iOS 15 มีอะไรใหม่บ้าง มีกี่เวอชั่น เช็คด่วน!

0
167

IOS15 กำลังจะมาเพื่อนๆเตรียมอัพเดทได้เลย! บอกได้เลยว่าฟีเจอร์ดีขึ้นมาพร้อมรับกับไอโฟนรุ่นใหม่


สำหรับ ระบบ iOS 15 เป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือของอุปกรณ์ค่าย Apple ซึ่งประกาศเปิดตัววันแรกในงาน WWDC 2021 วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ 2564 (ค.ศ. 2021) และเผยแพร่ออกมาในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) โดยเวอร์ชันนี้มีการอัปเดตเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการมาของระบบ SharePlay และการปรับปรุง FaceTime รูปแบบใหม่ที่ให้ประสบการณ์ติดต่อสื่อสารระยะไกลกับเพื่อนและครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น, การเพิ่มระบบ ‘แชร์กับคุณ’ โดยให้เนื้อหาที่ส่งผ่านแอปข้อความ ไปปรากฏในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่รองรับ เพื่อให้เราเปิดใช้ได้สะดวก

นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตอีกมากมายเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น คอลเลกชั่น Memoji และสติ๊กเกอร์ใหม่ ๆ, ระบบโฟกัสที่สามารถเปิดใช้งานเวลาไม่ต้องการให้ถูกการแจ้งเตือนหรืออะไรก็ตามเข้ามารบกวน, Notification Center ออกแบบใหม่, แผนที่ Map เพิ่มระบบการระบุตำแหน่งแบบ 3 มิติ, การออกแบบ Safari ใหม่ และอื่น ๆ


สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน iOS 15 มีดังนี้

iPhone 6s / iPhone 6s Plus
iPhone 7 / iPhone 7 Plus
iPhone 8 / iPhone 8 Plus
iPhone X / iPhone Xs / iPhone Xs Max / iPhone XR
iPhone 11 / iPhone 11 Pro / iPhone 11 Pro Max
iPhone SE (รุ่นสอง)
iPhone 12 Mini / iPhone 12 / iPhone 12 Pro / iPhone 12 Pro Max
iPhone 13 Mini / iPhone 13 / iPhone 13 Pro / iPhone 13 Pro Max
และ iPod Touch (รุ่น 7)
โดยเวอร์ชันที่มีการอัปเดตทั้งหมดใน iOS 15 นั่นก็คือ 15.0 นั่นเอง อิงจากข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564)

iOS 15 มีความสามารถอะไร ที่เปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อนบ้าง ?



1. FaceTime
FaceTime ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการเปิดตัวระบบ ‘SharePlay’ ออกมาอย่างเป็นทางการ หากสงสัยว่าใช้ทำอะไร ระบบนี้จะช่วยให้เวลาใช้ FaceTime เราสามารถเปิด SharePlay เพื่อซิงก์จอกับเพื่อนและชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ร่วมกันได้ แถมยังสามารถเปิดไมค์คุยกันขณะรับชมได้อีกด้วย แถมหากเป็นการรับชมหนัง หรือ ฟังเพลง ระบบจะซิงก์ช่วงเวลาและเสียงให้ตรงกันบนทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ ถ้ามีใครกดข้ามฉากทุกคนก็จะข้ามเหมือนกันหมด ถือว่าแม้ห่างกันแค่ไหน ทุกคนก็เหมือนอยู่ใกล้กัน

สำหรับการอัปเดตอื่น ๆ บน FaceTime ประกอบด้วย

การปรับแชทกลุ่มให้เป็นตารางดูง่ายขึ้น และ เพิ่มฟีเจอร์ระบบเสียงตามตำแหน่งให้รู้ว่าใครกำลังพูดอยู่

มีการใส่โหมดภาพถ่ายบุคคลเข้ามาช่วยให้กล้องโฟกัสแค่หน้าและเบลอฉากหลังระหว่าง FaceTime

เพิ่มโหมดตัดเสียงรบกวน และโหมด Wide Spectrum ให้จับเสียงรอบตัวของผู้ใช้ในวงกว้างกว่าเดิม

สุดท้ายคือเราสามารถสร้างลิงก์ FaceTime และส่งไปชวนเพื่อนเข้าร่วมการสนทนาผ่าน แชท Calendar หรือ อีเมลต่าง ๆ ได้แล้ว

อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันคือ ถ้าเราพูดทั้งที่ปิดไมค์อยู่ ระบบจะแจ้งเตือนให้รู้ด้วย ก็หมดปัญหา การพูดคนเดียวระหว่าง Video Call ไป
ปรับปรุงระบบแชท iMessage และ Memoji

ตอนนี้การแชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านแชท iMessage เช่น เพลง, ลิงก์เว็บ, รูปภาพ ข้อมูลเหล่านี้จะแสดงอยู่ในเมนูชื่อว่า ‘Shared with You’ (แชร์กับคุณ) และมันจะปรากฏอยู่บนแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น Safari, Apple Podcasts, Apple Music, Apple TV หรือ Photos หมายความว่าหากเราเปิดแอป Photos ก็จะมีเมนู ‘Shared with You’ ให้เลือกตามรายชื่อคนที่คุยด้วย และเราสามารถเปิดดูเนื้อต่าง ๆ ที่ถูกแชร์มาในช่องแชทนั้นได้เลย ถ้าต้องการบันทึกลงคลังรูปภาพ ก็ตามสะดวก และรูปที่ถูกส่งมาพร้อมกันหลายรูประบบก็จะจัดวางซ้อนกันให้อย่างสวยงาม ไม่รกแชทอีกด้วยเพื่อนๆ

ในส่วนสำหรับสติ๊กเกอร์ Memoji ตอนนี้มีเสื้อผ้า และ ท่าทางที่หลากหลายกว่าเดิม รวมถึงมีการเพิ่มเครื่องประดับตกแต่งอีกมากมายเช่น แว่นตา หมวก เป็นต้น และสีตายังสามารถใส่ได้ข้างละสีอีกด้วย



2. ฟีเจอร์ Focus

เดิมเรามีโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) หรือ โหมดเวลานอน (Sleep Mode) และอีกมากมายที่มาควบคุมการแจ้งเตือนและคัดกรองการติดต่อจากคนรู้จักเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

แต่ iOS 15 เพิ่มความพิเศษกว่านั้นด้วยฟีเจอร์ Focus ให้เราสร้างโหมดโฟกัสขึ้นมา และอนุญาตการแจ้งเตือนจากแอป และ บุคคลใด ก็ได้แบบอิสระ เช่น เราสร้างโหมดโฟกัสเกมไว้ และ ไม่อยากให้แชทคนทีชอบทักมากวนใจเวลาเล่นเกม ก็ตั้งค่า และ เปิดโหมดนี้เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณอยู่ในโหมดเกมอยู่ อยู่เวลามีคนทักมาก็จะขึ้นเป็นสัญลักษณ์ในช่องแชท เพื่อเตือนให้รู้ว่าเรากำลังโฟกัสกับเกมอยู่ อย่าทักมานั่นเอง


3. Notification Center
ในส่วนของ Notification Center ก็ออกแบบลุคใหม่ ให้สามารถโชว์รูปโปรไฟล์ของผู้ติดต่อ และขยายไอคอนแอปพลิเคชันให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสรุปแจ้งเตือนเป็นคอลเล็กชั่นให้เราดูทุกวันตามตารางที่เราตั้งไว้ ซึ่งการสรุปจะเรียงลำดับความสำคัญให้อัตโนมัติ และจะแสดงข้อมูลที่สำคัญที่สุดไว้ด้านบน

 

4. Apple maps

แผนที่ของ Apple Maps ออกแบบใหม่ให้ข้อมูลสถานที่ต่าง ๆ แสดงผลเป็น 3 มิติ ได้ คุณสามารถซูมเข้าไปดูรายละเอียดภาพได้เลย เช่น สะพาน หรือ แลนมาร์คต่าง ๆ เวลาขับขี่จะสามารถแยกรายละเอียดของเส้นทางได้ชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีให้ชมทั้งโหมดกลางวันและกลางคืนเลย

5. Safari

เวอร์ชันนี้แท็บเว็บไซต์ใน Safari จะเปลี่ยนมาโชว์ด้านล่างของหน้าจอและเราสามารถปัดซ้าย ปัดขวาเพื่อเปลี่ยนแท็บ หรือ สามารถปัดขึ้นเพื่อดูจอแท็บทั้งหมดที่เปิดอยู่ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถบันทึกและจัดกลุ่มแท็บให้ซิงก์กันระหว่างอุปกรณ์ เพื่อเปิดดูได้จากทุกที่

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีก 2 อย่างคือ เราสามารถใช้เสียงพูดค้นหาเว็บไซต์ได้แล้ว และตอนนี้ Safari ยังเปิดให้สามารถติดตั้งส่วนขยายบน iPhone เหมือน Mac ได้แล้วเช่นกัน

6. Live Text 

Live Text คุณสามารถถ่ายรูปและแตะตัวหนังในรูป เพื่อคัดลอก ส่งข้อความ หรือใช้โทรได้เลยหากเป็นเบอร์โทรศัพท์ นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดในการแปลภาษาข้อความในรูป แต่เบื้องต้นรองรับเพียง 7 ภาษา อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน โปรตุเกส และสเปน

 

7. Spotlight 

เมนู Spotlight ปรับปรุงใหม่ และฉลาดกว่าเดิมรวมถึงแสดงข้อมูลให้อ่านง่ายกว่าเดิม ถ้าเราต้องการค้นหาข้อมูลบางอย่างเช่นชื่อศิลปินดารา ก็จะโชว์ข้อมูลจาก Safari, ผลงานต่าง ๆ, เพลงจาก Apple Music หรือถ้าเราต้องการค้นหาข้อมูลผู้ติดต่อก็จะมี รูปภาพ ประวัติการแชท ประวัติการติดต่อในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ระบบยังสามารถใช้ Live Text ที่อยู่ในภาพถ่ายของเราได้ด้วย สมมติหากค้นหาข้อมูลร้านค้า แล้วพอดีมีป้ายหน้าร้านที่เราเคยถ่ายรูปไว้พอดีมันก็จะโชว์เช่นกัน

 

 

8. Photos

ฟีเจอร์สร้างความทรงจำในแอปรูปภาพปรับปรุงใหม่ จากเดิมให้ใส่ภาพสไลด์รูป และเพลงที่จำกัด ตอนนี้สามารถใส่เพลงจาก Apple Music เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากันและซาบซึ้งกว่าเดิม

 

 

9. Health 

แอปสุขภาพ หรือ Health อัปเดตให้สามารถแชร์ข้อมูลกับคนที่คุณรักได้ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง และ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของผู้ใช้

 

10. ความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว

iOS 15 เพิ่มความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยตอนนี้สามารถส่องได้แล้วว่าแอปพลิเคชันที่คุณอนุญาตให้ติดตามการใช้งานทำอะไรกับข้อมูลคุณบ้างในเชิงลึก เช่น มีการเข้าถึงตำแหน่งเมื่อไหร่ติดตามการใช้งานเว็บไซต์ใด ติดตามการใช้งานข้ามแพลตฟอร์มอะไรบ้าง 

 

รายละเอียดฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

  • Apple Wallet เพิ่มการรองรับ ID CARD และฟีเจอร์ HomeKit-enabled smart locks เพื่อใช้เป็นกุญแจปลดล็อคบ้าน ห้องพัก หรือเป็นบัตรผ่านประตูที่ทำงานได้
  • สามารถขยายขนาดตัวอักษร และปรับการแสดงผลในแต่ละ App ได้ตามใจบนตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ไม่ใช่ตั้งค่าครั้งเดียวมีผลทั้งระบบอีกแล้ว
  • VoiceOver (อ่านออกเสียง) ตอนนี้สามารถอ่านข้อความในรูปภาพ และ รายละเอียดในรูปภาพเป็นเสียงได้แล้ว
  • สามารถอ่านข้อมูลภาพใน iPhone ได้แล้ว เช่นภาพถ่ายเมื่อไหร่ บันทึกมาจากไหน และภาพนี้ถูกถ่ายด้วยอุปกรณ์อะไร
  • แอป Weather ปรับโฉมใหม่ แสดงข้อมูลแบบกราฟิกเคลื่อนไหวได้ 
  • Translate ตัวช่วยแปลภาษา แค่คลิกข้อความที่เลือกและกดแปลออกมา
  • เพิ่มดีไซน์ Widgets ใหม่เข้ามา
  • Find My แอปค้นหาตำแหน่ง เพิ่มระบบให้ค้นหาตำแหน่งอุปกรณ์ได้ภายใน 24 ชั่วโมง แม้อุปกรณ์จะถูกปิดเครื่อง หรือ ถูกลบออกจากระบบไปแล้ว (โจรเอาไปแล้วปิดเครื่อง ยังตามต่อได้เพราะชิปในเครื่องยังทำงาน)
  • ตอนนี้คุณสามารถขอให้ Siri แชร์สิ่งต่างๆ บนหน้าจอ เช่น รูปภาพ เว็บเพจ และอื่น ๆ ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นสิ่งที่แชร์ไม่ได้ Siri ก็จะเสนอทางเลือกให้ส่งเป็นภาพถ่ายหน้าจอแทน
  • Drag-to-Drop คุณจึงสามารถหยิบรูปภาพ เอกสาร และไฟล์จากแอปหนึ่งไปปล่อยในอีกแอปหนึ่งได้เลย
  • สามารถเพิ่มและลดความเร็วในการเล่นเสียง จากเสียงที่บันทึกได้แล้ว รวมถึงวิเคราะห์และข้ามช่วงที่เงียบไปทันที
  • เพิ่มคำสั่งลัดให้หลากหลายมากขึ้น
  • ตอนนี้ iCloud ให้พื้นที่เก็บข้อมูล ฝากไฟล์ได้ฟรี โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก แต่เก็บได้แค่ 3 สัปดาห์ ไม่งั้นหาย
  • ตอนนี้เวลากดเคอร์เซอร์ในการเลือกข้อความ มีฟังก์ชันแว่นขยายกลับมาแล้วจะได้เลือกข้อความที่พิมพ์ได้แม่นยำขึ้น
  • และอื่น ๆ 

 

Comments are closed.