กฏหมายแต่งงาน สัญญาก่อนสมรส

กว่าจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายคน ก่อนตัดสินใจแต่งงานก็มีการสาบานว่าจะรักกันวันตาย สัญญิงสัญญากันไว้ในเรื่องความรักความซื่อสัตย์จนจำไม่หวาดไม่ไหว ว่าได้สัญญาอะไรไปบ้างแต่มีอยู่อย่างที่เรื่มนิยมกัน ก็คือ การทำสัญญาเอาไว้ในเรื่องทั้งหลายของคู่บ่าวสาว รวมทั้งเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง

ถ้าทำสัญญาระหว่างสมรสกันในเรื่องทรัพย์สินแล้ว อย่าได้เอาโล้เอาพายอะไรมากมาย หากทำไปเพราะมีการบอกล้างกันได้ภรรยาทั้งหลายจึงใช้ทำเสียก่อนแต่งงานซึ่งก็เป็นการดี แต่ขอบอกอีกหน่อยว่า แม้จะทำอย่างนี้ก็คงมีขั้นตอนบางอย่าง

สัญญาก่อนสมรสต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินอีกนั่นเอง ข้อตกลงพวกนี้ไม่เพียงจะลงชื่อพร้อมพยานเท่านั้น จะต้องนำไปจดแจ้งไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนสมรสด้วย จะทำแบบไหนไม่ว่า เช่น ทำเป็นหนังสือสัญญาแล้วนำไปจดในทะเบียนสมรสหรือให้เจ้าหน้าที่นายทะเบียนจดแจ้งให้ก็ได้ การจดแจ้งนี้ต้องทำพร้อมการจดทะเบียนสมรส แน่นอนว่าถ้าทำก่อนก็คงไม่มีใครเขาทำให้ แต่ถ้าทำหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว สัญญานั้นก็จะกลายเป็นสัญญาระหว่างสมรสไป และถ้าไม่จดแจ้งแทงเอาไว้กฎหมายก็ให้สัญญานั้นเป็นโฆษะ

ของพรรค์นี้อยู่ที่ศิลปะในการเจรจาว่า จะทำสัญญากันก่อนดีมัย และจะตกลงกันอย่างไรในเรื่องของทรัพย์สิน และต้องให้แน่ใจว่าใช่อย่างที่ต้องการ เพราะขืดทำไว้แล้ว อยู่ๆกันไปจะมาขอเปลี่ยนแปลงแก้ไข ใช่ว่าจะทำได้เลย ต่อให้ทั้งสองฝ่ายยินยอมเต็มใจอย่างไร กฎหมายก็ไม่ยอมให้แก้ไขกันง่ายๆ เดี๋ยวไม่ศักดิ์สิทธิ์ จะต้องมีขั้นตอนที่ต้องไปทำที่ศาล โดยยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตเสียก่อน เมื่อศาลตรวจสอบพิจารณาโดยไตร่สวนสอบถามความนัยแล้ว จึงมีคำสั่ง จากนั้นก็นำคำสั่งไปแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรส

เห็นหรือยังว่ามันขลังขนาดไหน มีผลผูกผันแน่นแฟ้นต่อกันขนาดที่พร้อมใจกันเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยังต้องให้ศาลมาดูแลเสียก่อนเลยแต่ถึงจะเข้มขนาดไหน กฎหมายก็ไม่ให้กระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกที่สุจริต แม้จะได้จดแจ้งไว้ในทะเบียน ซึ่งเก็บไว้ที่หน่วยราชการ การจดไว้ในทะเบียนนั้น เพื่อประโยชน์ระหว่างคู่สามีภรรยาเท่านั้น คนนอกไม่ต้องเขามาผูกพันรับผิดชอบได้เสียด้วย

เช่น ทำสัญญาก่อนสมรสกันว่ากระเป๋าของใครของมัน ถ้าฉันหาเงินได้ให้เป็นสินส่วนตัวของฉัน ของเธอก็เช่นกัน ถ้ามีลูกกันก็ให้เป็นภาระร่วมกันคนละครึ่ง พอแต่งงานแล้ว ต่างก็ขยันหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง สามีนำเงินของตนไปซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่งส่วนภรรยาหาเงินไม่พอใช้จ่ายในบ้านเรือน ทั้งยังค่าเล่าเรียนลูกที่สามีขี้เหนียวไม่ยอมลงขันจ่ายให้ เธอจึงไปขอยืมเงินคนอื่นมาใช้จ่ายแล้วไม่มีใช้คืน เจ้าหนี้ก็เลยฟ้องร้องและยึดทรัพย์ที่ดินของสามีมาชำระหนี้ อย่างนี้สามีจะอ้างสัญญาก่อนสมรสว่าที่ดินแปลงนี้เป็นสินส่วนตัวไม่ได้ แต่เป็นสินสมรสตามกฎทั่วไป

หรือว่าทำสัญญาก่อนสมรสให้สามีเป็นผู้จัดการทรัพย์สินแต่เพียงฝ่ายเดียว ต่อมาภรรยาไปให้คนเช่าตึกแถว โดยทำสัญญากันไว้สามีจะมาอ้างว่าสัญญาเช่าไม่มีผลผูกพัน เพราะภรรยาไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินสมรสตามสัญญาก่อนสมรสไม่ได้

ไม่เป็นไร เมื่อไม่ให้กระทบคนภายนอก แต่กระทบคนภายใรที่เป็นคู่สมรสได้ก็ยินดีแล้ว ดังนั้นก่อนตัดสินใจแต่งงาน นอกจากเรื่องพิธีการและของชำรวยแล้ว ควรคำนึงเรื่องการบริหารจัดการเงินทองว่าจะตกลงกันเป็นพิเศษแตกต่างจากที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร เมื่อทำสัญญาก่อนสมรสกันแล้ว อย่าลืมนำไปจดในทะเบียนสมรสด้วย

อย่างนี้เรือล่มในหนองทองก็ไม่ไปไหน แต่อย่าให้กลายเป็นไม่ได้แต่งงานกันเพราะความมุ่งมั่นที่จะทำสัญญาก่อนสมรส จนลืมความรักที่อุตส่าห์ถักทอจนสุกงอมพร้อมร่วมหอก็แล้วกัน

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
แต่งงาน
- 16-05-2010 2:07:20 โพสต์โดย : ido 118
  • หมวดหมู่