ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ “ฟีฟ่า” มีแนวคิดจัดทำถ้วยรางวัลที่ทำด้วยทองคำให้กับผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1930 ถ้วยรางวัลใบแรกชื่อ “จูลส์ ริเมท์” ใช้ระหว่างปี 1930 – 1970 และหลังจากปี 1974 จนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ถ้วยที่เรียกชื่อว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ”

ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก

ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก

ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก 

ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลกำลังจะระเบิดศึกในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ไฮไลท์ในการจัดการแข่งขันมีเรื่องดึงดูดความสนใจแฟนบอลอย่างเราๆมากมาย ทั้งเรื่องสนามที่เจ้าภาพจัดเตรียม ความสวยงามและเรื่องราวของเมืองที่ได้รับเลือก ทีมและผู้เล่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมไปถึง มาสค็อต หรือ ตัวนำโชค ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้เลยในแต่ละทัวร์นาเมนต์ รวมไปถึงเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการแข่งขันอยู่เสมอนั่นคือ “ถ้วยรางวัล” วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักและเจาะลึกประวัติความเป็นมาของ “ถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก” ที่เราๆท่านๆเห็นผ่านตากันมาตลอดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร?

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ “ฟีฟ่า” มีแนวคิดจัดทำถ้วยรางวัลที่ทำด้วยทองคำให้กับผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1930 ถ้วยรางวัลใบแรกชื่อ “จูลส์ ริเมท์” ใช้ระหว่างปี 1930 – 1970 และหลังจากปี 1974 จนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ถ้วยที่เรียกชื่อว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ”

ถ้วย “จูลส์ ริเมท์” มีชื่อเริ่มแรกว่า “วิคตอรี่” แต่มีการเปลี่ยนชื่อในเวลาต่อมาเมื่อเป็นเกียรติให้แก่อดีตประธานฟีฟ่าคนที่ 3 นาย จูลส์ ริเมท์ ลักษณะของถ้วยใบนี้มีความสูง 35 เซนติเมตร หนัก 3.8 กิโลกรัม ทำด้วยแร่เงินชุบด้วยทองคำบริสุทธิ์ หล่อขึ้นเป็นรูปเทพธิดาแห่งชัยชนะ (ไนกิ) มีปีกอยู่ด้านหลังพร้อมชูถ้วยอยู่เหนือศีรษะ ที่ฐานของถ้วยเดิมทีประดับด้วยหินอ่อนแต่ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นหินประดับสีฟ้าที่เรียกว่า “ไพฑูรย์” โดยชาติแรกที่ได้ครอบครองถ้วยใบนี้คือประเทศอุรุกวัย แชมป์ฟุตบอลโลกปี 1930

ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1966 หรือก่อนทัวร์นาเมนต์บอลโลกที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจะระเบิดศึกขึ้น ถ้วยรางวัลถูกขโมยไปจากงานนิทรรศการ อย่างไรก็ตามในอีก 7 วันต่อมาการค้นหาก็สิ้นสุดเมื่อเจ้าสุนัขชื่อ “พิกเกิ้ลส์” สามารถดมกลิ่นจนพาไปสู่ที่ซ่อนของถ้วยซึ่งถูกห่ออยู่ในหนังสือพิมพ์วางอยู่ใต้พุ่มไม้บริเวณสวนแถบชานเมืองของลอนดอนใต้

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมปี 1983 ถ้วย “จูลส์ ริเมท์” เป็นข่าวในหน้าสื่ออีกครั้งเมื่อถูกขโมยไปจากส่วนจัดแสดงของสำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลบราซิลในเมือง ริโอ เดอ จาเนโร่ ซึ่งประเทศบราซิลได้สิทธิ์ครอบครองถ้วย “จูลส์ ริเมท์” แบบถาวรหลังจากคว้าแชมป์โลกได้ 3 สมัยและนำมาจัดแสดงไว้ ซึ่งการโจรกรรมครั้งนี้นับเป็นการปิดฉากตำนาน “ถ้วย “จูลส์ ริเมท์” อย่างเป็นทางการ เพราะหลังจากนั้นไม่มีใครเคยเห็นถ้วยใบนี้อีกเลย โดยมีข่าวลือว่าคนร้ายที่ขโมยไปได้นำถ้วยไปหลอมเพื่อแยกทองนำไปขายเรียบร้อยแล้ว

ถ้วย “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ”

สืบเนื่องจากการที่ บราซิล คว้าแชมป์โลกได้ 3 สมัยจนได้สิทธิ์ครอบครองถ้วย “จูลส์ ริเมท์” ส่งผลให้ฟีฟ่าต้องจัดทำถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกขึ้นใหม่ โดยมีการกำหนดชื่อถ้วยใบนี้ว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ” เป็นผลงานการออกแบบของศิลปินชาวอิตาเลี่ยนชื่อ ซิลวิโอ กาซซานิกา ลักษณะของถ้วยใบนี้ทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ขนาด 18 กะรัต มีส่วนสูงของถ้วยอยู่ที่ 36.5 ซม. และมีน้ำหนัก 6.175 กิโลกรัม รูปทรงเป็นมนุษย์สองคนหมุนเป็นเกลียวจากฐานพร้อมยืดมือไปรับลูกโลก ส่วนฐานประดับด้วยมรกตเป็นเส้นรอบวง 2 เส้น

ที่ฐานของถ้วยจะมีการแกะสลักคำว่า “FIFA World Cup” ขนาดที่มองเห็นได้ชัด ส่วนที่ด้านใต้ของถ้วยจะมีการสลักชื่อประเทศที่คว้าแชมป์โลกในแต่ละทัวร์นาเมนต์เรียงกันไว้ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นหากว่าถ้วยถูกวางอยู่ในลักษณะแนวตั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่าพื้นที่ใต้ฐานจะถูกสลักจนเต็มในไม่ช้าและอาจจะต้องยกเลิกการใช้ถ้วยใบนี้ ทว่าความชัดเจนในเรื่องนี้ยังไม่มากนัก ทำให้ถ้วย “FIFA World Cup” จะยังคงเป็นถ้วยรางวัลของแชมป์ฟุตบอลโลกไปจนถึงปี 2038 และตามข้อบังคับของฟีฟ่ากำหนดไว้ว่าไม่มีทีมไหนที่มีสิทธิ์ครอบครองถ้วยใบนี้ แชมป์ของแต่ละทัวร์นาเมนต์จะได้ “ถ้วยทำเหมือน” ที่ด้านนอกชุบด้วยทองคำมากกว่าจะเป็นของจริงที่สร้างด้วยทองคำแท้ทั้งใบ

ที่มา :  lomtoe