจิตวิญญาณ ที่มีบทบาทและมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองสำคัญของประเทศ อย่างเช่น การเดินสวนสนามของกองทัพ หรือกิจกรรมเคานต์ดาวน์ ก็จัดที่นี่ทุกปี

2. พระราชวังเครมลิน (Grand Kremlin Palace)
สร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ทางทหาร ในอดีตเป็นเพียงป้อมปราการไม้ธรรมดา แต่เป็นเสมือนหัวใจของคนในกรุงมอสโก เพราะตามความเชื่อโบราณของชาวรัสเซียน สถานที่แห่งนี้ เปรียบดั่งที่ทรงสถิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระราชวังเครมลิน ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควา ในอดีตเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซีย แต่ถูกปฏิวัติเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ และใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลเครมลิน ครั้นปี 1991 ระบอบสังคมนิยมล่มสลาย กลายเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน

พระราชวังเครมลิน ถือเป็นสถาปัตยกรรมยุคกลาง ดีที่สุดในยุโรป คำว่า “เครมลิน” มีความหมายว่า “ป้อมปราการ” มีความยาวล้อมรอบ 2,235 เมตร มีหอคอย 18 แห่ง (เพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้าน) โดยมีการปรับปรุงต่อเติมมาเรื่อยๆ เริ่มจากใช้อิฐสีขาวเป็นรอบรั้วกั้นกำแพง แต่ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาเป็นอิฐสีแดง ซึ่งความสูงของหอคอยแตกต่างกันระหว่าง 28-71 เมตร ภายในประกอบด้วยปราสาท โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ คลังแสง อาวุธยุทธภัณฑ์ หอคอย ป้อมปราการ หอสูง ยอดแหลม และโดมมากมาย มีพระราชวังจักรพรรดิอยู่ตรงกลาง มีหอคอยชื่ออิวานเวลิกี้ สูง 270 ฟุต เป็นที่แขวนระฆัง ของพระเจ้าโบริสดูนอฟ หากขึ้นไปบนหอคอยจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพกรุงมอสโก ที่สวยงามได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ บรรดาหอคอย โดม ป้อมปราการเหล่านี้ เมื่อแสงอาทิตย์สาดมากระทบ จะเห็นเป็นสีทอง สุกอร่าม สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมาก

3. มหาวิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral)
วิหารเซนต์บาซิล มีสีสันสวยงาม สดใส จนหลายคนเรียกวิหารนี้ว่า “โบสถ์ลูกกวาด” ออกแบบและสร้างโดยสถาปนิกชาวรัสเซียน Postnik Yakovlev ที่หลังจากสร้างเสร็จ พระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มาก จึงมีพระบัญชาให้ควักดวงตาทั้งสองของสถาปนิกผู้ออกแบบออก เพื่อไม่ให้สามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก

มหาวิหารเซนต์บาซิล (St. Basil's Cathedral)
มหาวิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral)

มหาวิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่ใกล้จัตุรัสแดง สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะจากพวกดาดาร์ในอัสตราคาน และคาซาน ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ก็คือ รูปทรงที่ไม่เหมือนโบสถ์อื่น เป็นอาคารแปดเหลี่ยม มี 9 โดม ด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างรัสเซียโบราณ และยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูง รูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้ และมีแสงจากปลายเทียน เป็นสถาปัตยกรรมที่ลงตัวเป็นอย่างยิ่ง และด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สีสันสดใส สะดุดตา ตั้งตระหง่านขนาบกำแพงเครมลินอย่างสง่างาม จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชม และถ่ายภาพที่ระลึกจำนวนมากตลอดปี

4. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (State Historical Museum)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในย่านเดียวกับจัตุรัสแดง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เก็บรวบรวมเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ลักษณะของอาคารเป็นตึกสีแดง หลังคาสังกะสี และมีความเก่าแก่มาก มีที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยห้องจำนวน 21 ห้อง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มีการเก็บรวบรวมพระราชสมบัติมากกว่า 45 ล้านชิ้น และเอกสารกว่า 15 ล้านชิ้น รวมทั้งสมุดที่ใช้ในการร่างเอกสารต่างๆ อัญมณีล้ำค่าและเก่าแก่ ชุดไม้เฟอร์นิเจอร์ อาวุธที่ใช้ในการทำศึกสงครามของรัสซีย แผนที่ รวมทั้งพระคำภีร์ที่สำคัญ ฯลฯ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ใช้ระยะเวลาในการตกแต่ง ปรับปรุง และซ่อมแซม เป็นเวลานานหลายปี เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่เก่าแก่ จึงเป็นเหตุให้การตกแต่ง ปรับปรุง และซ่อมแซมเป็นไปได้ยาก และใช้เวลานาน

 

5. โคโลเมนสโกเย (Kolomenskoye)

โคโลเมนสโกเย (Kolomenskoye)
โคโลเมนสโกเย (Kolomenskoye)

โคโลเมนสโกเย เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และเขตอนุรักษ์ตั้งอยู่บนที่ราบสูง สามารถมองเห็นแม่น้ำ Moskva ได้อย่างชัดเจน โดยที่นี่เคยเป็นที่พักตากอากาศในชนบทสำหรับเหล่าราชวงศ์มาก่อน แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนสาธารณะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไปแล้ว ภายในยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมหลายแห่ง นับตั้งแต่ โบสถ์ Church of Ascension ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมไม้อันทรงคุณค่า ท่ามกลางบรรยากาศกลางแจ้งบนสนามหญ้าอันเขียวขจี เป็นสถานที่รวมความสวยงามต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาเที่ยวชม และพักผ่อนของนักท่องเที่ยวและชาวรัสเซียน

6. ศูนย์การค้ากุม (GUM)

“กุม” (GUM) จัดเป็นศูนย์การค้าเก่าแก่ สวยงาม หรูหรา และใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นในปี 1895 เป็นอาคาร 3 ชั้น ออกแบบโดย Aleksander Pomerantsev ในรูปแบบที่เรียกว่า Russian Revival มีหลังคากระจกทรงโค้ง โครงเหล็กให้แสงส่องเข้ามาให้ความสว่างแก่ตัวอาคาร เพื่อประหยัดพลังงาน ปัจจุบัน นับเป็นศูนย์การค้าที่หรูหราสวยงามอลังการ ที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณลานกว้างในย่านจัตุรัสแดง ใครตั้งใจจะมาช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมถือว่ามาถูกทาง เพราะมีช็อปแบรนด์ดังจาก ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, อิตาลี เปิดให้บริการมากมาย ครบครันทั้งเสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, น้ำหอม และของฝากที่ระลึก รวมไปถึงร้านอาหาร, คาเฟ่ และภัตตาคาร ซึ่งก็มีให้เลือกอิ่มอร่อยหลากหลาย

7. สถานีรถไฟใต้ดิน มอสโก (Moscow Metro)

รถไฟฟ้าใต้ดิน กรุงมอสโก ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ชาวรัสเซียน สามารถอวดชาวต่างชาติให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ ด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นชาตินิยม และวัฒนธรรมประเพณีอันสวยงาม ด้วยการตกแต่งของแต่ละสถานีมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานีรถไฟใต้ดินที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก ได้รับการโหวตจากผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก เปรียบเสมือนพระราชวังของประชาชน Palaces for the People โดยเมื่อสร้างสตาลินสั่งไว้ว่า ต้องทำให้ผู้โดยสารหยุดมอง และชื่นชมความงาม ดุจดังชื่นชมดวงอาทิตย์ ดังนั้น ผนังจึงถูกสร้างจากหินอ่อน และมีเพดานสูง สถาปัตยกรรมสุดอลังการนี้ มีความประณีต วิจิตรตระการตาอย่างยิ่ง ทำให้ไม่เบื่อกับการยืนรอรถไฟ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีผู้โดยสารประมาณ 7-9 ล้านคนต่อวัน มีทั้งหมด 12 สาย 196 สถานี แต่ที่ขึ้นชื่อส่วนใหญ่จะอยู่สายสีน้ำตาลซึ่งเป็นวงแหวนรอบเมือง สถานีที่น่าสนใจ อาทิ Komsomolskaya, Mayakovskaya, Novoslobodskaya, Kievskaya, Ploshchad Revolyutsii, Taganskaya หากได้มาเที่ยวแดนหมีขาวแห่งนี้ เป็นโปรแกรมที่ต้องห้ามพลาด มาสัมผัสความสวยงาม และใช้บริการ

 

 

ตื่นตา “แสงเหนือ” น่านฟ้ารัสเซีย

นอกจากแลนด์มาร์กที่กล่าวมาแล้ว รัสเซีย ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ที่ชื่นชมความงามของ แสงออโรร่า (Aurora) หรือที่เราเรียกกันว่า แสงเหนือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองรองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ที่มักจะเกิดขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก ปกติแล้วแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีของประเทศแถบขั้วโลก แต่จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ช่วงเวลาที่มีกลางคืนยาวนาน นั่นคือ นับแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจว่า ต้องบินไปชมแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์ แต่แท้จริงแล้ว มีอีกหลายประเทศที่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุดอัศจรรย์นี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง ตอนเหนือของสวีเดน, ตอนเหนือของฟินแลนด์, รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา, ตอนเหนือของแคนาดา, ตอนเหนือของนอร์เวย์, กรีนแลนด์, ช่วงฤดูหนาวของสก็อตแลนด์, หมู่เกาะแฟโร เดนมาร์ก และคาบสมุทรโคลาของเมืองมูรมานสก์ รัสเซีย

เหตุนี้เอง รัสเซีย จึงเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวเอเชีย เพราะเดินทางไม่ไกลมาก ไม่ต้องขอวีซ่าและค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ การไปท่องเที่ยว มอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย หากไปในช่วงต้นปีเช่นนี้ การไปชมแสงเหนือ จึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ซึ่งสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการชมคือ เมืองมูรมานสก์ (Murmansk) เป็นเมืองท่าภายในคาบสมุทรโคลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย ทางด้านทิศเหนือติดกับประเทศนอร์เวย์ และทางด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศฟินแลนด์ ซึ่งการเดินทางจากมอสโกไปที่เมืองมูรมานสก์ สามารถนั่งเครื่องบิน ไปเพียง 2.30 ชั่วโมง เท่านั้น และเป็นเมืองที่ปลอดภัยและเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ในช่วงฤดูหนาวที่เหมาะสำหรับการล่าแสงเหนือ ตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ -14 °C ถึง -20 °C นอกจากแสงเหนือที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสอย่างยิ่งแล้ว บรรยากาศเกือบทั้งหมดของเมืองในช่วงนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว เป็นทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ

ระหว่างรอคอยความงดงามของแสงออโรร่าที่จะปรากฏขึ้นตอนกลางคืน ช่วงกลางวันก็สามารถท่องเที่ยวและสนุกกับกิจกรรมฤดูหนาว ท่ามกลางหิมะในเมืองมูรมานสก์ได้ อย่างเช่น 2 สถานที่ยอดฮิต นั่นคือ หมู่บ้านซามิ (Sami Village) ที่นี่เราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมและการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายของชาวซามิ สัมผัสบ้านกระโจมของจริง และเพลินไปกับฝูงกวางเรนเดียร์ กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดก็คือ การนั่งรถลากเลื่อน ร่วมกิจกรรมแบบชาวพื้นเมือง และให้อาหารกวางเรนเดียร์ และอีกหนึ่งสถานที่ควรไปเที่ยว คือ Husky Park ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ ภายในฟาร์มจะได้พบกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เลี้ยงไว้สำหรับใช้งาน นอกจากจะได้ถ่ายรูปและเล่นกับฝูงฮัสกี้อย่างจุใจแล้ว กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ การนั่งรถเทียมสุนัขลากเลื่อน ซึ่งสุนัขฮัสกี้ตัวใหญ่จะพาเคลื่อนที่ไปรอบๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยของหิมะสีขาว สร้างความตื่นเต้น เติมเต็มความสุข สนุกสนาน ให้กับการเยือนรัสเซีย ให้เป็นทริปแสนพิเศษ

ถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากไปฟิน 7 จุดแลนด์มาร์กและแสงเหนือที่รัสเซียกันแล้ว วันนี้สามารถบินสบาย จองง่าย จ่ายสะดวก เพราะสายการบินชั้นนำ “การบินไทย” พร้อมเหินฟ้าพานักท่องเที่ยวบินตรงสู่ มอสโก ด้วยเที่ยวบิน TG974 ทุกวันจันทร์, พุธ, พฤหัสบดีและวันเสาร์ วันละ 1 เที่ยวบิน ด้วยราคาบัตรโดยสารไป-กลับเริ่มต้นเพียง 25,130 บาท/ท่าน ที่พร้อมบริการแบบ Full Service ไม่ต้องกังวลเครื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยใช้เวลาเดินประมาณ 10 ชั่วโมงกว่า ก็แลนดิ้งสู่สนามบินนานาชาติมอสโก ที่พร้อมเปิดประสบการใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวไม่รู้ลืม #Thaiairways #สบายต่าง #iflyTHAI เพียงคลิก https://bit.ly/2Q6I4BQ

ที่มา : ทีวีไกด์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •