ตรวจเลือดก่อนแต่งงาน

เลือดเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต ในร่างกายมนุษย์จะมีเลือดไหลเวียนอยู่ราว 7-10 % ของน้ำหนักตัว หรือประมาณ 4-6 ลิตรในผู้ใหญ่ ในจำนวนนี้ 40% เป็นส่วนของเม็ดเลือด และอีก 60% เป็นส่วนของของเหลวที่เรียกว่า พลาสมา ในพลาสมาจะประกอบด้วยน้ำ 90% ส่วนอีก 10% คือส่วนของโปรตีน และสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น ฮอร์โมน, สารอาหาร

ร่างกายสร้างเลือดได้อย่างไร ?
ไขกระดูกซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองน้ำภายในกระดูกเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแก่ร่างกาย โดยอาศัยการทำงานร่วมกับอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ตับ ม้ามและต่อมน้ำเหลือง?เม็ดเลือดแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด

ลือดมีความสำคัญอย่างไร ?
1. พลาสมาช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต, ช่วยขนส่งสารอาหาร, โปรตีน, และ เอนไซม์ต่างๆซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย

2. หน้าที่ของเม็ดเลือดชนิดต่างๆ มีดังนี้
2.1 เม็ดเลือดแดง: มีปริมาตรราว40% ของเลือดทั้งหมด มีอายุเฉลี่ย 120 วัน, ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนและสารอาหารไปสู่เซลล์, กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียออกจากเซลล์

2.2 เม็ดเลือดขาว: ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อราและปรสิต
2.3 เกล็ดเลือด: ช่วยให้เลือดหยุดไหลเวลาที่มีบาดแผลหรือเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือด

การตรวจเลือดบอกอะไรได้บ้าง ?
ในเลือดประกอบไปด้วยเม็ดเลือด และสารเคมีหลายชนิดซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ การตรวจเลือดสามารถใช้ในการคัดกรอง, การวินิจฉัยโรค รวมถึงการติดตามการรักษาในหลายภาวะได้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ?การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา? ดังนั้นการตรวจเลือดพื้นฐานในขณะที่ไม่มีอาการผิดปกติจึงมีความสำคัญมากเพราะช่วยให้ทราบถึงข้อมูลพื้นฐานในแต่ละบุคคล และยังสามารถใช้อ้างอิงกับผลการตรวจในอนาคตได้ ยิ่งเราตรวจพบความผิดปกติได้เร็วเพียงใด ย่อมมีโอกาสในการรักษาหรือควบคุมได้มากขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ในผู้ชาย การตรวจวัดระดับ PSA ในเลือดซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้สามารถพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่ในระยะแรกๆ ซึ่งส่งผลต่อการรักษาที่ดีขึ้น

ทำไมจึงต้องตรวจเลือดก่อนแต่งงาน?
จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ไม่หยุดยั้ง ทำให้แพทย์ทราบถึงโรคต่างๆซึ่งสามารถถ่ายทอดไปสู่บุตรได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางพันธุกรรม หรือโรคติดเชื้อบางชนิด คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่ต้องการได้บุตรที่แข็งแรง สมบูรณ์ในอนาคต ดังนั้นการตรวจเลือดก่อนแต่งงานจะสามารถคัดกรองโรคทางพันธุกรรมบางชนิด รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้

โดยทั่วไป การตรวจเลือดก่อนแต่งงานจะประกอบด้วย การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, กรุ๊ปเลือด, ภูมิคุ้มกันต่อตับอักเสบ และหัดเยอรมัน รวมถึงการตรวจหาเชื้อซิฟิลิส และไวรัสเอชไอวี (เอดส์)

เขียนโดย: พ.ญ.ปวีณา อุดมวิบูลย์ชัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคเลือด โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

ติดต่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานแต่งงาน webmaster@tlcthai.com

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
แต่งงาน
- 6-05-2010 10:54:20 โพสต์โดย : ido 66
  • หมวดหมู่