พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่เที่ยวใหม่ของปทุมธานี ทดลองชมฟรี ถึง 14 ก.ค. 62

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่เที่ยวใหม่ของปทุมธานี ทดลองชมฟรี ถึง 14 ก.ค. 62

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องนิเวศวิทยา และ สิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

สมาคมวิทยาศาสตร์ฯ และ อพวช. เห็นพ้องกัน ในการผลักดันให้พิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ของการเรียนรู้สำหรับทุกคน เพื่อเล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์สำหรับการพัฒนานวัตกรรม ที่สำคัญ เนื้อหาของพิพิธภัณฑ์พระรามเก้ามุ่งปลูกฝั่งจิตสำนึกให้กับผู้ชมรู้รักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า

ในอนาคต ความร่วมมือระหว่างสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ และ อพวช. สามารถเกิดขึ้นได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมของการเรียนรู้ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า Rama9 Museum องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  ขอแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ได้สิ้นสุดช่วงทดลองเปิดบริการแล้ว พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้

กรุณาติดตามข้อมูลการเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการอีกครั้งทาง www.nsm.or.th และ ทางหน้าเพจพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. RAMA9 MUSEUM

 

ส่วนที่ 1 OUR HOME

นำเสนอเรื่องราวของการก่อกำเนิดจักรวาลระบบสุริยะ และโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต จนกระทั่งเกิดสายพันธุ์มนุษย์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในพื้นที่ต่างๆ ของโลก ประกอบด้วยส่วนจัดแสดงดังนี้

BIGBANG
สรรพชีวิตบนโลกเป็นผลสืบเนื่องมาจากการระเบิดครั้งใหญ่หรือ Big Bang ซึ่งก่อให้เกิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลกของเรา

SHELTER
กว่าโลกจะกลายมาเป็น “บ้าน” ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนั้น ได้ผ่านวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การก่อตัวและการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
ซึ่งทำให้เกิดสภาพภูมิประเทศแบบต่างๆ วัฏจักรของน้ำที่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำภายในโลก ลักษณะ ชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ กระแสลม กระแสน้ำ ฯลฯ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
เอื้อให้สิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการปรับตัวให้เข้ากับลักษณะทางกายภาพของโลกที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

LIFE
ชีวิตบนโลกเริ่มต้นขึ้นจากการเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ต่อมาอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมส่งผลให้สิ่งมีชีวิตปรับตัวจนมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นและถ่ายทอดลักษณะต่างๆ สู่ลูกหลานผ่านดีเอ็นเอ

EVOLUTION AND MASS EXTINCTION
สิ่งมีชีวิตต้องพยายามปรับตัวเพื่ออยู่รอดได้โดยสะท้อนให้เห็นผ่านทางรูปแบบของวิวัฒนาการและระหว่างทางได้เผชิญกับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง ร่องรอยดังกล่าวนี้ปรากฏให้เห็นผ่านซากดึกดำบรรพ์ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้นำมาศึกษาเพื่อบอกเล่าถึงความเป็นมาของโลกและสิ่งมีชีวิต

HUMAN ODYSSEY
ในห้วงเวลาแห่งวิวัฒนาการอันยาวนานของสิ่งมีชีวิต สายพันธุ์มนุษย์ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด? มีชีวิตและความเป็นอยู่อย่างไร? และเผ่าพันธุ์ของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป?
เป็นคำถามที่สำคัญที่สามารถค้นหาคำตอบได้จากส่วนจัดแสดงนี้ ผ่านตัวอย่างมนุษย์สายพันธุ์หลักๆ ที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางกายภาพ จนกระทั่งมนุษย์สามารถยืนตัวตรง
เดินสองขาได้อย่างมั่นคง รวมไปถึงการใช้มือที่มีลักษณะพิเศษ และสติปัญญาในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม เพื่อปรับตัวและอยู่รอดตามสภาพแวดล้อมของโลกที่แตกต่างกันออกไป

 

ส่วนที่ 2 OUR LIFE
แสดงสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ภายในชีวนิเวศ (Biome) ต่างๆ ได้แก่ Antarctica, Arctic, Tundra, Taiga, Desert, Temperate และ Tropical ตลอดจนอิทธิพลของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมนั้นๆ ซึ่งบางกิจกรรมก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังแสดงถึงเขตภูมินิเวศ (Ecoregion) ของประเทศไทยอีกด้วย

ANTARCTICA เป็นชีวนิเวศบริเวณขั้วโลกใต้ที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวร ยกเว้นนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโลกและสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมีความหนาวเย็นมาก อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่าง -49 ถึง -89 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตบางชนิดทั้งพืชและสัตว์ที่สามารถปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางสภาพอากาศอันรุนแรงนี้
แม้ Antarctica ไม่มีมนุษย์อาศัยถาวร แต่ผลกระทบจากพฤติกรรมของมนุษย์จากชีวนิเวศอื่นก็สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะปัญหารอยรั่วของชั้นโอโซน

ARCTIC
เป็นชีวนิเวศที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ เช่น วาฬ หมีขาว วอลรัส แมวน้ำ รวมทั้งมนุษย์ เช่น ชาวอินูอิท (Inuit) ซึ่งสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวจากก้อนน้ำแข็ง เรียกว่า Igloo ปัจจุบัน Arctic เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งละลาย

TUNDRA
เป็นชีวนิเวศที่มีความหนาวเย็น มีช่วงอากาศอบอุ่นสั้นมาก ประมาณ 50-60 วัน พืชส่วนใหญ่จึงเป็นพืชขนาดเล็ก เช่น หญ้า มอสส์ ดอกไม้ต่างๆ มีมนุษย์อาศัยอยู่หลายเผ่าพันธุ์ เช่น ชาว Nuatak, ชาว Yupik ซึ่งดำรงชีพโดยการเลี้ยงเรนเดียร์ ความโดดเด่นที่ไม่เหมือนชีวนิเวศเขตอื่นคือการเกิดขึ้นของฝูงยุงนับล้านตัวในช่วงฤดูร้อน

TAIGA
ความโดดเด่นของชีวนิเวศเขตนี้ คือแนวป่าสนขนาดใหญ่ เป็นชีวนิเวศบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศแบบสุดโต่งคือมีฤดูหนาวยาวนานมีฤดูร้อนช่วงสั้นๆ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสภาพแวดล้อม เช่น ไฟป่า การบุกรุกจากแมลง เป็นต้น

DESERT
มีสภาพภูมิอากาศแบบสุดโต่งในอีกลักษณะหนึ่ง คือเต็มไปด้วยความแห้งแล้ง สิ่งมีชีวิตต่างๆ จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น อาศัยในหลุมหรือรู การเปลี่ยนใบให้เป็นหนามของต้นกระบองเพชร เป็นต้น

TEMPERATE
ความโดดเด่นของชีวนิเวศเขตนี้ คือการมี 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตจึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ส่วนจัดแสดงนี้นำเสนอผ่าน 5 พื้นที่ ได้แก่ Central Europe, North America, South America, Australia และ East Asia

TROPICAL
เป็นชีวนิเวศที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในทุกลำดับความสูงของป่า แสงแดดและน้ำฝนมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีความแตกต่างกัน นำเสนอผ่าน 5 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ Africa, Madagascar, Neotropic, Southeast Asia และ Papua New Guinea

TAHILAND ECOSYSTEM SERVICE : SOIL
ดิน เป็นทุนทางธรรมชาติที่สำคัญ ส่วนนิทรรศการนี้ จึงเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับดิน เช่น คุณสมบัติของดินที่เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ต่างๆ การบริหารจัดการดินเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ

THAILAND ECOSYSTEM SERVICE : WATER
น้ำ คือต้นทุนทางธรรมชาติที่สำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต นำเสนอตั้งแต่วัฏจักรของน้ำ ในประเทศไทย การใช้ประโยชน์จากน้ำ แนวคิด และวิธีบริหารจัดการ รวมทั้งปัญหาของน้ำและวิธีการแก้ไข

THAILAND ECOREGION
ส่วนจัดแสดงนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงสำหรับการอธิบายแนวคิด และความหมายของคำว่าเขตภูมินิเวศ (Ecoregion) ซึ่งเป็นการแบ่งพื้นที่ตามความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตตามชีวภูมิศาสตร์ (Biogeography) พื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นการจำลองป่าที่มีความแตกต่างกัน 4 แห่ง ได้แก่ ป่าดิบเขา, ป่าเต็งรัง, ป่าดิบชื้น และป่าพรุ สำหรับพื้นที่ด้านนอกอาคาร ทำการจำลองพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นระบบนิเวศดั้งเดิมของทุ่งรังสิต

 

ส่วนที่ 3 OUR KING

• พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ ทรงมีวิธีคิด วิเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทรงมองเห็นความสัมพันธ์ของทั้งระบบในองค์รวม เมื่อรวมเข้ากับหลักการบริหารจัดการ จึงนำมาสู่โครงการพระราชดำริ หลักคิด หลักปรัชญา ที่พระราชทานเป็นแนวทางในการดำรงอยู่ของมนุษย์กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืน
• การเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบ และเข้าใจถึงสภาพปัญหาของพสกนิกรที่มีความหลากหลายไปตามสภาพภูมิศาสตร์ จนนำมาสู่การแก้ไขปัญหาโดยอาศัยกระบวนการวิทยาศาสตร์
• การแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ดิน น้ำ ป่า และคน (อาชีพ) เป็นการปรับปรุงทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของประชาชนในท้องถิ่น
• พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและสากล ดังจะเห็นได้จากการได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ทั้งจากหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ

 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
การบริการ (วัน เวลา เปิด-ปิด)
วันอังคาร-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. (หยุดวันจันทร์)
โทร: 02577-9999, แฟกซ์: 02577-9900
อีเมล์: nsm_mkt@nsm.or.th

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ เปิดให้บริการทุกวัน

จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.30-18.30 น.
โทร: 02160-5356
อีเมล์: nsm_mkt@nsm.or.th

 

ที่ตั้ง พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

https://www.facebook.com/Rama9MuseumThailand/

ขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. RAMA9 MUSEUM อพวช.

 

 

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม พากิน พาเที่ยว

 

เนื้อหาและข้อความในบทความนี้เรียบเรียงโดย www.tlcthai.com/travel  หากพบข้อมูลไม่ถูกต้องสามารถ แจ้งข้อมูล มาได้ที่ webmaster@tlcthai.com เพื่อให้ทีมงานได้ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง และหากต้องการนำข้อมูลหรือภาพไปใช้ บนเวบไซต์หรือสื่ออื่น กรุณาระบุที่มาและลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์ www.tlcthai.com จะขอบคุณอย่างยิ่ง

 

 

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •