เบลเยียม 2-1 แอลจีเรีย ผลฟุตบอลโลก2014 (กลุ่ม H)

เบลเยียม 2-1   แอลจีเรีย ผลฟุตบอลโลก2014 (กลุ่ม H) รอบ 48 ทีม บอลโลกที่บราซิล ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน – 14 กรกฏาคม 2557

เบลเยียม 2-1  แอลจีเรีย ( BELGIUM 2-1  ALGERIA ) (คลิปเต็ม)

เวลาแข่งขัน : 23.00 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2557
สนาม : เอสตาดิอู มิไนเรา, เบโล โอรีซอนชี
ถ่ายทอดสด เวลา 02.00 น. : ช่อง 5, ช่อง 8

ไฮไลท์ฟุตบอล  

เบลเยียม 2-1 แอลจีเรีย ผลฟุตบอลโลก2014

ทัพ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ใช้ นาเซอร์ ชาดลี่, เอแด็น อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู เป็น 3 ประสานในแดนหน้า ขณะที่ พลพรรค “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย วาง โซฟิยาน เฟอกูลี่, ริยาด มาห์เรซ ลงทำเกมในแนวรุก

      เริ่มเตะในช่วง 10 นาทีแรกของเกม เป็น เบลเยียม ที่ครองเกมได้มากกว่า แต่ แอลจีเรีย ก็ตั้งรับเหนียวแน่น เลยทำให้ต้องสู้กัน กลางสนาม เป็นหลัก แต่ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์ทั้งคู่

นาที ที่ 18 บอลส่วนใหญ่อยู่กับ เบลเยียม เป็นหลัก แต่กลับเป็น แอลจีเรีย ที่มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะ หลุดเข้าไปในเขตโทษของ นาบิล เบนตาเล็บ นักเตะจากสโมสร สเปอร์ส ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ก่อนเจ้าตัวสับด้วยซ้าย บอลหลุดกรอบออกไป แบบได้ลุ้น

สามนาทีต่อมา เบลเยียม เริ่มบุกได้มากขึ้น ก่อนจะได้ลุ้นบ้าง เมื่อ อั๊กเซิ่ล วิตเซิ่ล ดาวเตะจาก เซนิตฯ ลีกรัสเซีย ลองซัดไกล ระยะ 25 หลา แต่ ราอิส เอ็มโบลี โกล แอลจีเรีย ไม่พลาด ทุบออกไปได้

goalนาที ที่ 24 แอลจีเรีย มาได้ลูกที่จุดโทษ เมื่อ แยน แฟร์ต็องเก้น แนวรับ เบลเยียม เหนี่ยว ยาซีน บราฮิมี่ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสิน มาร์โก โรดริเกซ วิ่งมาจุดเกิดเหตุแล้วชี้ที่ จุด 12 หลา พร้อมกับแจกใบเหลืองให้กับ กองหลังจาก สเปอร์ส ด้วย ก่อนเป็น โซฟิยาน เฟอกูลี่ สังหารเข้าไปไม่พลาด “จิ้งจอกทะเลทราย” ขึ้นนำ 1-0
เบลเยียม 1-1 แอลจีเรีย ผลฟุตบอลโลก2014

ผ่านครึ่งโมงพอดี ซาฟีร์ ไตแดร์ แข้ง แอลจีเรีย ไปแหย่สกัด เอแด็น อาซาร์ ห้องเครื่อง เชลซี ของ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เปาชาวเม็กซิกัน เป่าให้ฟรีคิก ระยะ 30 หลา แต่ เควิน เดอ บรอยน์ ทำเสียของ โยนออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาที ที่ 34 นาบิล เบนทาเล็บ โดน มาร์โก โรดริเกซ ควักใบเหลืองให้เป็นคนแรกของ แอลจีเรีย เมื่อเล่นนอกเกม เอามือไปฟาด บริเวณใบหน้า ผู้เล่น แข้ง เบลเยียม

นาที ถัดมา ตัวแทนจาก ยุโรป ได้เสียวอีก อั๊กเซิ่ล วิตเซิ่ล ได้ลองตะบันไกล นอกเขตโทษ บอลพุ่งแรง เข้าหากรอบ แต่ มือกาว แอลจีเรีย ยังไม่พลาด ปัดออกหลังไปได้

จากนั้นอีก 4 นาที ริยาด มาห์เรซ หัวหอก เลสเตอร์ ซิตี้ ของ แอลจีเรีย เสียบสกัด โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ จากด้านหลัง ผู้ตัดสิน จาก เม็กซิโก เป่าให้ฟรีคิกระยะ 25 หลา ทันที ก่อนเป็น เควิน เดอ บรอยน์ เขี่ยลูกตั้งเตะให้ แยน แฟร์ต็องเก้น ส่องไกลด้วยซ้าย บอลเหินข้ามคานออกไป

ก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” ได้เสียวอีก เมื่อ นาเซอร์ ชาดลี่ นักเตะจาก สเปอร์ส อีกคน มีโอกาสซัดในเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไป ราอิส เอ็มโบลี รับสบาย

เบลเยียม พยายามบุก หวังทวงประตูตีเสมอ แต่ก็ไม่เฉียบคมพอ หมดครึ่งแรก “จิ้งจอกทะเลทราย” ขึ้นนำ 1-0

 กลับมาเล่นครึ่งหลัง เบลเยียม เปลี่ยนคนแรก ส่ง ดรีส เมอร์เท่นส์ ลงมาเล่นแทน นาเซอร์ ชาดลี่

ห้านาทีถัดมา ตัวแทน ยุโรป ได้ทักทายก่อน เมื่อ ดรีส เมอร์เท่นส์ จากสโมสร นาโปลี ในอิตาลี กระชากแซง แนวรับ ตัวแทนจากชาติ แอฟริกา ก่อนตบเข้ากลาง ราอิส เอ็มโบลี อ่านเกมดี ออกมาตัดบอลเอาไว้ได้

นาทีที่ 57 แอลจีเรีย ได้เสียวบ้าง บ้าง จากลูกเตะมุม คาร์ล เม็ดฌานี่ ขึ้นโขกเช็ด บอลพุ่งเร็ว เฉียดสามเหลี่ยมเสาสองไปนิดเดียว

หนึ่ง นาทีให้หลัง มาร์ค วิลม็อตส์ เทรนเนอร์ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” ปรับแท็กติกอีกครั้ง ถอด โรเมลู ลูกากู หัวหอกที่โชว์ฟอร์มไม่ออก แล้วส่ง ดิว็อค โอริชี่ ผู้เล่นจาก ลีลล์ ในศึกลีกเอิง ลงมาเล่นแทน

เขยิบมานาทีที่ 65 มาร์ค วิลม็อตส์  ส่งไพ่ใบสุดท้าย เอา มารูอาน เฟลไลนี่ กองกลาง จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ลงมาคุมเกมแทน มูสซ่า เดมเบเล่

วา ฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช โค้ช “จิ้งจอกทะเลทราย” เปลี่ยนบ้าง เอา เอล อาร์บี ฮิลเลล ซูดานี่ ออก แล้วส่ง อิสลาม สลิมานี ผู้เล่น สปอร์ติ้ง ลิสบอน โปรตุเกส ลงมาเล่นแทน ในนาทีที่ 66

นาทีที่ 67 เบลเยี่ยม ได้ลุ้นอีกจาก ดิว็อค โอริชี่ ตัวสำรองที่เพิ่งถูกส่งลงสนาม หลุดเข้าไปสับไก แต่ ราอิส เอ็มโบลี โชว์ซูเปอร์เซฟ ด้วยใช้เท้าสกัด

goalและ แล้วความพยายามของ เบลเยียม ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ โยนด้วยขวา ให้ มารูอาน เฟลไลนี่ อาศัยความใหญ่เบียดกองหลัง แอลจีเรีย ขึ้นโขก เช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงาม ไล่มาเป็น 1-1

นาทีที่ 71 ตัวแทนแอฟริกา เปลี่ยนอีก เอา เมห์ดี้ ลาเซน ลงมาแทน ริยาด มาห์เรซ ศูนย์หน้าเลสเตอร์ ซิตี้

goalจาก นั้นอีก 9 นาที “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” แซงนำ 2-1 จากจังหวะ ผู้เล่น “จิ้งจอกทะเลทราย” ทำเสียบอล เบลเยียม โต้กลับเร็ว เอแด็น อาซาร์ เลี้ยงจี้แนวรับ ก่อนไหลให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดเต็มข้อด้วยขวาไม่เหลือ

ขยับมาอีกสี่นาที วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช นายใหญ่ แอลจีเรีย แก้เกม ด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นคนสุดท้าย ส่ง นาบิล ชีลาสจาก เอฟซี ปอร์โต้ ลงมาล่าสกอร์แทน คาร์ล เม็ดฌานี่

อีกหนึ่งนาทีต่อมา ตัวแทน ยุโรป น่าได้เพิ่ม ดรีส เมอร์เท่นส์ โยนบอลให้ มารูอาน เฟลไลนี่ ลอยตัวโขกเต็ม แต่ ราอิส เอ็มโบลี นายทวาร บินปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด

 ห้วง เวลาที่เหลือ เบลเยียม บุกแหลกหวังประตูที่สาม แต่แนวรับ “จิ้งจอกทะเลทราย” ก็ยังยันไว้ได้ จบเกม “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” พลิกเฮ สุดมันส์ 2-1

ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2014 แบบแบ่งกลุ่ม ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2014 แบบแบ่งกลุ่ม

ที่มา siamsport.com
รุปภาพ http://www.theguardian.com

—————————————

เบลเยียม v แอลจีเรีย วิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2014 (กลุ่ม H) รอบ 48 ทีม บอลโลกที่บราซิล ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน – 14 กรกฏาคม 2557

เบลเยียม v แอลจีเรีย ( BELGIUM v ALGERIA ) เวลาแข่งขัน : 23.00 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2557

เบลเยียม v อัลจีเรีย ( BELGIUM v ALGERIA )

สนาม   :  เอสตาดิโอ มิเนโร, เบโลฮอริซอนเต
ถ่ายทอดสด :   ช่อง 5ช่อง 8,ช่อง
ผู้ตัดสิน : มาร์โก โรดริเกซ (เม็กซิโก)

ผลฟุตบอลโลก 2014 วันที่ 17 มิ.ย. 2557

–รอผลบอล เบลเยียม v เบลเยียม v แอลจีเรีย ฟุตบอลโลก 2014–

ความพร้อมของทั้งสองทีม 

เบลเยี่ยม

เบลเยี่ยม จะลงเตะนัดแรกของตัวเองในศึก ฟุตบอลโลก กับ แอลจีเรีย, โดยที่ผู้จัดการทีม มาร์ค วิลม็อตส์ ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บให้ต้องกังวลก่อนเกมนัดเปิดสนามกลุ่ม เอช

โร เมลู ลูคาคู จะได้ลงยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าให้กับทีม โดยที่ คริสเตียน เบนเตเก้ พลาดการแข่งขันครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย, เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายมาตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี

เควิ น เดอ บรอยน์ น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่ด้านหลัง โรเมลู ลูคาคู, โดยที่คาดว่า สตีเว่น เดอฟูร์ น่าจะหลุดออกจากตำแหน่งตัวจริงในทีมสิบเอ็ดคนแรกนัดนี้

แอลจีเรีย

แอลจีเรีย เป็นเพียงชาติเดียวเท่านั้นในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก ที่มีผู้เล่นทั้ง 23 คนมาจากทีมสโมสรซึ่งแตกต่างกันทั้งหมด

เฮ ดโค้ช วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช มีผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในการค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของ ยุโรป หลายรายให้เลือกใช้, โดยที่คาดว่านักเตะอย่าง ฟาอูซี่ กูล็อม, ซาเฟียร์ ไทแดร์, และ นาบิล เบนทาเล็บ จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด

จิ้งจอก ทะเลทราย ออกจะแปลกใจที่ได้อยู่ร่วมกับทีมคู่แข่งในกลุ่ม เอช ซึ่งไม่มีชาติมหาอำนาจตัวจริงในวงการลูกหนังโลก, ทำให้มีความเป็นไปได้เช่นกันในการที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

รายชื่อนักเตะทีมชาติเบลเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : ธิโบต์ คูร์กตัวส์ (แอตฯ มาดริด), ซิมง มิโญเล่ต์ (ลิเวอร์พูล), โคเอน คาสทีลส์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์), ซิลวิโอ โปรโต (อันเดอร์เลชท์)

กองหลัง : โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (แอตฯ มาดริด), แอนโธนี่ ฟานเดน บอร์ (อันเดอร์เลชท์), โลรองต์ ซิม็อง (สต็องดาร์ ลีแอช), แวนซองต์ กอมปานี (แมนฯ ซิตี้), ดาเนียล ฟาน บุยเต็น (บาเยิร์น มิวนิค), โธมัส แฟร์มาเล่น (อาร์เซน่อล), นิโคลาส์ ลอมแบร์ตส์ (เซนิต), ยาน แฟร์ทองเก้น (สเปอร์ส)

กองกลาง : อักเซล วิทเซล (เซนิต), สตีเฟ่น เดฟูร์ (ปอร์โต้), มารูยาน เฟลไลนี่ (แมนฯ ยูไนเต็ด), มูซ่า เด็มเบเล่ (สเปอร์ส), นาเซอร์ ชาดลี่ (สเปอร์ส), เควิน เดอ บรอยน์ (โวลฟบวร์ก)

กองหน้า : โรเมลู ลูกากู (เอฟเวอร์ตัน), ดิวอคก์ โอริกี้ (ลีลล์), เอแด็ง อาซาร์ (เชลซี), ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (นาโปลี), เควิน มิราญาส (เอฟเวอร์ตัน), อัดนาน ยานาไซจ์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

รายชื่อนักเตะทีมชาติแอลจีเรีย ศึกฟุตบอลโลก 2014

ผู้รักษาประตู : เซดริก โมฮาเหม็ด (ซีเอส คอนสแตนติน) โมฮาเหม็ด เซ็มมามูเช (ยูเอสเอ็ม แอลเจอร์) ราอิส เอ็มโบลี (ซีเอสเคเอ โซเฟีย)

กองหลัง : มัดยิด บูเกอร์รา (เลควิยา) ฟาอูซี กูล็อม (นาโปลี) เอสซาอิด เบลคาเล็ม (วัตฟอร์ด) ราฟิค ฮัลลิเช (อคาเดมิกา) ดาเมล เมสบาห์ (ลิวอร์โน) คาร์ล เมดยานี (วาลองเซียนส์) เอสซา ม็องดี (สต๊าด ไรม์ส) ลิอาสซาย กาดามูโร เบนเตบา(เรอัล มายอร์กา)

กองกลาง : ฮัสซัน เย็บดา (อูดิเนเซ) เมห์ดี ลาเซน (เคตาเฟ) ยาซีน บราฮิมี (กรานาดา) ซาเฟียร์ ไทเดอร์ (อินเตอร์ มิลาน) นาบิล เบนทาเล็บ (ทอตแนม ฮอตสเปอร์) เมห์ดี มอสเตฟา (อฌักซิโอ)

กองหน้า : นาบิล กิลาส (ปอร์โต) อิสลาม สลิมานี (สปอร์ติง ลิสบอน) ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้) ฮิลาล ซูดานี (ดินาโม ซาเกร็บ) โซเฟียเน เฟกูลี (บาเลนเซีย) อับเดลมูเมน ฌาบู (คลับ อัฟริเกน)

สกอร์ที่คาด : เบลเยี่ยม 3-1 แอลจีเรีย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ตารางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ฉบับ Updateตารางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ฉบับ Update

ตารางแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายตารางแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย

ดูวิเคราะห์บอลโลก 2014 ทุกคู่

 ,วิเคราะห์บอลโลก

ที่มา : https://www.tlcthai.com/worldcup