เที่ยวญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เที่ยวญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ญี่ปุ่น มีชื่อทางการคือประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสก์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย

ญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,835 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 62 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือประมาณ 128 ล้านคน เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียว ซึ่งถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้วจะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน

สันนิษฐานว่ามนุษย์มาอาศัยในญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ยุคหินเก่า การกล่าวถึงญี่ปุ่นครั้งแรกปรากฏขึ้นในบันทึกของราชสำนักจีนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากจีนในหลายด้าน เช่นภาษา การปกครองและวัฒนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จึงทำให้ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาจนปัจจุบัน อีกหลายศตวรรษต่อมา ญี่ปุ่นก็รับเอาเทคโนโลยีตะวันตกและนำมาพัฒนาประเทศจนกลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าและมีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียตะวันออก หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองโดยการใช้รัฐธรรมนูญใหม่ใน พ.ศ. 2490
ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ โดยมีจีดีพีสูงเป็นอันดับสองของโลก ญี่ปุ่นเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ จี 8 โออีซีดี และเอเปค และมีความตื่นตัวที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของต่างประเทศ ญี่ปุ่นมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี และยังเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี เครื่องจักร และหุ่นยนต์

หนังสือเดินทางและวีซ่าเข้าญี่ปุ่น
ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าญี่ปุ่น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องเตรียมก็คือ หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น จำเป็นสำหรับพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้มีการตกลงยกเว้นวีซ่าไว้กับรัฐบาล ญี่ปุ่น หากท่านเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว ท่านจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า โปรดสอบถามได้ที่สถานฑูตญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเชียงใหม่
พิมพ์คำร้องได้จากเว็ปไซท์ : http://www.th.emb-japan.go.jp

เสื้อผ้าที่ควรเตรียมนำไป
ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียมแจ๊กเก็ตและสะเว็ตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อนให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์และแจ๊กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสะเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว ไม่ค่อยจำเป็นที่จะต้องนำเสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือพิธีการ จำพวกทักซิโด และเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้าน ให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและสมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้งที่ท่านจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณ ชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น ก่อนเข้าห้องรับแขก

สถานที่ท่องเที่ยว ในญี่ปุ่น

กรุงโตเกียว
พระราชวังอิมพีเรียล พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ อาณาบริเวณหลายแห่งในพระราชวังจึงมิได้เปิดให้เข้าชม แต่บางส่วนจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงวันหยุดพิเศษ ตัวปราสาทสร้างตามรูปแบบในสมัยเอโดะ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหิน ทางเข้าหลักจะเป็นสะพานคู่หรือเรียกว่า นิจูบาชิ (Nijubashi) ที่สร้างได้อย่างสวยสง่างาม แต่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปผ่าน ยกเว้นในช่วงปีใหม่และวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิที่จะเปิดให้พสกนิกร(บางคน)ข้ามมารับพระราชทานพรใกล้ๆที่ประทับ ทางด้านตะวันออกจะมีสวนดอกไม้ (Higashi Gyoen) ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดเวลา และเข้าไปยังเขตพระราชฐานได้ 3 ประตู จากทั้งหมด 8 ประตู คือ โอเตมง(Ote-mon), ฮิรากาวะมง(Hirakawa-mon) และคิตะฮาเนบาชิมง(Kitahanebashi-mon) ตัวพระตำหนักเป็นอาคารคอนกรีตทรงเตี้ยกว้างสร้างด้วยหินแกรนิตและบะซอลต์จากภูเขาไฟ คลุมด้วยหลังคาสีเขียว สร้างเสร็จในปี 1970 แทนพระตำหนักไม้หลังเดิมที่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกในปี 1945
อาซากุสะ (Asakusa) สิ่งที่อยู่คู่กับย่านอาซากุสะและเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่คือ วัดเซ็นโซจิ หรืออาซากุสะคันนง (Asakusa Kannon) น่าจะเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตและมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันแน่นขนัดทุกปี และซื้อของที่ระลึกซึ่งมีร้านรวงตั้งเป็นแถวยาวให้เลือกจับจ่าย จึงทำให้วัดแห่งนี้รุ่งเรืองและคึกคักด้วยผู้คน ตำนานของวัดแห่งนี้เล่าต่อๆกันมาว่าได้มีชายหาปลาสองคนพี่น้องมาทอดแหในแม่น้ำ แต่กลับได้รูปปั้นพระโพธิสัตว์(Kannon)แทน หัวหน้าหมู่บ้านจึงสร้างวัดขึ้นใน ค.ศ. 628 เพื่อประดิษฐานรูปปั้นนั้น และตำนานยังมีต่ออีกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่พบรูปปั้นได้ปรากฎมังกรทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์ บรรดาโชกุนและซามูไรต่างก็นิยมมาสักการะที่วัดนี้ ทางทิศตะวันออกของวัดคือ แม่น้ำซูมิดะงาวะ(Sumida-gawa) ไหลลงอ่าวโตเกียวและใกล้ๆกันจะมีสวนสาธารณะซูมิดะโคเอ็น(Sumida Koen) ซึ่งเปิดโล่งสู่แม่น้ำด้วยบรรยากาศสวยงามน่าเดินเล่น โดยเฉพาะช่วงดอกซากุระบานสะพรั่ง ริมแม่น้ำแห่งนี้ยิ่งสวยงามเหนือคำบรรยายจริงๆ

ชินจูกุ (Shin-juku)? ชินจูกุเป็นสถานีรถไฟที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นจุดเปลี่ยนต่อรถไฟทั้งสายในโตเกียวและวิ่งสู่ภูมิภาคต่างๆรวมถึงรถไฟใต้ดินด้วย บริเวณสถานีมีร้านค้าตั้งอยู่เรียงรายแน่นขนัดทั้งบนดินและใต้ดิน และยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่อีก 4 แห่งให้เดินชอบปิ้งกันสุดเหวี่ยงไปเลยในแถบนั้น หากเดินห้างทั้ง 4 แล้วยังไม่จุใจยังไม่หมดนะคะ ให้ท่านลองเดินไปยังประตูสถานีด้านตะวันออกสู่ชินจูกุโดริ(Shinjuku Dori) ที่นั่นจะมีห้างสรรพสินค้ารวมถึงร้านค้าอีกจำนวนมากไว้รองรับนักช้อป ชินจูกุโดริมีบริเวณโล่งเหมาะแก่การเดินทอดน่องเตร็ดเตร่ มีจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ให้ชมอยู่ด้านนอกของห้างสตูดิโออัลต้า(Studio Alta) ให้ชมกันเพลินๆไปเลย หากต้องการชมวิวอีกรูปแบบหนึ่งให้เดินมาตามยาซุคุนิโดริซึ่งอยู่ใต้ทางรถไฟ เพื่อไปยังด้านตะวันตกของชินจูกุ ท่านจะได้พบกับอาคารสูงเสียดฟ้ามากมายในย่านตะวันตก เมื่อเดินมาเรื่อยๆท่านจะตื่นตาตื่นใจกับตึกแฝดสูงลิบลิ่ว ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Office) ด้วยความสูงของตึก 48 ชั้น หรือ 243 เมตร ทำให้อาคารแห่งนี้ดูเด่นตระหง่านและเหมือนจะประกาศความยิ่งใหญ่ของโตเกียวได้เป็นอย่างดี
กินซ่า (Ginza)? กินซ่านับเป็นย่านที่เลื่องชื่อไปทั่วโลกของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง ด้วยร้านค้าแบรนด์เนมและโชว์รูมของสินค้าไฮเทคโนโลยีที่รู้จักกันทั่วโลก \”โซนี่” ยามค่ำคืนย่านแห่งนี้จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากหลอดนีออนและป้ายโฆษณา สถานบันเทิงต่างคึกคักทำให้ย่านนี้มีชีวิตชีวา ถนนกินซ่าโดริ(Ginza Dori) หรือบางทีเรียกว่า ชูโอโดริ เป็นถนนสำคัญหนึ่งในสองสายที่ตัดผ่านกินซ่า สองฟากถนนเต็มไปด้วยห้องเสื้อทันสมัย แกลเลอรี่ศิลปะและห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำ เช่น มัตสึยะ(Matsuya) ที่ใหญ่สุดในระแวก มิตสึโคชิ(Mitsukoshi) ซึ่งอยู่ในกินซ่า 4 โจเมะ(Ginza 4-chome) อันเป็นย่านของคนคลั่งไคล้การชอบปิ้ง มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งแฟชั่นและของแปลกๆจึงเป็นแหล่งรวมวัยรุ่น จุดนัดพบยอดนิยมของโซนนี้ คือ หน้าตึกโซนี่ จะเห็นผู้คนมายืนเตร็ดเตร่สีหน้ารอคอยอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในจะเป็นโชว์รูมสินค้าอิเล็กทรอนิคส์และโชว์รูมโตโยต้า

ชิบุยะ (Shibuya) เป็นย่านทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว เป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นญี่ปุ่นมีทุกอย่างไว้ตอบสนองวัยรุ่นที่มีกะตังค์ จึงทำให้ย่านนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ประตูทางออกของสถานีชิบุยะ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือมีผู้นิยมใช้กันมากที่สุด ด้านนอกจะมีรูปปั้นของฮาจิโกะ(Hachiko) สุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่สร้างขึ้นในปี 1964 ผู้คนชอบนัดพบกันตรงบริเวณนี้ จากทางออกด้านนี้จะพบกับสี่แยกใหญ่ มองไปเบื้องหน้าจะพบกับอาคารชิบุยะ 109 (Shiuya 109 building) ทรงกระบอกสังเกตเห็นได้ง่าย จากแยกนี้หากเดินเลี้ยวขวาขึ้นเนินมานิดนึงจะพบกับห้างโตเกียวให้เดินเตร็ดเตร่กัน

ฮาราจูกุ (Harajooku)? เป็นแหล่งรวมแฟชั่นทันสมัย เมื่อเดินเข้ามาบน Takeshita street ถนนช็อบปิ้งสุดฮิตของฮาราจูกุ จะพบกับวัยรุ่นที่แต่งตัวด้วยชุดอันร้อนแรงบวกกับสีสันอันเจิดจ้า นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ที่วัยรุ่นจะนิยมแต่งตัวแรงๆ เพื่อมาประชันกัน คล้ายๆ กับสยามสแควร์บ้านเรา ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาที่นี้จะนิยมถ่ายรูปกับวัยรุ่นที่แต่งตัวแรงๆ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งได้มาเหยียบมาฮาราจูกุแล้ว หากใครมาแล้ว ไม่พบวัยรุ่นที่แต่งตัวแรงๆ ก็เหมือนมาไม่ถึงฮาราจูกุ

Rainbow Bridge เป็นอีกหนึ่งงานก่อสร้างที่เด่นสะดุดตาในอ่าวโตเกียว มีนักท่องเที่ยวมาแวะชมกันจำนวนมากอีกเช่นกัน ยามค่ำคืนแสงไฟที่ใช้ประดับสะพานสร้างบรรยากาศแสนโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง จนมีคู่หนุ่มสาวจำนวนมากมาสวีทหวานแหววกับธรรมชาติวิวริมน้ำอย่างนี้กันเป็นประจำ

Tokyo Disneyland? ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของโตเกียว ภายในจะมีสวนสนุกอยู่ 2 แห่งคือ Disneyland จะมีเครื่องเล่นที่ค่อนข้างหวาดเสียว และ DisneySea จะมีเครื่องเล่นที่เหมาะกับเด็กมากกว่า เปิด วันธรรมดา 09.00 น.-22.00 น. วันหยุดเสาร์- อาทิตย์ 08.00 น.- 22.00 น.

ฮ็อกไกโด (Hokkaido)

ภูเขาไฟฟูจิ (Fuji – Hakone)? ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาที่สวยขนาดไม่มีภูเขาลูกใดมาเทียบเคียงได้ และทะเลสาบอาชิ ในฮาโกเนะก็เป็นทะเลสาบที่คนนิยมมาบันทึกภาพเก็บไว้บ่อยครั้งที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่ของฟูจิและฮาโกเนะถูกกำหนดให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟฟูจิ โผล่พ้นผิวมหาสมุทรเป็นรูปกรวยคว่ำได้สัดส่วนงามสง่า ภูเขาไฟฟูจิเป็นดินแดนต้องห้ามของผู้หญิงมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว

โอซาก้า (Osaka) หากเปรียบโตเกียวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองของญี่ปุ่น โอซาก้าก็คงเปรียบได้กับเครื่องปั่นไฟที่ส่งพลังงานให้แก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงกว่าแคนนาดาในขณะที่โตเกียวจับตาดูนิวยอร์กและ ลอนดอนอยู่นั้นโอซาก้ากลับจ้องมองมายังภูมิภาค เอเชีย

สวนสาธารณะนาระ (Nara Park) สวนสาธารณะนาระ (Nara Park) มีพื้นที่กว้าง 2 กิโลเมตร ยาว 4 กิโลเมตร ตั้อยู่ทางตะวันออกของเมืองติดกับเชิงเขาวาคาคุสะยาม่า (Wakakusa-yama Hill) นอกจากพื้นที่สีเขียวซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้แล้ว ยังเป็นสถานมรดกโลกของวัดโทไดจิ (Todaiji) วัดโคฟุกุจิ (Kofukuji) และศาลเจ้าคาสุกะไทซะ (Kasuga Taisa) โดยมีฝูงกวางอาศัยอยู่อย่างอิสระ มีโคมหินเรียงอยู่กว่า 20000 ต้น การเที่ยวชมต้องเดินเท้า

กินซ่า (Ginza) กินซ่า นับเป็นย่านที่เลื่องชื่อไปทั่วโลกของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง ด้วยร้านค้าแบรนด์เนมและโชว์รูมของสินค้าไฮเทคโนโลยีที่รู้จักกันทั่วโลก “โซนี่” ยามค่ำคืนย่านแห่งนี้จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากหลอดนีออนและป้ายโฆษณา สถานบันเทิงต่างคึกคักทำให้ย่านนี้มีชีวิตชีวา ถนนกินซ่าโดริ(Ginza Dori) หรือบางทีเรียกว่า ชูโอโดริ เป็นถนนสำคัญหนึ่งในสองสายที่ตัดผ่านกินซ่า สองฟากถนนเต็มไปด้วยห้องเสื้อทันสมัย แกลเลอรี่ศิลปะและห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำ เช่น มัตสึยะ(Matsuya) ที่ใหญ่สุดในระแวก มิตสึโคชิ(Mitsukoshi) ซึ่งอยู่ในกินซ่า 4 โจเมะ(Ginza 4-chome) อันเป็นย่านของคนคลั่งไคล้การชอบปิ้ง มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งแฟชั่นและของแปลกๆจึงเป็นแหล่งรวมวัยรุ่น จุดนัดพบยอดนิยมของโซนนี้ คือ หน้าตึกโซนี่ จะเห็นผู้คนมายืนเตร็ดเตร่สีหน้ารอคอยอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในจะเป็นโชว์รูมสินค้าอิเล็กทรอนิคส์และโชว์รูมโตโยต้า

โกเบ (Kobe) เมืองโกเบ อยู่ห่างจากโอซาก้าไปทางทิศตะวันตกราว 33 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเฮียวโกะ หนึ่งในสิบจังหวัดใหญ่ของญี่ปุ่น ตัวเมืองโกเบเองตั้งอยู่ระหว่างทะเลและเทือกเขา Rokko จึงมี บรรยากาศที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวทั้งจากในและนอกประเทศมาเยือนเป็นจำนวนมาก ท่าเรือน้ำลึกของโกเบนับเป็นหนึ่งในจำนวนท่าเรือของญี่ปุ่นที่เปิดทำการค้า กับต่างประเทศในสมัยต้นๆ เมืองโกเบใน ปัจจุบันยังคงความงามทั้งในฐานะของเมืองท่าเก่าแก่และปัจจุบันไว้ และถึงแม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในค.ศ.1995 ก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน โกเบก็สามารถฟื้นฟูตนเองกลับ มาสวยงามมีเสน่ห์เช่นในอดีตได้อีกครั้งหนึ่ง

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร(1,091 ฟุต) สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณ คลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีก ด้วย โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ

วิธีการเดินทางในญี่ปุ่น
รถโดยสาร
มีรถบัสลีมูซีนวิ่งบริการระหว่างนา ริตะและอาคารท่าอากาศยานโตเกียวซิ ตี้ (Tokyo City Air Terminal / TCAT) ซี่งอยู่ในย่านธุรกิจของโตเกียว,ไปสถานีโตเกียวและชินจูกุรวมทั้งโรงแรม ใหญ่ๆ ในกรุงโตเกียวซื้อตั๋ว (เกือบ ๆ 3,000 เยน) ได้ที่สนามบิน หลังจากผ่านที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้วมีรถบัสลีมูซีน วิ่งหลายสาย โดยจอดรอผู้โดยสารตรงริมฟุตบาทภายนอกอาคารและไม่จำกัดจำนวนสัมภาระ ไม่คิดค่าบริการเพิ่ม รถบัสลีมูซีนจะออกจากท่าทุก 20 นาทีหรือราวๆ นั้น วิ่งประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงโรงแรม นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารเดินทางไปยังโยโกฮาม่าและสนามบินภายในประเทศฮาเนดะ ด้วย

รถไฟ
มีรถไฟ 2 สายให้คุณเลือกเดินทางไปโตเกียว ได้แก่ เคเซสกายไลเนอร์ (Keisei Skyliner) และ เจอาร์นาริตะเอ็กซ์เพรส (JR Narita Express) รถไฟทั้งสองสายวิ่งเร็วกว่าแท็กซี่หรือรถบัสโดยสารถึงสองเท่า แต่ในแง่ความสะดวกแล้วเทียบกับเมื่อคุณอยู่ที่สถานีรถไฟไม่ได้ เนื่องจากที่สถานีจะมีรถไฟสายต่างๆ ให้คุณสามารถเดินทางได้ทั่วเมือง แต่ถึงแม้จะมีบริการรถไฟใต้ดินวิ่งทั่วเมืองก็ตาม หากคุณมีกระเป๋าเกินหนึ่งใบและเป็นกระเป๋าใบใหญ่หรือมีความอดทนอดกลั้นไป น้อยด้วยแล้ว ก็จงลืมการเดินทางไปในเมืองหรือโรงแรมด้วยบริการรถไฟหรือรถไฟใต้ดินได้เลย โดยเฉพาะเวลาที่อากาศร้อนเหนอะหนะในช่วงฤดูร้อน
หากคุณต้องการต่อ รถสะดวก ควรขึ้นที่นาริตะเอ็กเพรสจะดีกว่า เพราะจอดตามสถานีของการรถไฟญี่ปุ่น (JR Station) ที่ชิบะ (Chiba) โตเกียว, ชินจูกุ (Shinjuku),อิเคะบุกุโระ (Ikebukuro) โยโกฮาม่า และโอฟุนะ (Ofuna) ขณะที่รถสกายไลเนอร์จอดเฉพาะสถานีอุเอโนะ (Ueno) และใกล้เคียงกันคือ 1ชั่วโมงและไม่จำกัดการขนสัมภาระขึ้นรถ(แต่อย่าลืมว่าการหอบหิ้วกระเป๋าเดิน ทางใบโตเดินตามสถานีรถไฟบนดินและใต้ดินในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวนั้นต้องใช้พละกำลังอย่างมาก และสาหัสพอๆกับการปีนภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว ฉะนั้นถ้าคุณมีกระเป๋าเดินทางมากกว่า 1 ใบและมิได้ขึ้นรถบัสลีมูซีนจากสนามบินตรงไปโรงแรมเลย ก็ควรใช้บริการขนส่งกระเป๋าที่สนามบิน ซึ่งจะส่งถึงมือคุณในวันรุ่งขึ้น)
ค่าตั๋วที่นั่งชั้นหนึ่งของนาริตะเอ็กซ์เพรสราคาประมาณ 3,000 เยน และต้องซื้อล่วงหน้า ส่วนตั๋วของสกายไลเนอร์ ราคา 2,000 เยน โดยอาจซื้อล่วงหน้าหรือซื้อที่สถานีรถไฟแล้วรอขึ้นได้เลยรถไฟสกายไลเนอร์ สะดวกสบายกว่านาริตะเอ็กซ์เพรสมาก (ยกเว้นที่นั่งชั้นหนึ่งซึ่งแสนสบาย) เนื่องจากที่นั่งชั้นธรรมดาของนาริตะเอ็กซ์เพรสแคบจนเกือบไม่มีที่เหยียดขา เป็นที่นั่ง 4 ที่หันหน้าชนกันถ้ามาเป็นครอบครัวแล้วชาวญี่ปุ่นจะนิยมขึ้นรถไฟนี้แต่สำหรับ นักเดินทาง ที่เพิ่งลงจากเครื่องบินหรือเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวจนวินาทีสุดท้ายก่อน ออกจากญี่ปุ่นแล้ว คุณต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ (เมื่อที่นั่งเต็มการรถไฟญี่ปุ่นยังอนุญาตให้ผู้โดยสารยืนบนรถไฟได้ ทำให้รถแน่นยิ่งขึ้น)??????? แต่สำหรับเคเซสกายไลเนอร์แล้วไม่เคยถูกจองเต็มหรือคนแน่น รวมทั้งที่นั่งก็สะดวกสบาย มีที่ให้เหยียดขาได้ถ้าพิจารณาราคาซึ่งต่างกันแล้ว สกายไลเนอร์ย่อมดีกว่ามากทั้งราคาและความสบาย ถ้าคุณไม่มีสัมภาระมากก็อาจลงที่สถานีอุเอโนะ (Ueno Station) เพื่อต่อรถไฟของ JR หรือรถไฟใต้ดินหรือคุณอาจนั่งรถแท็กซี่ก็ได้

แท็กซี่
การ เดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถแท็กซี่ย่อมสะดวกสบายที่สุด แต่น่าเสียดายที่การสัญจรวิธีนี้ราคาแพงกว่าวิธีอื่น ในโตเกียวราคาแท็กซี่จะตั้งต้นที่ 650 เยน และเพียงชั่วการเดินทางระยะสั้น ตัวเลขก็พุ่งพรวดเป็น 3,000 ถึง 5,000 เยน ขอย้ำอีกครั้งว่าคุณไม่ต้องจ่ายค่าทิป รถแท็กซี่มีอยู่เกือบทั่วทุกหนแห่งบนท้องถนน ตามโรงแรมและสถานีรถไฟใหญ่ๆ แท็กซี่ซึ่งมีไฟแดงบนหน้าต่างด้านหน้าแสดงว่าไม่มีคนและพร้อมที่จะรับผู้ โดยสาร
อย่าจับประตูรถแท็กซี่ขณะขึ้นหรือลงจากรถ เพราะโชเฟอร์จะเป็นผู้เปิดปิดประตูเองด้วยคันบังคับข้างหน้า ฉะนั้นพอคุณโบกแท็กซี่และรถจอดเรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแต่ยืนรอให้ประตูเปิดเอง เมื่อถึงที่หมายและจ่ายเงินเสร็จสรรพแล้วประตูก็จะเปิดออกเองอีกครั้ง เพียงแค่คุณก้าวลงมาแล้วเดินจากไปเท่านั้น หากพยายามจะเปิดหรือปิดประรถเองจะทำให้คนขับไม่พอใจ ส่วนมากคนขับแท็กซี่พูด ภาษาญี่ปุ่น หากคุณเขียนจุดหมายปลายทางเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เขา ก็จะช่วยได้มากทีเดียว
อย่าแปลกใจถ้ารถแท็กซี่ไม่หยุดจอดรับคุณใน ตอนดึก แสดงว่าแท็กซี่คันนั้นกำลังมองหาซารารีมังและต้องการค่าโดยสารที่มากกว่านี้ ระหว่างตีรถกลับไปบริเวณชานเมือง

การต่อเครื่องบินภายในประเทศ
ถ้าต้องการต่อเครื่องบินในประเทศต้องนั่งแท็กซี่,รถโดยสาร รหือรถไฟเข้าโตเกียว แล้วขึ้นเครื่องที่สนามบินฮาเนดะไม่มีเที่ยวบินในประเทศออกจากนาริตะรถบัส ลีมูซีนจะพาคุณจากนาริตะวิ่งตรงถึงฮาเนดะ หรือคุณอาจจะนั่งแท็กซี่,รถโดยสาร หรือรถไฟเข้าโตเกียว แล้วขึ้นเครื่องที่สนามบินฮาเนดะไม่มีเที่ยวบินในประเทศออกจากนาริตะวิ่งตรง ถึงฮาเนดะ หรือคุณอาจจะนั่งแท็กซี่ซึ่งมีราคาแพงลิ่ว

บริการส่งสัมภาระ
ผู้อาศัยในญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้บริการนี้ ซึ่งรวดเร็วและเชื่อถือได้ หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ให้เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ABC ในอาคารกลาง (มีหลายอาคาร) ส่วนใหญ่มันมีแนวเส้นบอกทางไปไม่ว่าคุณอยู่ ณ แห่งหนใด ABC จะนำสัมภาระถึงมือคุณในวันต่อมา ราคาราว 1,500 เยนต่อกระเป๋า หากมีเกิน 2-3 กระเป๋าแล้วควรพิจารณาการใช้บริการประเภทนี้

จากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport)
ค่าแท็กซี่จากสนามบินฮาเนดะไปยังใจกลางเมืองอยู่ในราว 5,000 – 6,000 เยน โดยใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ถ้าต้องการความสะดวกสบายในการขนสัมภาระ ก็อาจนั่งรถไฟโมโนเรลไปยังสถานีฮะมะมัตสึโจ (Hamamatsucho Station) บนเส้นทางรถไฟสายเจอาร์ ยามาโนเตะ (JR Yamanote Line) ใช้เวลาเดินทางราว 17 นาที

จากสนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai Int’l Airport)
สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport : KIX) สร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นท่าอากาศยานปลายทางนานาชาติสำหรับภูมิภาคคันไซแทน สนามบินโอซาก้า (Osaka Airport : Itami) นอกจากนั้นยังเพื่อลดความแออัดที่สนามบินนาริตะ ซึ่งมีชั่วโมงให้บริการจำกัด ทว่ายังคงมีเที่ยวบินในประเทศบางเที่ยวออกจากอิตามิ (Itami) ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เองที่การต่อเครื่องบินระหว่างประเทศกับเครื่องบินภายใน ประเทศย่อมไม่สะดวกสบาย KIX เป็นสนามบินที่ใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นและเป็นแห่งแรกที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเปิดใช้เมื่อวันที่ 4 กันยายน 1994 สนามบินตั้งอยู่บนเกาะเทียมในอ่าวโอซาก้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากสถานี เจอาร์-โอซาก้า ราว 60 กิโลเมตร เป็นสนามบินที่แพงที่สุดแห่งหนี่งในโลก โดยเก็บภาษีขาออกถึง 2,600 เยน แต่มีสถาปัตยกรรมสวยงามน่ามอง ทั้งระบบดำเนินงานก็ยอดเยี่ยม การต่อขึ้นเครื่องภายในและนอกประเทศตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันและใช้เวลาไม่ กี่นาที (ข้อควรทำ: อย่าลืมแจ้งยืนยันว่าการต่อเที่ยวบินในประเทศของคุณนั้นมาจาก KIX ไม่ใช่จากฮิตามิ) การเดินทางไป KIX ไม่ยาก มีรถไฟ 2 สาย, ทางด่วน 2 เส้นทาง, บัสลีมูซีนราว 10 สาย และเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง 4 ลำ วิ่งจากเกาะไปยังจุดต่างๆในคันไซ
คุณสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวคันไซ (Kansai Tourist Information Center) อยู่ที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า (1st Fl.) เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00 – 21.00 น. มีธนาคารรับแลกเปลี่ยนเงินตราสิบแห่งที่ท่าอากาศยาน โดยหนึ่งหรือสองแห่งนั้นเปิดบริการเวลา 6.00 – 23.00 น. คุณสามารถเปลี่ยนตั๋วเจแปนเรลพาส (Japan Rail Pass) ได้ตามสถานที่ดังต่อไปนี้ ได้แก่ เคาน์เตอร์ข้อมูลเขตตะวันตกของ JR (JR West infomation Counter) ซึ่งอยู่ที่ห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ (International Arrivals Lobby,1st Fl.) ทุกวัน เวลา 8.00-20.00 น.,ศูนย์บริการท่องเที่ยว Tis (Tis-Travel Service Center) ทุกวันเวลา 10.00-18.00 น. หรือฝ่ายสำรองตั๋วมิโดริโนะมาโดงุจิ (Midori-no-madoguchi Reservations Ticket Office) ของสถานีรถไปท่าอากาศยานคันไซ JR (JR Kansai Airport Station) เปิดทุกวัน เวลา 5.30-24.00 น.

บริการข่าวสารการท่องเที่ยว
ศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เป็นสำนักงานให้ข่าวสารการท่องเที่ยวและความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศขณะอยู่ในญี่ปุ่นตามเมืองต่างๆ

“ไอ” อินฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ : นอกจากบริการของ ที ไอ ซี ดังกล่าวแล้ว อสท. ญี่ปุ่น ยังได้จัดให้มีระบบให้ข่าวสารการท่องเที่ยวด้วย เครื่องหมาย “ไอ” เป็นที่สังเกตตั้งอยู่ตามสถานีในเมืองต่างๆ กว่า 126 แห่ง? ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษได้

บริการล่าม-มัคคุเทศก์ : ต้องการมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาต ติดต่อที่ สมาคมมัคคุเทศก์แห่งประเทศญี่ปุ่น โทร. 03-3213-2706 แฟกซ์. 03-3213-2707 หรือสหพันธ์มัคคุเทศก์มีใบอนุญาตแห่งประเทศญี่ปุ่น โทร. 03-3380-6611
แฟกซ์. 03-3380-6609 เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.30 น.

มัคคุเทศก์อาสาสมัคร: (Goodwill Guide) เป็นบริการฟรีที่ดำเนินงานโดยอาสาสมัครทั่วญี่ปุ่น? ที่จะพานักท่องเที่ยวชมสถานที่ในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะในโตเกียว ที่ Tokyo Met.Area SGG club จะมีบริการให้ข้อมูลล่าสุด อีกทั้งแผนที่เที่ยว พร้อมคำแนะนำและวางแผนการเดินทางให้อย่างเป็นกันเอง สอบถามรายละเอียดที่ตั้งและเวลาทำการของศูนย์โดยตรงทาง โทรศัพท์หมายเลขโทร 03-3842-5566 หรือติดต่อทางเว็ปไซท์ http://www.protostar.co.jp/SGG/introduction.html

 

เที่ยวต่างประเทศ,  เที่ยวทั่วโลก, ท่องเที่ยวต่างประเทศ

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •